Subscribe to โครงการสื่อเพื่อสังคม รายการพึ่งพาอาศัย
Technorati
del.icio.us



หน้า 5 ถึง 248« First...34567...Last »

…ใครว่าสมุทรสงครามมีแต่ตลาดน้ำอัมพวา
…ใครว่าอัมพวา มีแต่แม่น้ำลำคลอง
…ใครว่าตลาดน้ำอัมพวา สมุทรสงคราม มีแต่ปลาทู….
…ความจริง ตลาดน้ำอัมพวา ปลาทู และสมุทรสงคราม เป็นของคู่กัน
…และปัจจุบัน ยังมี “ผลิตภัณฑ์อาหารปลอดภัย” ช่วยชูโรง ให้ทริปเบาๆที่สมุทรสงคราม มีทั้งความอร่อย สนุก และสุขภาพไม่เสื่อมอีกต่างหาก…

            แม้กระแสการเที่ยวตลาดสไตล์ย้อนยุค ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนเดินเข้าไปในฉากละครแนวพีเรียตก็ไม่ปาน แต่แท้ที่จริงใครจะค้นหาให้มากกว่านั้นบ้างว่า สมุทรสงคราม ไม่ได้มีดีแค่ “ตลาดน้ำ” แต่ยังมีผลผลิตเชิงเกษตรกรรมภายในครัวเรือน ที่สร้างรายได้แบบพอเพียง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม…

            สวนมะพร้าวที่รายล้อมบ้าน “ป้าติ๋ม” หรือนางติ๋ม ตันตระกูล ประธานวิสาหกิจชุมชน กลุ่มน้ำตาลปลอดสารพิษ บ้านสวนทุ่ง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม หนึ่งในหลายๆจุด ที่นักท่องเที่ยวยุคใหม่ให้ความสนใจ เพราะเป็นแหล่งผลิตน้ำตาลมะพร้าวด้วยทฤษฎีภูมิปัญญาท้องถิ่น ไร้สารพิษ

“ป้าติ๋ม” เล่าว่า เดิมทีการทำน้ำตาลมะพร้าว รวมทั้งการปลูกมะพร้าวสำหรับทำน้ำตาลนั้น เป็นอาชีพดั้งเดิมของท้องถิ่นมาช้านาน แต่ช่วงหลังเมื่อราคาผลผลิตลดลง ได้น้ำตาลที่ไม่ค่อยมีคุณภาพ ทำให้ไม่คุ้มทุนชาวบ้านทยอยเลิก รวมทั้งตัดต้นมะพร้าวทิ้ง และหันไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน จึงคิดกับเพื่อนๆว่า วิธีไหนที่จะทำให้รักษาอาชีพดั้งเดิมดังกล่าวนี้ไว้ได้…

            …จึงเป็นที่มาของการขอความสนับสนุนจากสมัชชาอาหารปลอดภัยสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นหนึ่งในภาคีที่ร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)…

            กลุ่มของป้าติ๋มและเพื่อนบ้านอีก 28ครัวเรือน ได้งบประมาณมาจำนวนหนึ่ง เพียงพอกับการลงทุนซื้อกระทะใหม่ที่ใบใหญ่กว่าเดิม และเปลี่ยนการปลูกมะพร้าวน้ำหอม เป็นมะพร้าวต้นที่เล็กกว่าเพื่อให้ได้น้ำจากงวงต้นมะพร้าวเพียงพอต่อการทำน้ำตาล

            “ในกระบวนการผลิตนั้น กลุ่มของป้าติ๋มยังใส่ใจในคุณภาพและปลอดสารพิษเป็นสำคัญ โดยได้ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น นำเอาไม้พะยอมมาใช้แทนสารกันบูด ไม่ใช่สารฟอกขาว และใช้น้ำตาลทรายเพียงเล็กน้อยไม่เกิน 20% เพื่อช่วยให้น้ำตาลที่เคี่ยวเกาะกันเท่านั้น รวมทั้งน้ำตาลที่ได้ก็เหนียวและแห้งเกาะตัวกันเร็วทำให้ได้คุณภาพที่ดีเยี่ยม”

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

 

          เพราะ “คอเลสเตอรอล” ถูกจัดให้เป็นหนึ่ง ไอ้ตัวร้ายที่ทำลายสุขภาพ เป็นต้นเหตุของโรคอันตรายสารพัดอย่าง ทั้งหัวใจขาดเลือด อัมพฤกษ์ อัมพาต ทั้งหมดมีต้นตอมาจากไขมันในเส้นเลือดที่ขึ้นสูงกว่าปกตินั่งเอง

          เครื่องในสัตว์ ไข่แดง ไข่ปลา ไข่กุ้ง ไข่มดแดง เนื้อสัตว์ติดมัน หนังสัตว์ อาหารทะเล เช่น ปลาหมึก กุ้ง หอยต่าง ๆ รวมถึงนมและผลิตภัณฑ์จากนม ล้วนถูกจับตามองว่าเป็นต้นแหล่งซ่องสุมของไอ้ตัวร้ายเหล่านี้

          หากความเป็นจริงแล้ว ตับของเราก็เป็นแหล่งผลิตคอเลสเตอรอลนี้ให้กับร่างกายด้วยเช่นกัน แถมยังมากมายถึง 80% ต่อจำนวนที่ได้รับทั้งหมด เพื่อเป็นส่วนผสมหนึ่งในการสร้างน้ำดี น้ำย่อย สร้างน้ำนม เป็นตัวช่วยย่อยไตรกลีเซอไรด์สร้างพลังงานสำคัญให้กับกล้ามเนื้อและหัวใจอีกด้วย

          เมื่อร่างกายใช้ไตรกลีเซอไรด์ไม่หมด ก็จะนำไปเก็บไว้ในฐานะของพลังงานสำรองในนามของ LDL เพื่อจะถูกดึงมาใช้ได้ทันทีไม่ว่าจะผ่านไปที่อวัยวะใดก็ตาม และ HDL ไขมันแสนดีที่ทำหน้าที่เก็บกวาดคราบที่เหลือส่งคืนสู่ตับเพื่อนำไปย่อยสลาย ขับออกต่อไป

          ปัญหาก็อยู่ที่เมื่อ LDL หรือไตรกลีเซอไรด์ที่ร่างกายผลิตใช้ไม่หมดและมีมากขึ้น แถมมารวม เข้ากับอาหารที่กินเข้าไปมากเกินจะถูกกระจายไปสะสมไว้ตามหลอดเลือดแดง LDL จะพลิกบทบาทจากดี ๆ กลายเป็นไอ้ตัวร้ายในฉับพลัน ที่อาจทำให้หลอดเลือดตีบ ตัน หรือแตกได้

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

 

          เมื่อผู้ชาย และผู้หญิง ได้ก้าวเข้าสู่วัยทำงาน สิ่งแรกที่ต้องเจอคือ ภาระและหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น ไหนจะงานที่บ้าน ไหนจะงานที่ทำงาน เพียงแค่นี้ แต่ละวันของหนุ่มสาววัยทำงานก็หมดไปอย่างรวดเร็วและเหนื่อยล้า

          นอกจากภาระอันหนักอึ้งนี้แล้ว ยังต้องเจอกับอายุที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ด้วย เหตุนี้หลายคนจึงหนีไม่พ้นอาการอ่อนล้าจากภาวะที่เรียกว่า “Energy Short” หรือพลังงานเกิดจากการลัดวงจรจากการที่ร่างกายทำงานหนัก โดยทางออกที่ดีคือการหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพกายและใจกันด้วย 5 เคล็ดลับ จากคำแนะนำของ ม.ร.ว. พรรณนิภา จันทรทัต ประธานชมรมโภชนวิทยามหิดล ซึ่งมีอะไรบ้างลองมาอ่านกัน

              1.กินอาหารเช้าเป็นประจำก่อนจะใช้พลังงานในการ ทำงานตลอดทั้งวัน ร่างกายจำเป็นต้องเติมพลังงานและสารอาหารเสียก่อน เพราะในขณะนอนหลับเราไม่ได้รับสารอาหาร เพิ่มเติม แต่ร่างกายยังคงใช้สารอาหารต่างๆ อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นมื้อเช้าจึงเป็นมื้อสำคัญที่ขาดไม่ได้ แต่การงดอาหารเช้ากลับเป็นกิจวัตรยอดฮิตของคนทำงาน เพียงเพราะคำอ้างที่ว่าไม่มีเวลา ทางออกที่ดีสำหรับคนทำงาน คือ กินอาหารเช้าที่ง่าย สะดวกแต่ยังมีคุณค่า เช่น นมหรือเครื่องดื่มธัญญาหารธรรมชาติ แซนด์วิชทูน่าโฮลวีต และผลไม้เพื่อให้ได้สารอาหารอย่างครบถ้วนและไม่มีไขมันสูง เท่านี้ก็พร้อมรับมือกับการเริ่มต้นทำงานในแต่ละวันแล้ว

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

เผาห้องสมุด “มหิดลวิทยานุสรณ์” เด็กเก่ง เครียด..โดดเดี่ยว!?!

 

           ช็อคสังคมอย่างแรง กรณีเหตุการณ์นักเรียนชั้นม.5 ของโรงเรียนระดับหัวกะทิด้านวิทยาศาสตร์ชื่อดังอย่าง “มหิดลวิทยานุสรณ์” ที่ก่อเหตุเผาอาคารห้องสมุดโรงเรียนตัวเองจนวอดทั้งหลัง ด้วยสาเหตุเพียงสั้นๆ ว่า ไม่อยากไปโรงเรียน ถ้าเผาแล้ว โรงเรียนจะต้องปิดซ่อม!?

           …เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นอีกครั้งของ “ไฟต์บังคับ” ที่บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ตลอดจนผู้ใหญ่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องหันมามองและใส่ใจแก้ปัญหา…

           “นายนนท์” (นามสมมติ) นักเรียนวัยโจ๋ผู้ก่อเหตุ รับสารภาพว่า เป็นผู้นำน้ำมันไปราดที่ห้องสมุดที่อยู่ชั้นล่าง ก่อนจะจุดไฟเผาอาคารเรียน ทำให้เพลิงลุกไหม้สร้างความเสียหายตั้งแต่ชั้น 1 ไปจนถึงชั้น 4 ด้วยตัวเอง ส่วนสาเหตุที่จูงใจให้กระทำการรุนแรงสร้างความเสียหายนั้น นายนนท์ระบุว่าเป็นเพราะ คิดถึงบ้าน และต้องการจะกลับบ้าน จึงก่อเหตุเผาโรงเรียนแต่ไม่ได้ต้องการให้เกิดความเสียหายมากขนาดนี้เพียงแค่ ต้องการให้โรงเรียนหยุดเรียนเพื่อจะได้กลับไปอยู่กับครอบครัว ที่สำคัญเครียดเข้ากับเพื่อนไม่ได้ การเรียนการสอนค่อนข้างยาก และผลการเรียนตก จึงไม่อยากไปโรงเรียน

           ขณะที่บุคคลใกล้ชิดนายนนท์ ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า โดยส่วนตัวแล้วนายนนท์ เป็นนักเรียนเรียนดีจากต่างจังหวัดแต่มีพฤติกรรมแข็งกร้าว ทำให้มีปัญหากับเพื่อนนักเรียนด้วยกัน

           ล่าสุดหลังเกิดเหตุ ทางโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ก็ได้ประกาศปิดเรียนเป็นเวลา 7 วัน เพื่อให้ตำรวจเข้าไปตรวจสอบ และรวบรวมพยานหลักฐาน และให้เจ้าหน้าที่ด้านวิศวกรรม เข้าไปตรวจสอบอาคารแล้ว

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

เตือนให้เด็กบริโภคน้ำอัดลม-ขนมขยะ เสี่ยงโรคอ้วน เบาหวาน ความดัน หัวใจ

 

          “จุรินทร์” เผยผลสำรวจสุขภาวะเด็กไทย 6-15 ปี พบบริโภคน้ำอัดลมและขนมกรุบกรอบสูงถึงร้อยละ 98 เสี่ยงเป็นโรคเรื้อรังเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ตั้งเป้าผลักดันให้เด็กเยาวชนมีพฤติกรรมตามสุขบัญญัติให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ภายในปี 2554

          นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์นรา นาควัฒนานุกุล อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ แถลงข่าว การจัดงานสุขบัญญัติแห่งชาติ ประจำปี 2553 ว่า ทุกวันที่ 28 พฤษภาคมของทุกปี คณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้เป็นวันสุขบัญญัติแห่งชาติ โดยสุขบัญญัติมี 10 ประการ

          ได้แก่ 1. การดูแลรักษาร่างกายและของใช้ให้สะอาด 2. รักษาฟันให้แข็งแรงและแปรงฟันทุกวันอย่างถูกต้อง 3. ล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหาร และหลังการขับถ่าย 4. กินอาหารสุก สะอาด ปราศจากสารอันตราย และหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด สีฉูดฉาด 5. งดบุหรี่ สุรา สารเสพติด การพนันและการสำส่อนทางเพศ 6. สร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวให้อบอุ่น 7. ป้องกันอุบัติภัยด้วยการไม่ประมาท 8. ออกกำลังกายสม่ำเสมอและตรวจสุขภาพประจำปี 9. ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ และ 10. มีสำนึกต่อส่วนรวม ร่วมสร้างสรรค์สังคมไทย

          นายจุรินทร์ กล่าวต่อไปว่า จากการสำรวจสุขภาวะเด็กไทยอายุ 6-15 ปี ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2553 พบว่าเด็กไทยส่วนใหญ่นิยมบริโภคอาหารที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพร่างกาย เช่น พบว่านิยมดื่มน้ำอัดลม น้ำหวานสูงถึงร้อยละ 97.54 ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก ในขณะเดียวกันก็นิยมรับประทานขนมกรุบกรอบสูงถึงร้อยละ 97.6 ซึ่งพฤติกรรมการบริโภคลักษณะนี้ที่เป็นสาเหตุสำคัญของโรคอ้วน นำไปสู่การเป็นโรคเรื้อรังต่อไปในอนาคตได้ เช่นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หลอดเลือด

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts



หน้า 5 ถึง 248« First...34567...Last »