Subscribe to โครงการสื่อเพื่อสังคม รายการพึ่งพาอาศัย
Technorati
del.icio.us



ครอบครัวเน็ตเวิร์ก สั่นคลอน”

ในยุคครอบครัวเน็ตเวิร์กการพบปะพูดคุยและการสื่อสารทางกายภาพที่บ่งบอกและรับรู้ได้ถึงความรักความห่วงใยของ “พ่อ แม่ ลูก” ถูกแทนที่ด้วยความสะดวกรวดเร็ว ผ่านการใช้โทรศัพท์ อีเมล์ หรือการแช็ต ครอบครัวจึงพูดกันน้อยลง เด็กๆ เริ่มหันไปเชื่อฟังคนอื่นมากกว่าผู้ปกครอง วิถีชีวิตไปจนถึงเทรนด์แฟชั่น เกิดการเปลี่ยนถ่ายวัฒนธรรมได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส

ดร.แคทเธอลีน เบอร์นาร์ต ประธานสถาบันวิจัยและบริการด้านครอบครัวและเด็ก (เอสอี อาร์เอฟเอซี) กล่าวในงานแถลงข่าวการประชุมเรื่อง “การปกป้องสถาบันครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องความผูกผันในครอบครัว เด็ก และการรักษาวัฒนธรรม” ที่ประเทศไทย เมื่อไม่นานนี้ว่า ตั้งแต่ปี 2503 ครอบครัวแบบเกษตรกรรม เปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา โลกไซเบอร์เข้ามามีบทบาทและเปลี่ยนครอบครัวแบบเราๆ ให้กลายเป็นครอบครัวเน็ตเวิร์ก ที่ไม่เพียงแต่เพิ่มช่องว่างระหว่างสมาชิกในครอบครัวให้ห่างจากกันมากขึ้น แต่ยังเป็นช่องทางอาชญากรรมในรูปแบบใหม่ เช่น การปลอมแปลงเอกสาร การซื้อยาเสพติดผ่านระบบออนไลน์ การค้าอาวุธสงคราม รวมทั้งการค้ามนุษย์และเด็ก

 

 

“ในมิติของครอบครัว ซึ่งเป็นหน่วยเล็กที่สุดของสังคมนั้น โลกไซเบอร์ทำให้เด็กมีความต้องการ อยากได้อยากมีเหมือนคนอื่น เมื่อเขาเห็นโฆษณาทางทีวีและบนอินเตอร์เน็ต เด็กจะหาทางเพื่อให้ได้ครอบครองสิ่งต่างๆ เหล่านั้น จึงเป็นที่มาของปัญหา ทั้งโสเภณีเด็ก โรคเอดส์ การไม่เชื่อฟังพ่อแม่ผู้ปกครอง และความรุนแรงอื่นๆ ที่เป็นผลต่อเนื่องในภายหลัง”

ดร.เบอร์นาร์ต กล่าวต่อว่าในด้านวัฒนธรรมนั้น ปัจจุบันเราเกือบจะมีวัฒนธรรมหนึ่งเดียวทั่วโลก ที่ครอบครัวแบบเน็ตเวิร์กได้ทำลายสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของชาวเอเชีย เช่น การเคารพผู้ใหญ่ วัฒนธรรมการกินอยู่ ประเพณี และการให้คุณค่าเรื่องศาสนา ก็กำลังถูกลบเลือนหายไป แต่เรากลับไปส่งเสริมไลฟ์สไตล์อย่างชาติตะวันตก โดยไม่มีการควบคุมว่าควรจะรับมามากน้อยแค่ไหน

บางอย่างก่อให้เกิดปัญหาที่ไม่คาดคิด ทั้งการเล่นเกมออนไลน์ หรือการแต่งกายตามแฟชั่นของฝรั่ง สิ่งเหล่านี้ได้ถอนรากถอนโคน วัฒนธรรมที่งดงามของชาวเอเชียออกไป

หลายประเทศเรียกสิ่งนี้ว่าเสรีนิยม หรือความทันสมัย บางประเทศก็นำไปต่อยอด เกิดเป็นสิ่งใหม่ในด้านความคิด แนวทางอุดมการณ์ จนถึงขั้นทำลายวัฒนธรรมดั้งเดิม โดยมองว่าเป็นสิ่งล้าสมัยหรือไม่ก็โบราณไร้คุณค่า

Read the rest of this entry »

ตอบโต้อย่างไรกับคนทางลบ โดย 

“คุณบัณฑิตเคยบอกว่า เราเป็นคนควบคุมความคิดของเราเอง ถ้าหากว่า ความคิดหรือ อารมณ์ลบๆ นั้นเกิดจากการกระทำใครบางคนทำให้เราโมโห หรือไม่พอใจ บางครั้ง มันยากต่อการมองให้เป็นบวก คุณบัณฑิตมีคำแนะนำสำหรับการจัดการทางอารมณ์และความคิดของตัวเราเองในขณะนั้นมั้ยคะ”


ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นว่า อารมณ์ของเรา ไม่ขึ้นอยู่กับการกระทำหรือวาจาคนอื่น

และการเอาชนะ ก็ไม่ได้เกี่ยวกับความ “ยาก ง่าย” อย่างที่คุณคิดเลยด้วยซ้ำ

ตัวอย่างที่ 1

สมมติว่า ผมขับรถคุยกับครอบครัวอย่างมีความสุข อยู่ดีๆก็มีอันธพาลขับรถมอเตอร์ไซค์มาข้างๆ แล้ว”ยกนิ้วกลาง”ให้

สมมติอีกว่า ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า การยกนิ้วกลางให้คนอื่น มีความหมายว่าอย่างไร
เป็นสัญลักษณ์ของฝรั่ง หรือวัฒนธรรมไหนก็ไม่รู้
ในบางประเทศ อาจหมายความว่า “เอ็งเก่ง” ก็ได้
พูดง่ายๆ…

การยกนิ้วกลางนั้น “ไม่มีความหมาย” สำหรับคุณ
ผมต้องโกรธด้วยหรือ แค่เขาใช้สรีระของร่างกายทำอะไรแปลกๆ กับมือของเขา
คุณเคยคิดไหมว่า มันตลกมาก ที่คนอื่นยกนิ้วกลางให้ แล้วเราต้องโกรธ หรือรู้สึกไม่ดี

เขามีอำนาจมากไปแล้วมั้ง!

เขาลงทุนแค่เลื่อนนิ้วนิดเดียว ก็ทำให้เราขาดความสุขสงบไปได้ชั่วครู่ หรือโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
บางคน สามสี่วันยังกลับมาคิดแล้วโมโหได้เป็นระยะๆ เสียเวลารวมๆกันไปหลายชั่วโมง
เสียสุขภาพจิตอีกต่างหาก
ส่วนเจ้ามอเตอร์ไซค์คนนั้น ขับรถต่อไปอย่างไม่รู้ไม่ชี้
ถ้าเขารู้ว่า เขามีอำนาจขนาดทำให้คุณเสียเวลาเสียสุขภาพจิตได้ขนาดนั้น เขาคงสะใจมาก

ผมไม่มีทางให้คนอื่นมีอำนาจเหนือผมขนาดนั้นหรอก

และคุณก็ไม่ควรให้คนอื่นมีอำนาจเหนือคุณได้

Ignore them! จงเพิกเฉยใส่คนแบบนั้น

สิ่งทางลบที่คนอื่นทำ มัน“ไม่มีความหมาย”สำหรับคุณเลย
จิตวิญญาณของคุณ ใหญ่เกินไปที่จะมาสนใจเรื่องไร้สาระแบบนั้น
คุณมีเรื่องสำคัญๆต้องคิดเยอะแยะ มีความฝันใหญ่ที่กำลังปั้นให้สำเร็จอยู่
ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องเล็กๆ ของคนลบๆ

สรุป สังเกตว่า…
การกระทำหรือวาจาทางลบของคนอื่น ไม่ใช่สาระสำคัญ
สำคัญที่ “ความหมาย”ที่ เราเองเป็นคนให้
เน้น “เราเอง” เป็นคนให้
ฉะนั้น “เราเอง” เป็นคนควบคุม
“เราเอง” ก็เลือกที่จะให้ความหมายใหม่กับมัน ก็หมดเรื่อง

ผมก็คิดซะว่า การยกนิ้วกลาง (หรือการกระทำ วาจาทางลบของคนอื่น) เป็นคำชม
แล้วก็อาจยิ้มตอบ
หรือถ้าจิตวิญญาณคุณสูงส่งมากๆ (วิทยายุทธขั้นปรมาจารย์)
คุณก็ “อวยพร”ให้เขา ส่งความรักให้เขา
แล้วก็รีบกลับไปคิดเรื่องสร้างสรรค์อย่างรวดเร็ว

ที่มา Bundit’s Blog

ภัยพิบัติทางนิวเคลียร์ในประเทศญี่ปุ่น

เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ ภัยพิบัติทางนิวเคลียร์ที่เราจะได้เห็นเป็นข่าวทางโทรทัศน์คงจะเป็นเหตุการณ์ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศญี่ปุ่น จากเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นซึนามิครั้งร้ายแรงถล่มประเทศญี่ปุ่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิชิได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติครั้งนี้ จึงทำให้กัมมันตภาพรังสีรั่วไหลออกสู่พื้นที่โดยรอบ รัฐบาลญี่ปุ่นจำเป็นต้องอพยพประชาชนชาวญี่ปุ่นกว่า 2 แสนคนที่อยู่อาศัยในรัศมี 20 กิโลเมตร ต้องอพยพออกจากบริเวณที่ตั้งโรงไฟฟ้า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นภัยทางนิวเคลียร์ที่ร้ายแรงที่สุดของประเทศญี่ปุ่นนับจากสงครามโลกครั้งที่สอง

 


รูปการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิชิ

 

ภัยพิบัติทางนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากภัยธรรมชาติแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับภัยที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

 

ญี่ปุ่นเป็นประเทศเดียวที่เคยถูกโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง สหรัฐอเมริกาได้โจมตีญี่ปุ่นด้วยอาวุธนิวเคลียร์ถึงสองครั้ง ครั้งแรก วันที่ 6 สิงหาคม ปี พ.ศ. 2488 และ โจมตีครั้งที่สองในอีกสามวันให้ลังคือวันที่ 9 สิงหาคม ดังนั้น ในวันที่ 6 และ 9 สิงหาคม ปี พ.ศ. 2554 จึงถือเป็นวันครบรอบ 66 ปี ที่ญี่ปุ่นถูกโจมตีด้วยระเบิดนิวเคลียร์

ลิตเติลบอย (Little Boy) เป็นชื่อของระเบิดนิวเคลียร์ ที่ถูกนำไปทิ้งเหนือเมืองฮิโรชิมา ของประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม โดยเครื่องบินทิ้งระเบินรุ่น B-29 Superfortress ชื่อ Enola Gay แห่งกองกำลังอากาศในกองทัพบกสหรัฐอเมริกา (ภายหลังได้ยกฐานะขึ้นเป็นกองทัพอากาศ) นับเป็นระเบิดนิวเคลียร์ลูกแรก ที่ใช้ในการสงคราม อีกสามวันถัดมา ระเบิดนิวเคลียร์ลูกที่สอง ซึ่งมีชื่อว่า แฟตแมน (Fat man) ถูกปล่อยจากเครื่องบินทิ้งระเบิดรุ่น B-29 Superfortress ชื่อ Bockscar เพื่อโจมตีเมืองนางาซากิของญี่ปุ่น

 

 

คนญี่ปุ่นและคนทั่วโลก ต่างรับรู้ถึงความน่ากลัวของระเบิดนิวเคลียร์

 

อำนาจการทำลายล้างของระเบิดนิวเคลียร์ แบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ ลักษณะแรกคือการ ทำลายล้างอันเนื่องจากความร้อนและความดันอากาศ ซึ่งเกิดขึ้นทันทีที่ระเบิดทำงาน และ ลักษณะที่สองคือ อาการเจ็บป่วยอันเนื่องจากร่ายกายได้รับกัมมันตภาพรังสีในปริมาณสูง

ระเบิดที่สหรัฐอเมริกาใช้ตอนนั้น แรงระเบิดเกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชัน หรือก็คือเป็นปฏิกิริยาที่ธาตุหนักสลายตัวเป็นธาตุเบา 2 ถึง 3 ธาตุ พร้อมทั้งมีนิวตรอน และปลดปล่อยพลังงานออกมาด้วย ระเบิดนิวเคลียร์ลิตเลิตบอยยูเรเนียมไอโซโทป 235 ส่วน ระเบิดแฟตแมนใช้พลูโตเนียม 239 เป็นเชื้อเพลิงของการระเบิด เชื้อเพลิงนิวเคลียร์จะต้องผ่านกระบวนการทำให้ธาตุไอโซโทปดังกล่าวมีความเข้มข้นถึง  90% (เชื้อเพลิงนิวเคลียร์สำหร้บโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะใช้เฉพาะยูเรเนียม 235 ความเข้มข้นเพียง 3%) เชื้อเพลิงจะถูกเก็บไว้ให้อยู่ในสถานะมวลใต้วิกฤต  ซึ่งยังไม่เกิดปฏิกิริยาฟิชชั่นลูกโซ่ การใช้งานเชื้อเพลิงนั้นต้องทำให้เชื้อเพลิงที่สถานะมวลใต้วิกฤตให้เปลี่ยนไปเป็นสถานะมวลวิกฤตยิ่งยวดก่อน เมื่อเชื้อเพลิงในสถานะมวลวิกฤตยิ่งยวดถูกยิงด้วยนิวตรอน เชื้อเพลิงยูเรเนียมเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ของการแตกตัวอย่างต่อเนื่อง พลังงานที่ปลดปล่อยจากกระบวนการการแตกตัวทั้งหมดรวมกันกลายเป็นพลังงานความร้อนและพลังงานแสงในปริมาณมหาศาล ความร้อนและแสงนี่เองที่เป็นอำนาจการทำลายล้างของการระเบิด

 


รูปแสดงการเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชันของธาตุยูเรเนียมไอโซโทป 235

Read the rest of this entry »

แนะนำ 5 ชาสมุนไพรดีต่อสุขภาพ

 

อะไรจะเหมาะกับสายลมเย็นๆ ของฤดูหนาวมากกว่าชาอุ่นๆ สักแก้ว แต่ตอนนี้ให้เก็บชาธรรมดาไปก่อน และมาลองชาสมุนไพรหอมๆ ที่ดีต่อสุขภาพกันเถอะ


ชาเปปเปอร์มินต์
เพียงแค่กลิ่นหอม ๆ เย็นชื่นใจของชามินต์ ก็ช่วยลดความเครียดจากการทำงานได้แล้ว ขณะเดียวกันมันช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ ทำให้นอนหลับง่าย แถมยังทำให้ระบบขับถ่ายทำงานอย่างปกติ เนื่องจากมินต์มีส่วนช่วยให้ไขมันในระบบย่อยอาหารสลายตัว ป้องกันไม่ให้เกิดแก๊สในทางเดินอาหาร และด้วยความที่มันดีต่อกระเพาะของเรา มันจึงเหมาะสำหรับคนที่เมารถเมาเรือ นอกจากนี้ มันมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียอ่อน ๆ จึงช่วยระงับกลิ่นปากได้เป็นอย่างดีอีกด้วย


ชาตะไคร้
เราใช้ตะไคร้ในการทำกับข้าวมานานแล้ว และชาตะไคร้นั้นก็เป็นหนึ่งในตำรับโบราณ ที่ใช้รักษาอาการแน่นหน้าอก ไอ หรือหวัด หากเหยาะพริกไทยลงไปสักนิด อาจช่วยลดอาการปวดท้องประจำเดือนและคลื่นเหียน แถมเคยมีการศึกษาชี้ว่าการดื่มชาตะไคร้ทุกวัน จะช่วยรักษาผิวหนังให้ปราศจากสิวด้วย แต่มีข้อควรระวังคือ ห้ามดื่มในระหว่างตั้งครรภ์เด็ดขาด และไม่ควรดื่มติดต่อกันเป็นเวลานาน


ชาโสม
ไม่ว่าจะเป็นโสมเอเชียหรือโสมอเมริกาต่างก็มีสารอาหารมากมาย ได้แก่ ฟลาโวนอยด์ และวิตามินบีชนิดต่าง ๆ ซึ่งทาง University of Maryland Medical Center ชี้ว่าโสมเป็นสมุนไพรที่เชื่อกันว่า จะช่วยให้เราสู้กับความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด จึงเหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทสอง เพิ่มเซลล์ภูมิคุ้มกันลดคอเลสเตอรอลเลว (LDL) และสาร Ginsenosides ซึ่งพบในโสมนั้นยังมีคุณสมบัติ ช่วยชะลอการเติบโตของเซลล์มะเร็งด้วย


ชาผลกุหลาบ
หลายคนอาจจะรู้จักผลกุหลาบในชื่อของโรสฮิป ซึ่งมักจะใช้เป็นน้ำมันหอมระเหย แต่ชาผลกุหลาบก็มีสรรพคุณดี ๆ มากมาย เริ่มตั้งแต่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซี ซึ่งสำคัญต่อการสมานแผล เสริมสร้างกระดูกที่แข็งแรงและเซลล์ภูมิคุ้มกัน ด้วยเหตุเดียวกันนี้ มันจึงช่วยลดอาการข้ออักเสบด้วย ท้ายสุดนี้ การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Planta Medica ในปี 1992 ยังชี้ว่าชาผลกุหลาบอาจช่วยป้องกันนิ่วในไตได้ แม้ว่าจะไม่ได้มีฤทธิ์ขับปัสสาวะก็ตาม


ชาใบหม่อน
มีอีกชื่อเก๋ๆ ว่า ชามัลเบอร์รี่ ชาใบหม่อนก็เป็นที่รู้จักกว้างขวาง ในฐานะเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพจากญี่ปุ่น ที่อาจจะช่วยป้องกันโรคเบาหวานได้ เนื่องจากเชื่อกันว่ามันสามารถลดการดูดซึมน้ำตาล โดยใบหม่อนนั้นมีทั้งแมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และแคลเซียม จึงช่วยบำรุงร่างกายเราได้ในแง่ของกระดูก ผมเล็บ แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่เป็นกุญแจสำคัญให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้นอีกด้วย


Tip

อย่าเพิ่งทิ้งถุงชา ให้นำถุงชาที่ใช้แล้วแช่น้ำและนำไปแช่แข็ง แล้วนำมาประคบเวลาแมลงกัดต่อยหรือมีแผลเล็ก ๆ และยังช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าที่ดวงตาได้ดีนัก

ที่มา  วิชาการ.คอม

 

สายดินป้องกันไม่ให้มีผู้ถูกไฟฟ้าดูดกรณีมีกระแสไฟฟ้ารั่วจากเครื่องใช้ เนื่องจากกระแสไฟฟ้ารั่วจากเครื่องใช้ไฟฟ้าจะไหลลงดินทางสายดิน ทำให้อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร และไฟฟ้ารั่วจะตัดกระแสไฟฟ้าออกทันที

ความรู้เรื่องสายดิน

ประโยชน์ของสายดิน

 

 

ป้องกันไม่ให้มีผู้ถูกไฟฟ้าดูดกรณีมีกระแสไฟฟ้ารั่วจากเครื่องใช้ไฟฟ้า เนื่องจากกระแสไฟฟ้ารั่วจากเครื่องใช้ไฟฟ้าจะไหลลงดินทางสายดิน โดยไม่ผ่านร่างกายผู้สัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น เป็นผลทำให้อุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร และ/หรือไฟฟ้ารั่วจะตัดกระแสไฟฟ้าออกทันที

เครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภท เช่น คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์สื่อสารอาจทำงานได้ไม่สมบูรณ์หรือชำรุดได้ง่ายหากไม่มี

เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องมี/ไม่มีสายดิน

• เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทที่ต้องมีสายดิน

เครื่องใช้ไฟฟ้ารวมทั้งอุปกรณ์ติดตั้งทางไฟฟ้าที่มีโครงหรือเปลือกหุ้มเป็นโลหะ ซึ่งบุคคลมีโอกาสสัมผัสได้ ต้องมีสายดิน เช่น ตู้เย็น, เตารีด, เครื่องซักผ้า, หม้อหุงข้าว, เครื่องปรับอากาศ, เตาไมโครเวฟ, กระทะไฟฟ้า, กระติกน้ำร้อน, เครื่องทำน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น, เครื่องปิ้งขนมปัง เป็นต้น เราเรียกครื่องใช้ฯ เหล่านี้ว่าเป็น  เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท 1

• เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทที่ไม่ต้องมีสายดิน

- เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท 2 ซึ่งมีสัญลักษณ์  หรือมีเครื่องหมาย  (ควรใช้ไขควงลองไฟทดสอบ ถ้ามีสัญลักษณ์ประเภท 2 แต่ยังมีไฟรั่วก็แสดงว่าผู้ผลิตนั้นผลิตไม่ได้มาตรฐาน และจำเป็นต้องมีสายดิน) ตัวอย่างของเครื่องใช้ฯ ประเภท 2 เช่น วิทยุ, โทรทัศน์, พัดลม เป็นต้น

 

 

- เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้กับแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 50 โวลต์ โดยต่อจากหม้อแปลงชนิดพิเศษที่ได้ออกแบบไว้เพื่อความปลอดภัย เช่น เครื่องโกนหนวด, โทรศัพท์ เป็นต้น

Read the rest of this entry »



รับติดตั้ง INTERNET-Wifi | Longchamp | Best Price Promotion | Games Online | ประกาศขายของฟรี | เคเบิล | วัยรุ่นไทย | longchamp handbags | InterMartShop | Lovecarcare | วาไรตี้ | Cable Thailand | Bestevery Shop | CheapEveryTime | Shopping24 Hr. | BuyLite Shop | Special Price | ม้วน,พับ,ตัด เหล็ก | ลองแชม | Internet Apartment | Best Cheap | Special Product | Real Cheap | Special Rare Shopping | Article Fashion Thai | รับวางระบบอินเตอร์เน็ต | รับวางระบบอินเตอร์เน็ต หอพัก,โรงแรม,อพาร์ทเม้น,คอนโด | Special Shopping Feed | Shopping Feed | Feed Best Product | Equipment Cart Fixtures | Toy Story Games | Save-A-Lot Shopping | Jewelry Watches | Accessories Clothing | Helmets Bike | LCD HDTV | SiamLC.com | Diamond Pearl | Shock Price Today | Golf Accessories | Furniture Bedroom | Qualitymart Jewelry | Shoppingmania | Buy You Self | DoubleSaveToday.com | Quality Shopping | Double Save Money | Super Save | Free automatic backlinks | Buy-Excellent | DoubleSaveMoney | Deal Shop Center | Small ShowRoom |