เปิดประวัติ น้องเก๋ ประภาวดี ฮีโร่โอลิมปิกคนใหม่

ประเทศไทยมี “ฮีโร่โอลิมปิก” คนใหม่ ชื่อ ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล จอมพลังสาวนักยกน้ำหนักทีมชาติไทย หลังจากสาวจากเมืองปากน้ำโพคว้าเหรียญทองยกน้ำหนัก ในกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 29 มาครองได้สำเร็จ แต่เส้นทางสู่ความสำเร็จไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากปราศจาก ความมุมานะ บากบั่น ด้วยจิตใจที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กที่เธอยกเสียอีก

“น้องเก๋” ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล ชื่อเดิม จันทร์พิมพ์ กันทะเตียน เป็นบุตรสาวของ นายจันทร์แก้ว กันทะเตียน และ นางราศรี ทัดทอง เกิดเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2527 ที่นครสวรรค์ ปัจจุบันอายุ 24 ปี สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนนวมินทราชูทิศ พายัพ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง จากวิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ก่อนมาเป็นบัณฑิตสาวจากสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ขณะนี้กำลังศึกษาระดับปริญญาโท ที่สถาบันแห่งเดียวกัน
เด็กสาวที่ชื่อ จันทร์พิมพ์ เล่นยกน้ำหนักครั้งแรก ในปี 2537 มี อ.สมชาติ แสงน้อย และ อ.ประทีป แสงน้อย เป็นโค้ชคนแรก ก่อนเข้าสังกัด สโมสรถาวรฟาร์ม ของ จ.นครสวรรค์
กีฬายกน้ำหนักเป็นกีฬาที่ไม่สนุก และต้องใช้ความอดทน มุมานะอย่างสูง เรื่องของความสวยงามที่สตรีเพศทุกคนใฝ่หานั้นไม่ต้องพูดถึง และกว่าที่จันทร์พิมพ์ จะสามารถก้าวขึ้นถึงทีมชาติ ต้องรอคอยกระทั่งถึงปี 2544

ในเว็บไซต์ของ ม.นอร์ท-เชียงใหม่ กล่าวยกย่อง จันทร์พิมพ์ ในฐานะนักศึกษาทุน 100% ประเภทนักกีฬา ว่า “น้องเก๋” ไม่เคยท้อต่ออุปสรรค ด้วยเพราะต้องเป็นเสาหลักของครอบครัว และเงินที่ได้รับจากการแข่งขันทุกครั้งได้นำมาดูแลครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างยากจน จนปัจจุบันความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้นมาก แต่จันทร์พิมพ์ยังมุ่งมั่นและทุ่มเทให้กีฬายกน้ำหนักอยู่เสมอ
ความผิดหวังครั้งสำคัญของ จันทร์พิมพ์ เกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน ในการคัดเลือกเป็นตัวแทนทีมชาติเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2004 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ในรุ่น 53 กิโลกรัมหญิง โดยสมาคมยกน้ำหนักแห่งประเทศไทย ตัดสินใจส่ง “น้องอร” อุดมพร พลศักดิ์ เป็นผู้ที่ได้ตั๋ว “เอเธนส์เกมส์” ส่วน “น้องเก๋” ซึ่งประสบอาการบาดเจ็บต้องตกเครื่องในเที่ยวสุดท้าย ซึ่งในเวลาต่อมา “น้องอร” กลายเป็นฮีโร่นักกีฬาหญิงคนแรกของประเทศไทย ที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์มาครอง พร้อมกับวลี “สู้โว้ย” ที่ดังไปทั่วประเทศ
ความเศร้าเสียใจเปรียบเสมือนฝันร้ายในครั้งนั้น “น้องเก๋” เกือบจะอำลาทีมชาติ ด้วยฉายา “จอมพลังขี้แย” หลังจากโศกเศร้าชั่วขณะ น้ำตาได้ถะถั่งความเสียใจจนหมดสิ้น “น้องเก๋” เปลี่ยนชื่อและนามสกุลใหม่จาก “จันทร์พิมพ์ กันทะเตียน” มาเป็น “ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล” เช่นเดียวกับครอบครัวก็เปลี่ยนนามสกุลมาใช้ “เจริญรัตนธารากูล” เช่นเดียวกัน
“จันทร์พิมพ์” คนเดิม ทิ้งไว้เบื้องหลัง “ประภาวดี” กำลังจะก้าวต่อไป

“ตอนนั้นเหมือนโลกมืดไปหมด เก๋แทบเสียคน ทุกอย่างเสียศูนย์ไปหมด ถึงขั้นตัดสินใจเลยว่าจะเลิกเล่น แต่เก๋นึกถึงพ่อแม่ ทำให้รู้ว่าเรามีหน้าที่ที่ต้องทำ” จอมพลังสาว กล่าว
เพียงแต่เมฆหมอกแห่งความโชคร้ายยังไม่หมดแค่นั้น ในศึกยกน้ำหนักชิงแชมป์โลก ที่ จ.เชียงใหม่ เดือนกันยายน เมื่อปี 2550 ประภาวดี โชคร้ายอีกครั้ง ในการแข่งขันรุ่น 53 กิโลกรัมที่เธอมีโอกาสได้เหรียญทอง แต่กลับประสบอุบัติเหตุ “ข้อศอกขวาหลุด” ในการยกท่าสแนทช์ เธอทิ้งเหล็กลงอย่างเจ็บปวด ชวดทุกเหรียญยังไม่พอ “น้องเก๋” ต้องรักษาตัว 3 เดือน พลาดติดทีมชาติลงแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 24 ที่ จ.นครราชสีมา ในปลายปีเดียวกัน

“น้องเก๋” เล่าให้ฟังว่า ตอนไปแข่งยกเหล็กที่ปักกิ่งเมื่อหลายปีก่อนหน้านั้น มีตุ๊กตามาสคอต 5 สี ของโอลิมปิกวางขายแล้ว อยากจะซื้อกลับบ้าน แต่เพื่อนในทีมท้วงว่า อย่าเพิ่งซื้อเพื่อเอาเคล็ด จะได้กลับมาแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2008 เลยไม่ซื้อ แต่พอในศึกชิงแชมป์โลกที่เชียงใหม่ มีตุ๊กตา “แคน” แมวนำโชค ซีเกมส์วางขายใกล้ๆ สนาม ตนเองกลับซื้อมาเป็นที่ระลึก โดยไม่มีใครทักท้วง กระทั่งข้อศอกหลุด ชวดแข่งซีเกมส์ ที่โคราช จนได้
หลายคนคิดว่า การบาดเจ็บครั้งนั้น อาจส่งผลกระทบถึง “ปักกิ่งเกมส์” ในปี 2551 แต่จิตใจของ ประภาวดี แกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า เธอกลับมาอีกครั้งในการคว้า 3 เหรียญทอง ศึกชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2551 เมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ จ.ขอนแก่น รายการระดับในประเทศที่คนกีฬาสนใจน้อยนัก แต่เธอกลับทุบสถิติโลกลงอย่างราบคาบ ท่าสแนทช์ 97 กิโลกรัม คลีนแอนด์เจิร์ก 130 กิโลกรัม น้ำหนักรวม 227 กิโลกรัม ซึ่งดีกว่าสถิติโลก 102-129-226 กิโลกรัม
เธอพร้อมแล้วสำหรับ “ปักกิ่งเกมส์” มหกรรมกีฬาแห่งความฝัน มหกรรมกีฬาที่เธอรอคอยมาทั้งชีวิต
ชื่อของ ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล กลายเป็นเบอร์ 1 ของโลก นักกีฬายกน้ำหนักหญิง รุ่น 53 กิโลกรัม ขนาดที่จีน ยังไม่กล้าส่งนักกีฬาเข้าประกบ และในที่สุดวันเวลาที่รอคอยก็มาถึง เมื่อเธอคว้าเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2008 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการทำลายสถิติโอลิมปิกเกมส์ได้สำเร็จ

จาก จันทร์พิมพ์ กันทะเตียน ผู้เจ็บช้ำวันนั้น ด้วยความมุมานะ บากบั่นไม่ย่อท้อ ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล จึงมีวันนี้
ผลงานของน้องเก๋ ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล
– 1 เหรียญทองแดง ยกน้ำหนักชิงแชมป์โลก (ชายครั้งที่ 73 หญิงครั้งที่ 16) ที่ ประเทศแคนาดา ปี 2546
– 1 เหรียญทอง กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 22 ที่ประเทศเวียดนาม ปี 2546
– 3 เหรียญทอง ยกน้ำหนักเยาวชนชิงแชมป์เอเชีย (ชายครั้งที่ 17 หญิงครั้งที่ 9 ) ที่ จ.เชียงใหม่ ปี 2547
– 3 เหรียญทอง ยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ปี 2548
– 1 เหรียญทอง ยกน้ำหนักชิงแชมป์โลกที่กาตาร์ ปี 2549
– 3 เหรียญทอง ยกน้ำหนักชิงชนะเลิศมหาวิทยาลัยโลก ที่เมืองอิซเมียร์ ประเทศตุรกี ปี 2549
– 1 เหรียญเงิน กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 15 ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ปี 2549
– 1 เหรียญทอง ยกน้ำหนักชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศจีน ปี 2550
– นักกีฬาเยาวชนสมัครเล่นหญิงดีเด่น ในวันกีฬาแห่งชาติ ประจำปี 2546 จากการกีฬาแห่งประเทศไทย
คติประจำใจ – ไม่มีใครสมบูรณ์แบบไปทุกอย่าง
สีที่ชอบ – สีชมพู
นักกีฬาที่ชื่นชอบ – สายพิณ เดชแสง, ราฟาเอล นาดาล
เพื่อนซี้ – เพ็ญศิริ เหล่าศิริกุล, วันดี คำเอี่ยม
งานอดิเรก – เล่นเกม, อ่านหนังสือ, เล่นคอมพิวเตอร์
อนาคต – เปิดกิจการส่วนตัว, ท่องเที่ยว
ไลฟ์สไตล์ ของ น้องเก๋ ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล
เธอกลายเป็นนักกีฬาคนที่ 18 ของประวัติศาสตร์วงการกีฬาไทย ที่ได้เหรียญโอลิมปิกเกมส์ ชื่อเสียง เงินทอง ความสำเร็จ กำลังหลั่งไหลเข้ามาไม่จบสิ้น ชีวิตของเธอจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล
Related posts