เคล็ดลับความสำเร็จของสตรีผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก
บูเช็กเทียน
“อู่จ้าว” ชื่อเริ่มแรกของบูเช็กเทียน ธิดาของพ่อค้าตระกูลอู่ซื่อฮั่ว กับภรรยาคนที่สองได้ถือกำเนิดขึ้นมาราวปี ค.ศ. 624 อู่ซื่อฮั่วนั้นมีถิ่นฐานอยู่ที่เหวินสุ่ย มีฐานะมั่งคั่ง มีเพื่อนฝูงมากมาย พ่อค้าผู้นี้เคยรับใช้ใกล้ชิด ถังเกาจู่ ปฐมจักรพรรดิราชวงศ์ถัง ตั้งแต่ครั้งยังเป็นหลี่เอียนแม่ทัพขุนนางในราชวงศ์สุย ที่ครั้งหนึ่งในตอนปลายราชวงศ์สุย แม่ทัพหลี่เอียนได้มาปราบกบฏชาวนาที่เหวินสุ่ย และได้พำนักอยู่ที่บ้านของอู่ซื่อฮั่ว ทั้งสองจึงกลายเป็นมิตรสหายกัน เมื่อแม่ทัพหลี่เอียนได้ไปรับผิดชอบดูแลเมืองไท่หยวน ในปี ค.ศ.616 จึงชักชวนให้อู่ซื่อฮั่วมาทำงานด้วยกัน
อู่ซื่อฮั่วบิดาของอู่จ้าว ได้สนับสนุนให้แม่ทัพหลี่เอียนยึดอำนวจจากราชวงศ์สุย แต่หลี่เอียนไม่ยอมทำตามคำแนะนำเช่นนั้นในตอนแรกๆ จนกระทั่งหลี่ซื่อหมิน บุตรชายคนที่สอง หัวเรี่ยวหัวแรงคนเก่งได้สนับสนุนอีกแรง แม่ทัพหลี่เอียนจึงยึดเมืองหลวงที่ฉางอัน และสถาปนาตนเองเป็นจักรพรรดิเกาจู่แห่งราชวงศ์ถัง อู่ซื่อฮั่วได้รับบำเหน็จความดีความชอบให้เป็นเสนาบดีดูแล ด้านโยธาธิการ และต่อมาได้ตำแหน่งผู้บังคับบัญชาดูแลเขตปกครองหลี่ และเขตปกครองจิง
หลังจากองค์จักรพรรดิถังเกาจู่สวรรคต หลี่ซื่อหมินได้ขึ้นครองบัลลังก์ฮ่องเต้สืบต่อจากพระราชบิดาเป็นจักรพรรดิถังไท่จง บิดาของอู่จ้าว ในฐานะที่เป็นข้าเก่าแก่ก็ได้ถวายลูกสาวให้เป็นนางสนมตั้งแต่นางยังมีอายุได้เพียงประมาณ 13-14 ปี เพราะจักรพรรดิองค์ใหม่ได้ยินเสียงเล่าลือถึงความงามของอู่จ้าว จึงเรียกตัวเข้าไปรับใช้ในวัง
อู่จ้าวมีนิสัยผิดแผกแปลกไปจากเด็กสาวคนอื่นๆ ในวัยเดียวกันมาก เพราะมีนิสัยทะเยอทะยานยิ่งนัก มีเรื่องเล่าว่าตอนที่อู่จ้าวต้องถูกส่งตัวเข้าวัง เพื่อเป็นนางสนม มารดาของอู่จ้าวร่ำไห้ ราวจะขาดใจ เมื่อตอนต้องจากบุตรสาวไป แต่อู่จ้าวกลับพูดกับมารดาว่า
“ทำไมแม่ต้องร้องไห้อย่างกับเด็ก แม่จะรู้ได้อย่างไรว่านี่มิใช่โชคของข้าที่จะได้พบโอรสแห่งสวรรค์” เมื่อได้ยินเช่นนั้น มารดาของอู่จ้าวก็เข้าใจถึงความทะเยอทะยานของบุตรสาว จึงหยุดร้องไห้ทันที
เมื่อเข้าวังไปถวายตัวเป็นนางสนม จักรพรรดิถังไท่จงพระราชทานใหม่ให้แก่อู่จ้าวว่า “เหม่ยเหนียง” มีความหมายว่า “สาวทรงเสน่ห์” อู่จ้าวเป็นนางสนมในราชสำนักของจักรพรรดิถังไท่จง นานถึง 10 ปี แต่ฐานะของนางก็มิได้ก้าวหน้าขึ้น ยังคงมีเพียงตำแหน่งนางสนมขั้นธรรมดา
การที่องค์จักรพรรดิถังไท่จงไม่โปรดปรานนางทั้งที่นางมีรูปโฉมอันงดงาม น่าจะมาจากเหตุการณ์ครั้งหนึ่ง จักรพรรดิถังไท่จงมีม้าพยศอยู่ตัวหนึ่ง ทั้งตัวใหญ่และแข็งแรง จนไม่มีใครสามารถขึ้นไปนั่งบนหลังมัน เพื่อฝึกมันให้เชื่องได้ พระสนมเหม่ยเหนียงได้ทูลแนะนำองค์จักรพรรดิว่า ตนสามารถฝึกม้าให้เชื่องได้ด้วยของ เพียง 3 สิ่ง คือ แส้เหล็ก ค้อนเหล็ก และดาบคมๆ โดย นางได้กล่าวว่า
“ข้าพระองค์จะเฆี่ยนมันด้วยแส้เหล็ก ถ้ามันไม่ยอม ข้าพระองค์จะทุบหัวของมันด้วยค้อนเหล็ก และถ้ามันไม่ยอมอีก ข้าพระองค์จะเชือดคอของมันด้วยดาบ”
การกล่าวถ้อยคำเช่นนี้ของนาง จึงทำให้พระองค์รู้สึกสะเทือนพระทัยและระมัดระวังนางเป็นพิเศษ
แม้องค์จักรพรรดิจะไม่โปรดปราน แต่พระโอรสขององค์จักรพรรดิกลับหลงใหลนางอย่างมาก “หลี่จื้อ” พระโอรสผู้เป็นองค์ว่าที่จักรพรรดิได้มาประสบพบพักตร์ นางจึงเกิดตะลึงพรึงเพริด ด้วยความเสน่หา และมีความสัมพันธ์สวาทกัน
เมื่อจักรพรรดิถังไท่จง สิ้นพระชนม์ ความสัมพันธ์ระหว่างองค์รัชทายาทหลี่จื้อกับพระสนมเหม่ยเหนียงต้องหยุดชะงักลง หลี่จื้อได้รับการสถาปนาเป็นฮ่องเต้องค์ต่อมา มีพระนามว่า “ถังเกาจง” ฮ่องเต้ถังเกาจงเป็นจักรพรรดิที่มีความอ่อนแอทั้งร่างกายและจิตใจ สติปัญญาอยู่ในขั้นธรรมดา
ส่วนพระสนมเหม่ยเหนียงมีโชคชะตาที่ต้องพลัดพรากจากกันไป เพราะตามธรรมเนียมแล้ว เมื่อองค์จักพรรดิสิ้นพระชนม์ บรรดานางสนมกำนัลที่ไม่มีพระโอรสหรือพระธิดา จำต้องบวชเป็นชีไปตลอดชีวิตเท่ากับว่าชีวิตทางโลกนั้นต้องยุติลงโดยสิ้นเชิง พระสนมเหม่ยเหนียงนั้นก็เช่นเดียวกัน นางถูกส่งตัวให้ไปบวชที่วัดก่านเยี่ย
หลังจากจักรพรรดิถังเกาจงจะขึ้นครองราชย์แล้วประมาณ 2 ปี องค์จักรพรรดิเสด็จไปยังวัดก่านเยี่ยเพื่อสักการะในโอกาสที่ครบรอบวันสวรรคตของจักรพรรดิถังไท่จง พระราชบิดา ทำให้ได้พบกับแม่ชีสาวอู่จ้าว โดยบังเอิญ เล่ากันว่า เมื่อองค์จักรพรรดิได้พบหน้าแม่ชีอู่จ้าว พระองค์และแม่ชีต่างก็พากันร้องไห้ และเหตุการณ์นี้ก็อยู่ในสายพระเนตรของมเหสีหวาง ซึ่งมเหสีหวางนี้ วางแผนสนับสนุนให้เม่ชีอู่จ้าวมาเป็นสนมเอกขององค์จักรพรรดิ เพราะคาดว่าอุ่จ้าวจะกลายมาเป็นคนโปรดแทนพระสนมเอกแซ่เซียว แล้วนางอาจจะสำนึกในบุญคุณของตน










