Subscribe to โครงการสื่อเพื่อสังคม รายการพึ่งพาอาศัย
Technorati
del.icio.us

หน้า 1 ถึง 212

น้องสอง บุตรี เผือดผ่อง กับเส้นทางสายเทควันโด

น้องสอง-บุตรี เผือดผ่อง

น้องสอง-บุตรี เผือดผ่อง

น้องสอง-บุตรี เผือดผ่อง

 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์คมชัดลึก  arunsawat.com และ martialarts.in.th

           บุตรีสู้ๆ บุตรีสู้ๆ … เชื่อว่าเสียงเชียร์แบบนี้คงดังกระหึ่มไปทั่วทั้งประเทศไทย ขณะที่ “น้องสอง-บุตรี เผือดผ่อง” กำลังฟาดแข้งแข่งขันเทควันโดรองชิงชนะเลิศรุ่นน้ำหนัก  49 กิโลกรัม กับ วู จิง หยู นักกีฬาของเจ้าภาพสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 29 ณ ปักกิ่งเกมส์ ซึ่งผลปรากฎว่า “น้องสอง-บุตรี” ต้านความแข็งแกร่งของเจ้าภาพไม่ไหว แพ้ไปด้วยคะแนน ติดลบ 1-1 คะแนน แต่ก็ยังสามารถคว้าเหรียญเงินมาครองได้ ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการเทควันโดไทย เพราะฉะนั้น วันนี้กระปุกดอทคอมจะพาไปทำความรู้จักกับเธอกันค่ะ…

           น้องสอง มีชื่อจริงว่า บุตรี เผือดผ่อง เป็นบุตรของ นายชวลิต เผือดผ่อง และนางสุวรรณา เผือดผ่อง ภูมิลำเนาจังหวัดสมุทรปราการ มีพี่น้อง 2 คน เกิดเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2533 ปัจจุบันอายุ 17 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.6 โรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม นิสัยส่วนตัวเธอเป็นเด็กขี้อาย พูดน้อย 

           สำหรับเส้นทางการเข้ามาเป็นนักกีฬาเทควันโดของน้องสองนั้น เริ่มมาจากตอนเด็กๆ น้องสองป่วยบ่อย อ่อนแอ แถมยังเป็นโรคหอบหืด แพทย์จึงแนะนำให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พ่อแม่จึงพาไปเข้าคอร์สเรียนว่ายน้ำ จนโรคประจำตัวหายสนิท จากนั้นเมื่ออายุได้ 11 ขวบ น้องสองหันมาสนใจที่จะเล่นเทควันโด เพราะเห็นพี่สาว (ภัสสร เผือดผ่อง) เล่นอยู่ ก่อนจะตัดสินใจมาบอกพ่อแม่ว่าไม่อยากเรียนว่ายน้ำแล้ว เพราะอยากไปเรียนเทควันโดเหมือนพี่สาวแทน โดยตอนแรกพ่อแม่ไม่ยินยอม เพราะกลัวลูกจะเจ็บ แต่ก็ทนลูกอ้อนไม่ไหว พ่อแม่จึงอนุญาต 

           ซึ่งเมื่อได้มาเรียนเทควันโด แม้ว่าจะเจ็บเท่าไหร่น้องสองก็ไม่เคยปริปากบ่น และยังตั้งใจฝึกฝนฝึกซ้อมเสมอๆ โดยมีอาจารย์พงษ์เกษียร บัวสุวรรณ เป็นผู้ฝึกสอนคนแรก และหลังจากฝึกซ้อมได้ไม่นาน น้องสองก็เริ่มฉายแวว เมื่อลงแข่งขันในรายการเยาวชนชิงชนะเลิศภาคตะวันออกครั้งแรก และสามารถคว้าเหรียญทองแรกในชีวิตมาครองได้สำเร็จ 

           จากนั้นสาวน้อยรายนี้ก็เริ่มตระเวนแข่งและคว้าเหรียญทองมาครองได้แทบจะทุกรายการ เช่น เหรียญทองกีฬาเยาวชนแห่งชาติ 3 สมัยซ้อน ในปี 2548, 2549 และ 2550, เหรียญทองกีฬาเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยในปี 2549 และ 2550 เหรียญทองกีฬาเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งเอเชียปี 2550 และเหรียญทองเหรียญทองเยาวชนชิงแชมป์โลกในปี 2549 ซึ่งเป็นเหรียญที่น้องสองภาคภูมิใจที่สุดเพราะเป็นการลงแข่งขันในระดับนานาชาติเป็นครั้งแรก 

           ต่อมาเมื่อน้องสองก็ขยับมาเล่นในรุ่นประชาชน และคว้าแชมป์ประเทศไทยได้ ก่อนที่จะมาสร้างชื่อกระหึ่มในรายการเบสต์ ออฟ เดอะ เบสต์ เมื่อสามารถเตะเอาชนะนักกีฬาทีมชาติรุ่นพี่อย่าง น้องวิว-เยาวภา บุรพลชัย และ น้ำ – แม่น้ำ เชิดเกียรติศักดิ์ พร้อมกับคว้าเหรียญทองไปคล้องคอได้อีกหนึ่งรายการ จน โค้ชเช (เช ยอง ซุก) ยอดโค้ชชาวเกาหลีใต้ ได้เรียกตัวน้องสองเข้าแคมป์ทีมชาติแทน น้ำ-แม่น้ำ เชิดเกียรติศักดิ์ (ที่จะปั้นแทนน้องวิว) ซึ่งน้องสองก็ไม่ทำให้ใครต้องผิดหวัง เมื่อโชว์ลูกเตะอันเหนือชั้นซิวเหรียญทองในการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 24 ที่จังหวัดนครราชสีมา ทั้งยังมาคว้าเหรียญทองได้อีกในรายการยูเอส โอเพ่น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้อีก พร้อมๆ กับสถิติที่ไม่เคยแพ้คู่แข่งรายใดเลยนับตั้งแต่ติดทีมชาติ 

           อย่างไรก็ตาม ในการเดินทางไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 29 น้องสองก็ไม่ทำให้ผิดหวังอีกเช่นเคย เพราะสามารถสร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญเงินมาครองคอฝากคนไทยได้สำเร็จ โดยหลังการแข่งขัน  ”น้องสอง” กล่าวว่า หนูได้พยายามทำดีที่สุดแล้ว ขอขอบคุณผู้ใหญ่ทุกท่านที่สนับสนุนตนมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นสมาคมหรือจะเป็นอาจารย์พงษ์เกษียร บัวสุวรรณ อาจารย์คนแรกที่สอนตนมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ และพี่น้องคนไทยทั่วประเทศ อยากบอกว่ารักพ่อกับแม่มาก จริงๆ แล้วก็ไม่ค่อยได้พูดในเรื่องนี้ ส่วนพ่ออยากได้บ้านใหม่ กลับไปก็จะซื้อให้ ตั้งแต่เด็กมีความฝันมาตลอดว่าอยากไปแข่งโอลิมปิก ได้มาก็เป็นฝันที่ทำสำเร็จแล้วและยังมาได้เหรียญเงินอีก ทำให้ดีใจที่สุด ส่วนอนาคตในการเล่นทีมชาติ โดยเฉพาะโอลิมปิก 2012 ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่ยังไงก็จะทำเต็มที่เหมือนเดิม

บุตรี เผือดผ่อง

 

บุตรี เผือดผ่อง


บุตรี เผือดผ่อง

 

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

  พีแอนด์จีเร่งทัพกิจกรรมCSRเปิด2โครงการหนุนการศึกษาเด็กพีแอนด์จี เร่งกิจกรรม CSR ครึ่งปีหลัง เน้นการสนับสนุนด้านการศึกษา ล่าสุดเทงบ 3 ล้านบาท นำผลิตภัณฑ์เฮดแอนด์โชว์เดอร์และเซฟการ์ดมอบทุนให้นักศึกษา หวังเพิ่มโอกาสการศึกษาของเด็กไทย นายเมธี จารุมณีโรจน์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาดและองค์กร บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง(ประเทศไทย) จำกัด หรือพีแอนด์จี เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่า นอกจากการรุกตลาดกลุ่มผิวและความงามด้วยการเปิดนวัตกรรมใหม่ออกสู่ตลาดแล้ว แผนการรุกตลาดครึ่งปีหลังบริษัทยังให้ความสำคัญกับการจัดกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ CSR (Corporate social Respondsibility) มากขึ้น เพื่อเป็นการตอบแทนและคืนกำไรให้กับผู้บริโภค โดยเฉพาะการพัฒนาด้านการศึกษาของเด็กไทยที่จะมีการสนับสนุนใน 2 โครงการ ล่าสุดในเดือนกันยายน 2550 บริษัทได้ใช้ผลิตภัณฑ์เฮด แอนด์ โชว์เดอร์ เป็นตัวหลักในการจัดกิจกรรมร่วมกับศูนย์วิจัยเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อมอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง จำนวน 8 ทุน คิดเป็นมูลค่ารวม 1.2 ล้านบาท การที่พีแอนด์จีเลือกแบรนด์เฮดแอนด์โชว์เดอร์ มอบทุนเพื่อการวิจัยด้านเครื่องสำอางเนื่องจากเห็นว่า เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสินค้าที่ต้องผ่านงานวิจัยและรับรองผล ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้สานต่อมาต่อเนื่องเป็นปีที่สอง โดยมีเป้าหมายเพื่อเพื่อเพิ่มโอกาสในการศึกษาและพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพในสายงานวิจัยเครื่องสำอางต่อไปในอนาคต นอกจากนี้เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา พีแอนด์จีได้สานต่อกิจกรรม CSR ภายใต้แบรนด์เซฟการ์ด โดยร่วมกับสมาคมเทคนิคการแพทย์แห่งประเทศไทยมอบทุนการศึกษาสมาคมเทคนิคการแพทย์-เซฟการ์ด ประจำปี 2550 จำนวน 9 ทุน ทุนละ 2 แสนบาท หรือประมาณ 1.8 ล้านบาท ซึ่งกิจกรรมนี้ได้ดำเนินงานต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 12 โดยมีเป้าหมายต้องการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนไทยตลอดจนผลิตบุคลากรที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญในสายงานนักเทคนิคการแพทย์ เพื่อรับใช้สังคมไทยเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากกิจกรรมการด้านสังคมที่สนับสนุนด้านการศึกษาแล้ว บริษัทยังให้ความสำคัญกับเรื่องกิจกรรมที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของโลกด้วย โดยจะเห็นได้จากแพ็คเกจจิ้งสินค้าของพีแอนด์จีทั้งหมดจะไม่ใช้วัสดุพลาสติกที่ผลิตจากพีวีซี เพื่อให้การย่อยสลายเป็นไปได้ง่าย ด้วย
Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

                  ไทยประกันชีวิตเชื่อมั่นนโยบาย CSR มาถูกทาง เผยผลวิจัยสถาบันไทยพัฒน์ระบุสมบูรณ์แบบทั้งที่อยู่ในกระบวนการทางธุรกิจและที่เกิดขึ้นภายหลัง ชี้เป็นส่วนผลักดันให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่นยืน ย้ำ CSR แท้ต้องเกิดจากการแรงขับภายในองค์กร
                  นางสาวภาสินี ปรีชาธนาพล ผู้จัดการฝ่าย สายงานสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด เปิดเผยว่า ไทยประกันชีวิตเป็นบริษัทประกันชีวิตที่ดำเนินนโยบายด้านกิจกรรมเพื่อมุ่งสร้างความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR (Corporate Social responsibility) ครบวงจรและสมบูรณ์แบบ โดยดำเนินกิจกรรมภายในและภายนอกองค์กรที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมทั้งต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรโดยตรง อาทิ ลูกค้า พันธมิตรธุรกิจ พนักงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรโดยอ้อม อาทิ ประชาชนทั่วไป หรือบริษัทประกันชีวิตแห่งอื่น
 จากผลการวิจัย “CSR แท้ CSR เทียม ตัดสินอย่างไร” ของสถาบันไทยพัฒน์ พบว่า กิจกรรม CSR แบ่งออกตามทรัพยากรที่ใช้ในกิจกรรม หากเป็นกิจกรรมที่ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ภายในองค์กรเป็นหลัก เรียกว่า Corporate-driven CSR และกิจกรรมที่ใช้ทรัพยากรนอกองค์กรเป็นหลัก หรือ Social-driven CSR ซึ่งในส่วนของการใช้ทรัพยากรภายในองค์กร ยังสามารถแบ่งออกได้เป็น CSR ที่อยู่ในกระบวนการทางธุรกิจ (CSR in Process) และ CSR ที่แยกต่างหากจากกระบวนการทางธุรกิจที่เกิดขึ้นภายหลัง (CSR after Process)
                  ทั้งนี้ การดำเนินกิจกรรม CSR ของไทยประกันชีวิตเป็นกิจกรรมที่ดำเนินการอย่างครบวงจร แบ่งออกเป็น กิจกรรมที่ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ภายในองค์กร โดยมีทั้งที่อยู่ในกระบวนการทางธุรกิจ ภายใต้การสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ด้านผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย การพัฒนากรมธรรม์ผู้สูงอายุ ซึ่งไทยประกันชีวิตเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกที่พัฒนากรมธรรม์ดังกล่าว และกลายเป็นต้นแบบให้แก่บริษัทประกันชีวิตแห่งอื่นพัฒนาสินค้าในลักษณะเดียวกัน
                 การพัฒนากรมธรรม์ผู้สูงอายุ เกิดจากวิสัยทัศน์ของผู้บริหารที่เล็งเห็นว่าสังคมไทยในอนาคตจะกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุ จากจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการประกันชีวิตจะช่วยลดภาระของภาครัฐในการสร้างสวัสดิการแก่กลุ่มผู้สูงอายุ ในทางเดียวกันยังช่วยสร้างหลักประกันที่มั่นคงแก่คนไทยในยามชรา” นางสาวภาสินีกล่าว
                  การพัฒนากรมธรรม์ประกันชีวิตทหาร เพื่อคุ้มครองและสร้างสวัสดิการแก่กำลังพลในสังกัดกองทัพบกทั้งในยามปฏิบัติภารกิจและยามปกติ โดยให้ความคุ้มครองต่อเนื่องเป็นปีที่ ๒๐ เนื่องจากบริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของทหารซึ่งถือเป็นรั้วของชาติมีหน้าที่ในการรักษาอธิปไตยของประเทศ การรับประกันชีวิตทหารถือเป็นกิจกรรม CSR ที่บริษัทฯ ดำเนินการอย่างต่อเนื่องยาวนานโดยนับตั้งแต่การเริ่มให้ความคุ้มครองด้วยกรมธรรม์ประกันชีวิตทหารในปี ๒๕๓๐ เป็นต้นมา บริษัทฯ ได้มอบสินไหมทดแทนให้ทหารและครอบครัวที่สูญเสียรวมแล้วทั้งสิ้น ๗,๙๘๗ นาย รวมเป็นเงิน ๒๔๕,๐๒๐,๐๐๐ บาท ทั้งนี้ หากปีใดมีค่าสินไหมทดแทนสูงกว่าอัตราเบี้ยประกัน บริษัทฯ จะรับผิดชอบค่าสินไหมในอัตรา ๒๕% ของค่าสินไหมส่วนเกิน แต่หากปีใดค่าสินไหมทดแทนต่ำกว่าอัตราเบี้ยประกัน บริษัทฯ จะคืนเบี้ยประกันส่วนที่เหลือแก่กองทัพบก เพื่อเป็นสวัสดิการด้านอื่นต่อไป
                รวมถึงการพัฒนากรมธรรม์พิเศษเพื่อผู้พิการ ซึ่งไทยประกันชีวิตเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกและแห่งเดียวที่พัฒนากรมธรรม์ดังกล่าว เพื่อให้บริการด้านการประกันชีวิตแก่ผู้พิการซึ่งถือเป็นผู้ด้อยโอกาส อันเป็นการสร้างความเท่าเทียมกันในสังคม จะเห็นได้ว่าการพัฒนากรมธรรม์ดังกล่าวข้างต้นเป็นการดำเนินกิจกรรมด้าน CSR อย่างแท้จริง เนื่องจากเป็นกรมธรรม์ที่ไม่แสวงหากำไร หากแต่มุ่งสร้างประโยชน์แก่สังคมเป็นหลัก
                ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังได้ดำเนินกิจกรรม CSR ที่แยกจากกระบวนการทางธุรกิจที่เกิดขึ้นภายหลัง ได้แก่ การจัดโครงการ “หนึ่งคนให้ หลายคนรับ” ร่วมกับสภากาชาดไทย เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเกิดความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการบริจาคโลหิต อวัยวะ ดวงตา ซึ่งบริษัทฯ ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งในส่วนของทุนทรัพย์และทรัพยากรบุคคลเข้าไปช่วยในกิจกรรมดังกล่าว จนปัจจุบันสามารถรณรงค์บริจาคโลหิตได้ ๖,๒๐๓,๖๕๖ ซีซี มีผู้แสดงความจำนงบริจาคอวัยวะ ๓๙๙,๔๓๐ ราย และบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต ๕,๕๑๐ ราย หรือโครงการพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษามหาราชินี ซึ่งเป็นโครงการที่ร่วมกับกองทัพบก และกองทุนสัตว์ป่าสากล (WWF) เพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติป่าชายเลนและเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านธรรมชาติแก่เยาวชน โดยบริษัทฯ เป็นผู้สนับสนุนหลักในการสร้างศูนย์การเรียนรู้และบริหารจัดการโครงการ จัดทำสื่อการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง 
             “ผลวิจัยระบุว่าการดำเนินกิจกรรม CSR ที่แท้จริงนั้น จะต้องเกิดขึ้นจากการอาสาหรือความสมัครใจในการดำเนินกิจกรรมด้วยตนเอง ไม่ใช่เกิดจากความจำเป็นที่จะต้องปฏิบัติตามหน้าที่ ตามระเบียบข้อบังคับทางกฎหมาย หรือบรรทัดฐานของสังคมนั้นๆ หากเป็นเช่นนั้นแล้วไม่ถือว่ากิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรม CSR” นางสาวภาสินีกล่าว
              ปัจจุบันการดำเนินกิจกรรม CSR ถือเป็นนโยบายที่สำคัญ เนื่องจากแนวคิดดังกล่าวมุ่งพัฒนาให้องค์กรเป็นองค์กรที่ดีของสังคม ซึ่งจะมีส่วนเอื้อให้สังคมเติบโตอย่างเข้มแข็ง และส่งผลต่อเนื่องถึงการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจต่อไป ซึ่งไทยประกันชีวิตยึดมั่นในการสนับสนุนและบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ โดยยึดเป็นพันธกิจหลักในการดำเนินธุรกิจตลอดมา

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

Jul-7-08

“ทิปโก้อาสา”

posted by พ่อมดน้อย

ทิปโก้ งัดกลยุทธ์ CSR รวมพลัง ทิปโก้อาสา” คืนสมดุลย์สู่ธรรมชาติ
ในปัจจุบันกระแสแห่งความผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ (CSR : CORPORATE SOCIAL RESPONSIBILITY) กำลังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายเป็นวงกว้างทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ในเมืองไทย สร้างความตื่นตัวให้แก่บรรดาธุรกิจทั้งใหญ่ เล็ก พากันแสวงหาแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น โดยกระแสการเกิดขึ้นของกิจกรรม CSR หรือเรียกอีกอย่างว่า กระแสความรับผิดชอบของธุรกิจที่มีต่อสังคมในประเทศไทย เริ่มก่อตัวขึ้นมาอย่างมั่นคงมาตั้งแต่ปี 2549 และได้ขยายความนิยมเรื่อยมาจนถึงปัจุจบันด้วยความเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับ กลุ่มธุรกิจอาหาร ทิปโก้ ซึ่งประกอบด้วย บริษัท ทิปโก้ฟู้ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทิปโก้ เอฟแอนด์บี จำกัด ซึ่งได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของแนวทางการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม หรือกิจกรรม CSR นี้ จึงได้จับมือกับองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวน้อย และสถานีพัฒนาที่ดิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จัดกิจกรรมที่มีประโยชน์เพื่อสังคม ด้วยการเดินหน้าเพิ่มพื้นที่สีเขียวสู่สิ่งแวดล้อม โดยชักชวนพนักงาน เจ้าหน้าที่ ของกลุ่มธุรกิจอาหารทิปโก้ รวมตัวกันเป็น ทิปโก้อาสา” ร่วมกับชาวบ้านตำบลอ่าวน้อยกว่าพันคน ลงมือปลูกหญ้าแฝก 50,000 ต้นและต้นไผ่ 500 ต้น บริเวณคลองนาน้อยห้วยด้วน หมู่ 4 .อ่าวน้อย .เมือง .ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อคืนความสมดุลย์สู่ธรรมชาติและปรับภูมิทัศน์ของคูคลองให้สดใส สวยงาม
นายชัยวัฒน์ กุณฑีทอง ผู้จัดการฝ่ายธุรกิจกระป๋องเปล่า หัวหน้าคณะทำงานด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม โรงงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กลุ่มธุรกิจอาหารทิปโก้ ผู้รับผิดชอบโครงการปลูกหญ้าแฝกในครั้งนี้ เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม โดยการปลูกหญ้าแฝกที่คลองนาน้อยห้วยด้วนในครั้งนี้ เกิดขึ้นเพื่อต้องการฟื้นฟูและปรับปรุงสภาพลำคลองนาน้อย ซึ่งเราได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากพนักงานผู้เข้าร่วมในโครงการ ทิปโก้อาสาดำเนินการปลูกหญ้าแฝกกว่า 50,000 ต้น และต้นไผ่อีกกว่า 500 ต้น เพื่อคืนสมดุลย์สู่ธรรมชาติ เพิ่มสีเขียวสู่สิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นยังเป็นการผสานความร่วมมือระหว่างพนักงานของบริษัทและชาวบ้านในพื้นที่ให้ได้รับรู้ถึงความสำคัญธรรมชาติที่อยู่รอบตัวเรา และที่สำคัญทำให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ดินและน้ำเพื่อลูกหลานต่อไป ซึ่งในการจัดกิจกรรมนี้ ทิปโก้ได้รับการสนับสนุนในการดำเนินโครงการเป็นอย่างดีจากเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวน้อย และสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และในการจัดกิจกรรมปลูกหญ้าแฝกในครั้งนี้ นอกจะเป็นการช่วยทำให้ระบบสมดุลย์ทางธรรมชาติได้ฟื้นตัวกลับคืนแล้ว ยังมีส่วนช่วยทำให้ปัญหาการพังทลายหน้าดินบริเวณริมตลิ่งคลองนาน้อยห้วยด้วนลดลงอีกด้วย ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า รากของหญ้าแฝกสามารถยึดติดกับผืนดินได้เป็นอย่างดี เวลาที่น้ำฝนชะล้างเอาเศษดินเศษหินมาก็จะถูกหญ้าแฝกดักไว้ ทำให้ไม่สามารถไหลลงลำคลอง จนก่อให้เกิดปัญหาตลิ่งพังได้ ด้าน นายประสม ใจใหญ่ กำนัน .อ่าวน้อย ซึ่งให้เกียรติมาเป็นประธานในการจัดกิจกรรมครั้งนี้กล่าวว่า รู้สึกดีใจและขอขอบคุณ บริษัททิปโก้ที่ได้จัดกิจกรรมดีๆ อย่างนี้ขึ้น เพราะนอกจากจะเป็นการช่วยให้สภาพแวดล้อมของคลองนาน้อยห้วยด้วนดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวบ้านให้ดีขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย เพราะจะได้มีสถานที่ออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจในชุมชน”
PR Agency of this news:
Contact: ดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่น, บจก. Amarin Plaza, Level 22, 495-502 Ploenchit Road Lumpini, Pathumwan, Bangkok 10330 0-2610-2387 Fax:0-2610-2345-

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts



หน้า 1 ถึง 212