Subscribe to โครงการสื่อเพื่อสังคม รายการพึ่งพาอาศัย
Technorati
del.icio.us



หน้า 91 ถึง 248« First...8990919293...Last »

แม่หนูไกร เพ็งธรรม “ชีวิตที่ต้องการช่วยเหลือผู้อื่น”

ไกลจากเมืองหลวงของประเทศไทยไปทางภาคอีสาน ที่จังหวัดหนองบัวลำภู ณ บ้านโดนสูง ตำบลกุดดินจี่ แม่หนูไกร เพ็งธรรม อายุเพิ่มจะห้าสิบต้นๆ ยังแข็งแรงสดใสทั้งร่างกายและจิตใจ กำลังขับเคลื่อนงานเล็กๆ อยู่ด้วยความตั้งใจ

        นั่นคือ เธอกำลังจะเปลี่ยนผืนนาแห้งผากจำนวนราว 7 ไร่นั้น ให้เป็นวนเกษตรเพื่อการเรียนรู้ของคนบ้านโดนสูง ของคนตำบลกุดดินจี่และของคนตำบลข้างเคียง มีเสียงพูดขึ้นว่าแม่สร้างโรงเรียนชาวนาใช่ไหม แม่หนูไกรอมยิ้มในหน้า ไม่ได้ตอบคำถามนั้นโดยตรง แต่ก็พูดถึงเรื่องที่กำลังจะทำนั้นสำคัญกว่าผลที่จะเกิด

        ผลมันจะพัฒนากลายเป็นโรงเรียนชาวนาหรือศูนย์ฝึกควาย ก็ช่างเถอะ…
        แม่ลงมือทำในที่ไร่หนึ่งก่อน ปลูกเพิงมุงด้วยหญ้าคาเอาไว้ให้ชาวบ้านนั่งรวมกันได้สัก 40 คน ผืนดินที่หมดธาตุอาหารแม้ต้นมันสำปะหลังยังเมินนั้น แม่แก้ไขด้วยการปลูกไผ่นำร่องไปก่อน เพราะไผ่ขึ้นได้ในทุกสภาพดิน อย่างน้อยได้อาศัยร่มเงาของไผ่ให้ความร่มรื่นแก่ดินบ้างระหว่างต้นไผ่ปลูกต้นยางนาลงไป ผืนดินที่เหลือใช้ฟางข้าวคลุมเอาไว้ เพื่อกำจัดหญ้าและควบคุมความชื้นของดิน

       นี่เป็นงานเริ่มต้นที่ได้แรงบันดาลใจจากพ่อคำเดื่อง ภาษี ปราชญ์ชาวบ้านอีสานตำนานแห่งเกษตรธรรมชาติ
       “เมื่อเช้านี้ส่งชาวบ้านไปหาพ่อคำเดื่อง 3 คันรถ ในนั้นมีหลานของตัวเองรวมไปด้วย ให้ไปดูพ่อคำเดื่องทำ และไปฟังพ่อคำเดื่อง จะได้มองเห็นประโยชน์ของเกษตรธรรมชาติ”

          เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นแนวคิดของแม่หนูไกรในการส่งทอดภารกิจไปให้คนอีกรุ่น หนึ่ง รวมถึงวิธีจัดการความรู้โดยอาศัยผลงานของปราชญ์กระทั่งตัวปรา๙ญ์ชาวบ้านเอง ช่วยถ่ายทอดให้ความรู้และกระตุ้นสำนึกให้แก่รุ่นต่อไปของบ้านโนนสูง

        ที่ส่งไปนั้น เป็นชาวบ้านที่ให้ความสนใจ อีกส่วนหนึ่งเป็นคนที่แม่หนูไกรหมายมั่นให้เป็นกำลังสำคัญในการทำงานด้านนี้ต่อไป   ถ้าหากเป็นชาวบ้านทั่วไป แม่หนูไกรจะใช้วิธีเชิญปราชญ์หรือผู้รู้จากข้างนอกมาให้ความรู้กับชาวบ้านยังเพิงหญ้าคาที่แม่ได้ตระเตรียมไว้ คนที่รับปากกับแม่เอาไว้แล้วก็มี พ่อคำเดื่อง ภาษี พ่อผาย สร้างสระกลาง แห่งศูนย์ค้ำคูณที่ขอนแก่น ฯลฯ

 

 

        เมื่อสนใจจับงานด้านนี้ขึ้นมา แม่หนูไกรพบว่า ชาวบ้านให้ความสนใจปุ๋ยหมักและฮอร์โมมนพืชกันมาก เนื่องจากราคาปุ๋ยเคมีสูงเกินกว่าชาวบ้านจะรับไหวแล้ว

 

       เหมือนเด็กที่ร้องไห้จะดื่มนม เราก็ต้องหานมไปให้ ไม่ใช่เข้าไปสอบให้เขาหัดเดินโดยไม่สนใจเรื่องเด็กหิวนม ดังนั้นวิทยากรที่จัดรายการทางวิทยุเรื่องน้ำหนักชีวภาพกับฮอร์โมนพืชก็จะ ได้รับเชิญจากแม่หนูไกรให้ไปบรรยายเรื่องนี้กับชาวบ้านโนนสูงยังเพิงหญ้าคา ของแม่ต่อไป

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

 

 

           การทำความดี มีการให้ทาน รักษาศีล ภาวนา เป็นต้น การทำความชั่ว มีกายทุจริต วจีทุจริต เป็นต้น ครั้นเราทำความดีจะตามสนองให้เรามีความสุข มีสุคติเป็นที่ไป ครั้นเราทำความชั่ว ความชั่วจะตามสนองให้เรามีความทุกข์ มีทุคติเป็นที่ไป พวกเราได้อัตภาพร่างกายมาสมบูรณ์บริบูรณ์ ก็เป็นเพราะ ปุพเพกตปุญญตาบุญของเราได้ทำมาแต่ปางก่อน พวกเราจึงไม่ควรประมาท ควรรีบทำคุณความดี ละความชั่ว ความชั่วก็ให้เห็นว่ามันพาไปในทางไม่ดี ทำแล้วได้รับความเดือดร้อน ตกนรกทั้งเป็นนั่นแหละ พวกเรามีการมาทำบุญให้ทาน มีการสดับรับฟังธรรมะ รักษาศีลภาวนา ก็พาให้เกิดความสบายใจ นั่นแหละบุญ เห็นกันที่นี่แหละ ไม่ต้องลาตายแล้วจึงจะไปสวรรค์แล้ว ใจดีก็เป็นสวรรค์แล้ว ใจร้ายก็เป็นนรกเดี๋ยวนี้แหละ เพราะเหตุนี้จงทำให้ใจร่าเริง อย่าไปทำให้เศร้าหมอง ขุ่นมัว มันจึงจะมีความสบาย จึงจะมีความสุข เพราะฉะนั้น จึงควรทำความดี อย่าประมาท ให้พากันทำสติสัมปชัญญะ ให้รู้ตัวอยู่ทุกเมื่อ คือความรู้ในการกระทำ ก่อนทำอะไรลงไปให้คิดเสียก่อน ว่ามันได้ผลดีหรืออย่างไร ต่อไปข้างหน้าถ้ารู้ว่ามันไม่ดีให้ความทุกข์ เราก็ไม่ทำ ประกอบแต่คุณงามความดี ให้ระลึกรู้ว่าเมื่อมีเหตุก็ต้องมีผล ไม่ได้ทำเสียเปล่าหรอก ทำเหตุลงไปแล้วไม่ได้รับผล ไม่มีหลอกในโลกนี้ เหตุดีก็ต้องได้รับผลดี เหตุชั่วก็ต้องได้รับผลชั่ว มันจะสูญหายไปไม่มี

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

สสวท. รับสมัครนักเรียนประถมสอบแข่งขันโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทย์-คณิต

สสวท. – นางสาวนารี วงศ์สิโรจน์กุล รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) แจ้งว่า สสวท. มีความประสงค์จะคัดเลือกนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับประถมศึกษา เข้าโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ประจำปี พ.ศ. 2552 (สอบคัดเลือกรอบที่ 1) โดยรับสมัครสอบ 2 วิชา คือ วิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ผู้สมัครจะต้องศึกษาอยู่ชั้น ป. 1 – ป. 6 ในปีการศึกษา 2552
       
       นักเรียนชั้น ป. 1-3 มีสิทธิ์สมัครสอบวิชาวิทยาศาสตร์และ/หรือวิชาคณิตศาสตร์ ชั้น ป. 3 นักเรียนชั้น ป. 4-6 มีสิทธิ์สมัครสอบวิชาวิทยาศาสตร์และ/หรือวิชาคณิตศาสตร์ ชั้น ป. 6 และมีสัญชาติไทย นักเรียนที่ได้รับคัดเลือกเข้าโครงการจากการสอบคัดเลือกในรอบที่ 1 ของแต่ละวิชา จำนวนชั้นละ 1,000 คน สสวท. จะส่งเกียรติบัตร และสื่อการเรียนการสอนให้นักเรียน เพื่อศึกษานอกเวลาเรียน โดยใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
       
       ทั้งนี้ นักเรียนที่ได้รับคัดเลือกจากการสอบคัดเลือกรอบที่ 1 จะมีสิทธิ์สอบคัดเลือกรอบที่ 2 เพื่อรับรางวัลเหรียญทอง เหรียญเงิน เหรียญทองแดง โดยคัดไว้ชั้นละ 100 คนต่อวิชา
       
       ผู้สนใจขอรับใบสมัครและสมัครสอบได้ตั้งแต่วันที่ 1-15 กันยายน 2552 ณ โรงเรียนที่นักเรียนศึกษาอยู่ ดูประกาศและรายละเอียดเพิ่มเติมในเว็บไซต์ สสวท. www.ipst.ac.th/genuis

ที่มา  วิชาการ.คอม

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

ปัญหาขยะมูลฝอย นับเป็นปัญหาสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่กำลังมีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและมีการก่อตั้งโรงงานอุตสาหกรรม ตลอดจนการขยายตัวของชุมชนต่าง ๆ จึงทำให้นับวันจะมีปริมาณขยะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้เกิดปัญหาภาวะมลพิษต่าง ๆ ตามมามากมาย เช่น น้ำเน่าเสีย และขยะล้นบ้านเมือง ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาขยะล้นเมืองที่ดีที่สุดจะต้องแก้ที่ต้นเหตุของปัญหาดังกล่าวคือการปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนทุกคนเห็นความสำคัญและตระหนักถึงปัญหาขยะมูลฝอยและร่วมมือร่วมใจช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อม ด้วยเหตุนี้ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม พิษณุโลก จึงได้จัดกิจกรรม “ขยะเหลือศูนย์ (Zero Waste Project) หอพักสีขาว” ขึ้น เพื่อปลูกฝังให้นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการคัดแยกขยะและฝึกฝนวินัยในการทิ้งขยะจนเป็นพฤติกรรมที่ดี เพื่อนำไปขยายผลในครอบครัว ชุมชน และสังคมต่อไป

          ดร.สว่าง ภู่พัฒน์วิบูลย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก กล่าวว่า ปัจจุบันมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม มีนักศึกษาหญิงที่พักประจำอยู่ภายในหอพักของมหาวิทยาลัยจำนวน 1,920 คน ซึ่งในแต่ละวันตามหอพักต่าง ๆ จะมีขยะหรือสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ จำนวนมาก ซึ่งมีทั้งขยะเปียก ขยะแห้งและขยะอันตรายปะปนอยู่  จึงต้องมีการจัดระบบการกำจัดขยะให้ดีเพื่อป้องกันขยะล้นเมือง  ดังนั้นทางกองพัฒนานักศึกษาร่วมกับโครงการหอพักทะเลแก้วนิเวศ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จึงได้จัดโครงการ “ขยะนี้มีค่า” เพื่อให้บุคลากรและนักศึกษาของมหาวิทยาลัยฯ ได้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบ ตลอดจนให้นักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยมีสุขภาวะที่ดี จึงได้จัดกิจกรรม “ขยะเหลือศูนย์ (Zero Waste Project) หอพักสีขาว” ขึ้น โดยมีสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก เทศบาลตำบลพลายชุมพล และบริษัทวงศ์พาณิชย์ นำโดย นายสมไทย วงษ์เจริญ ประธานกรรมการบริษัทฯ  มาร่วมให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคุณค่าของขยะที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ และมีมูลค่าสร้างรายได้แก่ตนเอง

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

สถานการณ์ของประเทศไทย ทุกวันนี้(และมีแนวโน้มว่าจะยืนยาวไปอีกนานในวันข้างหน้า) กำลังอยู่ใน “ภาวะเสี่ยง” ที่ คนในประเทศทุกคนจะต้อง ร่วมแรงร่วมใจ “สามัคคี”กันเอาไว้เพื่อต่อสู้กับสิ่งไม่ดีที่กำลังจะถาโถมเข้าใส่คนไทยทั้งประเทศ ทั้งในด้าน “รูปธรรม” และ “นามธรรม”

          ภาวะเสี่ยง ที่อยู่ในรูปแบบของนามธรรม คือ ความแตกแยกกันในด้านความคิดของคนไทย ที่แตกออกเป็นเสี่ยงๆ จนทำให้สังคมไทยของประเทศ แบ่งออกเป็น สีต่างๆ ที่ แต่ละสีล้วนแต่จะหาทางห้ำหั่นกันให้วินาสกันไปข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งเชื่อเถอะว่า ก่อนที่ สีใดสีหนึ่งจะย่อยยับ หรือ ยกธงขาวยอมแพ้ วันนั้นย่อมหมายถึงว่า สังคมไทยย่อยยับลงไปก่อนแล้ว ดูกันง่ายๆในช่วงเวลานี้ ขนาดว่า ยังไม่มีใครย่อยยับลงกับมือให้เห็น แต่วิกฤติสถานการณ์ของสังคมไทยก็สับสนกันไปจนหมดแล้ว เศรษฐกิจตกสะเก็ด ความแตกแยกกระจายไปทั่ว ความเชื่อถือจากประเทศรอบข้างถดถอยน้อยลงไป ทั้งหมดนี้ก็เกิดขึ้นจาก ความแตกแยกกันทางด้านความคิดของคนไทยในประเทศนั่นเอง

          ภาวะเสี่ยงที่เป็นรูปธรรม ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดในเวลานี้ก็คือ ภัยพิบัดจาก โรคร้ายที่แปลกใหม่ ประดังกันเข้ามาทำลายสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง หมดจากโรคนั้น ก็มีโรคนี้เข้ามาไม่รู้จักหมดสิ้น ยิ่งมาเจอกับความไม่เอาใจใส่ของคนในประเทศเข้าด้วย โรคร้ายยิ่งระบาดได้อย่างสุขกายสบายใจ

          ล่าสุดต้องเป็นที่น่ายินดีที่ การระบาดของ โรคร้ายสายพันธุ์ใหม่ที่เรียกกันว่า ไข้หวัดใหญ่ 2009 ยังมีหน่วยงานทั้งจากภาครัฐ และภาคเอกที่ รวมตัวกันต่อต้าน จนทำให้เกิดความอบอุ่นกับคนในประเทศที่ยังมีความรู้สึกว่า คนไทยยังไม่ว้าเหว่ และยืนอยู่คนเดียว ซึ่งกลุ่มคนที่เข้ามาเป็นเพื่อนเพื่อคอยช่วยเหลือ ก็คือ คุณหมอมงคล ณ สงขลาประธานคณะอนุกรรมการสนับสนุนป้องกัน ควบคุม และการแก้ปัญหาการแพร่ระบาด ของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ,ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายวิทยา แก้วภราดัย และผู้บริหารห้างค้าปลีก อีก 9 เครือข่าย ร่วมมือกัน” รวมพลังธุรกิจค้าปลีกสู้หวัด 2009″

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts



หน้า 91 ถึง 248« First...8990919293...Last »