Subscribe to โครงการสื่อเพื่อสังคม รายการพึ่งพาอาศัย
Technorati
del.icio.us



หน้า 4 ถึง 230« First...23456...Last »

สสส.และภาพยนตร์บ้านฉัน ตลกไว้ก่อน (พ่อสอนไว้) จับมือ SF

00

สถิติบอกว่า พ่อห่างจากทุกคนในบ้านมากที่สุด สสส. ภาพยนตร์บ้านฉัน ตลกไว้ก่อน(พ่อสอนไว้) และ SF อยากให้คุณลูกชวนคุณพ่อสุขสันต์ดูหนังด้วยกัน กับโปรโมชั่น “บ้านฉัน..ลูกดูได้ พ่อดูฟรี” เมื่อลูกซื้อตั๋วภาพยนตร์บ้านฉันฯ สองที่นั่ง แถมคุณพ่อดูฟรีอีกหนึ่งที่นั่ทันที โปรโมชั่นนี้เริ่มตั้งแต่ 11-16 มีนาคมนี้ เฉพาะที่โรงภาพยนตร์ SF World Cinema, SfX Cinema,และ SF Cinema City กรุงเทพฯทุกสาขาเท่านั้น

อย่ารอช้า รีบยกครอบครัวมาเฮฮากับภาพยนตร์เรื่องนี้กัน

ที่มา  สสส.

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

09-05_0

 

     ในอดีต ผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น มักจะไม่ค่อยกล้าออกไปนอกบ้านตามลำพัง จึงได้แต่นั่งเฉยๆ อยู่กับบ้าน และต้องรอความช่วยเหลือจากผู้อื่น แต่แท้ที่จริงแล้ว บ้านใดที่มีลูก หรือคนในบ้านมีความบกพร่องทางการมองเห็น พ่อแม่ หรือญาติ สามารถสอน และฝึกให้เดินทางด้วยตัวเองได้อย่างปลอดภัย ทั้งในบ้าน หรือนอกบ้านได้ โดยเฉพาะการเดินตาม และการใช้ไม้เท้านำทาง

     ดังนั้น ผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น ต้องสามารถรับรู้ได้ว่า ตัวเองอยู่ที่ใดในสิ่งแวดล้อมนั้นๆ หรือการเคลื่อนไหว ที่จะสามารถเคลื่อนจากที่หนึ่ง ไปยังสถานที่ต่างๆ ในสิ่งแวดล้อมได้อย่างสะดวก
เพราะฉะนั้นพ่อแม่ต้องรู้เทคนิค เพื่อที่จะช่วยลูกที่อยู่ในโลกมืดให้เดินทางได้อย่างรวดเร็ว และปลอดภัย วันนี้เลยมีเทคนิค และข้อแนะนำจาก ศูนย์พิทักษ์ดวงตา และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มาฝากคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกบกพร่องทางการมองเห็นกันครับ

     เทคนิคการเดิน กับผู้นำทาง
   – วิธีการปฏิบัติกับลูกอย่างถูกต้อง พ่อแม่ หรือผู้นำทาง ยืนข้างๆ ลูกที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น หันหน้าไปในทิศทางเดียวกัน และเพื่อเป็นการบอกให้ทราบว่า พร้อมที่จะนำทางแล้ว เอาหลังมือแตะหลังมือลูกเบาๆ ด้วยมือขวา หรือมือซ้ายก็ได้
   – ลูกจะเลื่อนหลังมือไปตามแขนของพ่อแม่จนถึงข้อศอก แล้วจับเหนือข้อศอก โดยให้หัวแม่มืออยู่ด้านนอก ส่วนนิ้วที่เหลืออยู่ด้านใน จับให้แน่นพอประมาณ เพื่อไม่ให้หลุดขณะเดิน แต่ทั้งนี้ต้องไม่แน่นจนเกินไป เพราะจะทำให้ผู้นำทางรำคาญ และเจ็บได้
   – ลูกควรแนบข้อศอกอีกข้างกับลำตัวตามปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้เดินเอียงไปข้างซ้าย หรือขวาในขณะที่เดินไปกับผู้นำทาง
   – ลูกจะอยู่เยื้องพ่อแม่ หรือผู้นำทางไปข้างหลังครึ่งก้าว ไหล่ตรงกัน การเดินในลักษณะนี้ จะทำให้พ่อแม่ผู้นำทางทราบอยู่ตลอดเวลาว่า ลูกจะเดินตามหลังในลักษณะใด

     อย่างไรก็ดี เทคนิคเบื้องต้นนี้ ควรใช้อย่างถูกต้องทุกครั้งด้วย เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้ปลอดภัยเท่านั้น ยังทำให้ลูกที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น เดินทางกับผู้นำทางได้อย่างสะดวก ขณะเดินทางไปด้วยกัน เมื่อจะก้าวขึ้นฟุตบาท หรือบันไดที่มีความสูงต่ำแตกต่างกัน พ่อแม่ หรือผู้นำทางควรก้าวขึ้นตรงๆ ไม่ก้าวขึ้นทางด้านข้าง (หันด้านข้างขึ้น) เพราะจะทำให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นสับสน และสะดุดฟุตบาทได้

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

 

02

     โดยปกติในการใช้งานคอมพิวเตอร์นั้น อุปกรณ์ที่มีหน้าที่หลักในการป้อนคำสั่งและข้อมูลเข้าไปให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ก็คือคีย์บอร์ดและเมาส์ แต่ในอนาคตอุปกรณ์เหล่านี้อาจจะกลายเป็นสิ่งล้าสมัยในการใช้งานคอมพิวเตอร์ เนื่องจากได้ในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ของอุปกรณ์ป้อนข้อมูลและคำสั่งคอมพิวเตอร์ นั่นก็คือ จี สปีก (G-Speak)

 011

     G-Speak ถือเป็นระบบการป้อนข้อมูลและคำสั่งให้กับคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาโดยบริษัท Oblong Industries ระบบ G-Speak มีการใช้หลักการของเทคโนโลยีในการจับท่าทางการเคลื่อนที่ของมือเป็นตัวหลักในการทำงาน โดยผู้ใช้งานจะมีถุงมือเฉพาะในการสวมทั้งสองข้างเพื่อเป็นตัวส่งสัญญาณการเคลื่อนที่ไปยังระบบรับสัญญาณที่ถูกติดตั้งให้เชื่อมต่อกับการทำงานของคอมพิวเตอร์

     ตอนนี้ระบบ G-Speak สามารถทำงานได้กับการสั่งแสดงภาพ ภาพเคลื่อนไหว ภาพวิดีโอ ซึ่งในส่วนของการออกคำสั่งก็เพียงแค่ชี้ไปยังตำแหน่งที่ต้องการ หรือท่าทางที่สอดคล้องกับการทำงานของการแสดงผล

     John Underkoffler หนึ่งในทีมผู้พัฒนาของบริษัท Oblong Industries กล่าวว่าระบบ G-Speak จะสามารถนำไปใช้งานได้ภายในห้าปีข้างหน้า ซึ่งการทำงานของระบบ G-Speak จะมีการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีการจับท่าทางเพื่อสั่งงานอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ รวมไปถึงการเชื่อมต่อของเครือข่ายและสัญญาณต่างๆ

     ระบบ G-Speak สามารถป้อนคำสั่งไปสั่งการทำงานแทนคีย์บอร์ดและเม้าส์โดยใช้การสวมถุงมือ และแสดงท่าทางของมือในการสั่งการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการชี้ตำแหน่ง หรือการเคลื่อนไหวของมือ ซึ่งระบบสามารถรองรับการสั่งงานจากมือหลายๆมือได้ การทำงานของระบบจะสามารถจับการเคลื่อนไหวของมือและนิ้วได้ 0.1 มิลลิเมตร ใน 100 Hz

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

Mar-8-10

วันสตรีสากล

posted by Bubble B

001_112

เพื่อเรียกร้องสิทธิของผู้ใช้แรงงานหญิงที่ถูกกดขี่เอารัดเอาเปรียบและการถูกเลือกปฏิบัติที่มีต่อชนชั้นแรงงาน จึงเป็นกำเนิดของวันสตรีสากล ดังนั้น ในวันที่ 8 มีนาคม ของทุกปี ซึ่งองค์กรที่ทำงานด้านผู้หญิงหลายประเทศทั่วโลกได้มีการจัดงานวันสตรีสากลขึ้น เพื่อรำลึกถึงการต่อสู้ของกลุ่มผู้ใช้แรงงานหญิง และเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันสตรีสากล รวมทั้งการจัดกิจกรรมรณรงค์เคลื่อนไหวเพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลง หรือแก้ปัญหา โดยเฉพาะปัญหาที่ผู้ใช้แรงงานได้รับผลกระทบตามสถานการณ์ของแต่ละประเทศ

3_112

ความเป็นมา

ณ เมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา กรรมกรสตรีในโรงงานทอผ้าได้ลุกฮือขึ้นเดินขบวนประท้วงการเอาเปรียบ กดขี่ ขูดรีด ทารุณ จากนายจ้างที่เห็นผลผลิตสำคัญกว่าชีวิตคน ความเป็นอยู่ของแรงงานสตรีในเมืองชิคาโก ว่ากันว่าไม่ต่างอะไรจากทาสนิโกรในเงื้อมมือคนผิวขาว เพราะต้องทำงานวันละ 12-15 ชั่วโมง แต่ได้รับค่าแรงานเพียงน้อยนิดส่วนสตรีตั้งครรภ์มักถูกไล่ออก

        ในที่สุดภายใต้การนำของ คลาร่า แซทคิน ผู้นำกรรมกรสตรีโรงงานทอผ้าชาวเยอรมันลุกฮือขึ้นสู้ด้วยการเดินขบวนนัดหยุดงานในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.1907 โดยเรียกร้องให้นายจ้างลดเวลาการทำงานจากวันละ 12-15 ชั่วโมง ให้เหลือวันละ 8 ชัวโมงพร้อมทั้งให้ปรับปรุงสวัสดิการภายในโรงงาน และให้สตรีมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งด้วย ในการเรียกร้องครั้งนี้ แม้จะมีหลายร้อยคนถูกจับกุม แต่ก็ได้รับการสนับสนุนจากสตรีทั้งโลก และส่งผลให้วิถีการผลิตแบบทุนนิยมเริ่มสั่นคลอน

        แต่อย่างไรก็ตามอีก 3 ปีต่อมา คือ ในวันที่ 8 มีนาคม ค.ศ.1910 ข้อเรียกร้องของเหล่าบรรดากรรมกรสตรีก็ประสบความสำเร็จ เมื่อตัวแทนสตรีจาก 18 ประเทศ เข้าร่วมประชุมสมัชชาสตรีสังคมนิยม ครั้งที่ 2 ณ เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์กที่ประชุมได้ประกาศรับรองข้อเรียกร้องของบรรดากรรมกรสตรี โดยให้ลดเวลาทำงานให้เหลือเพียงวันละ 8 ชั่วโมง ศึกษาหาความรู้ 8 ชั่วโมง พักผ่อน 8 ชั่วโมง และกำหนดให้ค่าแรงงานสตรีเท่าเทียมกับค่าแรงงานชาย อีกทั้งยังมีการคุ้มครองสวัสดิการสตรีและแรงงานเด็กอีกด้วย

        นอกจากนั้นในการประชุมครั้งนั้น ยังได้มีการรับรองข้อเสนอของ คลาร่า แซทคิน ด้วยการประกาศให้วันที่ 8 มีนาคม เป็นวันสตรีสากล

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

ผู้ร้ายที่คอยปล้น หรือโจรกรรมกองเรือสินค้ารวมทั้งเรือโดยสารตามน่านน้ำ  หรือบางคราวก็ย่างกรายเข้าไปถึงหมู่บ้านและท่าเรือตามชายฝั่ง แน่นอนว่านี่คือนิยามของ “โจรสลัด (PIRATE)” โจรแห่งท้องทะเลเหล่านี้ ส่วนใหญ่แล้วจะมีเป้าหมายที่เรือสินค้าเป็นหลัก นอกจากนี้ก็จะเป็นการปล้นเรือสินค้ารวมทั้งจับคนมาเรียกค่าไถ่ ในการบุกเข้าปล้นนั้น กลุ่มโจรสลัดจะใช้เรือเร็ว รวมทั้งจะใช้เรือท้องแบนที่กินน้ำไม่ลึก ทำให้ข้ามโขดหิน และปะการังได้อย่างว่องไว รูปแบบการจู่โจมมีทั้งจู่โจมแบบชัดเจนด้วยการชักธงสัญลักษณ์ของโจรสลัด หรือชูธงหลอกเป้าหมายว่าเป็นเรือสินค้าหรือเรือทางราชการ จากนั้นก็จะทำการบุกขึ้นเรือแล้วทำการปล้น ความน่ากลัวหรือโหดเหี้ยม ก็เป็นไปตามแต่ละวิธีของกลุ่มโจรนั้นๆ

                         
 
          เราจะได้ยินชื่อเรียกโจรสลัดหลายชื่อ ซึ่งแต่ละชื่อนั้นต่างก็คือโจรสลัดเช่นกัน แต่แตกต่างกันตรงที่ หากเรียกว่า บัคคาเนียร์ (BUCCA-NEER) นั้นจะหมายถึง โจรสลัดที่โจมตีในทะเลแคริบเบียน คู่อาฆาตที่คอยปล้นบรรดาเรือสเปนในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 17 แต่หากกล่าวถึง คอร์แซร์ (CORSAIR) นั้นจะเป็นโจรสลัดที่อาละวาดในบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน  เป็นโจรสลัดแห่งแอฟริกาเหนือ  ส่วน privateer ก็จะหมายถึงโจรสลัดที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลประเทศหนึ่ง เพื่อปล้นสะดมเรือของประเทศข้าศึก

                                  
 
           กล่าวกันว่าโจรสลัดมีมาตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณ ยุคนั้นในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (Mediteranean) นับว่ามีโจรสลัดชุกชุม เกาะเล็กเกาะน้อยในทะเล Aegean เป็นสถานที่เหมาะสมสำหรับโจรสลัดใช้ซุกซ่อน คอยดักโจมตีเรือสินค้า และลักพาตัวคนจากหมู่บ้านริมทะเลเพื่อเรียกค่าไถ่ ได้สร้างความเดือดร้อน จนรัฐบาลกรีกต้องนำกองทัพเรือออกปราบปราม และในยุคที่อาณาจักรโรมันที่รุ่งเรือง เมื่อราว 67 ปีก่อนคริสต์ศตวรรษ โจรสลัดชนชาวฟินิเชียน ผู้ซึ่งมีความเก่งกาจในการเดินเรือ ได้ทำการปล้นเรือสินค้า สร้างความเดือดร้อนให้กับเหล่าพ่อค้า จนปอมปีย์ (Pompey) ผู้นำแห่งโรมในยุคนั้น ต้องลุกขึ้นมากำจัดเหล่าร้ายพวกนี้ให้หายไปจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (Mediteranean) 

                          

          มีการจารึกในประวัติศาสตร์ว่า ครั้งหนึ่ง จูเลียส ซีซาร์ (Julius Caesar) เมื่อครั้งอายุได้ 25 ปี ขณะที่เดินทางไปเกาะ Rhodes เพื่อศึกษาต่อ ได้ถูกโจรสลัดจับตัวไปเรียกค่าไถ่ ครั้งนั้นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ การถูกกักขังนานถึง 5 เดือน มันได้สร้างความโกรธแค้นให้ซีซาร์ เป็นอย่างมาก และแน่นอน ภายหลังเขาจึงได้กับมาล้างแค้นด้วยการสังหารโจรสลัดกลุ่มนี้ โดยการจับตรึงไม้กางเขนประจาน
 
          โจรสลัดที่เริ่มมีอย่างเป็นจริงเป็นจัง จะอยู่ในช่วงของศตวรรษที่ 8-11 ในยุคกลางของยุโรปเมื่อ 1,100 ปีก่อน  ชนชาตินักเดินเรือผู้เกรียงไกรอย่างเหล่า ไวกิ้ง (Viking)   แห่งสแกนดิเนเวีย (Scandinavia) จากเดนมาร์ก นอร์เวย์ และสวีเดน ผู้มีเอกลักษณ์ในการจู่โจมและหลบหนีอย่างว่องไว ได้ทำการปล้นสะดมในทะเลเหนือของยุโรปตั้งแต่เมืองแถบชายฝั่งจากทะเลบัลติกไปยันช่องแคบยิบรอลต้า นับว่าเป็นยุคหนึ่งที่หลายคนจดจำกันได้ดี และยุคทองของโจรสลัดนั้นอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 15-18 

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts



หน้า 4 ถึง 230« First...23456...Last »