บทเพลงที่ยกมาข้างบนนี้ เป็นบทหนึ่งที่วงกลองยาวของไทยนิยมขับร้องประกอบการรำกลองยาวมาเนิ่นนาน จนเชื่อว่าท่านผู้อ่านคอลัมน์ ต้นไม้ใบหญ้าส่วนใหญ่คงเคยได้ยินเพลงบทนี้มาแล้ว และอาจร้องได้อีกด้วย
น่าสังเกตว่าเพลงบทนี้เลือกเอาผลไม้ที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างกันมานำเสนอ ทั้งลักษณะผลกลม (มะนาว) ผลยาว(มะดัน) และผลสั้น (พุทรา) โดยให้มีสัมผัสคล้องจองกันระหว่างคำ(นาว-ยาว และดัน-สั้น) กลายมาเป็นบทเพลงที่ร้องง่ายและจำง่าย จึงติดปากติดหูชาวไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
หากวิเคราะห์ลงลึกไป อีกจะเห็นว่า ผลไม้ทั้ง ๓ ชนิดยังมีลักษณะร่วมกันอีกอย่างหนึ่ง คือ ความเปรี้ยว ทั้งมะนาว มะดัน และพุทรา แม้ในปัจจุบันพุทราที่วางขายในท้องตลาดจะไม่ค่อยเปรี้ยวแล้วก็ตาม แต่ในอดีตพุทราพันธุ์พื้นบ้านของไทยที่ผลเล็ก (“ลูกสั้นๆ”) นั้นมีรสเปรี้ยวทั้งสิ้น ต่อมาเมื่อมีพุทรา พันธุ์ใหม่ๆมาจากต่างประเทศ เช่น พุทราจีน(ผลยาวก้นแหลม) หรือพุทราอินเดีย(ผลยาวหรือกลมอ้วนใหญ่) รสชาติของพุทราจากต่างประเทศเหล่านี้จึงมีความหวานอย่างที่เรารู้จักใน ปัจจุบัน
มะดัน : พืชแห่งที่ราบลุ่ม
เมื่อผู้เขียนยังเป็นเด็กอาศัยอยู่ ที่บ้านริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน เขตอำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อ ๔๐ ปีก่อนโน้น จำได้ว่าระหว่างเดือน ตุลาคม-พฤศจิกายนจะมีน้ำจากภาค เหนือเอ่อท่วมตลิ่งและไร่นาแทบทุกปี (ดังคำกล่าวในท้องถิ่นว่า “เดือนสิบเอ็ดน้ำนอง เดือนสิบสองน้ำทรง”) น้ำจะเริ่มลดลงตั้งแต่เดือนธันวาคม-มกราคม(“ถึงเดือนอ้ายเดือนยี่ น้ำก็ปรี่ไหลลง”) ระหว่างที่น้ำท่วมอยู่นั้นกระแสน้ำจะพัดพาผลไม้บางชนิดมาตามผิวน้ำด้วยหลาย ชนิด เนื่องจากผลไม้ดังกล่าวเกิดจากต้นไม้ที่ขึ้นอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ และออกผลแก่จัดจนร่วงหล่นลงในฤดูน้ำหลากพอดี ผลไม้ดังกล่าวนั้นมีหลายชนิด บางชนิดก็กินได้ เช่น มะกอกน้ำและมะดัน เป็นต้น ในวัยเด็กรู้สึกว่าผลไม้ที่ลอยตามน้ำมานั้นเอร็ดอร่อยเหลือเกิน ผลมะกอกน้ำจะมีมาก และหาได้ง่ายกว่าผลมะดัน นานๆครั้งจึงจะเก็บผลมะดันได้ เมื่อได้ผลมะดันก็มักจะนำไปให้ผู้ใหญ่ทำกับข้าวหรือดองเสียก่อน เพราะเปรี้ยวจัดกว่ามะกอกน้ำมาก
จนผู้เขียนโตขึ้นจึงทราบว่าทั้ง มะกอกน้ำและมะดันเป็นพืชพื้นบ้านที่ขึ้นเองตามริมฝั่งแม่น้ำท่าจีน ผลแก่ที่ร่วงหล่นลอยตามน้ำนั้นเป็นวิธีขยายพันธุ์ตามธรรมชาติของพืชทั้ง ๒ ชนิด เมื่อลอยไปติดอยู่ที่ใด และน้ำแห้งลงก็จะงอกขึ้นเป็นต้นใหม่ได้ นอกจากนั้นทั้งมะกอกน้ำและมะดันยังเป็นพืชที่ชอบความชื้น ทนต่อความแฉะและน้ำท่วมขังได้เป็นเวลานาน ซึ่งคงเกิดจากการปรับตัวให้เข้ากับสภาพน้ำท่วมขังของพื้นที่ราบ เช่น ภาคกลางของประเทศไทยนั่นเอง

เชื่อว่าแหล่งกำเนิดดั้งเดิมของมะดัน อยู่ในเขตที่ราบลุ่มของทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมประเทศไทยด้วยนั่นเอง ชาวไทยที่อยู่บริเวณภาคกลาง และลุ่มน้ำภาคใต้จึงคุ้นเคยกับมะดันมากกว่าชาวไทยที่อยู่บริเวณที่สูงน้ำ ท่วมไม่ถึง มะดันมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Garcinia schomburgkiana Pierre. อยู่ในวงศ์ Guttiferae นับว่ามะดันเป็นญาติใกล้ชิดกับมังคุดเป็นอย่างยิ่ง เพราะอยู่ในวงศ์และสกุลเดียวกัน (สกุล Garcinia) แต่แปลกที่ผลมะดันกับมังคุดแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง รวมทั้งรสชาติด้วย (เนื้อมังคุดหวานสนิทไม่เปรี้ยวเลย ส่วนมะดันเปรี้ยวบริสุทธิ์ไม่เจือหวานเลย)
มะดันเป็นไม้ยืนต้นขนาด กลาง สูง ๔-๕ เมตร ใบหนาทึบเขียวเข้ม ด้านบนใบเข้มเป็นมัน ไม่มีขน เป็นใบเดี่ยวรูปไข่ปลายแหลม กว้างราว ๖ เซนติเมตร ยาวราว ๑๒ เซนติเมตร ดอกขนาดเล็กออกตามกิ่ง กลีบรองดอกสีเหลืองอมขาว กลีบดอกสีชมพู เกสรสีเหลือง ผลทรงกระบอกยาว ปลายแหลม ยาวราว ๖ เซนติเมตร ผิวบางเรียบสีเขียวฉ่ำน้ำ เป็นมันภายในมีเมล็ด ๓-๖ เมล็ด ยาวตามผล หากเมล็ดใดลีบผลด้านนั้นจะเบี้ยวงอบางต้นมีกิ่งเล็กๆไม่มีใบอยู่รวมกันเป็นกระจุก เรียกว่า รกมะดัน

Read the rest of this entry »









