Subscribe to โครงการสื่อเพื่อสังคม รายการพึ่งพาอาศัย
Technorati
del.icio.us

หน้า 1 ถึง 212

ปัจจุบันมหาวิทยาลัยขอนแก่นไม่เคยหยุดนิ่งต่อกระแสความตื่นตัวในโลกยุคโลกาภิวัตน์ที่มีวิวัฒนาการทางด้านการสื่อสาร ทั้งภายในมหาวิทยาลัยเอง มีผลงานของนักวิชาการ คณาจารย์ ทางด้านการวิจัยเป็นเลิศอันดับต้น ๆ ของประเทศ ในกลุ่มสถาบันเดียวกัน จนมีการจดลิขสิทธิ์ไปแล้ว นับหลายร้อยเรื่อง ที่รอและนำไปใช้ประโยชน์ทางด้านพาณิชย์ และได้นำไปใช้ประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมต่อการพัฒนาภาคอีสาน มาแล้วมากมาย

กอปรกับ ภายในมหา วิทยาลัยเองนั้น นอกเหนือจากผลิตข่าวสารป้อนสื่อสิ่งพิมพ์ โดยฝ่ายสังคมและชุมชนสัมพันธ์เป็นกิจวัตรแล้ว ยังมี   สื่อวิทยุกระจาย เสียงระบบ FM  ความถี่ 103 เมกะเฮิรตซ์แล้วก็ตาม แต่จำกัดด้วยกำลังส่งของเครื่องส่ง ทำให้รัศมีการส่งกระจายเสียงไม่ครอบคลุมพื้นที่ได้เท่าไหร่นักซึ่งสื่อทั้ง 2 ประเภทที่มีอยู่นั้น เป็นเพียงหลักฐานที่เป็นตัวหนังสือสามารถอ้างอิงได้และเสียงทางหูเท่านั้น ยังขาดภาพเคลื่อนไหวทางสายตา
 
ดังนั้นเพื่อให้ครบเครื่องของกระบวนการผลิตสื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์ ผศ.ดร.วินัย ใจขาน รองอธิการบดีฝ่ายสังคมและชุมชนสัมพันธ์ พร้อมทีมงานจึงได้จัดให้มีการดำเนินงานตามโครงการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์โทรทัศน์บนอินเทอร์ เน็ต KKU CHANNAL ที่เว็บไซต์ www.kku.ac.th ซึ่งปัจจุบันนี้ได้มีผู้สนใจเปิดเว็บไซต์ดังกล่าวของมหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้วกว่า 30,000 คน โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้ชมกว่า 300,000 หน้า
 
ผศ.ดร.วินัย รองอธิการบดี เปิดเผยว่า แนวโน้มการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมของมหาวิทยาลัยขอนแก่นทาง อินเทอร์เน็ต ประสบผลสำเร็จด้วยดีและพุ่งขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ทางฝ่ายสังคม และชุมชนสัมพันธ์เร่งดำเนินการตามโครงการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์โทรทัศน์บน     อินเทอร์เน็ตหรือ KKU CHANNAL ขึ้นอย่างเร่งด่วน โดยหวังเอาไว้ให้ปรากฏเผยแพร่ไปทั่วโลก
 
ในส่วนของความพร้อมทางด้านงบประมาณ บุคลากร และอุปกรณ์ในการผลิตนั้น ได้รับงบประมาณจากเงินสะสมเอง สถานีวิทยุระบบ FM 103 เมกะ  เฮิรตซ์ มาส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเป็นงบประมาณสมทบของมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยในเบื้องแรกได้มีการประกวด ออกแบบโลโก้และสติกเกอร์รถโอบี “KKU CHANNAL” โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ตชิงเงินรางวัล 12,000 บาท พร้อมใบประกาศนีย  บัตร พร้อม   กับประกาศผลผู้ที่ชนะการประกวด    ผู้ประกาศข่าวและสารคดีทางโทรทัศน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  
ส่วนการดำเนินการทางด้านอื่น ผศ.ดร.วินัย บอกว่า ได้มีการเตรียมการไว้ในแต่ละลำดับทั้งด้านเทคนิค บุคลากรและการประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยได้มีการประชุมวางแผนอย่างต่อเนื่อง สำหรับการเฟ้นหาผู้ประกาศข่าว และผู้ผลิตสารคดี เป็นการเปิดโอกาสให้บุคลากรและนักศึกษาได้แสดงความสามารถรวมถึงการเสนอตัวเข้าสู่โครงการ เพื่อใช้ความสามารถของตนเองในการพัฒนางานของมหาวิทยาลัย ซึ่ง ก็ได้มีการประกาศผลการประกวดไปแล้ว เป็นที่น่าประทับใจจากการที่บุคลากร และนักศึกษาให้ความสนใจมาร่วมกิจกรรมเกินความคาดหมาย อีกทั้งผลงานอยู่ในระดับที่ดี มาถึงตอนนี้เพื่อให้ทักษะที่มีอยู่ได้รับการพัฒนาสู่มาตรฐาน และพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่การทำงานอย่างจริงจัง จึงได้เชิญวิทยากรที่มีประสบการณ์ทั้งภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย มาให้ความรู้ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่าง ยิ่งต่อผู้เข้าอบรม ยังรวมไปถึงสมาชิกของเครือข่ายประชาสัมพันธ์จากคณะวิชาต่าง ๆ อีกด้วย
 
อย่างไรก็ตามการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรการพัฒนาผู้ประกาศข่าว และพิธีกรดำเนินรายการโทรทัศน์นั้นได้จัดให้กับผู้ที่สนใจ ซึ่งได้เข้าร่วมประกวดผู้ประกาศข่าวทุกคน และเครือข่ายประชาสัมพันธ์จากคณะวิชาต่าง ๆ รวมจำนวน 70 คน โดยได้รับเกียรติจาก ดร.วิชาติ บูรณะ  ประเสริฐสุข วิทยากรพิเศษจาก คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นวิทยา กรที่มีชื่อเสียงและมีประสบ การณ์ในการ บรรยายเรื่องการอ่านออกเสียง และทักษะผู้ประกาศ ผู้ดำเนินรายการ และ ผศ.  วาลี ขันธุวาร จากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้เชี่ยวชาญด้านการเขียน และการนำเสนองาน  ข่าว สำหรับผู้ที่ผ่านการอบรมในครั้งนี้ จะเป็นการเตรียมความพร้อม เพื่อเข้าสู่การปฏิบัติงานร่วมของโครงการ KKU CHANNAL ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทดสอบระบบการเผยแพร่ในต้นปี 2552

นั่นคืออีกมิติหนึ่งของมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นมิติที่จะนำความภาคภูมิใจมาสู่ประชากร มข. รวมทั้งชาวขอนแก่นและชาวอีสานทั้งมวล.

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

ขอเชิญร่วมงาน 30 ปี มูลนิธิดวงประทีป

มูลนิธิดวงประทีปได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ มาเกือบ 30 ปี ในวันที่ 31 สิงหาคม 2551  ด้วยเหตุนี้ทางมูลนิธิฯ จึงมีกิจกรรมต่างๆ  เพื่อสังคมต่างๆ  อาทิ
                             
1  
ปลูกคน ปลูกปาล์ม    เพื่อลดภาวะโลกร้อนบนพื้นที่ 200 ไร่ ที่ศูนย์กาญจนบุรี
                              
2  ปลูกฝังการอ่าน  ส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว ด้วยกิจกรรมให้ส่งเสริมการอ่านหนังสือ(นิทาน)ให้ลูกฟัง
 
                              
3  สนามเด็กเล็กในชุมชน  เพื่อเติมสุข เติมฝัน เติมพลังและจินตนาการของเด็กในชุมชนแออัด 30 แห่ง
  
                              
4 ชุมชนร่วมใจปลูกต้นไม้ร่วมกัน เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนแออัดร่วมใจกันในการปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ชุมชน จัดระเบียบ แลทำความสะอาด ให้ชุมชนน่าอยู่มากขึ้น
 
      และในวันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคมนี้ ทางมูลนิธิฯ จะจัดงานเสวนา ในหัวข้อ ““ประสบการณ์จากอดีตสู่คุณค่าในอนาคต” โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนา ได้แก่ ดร. สุเมธ  ชุมสาย ณ อยุธยา ดร. กิตติรัตน์ ณ ระนอง คุณครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ นายสุเทพ ดิรกลาภมรกตนางสาวสมสุข บุญญะบัญชา ท่านที่สนใจสามารถเข้าร่วมฟังเสวนาได้ที่
อาคารมูลนิธิดวงประทีป ตั้งแต่เวลา 13.00 – 15.30 น. 
    หลังจากนั้นจะมีพิธีมอบรางวัล” ประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ” โ
ดยผู้ได้รับรางวัลในปีนี้ได้แก่ นายสังวาลย์ บุญส่ง เป็นผู้ต่อสู้เรื่องที่อยู่อาศัยมาอย่างยาวนานจนชุมชนที่ตนอาศัยได้รับเป็นการพิจารณาให้เป็นบ้านมั่นคงสำเร็จ คุณสังวาลย์ ต่อสู้อย่างไร ท่านสามารถเข้าร่วมรับฟังได้ตั้งแต่เวลา 15.30 – 16.30 น    
นอกจากนี้ในวันครบรอบ 30 ปี มูลนิธิดวงประทีป ที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อคนจนยังได้จัดพิธีมอบ
หนังสือนิทานแก่ผู้ปกครอง ตามโครงการส่งเสริมการอ่านหนังสือในครอบครัว สนับสนุนโดย 
บริษัท ลุกซ์ รอแยล (ประเทศไทย) จำกัด และพิธีมอบป้ายบ้าน ตามโครงการบ้านน่าอยู่ครอบครัวอบอุ่น  สนับสนุนโดย Elsereine 1% Club  ซึ่งทั้งกิจกรรมเหล่านี้เป็นเพียง 2 ใน 4 กิจกรรมใหม่ที่ทางมูลนิธิฯ ได้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีในครอบครัว และช่วยแก้ไขปัญหาโลกร้อน ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้เสร็จสิ้นแค่วันครบรอบเท่านั้น  แต่จะเป็นก้าวใหม่อีกก้าวที่มูลนิธิฯ จะดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องเพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม
   สามารถร่วมงานกับกิจกรรมต่างๆ ได้  หรือต้องการจะรวมสมทบทุนการในการจัดกิจกรรมสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ 
www.dpf.or.th

หรือ โทร.02-671-4045-8  ต่อ 107  
 

 

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

Jul-7-08

สสวท.อบรมฟรี ครูประถมฯ

posted by พ่อมดน้อย

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จัดอบรมครูทางไกลผ่านดาวเทียม กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ระดับประถมศึกษา ทางสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษา (อีทีวี) กระทรวงศึกษาธิการ ทุกวันเสาร์ ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน ถึงวันที่ 12 กรกฎาคม 2551 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ครูผู้เข้าอบรมจะต้องผ่านการประเมินโดยเข้าร่วมกิจกรรมและสอบข้อเขียนตามเกณฑ์ และเข้าอบรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมด จึงจะได้รับวุฒิบัตร สนใจสมัครเข้ารับการอบรมได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าลงทะเบียน หรือสอบถามรายละเอียดที่สาขาวิทยาศาสตร์มัธยมศึกษา โทร. 0-2392-4021 ต่อ 1210-1218 หรือดูรายละเอียดที่ www.ipst.ac.th

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

Jul-7-08

ความรักของหญิงชรา

posted by พ่อมดน้อย

ความรักของหญิงชรา กับหมาแมวกว่า 300 ตัว

ยายติ๋ม

สุนัข

เรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบจากหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

          เสียงเห่าหอนของเหล่าบรรดาสุนัขนับร้อยๆ ตัว ดังโหยหวนออกมาจากบ้านหลังเก่าแลดูทรุดโทรมหลังหนึ่งมานานกว่า 35 ปีแล้ว บ้านหลังที่ว่านี้ตั้งอยู่ภายในซอยแคบๆ ข้างกำแพงวัดประยูรธรรมาราม จังหวัดปทุมธานี ซึ่งถ้ามองแค่เพียงผิวเผิน ก็คงไม่มีอะไรแตกต่างไปจากบ้านหลังอื่นๆ แต่ภายใต้ความเสื่อมโทรม อึดอัด คับแคบ กลับมีพื้นที่เล็กๆ ให้สิ่งมีชีวิตอีก 335 ชีวิตอาศัยอยู่

          “บ้านนี้มีหมา 303 ตัว แมว 30 ตัว ห่าน 1 ตัว และฉันอีก 1 คน รวมแล้ว 335 ชีวิต หมาแมวส่วนใหญ่เป็นหมาแมวจรจัดพลัดหลงเข้ามา หลายตัวเจ้าของก็เอามาปล่อยทิ้งไว้จนหิวโซใกล้จะอดตาย บางตัวก็เจ็บป่วยพิการไม่สมประกอบ ฉันจึงเก็บมาเลี้ยงไว้ทั้งหมด” คำบอกเล่าของเจ้าของบ้านหรือ มณี แสงจันทร์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันคุ้นเคย ว่า ยายติ๋ม หญิงชราร่างเล็กหลังงองุ้ม ใบหน้าเหี่ยวย่นและฟันฟางหักจนเกือบหมดปาก แต่ท่าทางการเคลื่อนไหวยังคงดูกระฉับกระเฉงและแข็งแรงในวัย 73 ปี

          ทุกๆ เช้าตรู่ ยายติ๋มจะเดินตรวจตราสมาชิกหมาและแมวทั้งหมดทีละตัวๆ ว่ามีสุขภาพอาการเป็นอย่างไรบ้าง ก่อนจะเดินทางไปตลาดสดเพื่อหาซื้อข้าวสารเป็นกระสอบ ซี่โครงไก่อีกหลายตัว อาหารเม็ดสำหรับสุนัขถุงใหญ่ พร้อมกับเอ่ยปากขอเศษผักเศษหมูข้างเขียงที่เขาเหลือ แล้วกลับบ้านมาปรุงเป็นอาหารให้แก่เพื่อนร่วมชายคา ที่ต่างรอคอยด้วยความหิวโหย ชีวิตของยายติ๋มดำเนินไปเช่นนี้มานาน 40 ปีแล้ว 

          ยายติ๋มรำลึกถึงอดีตให้ฟังว่า ด้วยความที่เป็นคนรักสัตว์ ทำให้เวลาที่ไปเจอหมาจรจัดผอมโซจนเห็นซี่โครง ก็จำต้องควักเงินซื้อกับข้าวกับปลาให้กิน หรือเวลาที่มีหมาแมวบาดเจ็บพิการพลัดหลงเข้ามาในบ้าน ก็ต้องพาไปหาหมอรักษาแล้วให้ที่พักให้อาหารจนหายป่วยแข็งแรงดี ก่อนจะปล่อยไปตามยถากรรม แต่พวกเขาก็ไม่เคยไปไหนไกล ยังกลับมาวนเวียนป้วนเปี้ยนอยู่หน้าบ้านจนต้องรับเลี้ยงไว้ มันเหมือนกับคนที่อยู่บนหลังเสือ อยากจะลงก็ลงไม่ได้ ลำบาก เพราะจากที่แรกๆ ที่มีแค่ 4-5 ตัว ก็เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็น 20 ตัว เวลาผ่านไปก็มีทั้งคนมาปล่อยทิ้งไว้บ้าง เราสงสารไปเก็บมาเลี้ยงไว้บ้าง จนกลายมาเป็นหลาย 100 ตัวอย่างทุกวันนี้ ลูกๆ หลานๆ ก็บ่นจนไม่รู้จะบ่นยังไงแล้ว เขาก็เข้าใจว่าแม่ทำอย่างนี้แล้วมีความสุข จะให้ทิ้งก็ทิ้งไม่ได้ ชีวิตทั้งชีวิตนะคุณ เราก็ปล่อยทิ้งเขาให้อดตายไม่ได้หรอก  

ยายติ๋ม

          ลูกๆ ทั้งสามของยายติ๋มแยกย้ายไปมีครอบครัวกันหมดแล้ว แม้ยายติ๋มจะใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้เพียงลำพัง หลังจากที่สามีคู่ชีวิตตายจากไป สิ่งที่แกเรียกว่าห้องนอนนั้นต่อเติมไว้อยู่เหนือที่อยู่อาศัยของบรรดาหมาและแมวทั้งหมด เป็นเพียงพื้นที่แคบๆ ที่ยกสูงไว้สำหรับพักผ่อนนอนหลับ และในแต่ละเดือนแกจะได้รับเงินใช้จ่ายต่างๆ จากลูกๆ ตกเดือนละประมาณ 1.2 หมื่นบาท เงินจำนวนดังกล่าว อาจทำให้หญิงชราอยู่ได้อย่างสบายๆ ในช่วงบั้นปลายชีวิต ถ้าไม่ต้องมานั่งแบกรับภาระอันหนักอึ้งอย่างทุกวันนี้ 

          “ฉันต้องเสียค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารการกินของพวกนี้ ตกวันละประมาณ 1,800 บาท ทั้งค่าข้าวสารวันละ 60 กิโลกรัม ก็ประมาณครึ่งกระสอบ 900 กว่าบาท รวมถึงค่าจ้างคนงาน 2 คน คนละ 200 บาทต่อวัน นี่คือค่าใช้จ่ายหลักๆ ที่ต้องเสียไปในแต่ละวัน และต้องเสียค่าเช่าบ้านอีกเดือนละ 4,000 บาท รวมค่าน้ำค่าไฟแล้วก็ร่วมๆ 1 หมื่นบาท มีหลายคนสงสัยว่า ฉันไปเอาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหน ก่อนหน้านี้ฉันขายบ้านที่สุพรรณไปแล้ว 2 หลัง ที่ไร่ที่นาซึ่งเป็นมรดกตกทอดก็ต้องไปขายให้ญาติน้อง แบ่งเงินจากส่วนนั้นมาเดือนละ 3 หมื่น เอามาจุนเจือตรงนี้ นี่ก็ยังไม่รู้เลยว่า ถ้าส่วนแบ่งของฉันหมด จะเอาเงินจากที่ไหนมาเลี้ยงดูพวกมัน แรกๆ ก็มีแต่คนด่าหาว่าบ้า เอาหมาเอาแมวจรจัดมาเลี้ยงไว้ทำไมตั้งเยอะแยะ บางคนก็บอกให้เอาไปทิ้งหรือเอาไปขาย แต่ฉันก็ไม่ทำ อยู่ด้วยกันมาเป็นสิบๆ ปี ใครจะกล้าทอดทิ้งได้ลงคอ” ยายติ๋ม เล่า

          ทั้งนี้ ยายติ๋มเคยไปขอความช่วยเหลือจากองค์กร สมาคม หรือแม้แต่มูลนิธิต่างๆ ที่เกี่ยวกับสัตว์ถูกทอดทิ้งมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ เลย และเมื่อหลายปีก่อนเรื่องราวของยายติ๋มเคยมีรายการโทรทัศน์ชื่อดังรายการหนึ่ง นำไปถ่ายทอดออกสู่สายตาสาธารณชน พร้อมๆ กับช่องทางความช่วยเหลือโดยลงหมายเลขบัญชีของแกไปด้วย ทำให้คนไทยทั้งประเทศที่ได้ชมต่างก็รู้สึกเวทนาสงสาร และนับถือหัวจิตหัวใจของหญิงชราใจบุญตัวเล็กๆ คนนี้ 

          ยายติ๋ม เปิดใจอีกว่า ช่วงนั้นก็มีหลายคนเดินทางมาดู มาเยี่ยมชมให้กำลังใจ แล้วก็ให้ความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่น เงินจำนวนไม่มาก เอาข้าวสาร เอาอาหารเม็ดสำหรับหมาแมวมาให้ แต่ก็เป็นแค่ช่วงแรกๆ เท่านั้น หลังจากนั้นก็มีแต่คนเอาหมาและแมวมาปล่อยทิ้งไว้หน้าบ้าน แม้กระทั่งหลอกถามที่อยู่เพื่อจะเอาพวกมันมาทิ้งไว้ เช่น มีคนโทรมาถามว่าบ้านยายอยู่ไหน จะไปเยี่ยมไปช่วยเหลือ ฉันก็บอกทางเขาเสร็จสรรพ รอเท่าไรเขาก็ไม่มา แต่พอตกกลางคืนได้ยินเสียงรถ กระบะมาจอดเอี๊ยดดังสนั่น หมาแมวในบ้านก็เห่าหอนกันลั่นซอย พอออกไปดู ก็เจอหมาเกือบ 10 ตัวถูกใส่กล่องมาปล่อยทิ้งไว้หน้าบ้าน

ยายติ๋ม

          “ฉันขอร้องไว้ตรงนี้เลย ให้ฉันกราบให้ฉันไหว้ยังไงก็ได้ ขอเถอะนะ อย่าเอาหมาเอาแมวมาปล่อยที่นี่อีก แค่นี้ฉันก็จะเลี้ยงไม่ไหวอีกแล้ว จะตายกันหมดทั้งบ้านแล้ว ทุกวันนี้ฉันมีปัญญาเลี้ยงมันแค่วันละมื้อเท่านั้น ฉันอดได้ไม่เป็นไรหรอก ทุกวันนี้ฉันก็กินวันละเล็กน้อยเท่านั้น อาศัยข้าวก้นบาตรวัดกินประทังชีวิตให้พออิ่มไปวันๆ แต่หมาแมวพวกนี้สิ ต้องหาเงินมาซื้อข้าวสารให้มันกิน เมื่อก่อนมีคนใจบุญเอาข้าวสารมาให้เป็นถุง ถุงใหญ่ๆ แต่สองสามปีนี้ก็หายหน้าหายตาไป เพราะเขาบอกว่าเขาก็ลำบากเหมือนกัน” เสียงของยายติ๋มบ่งบอกความรู้สึกอัดอั้นตันใจ และน้ำตาของยายเริ่มไหลออกมา 

          ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา อาจเรียกได้ว่าชีวิตของยายติ๋ม-มณี แสงจันทร์ วัย 73 ปี คนนี้กำลังเผชิญกับปัญหาที่ไม่อาจแบกรับมันได้อีกต่อไป “ถ้าฉันตาย ใครจะดูแลพวกมัน” นี่คือสิ่งที่แกถามตัวเองอยู่ทุกค่ำคืน ก่อนจะปิดตาหลับลงด้วยความเหน็ดเหนื่อยใจ 

          ณ เวลานี้ หมาแมวจรจัดพิการทั้ง 333 ตัว ต่างก็ไม่รู้ว่าหญิงชราตัวเล็กๆ ที่คอยหาข้าวหาน้ำ คอยปรนนิบัติพวกมันยามเจ็บไข้ได้ป่วยคนนี้ จะอยู่ดูแลพวกมันได้อีกนานเท่าไหร่ เช่นเดียวกับหญิงชราเจ้าของบ้านที่ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่า วันพรุ่งนี้และวันต่อๆ ไป จะมีปัญญาหาเงินมาเลี้ยงพวกมันได้อีกนานแค่ไหน…ใครเล่าจะไปรู้

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

Apr-28-08

1st

posted by Bubble B

หลังจากที่วุ่นวายอยู่กับรายการพึ่งพาอาศัย   รายการที่อยู่ภายใต้การดูแลของโครงการสื่อเพื่อสังคม  ที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล    ข่าวสารของแต่ละมูลนิธิให้คนทั่วไปได้รับรู้ถึงประวัติความเป็นมา   รวมถึงรับรู้หน้าที่   และความรับผิดชอบของมูลนิธิที่มีต่อสังคม  เพื่อกระตุ้นให้เกิดความช่วยเหลือต่อมูลนิธินั้นๆมาได้สักพักใหญ่  จนรายการได้เติบโตเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาพอสมควร  คือได้ออกอากาศผ่านช่องฟรีทีวีดาวเทียม  ที่ช่อง  Station Ten  และช่องรายการโทรทัศน์ท้องถิ่นของ ส่งความสุข เคเบิล ทีวี ในจังหวัดสมุทรปราการ  รวมทั้งมี Website ไว้เชิดหน้าชูตาที่ www.livetogether.org แล้ว  เจ้านายผู้น่ารักของเราก็ได้มอบภาระ (กิจ) อันใหญ่หลวงให้พวกเราอีกหนึ่งอย่าง คือ   การจัดทำบันทึกเพื่อรายงานความคืบหน้าในการทำงาน  พูดง่ายๆ คือต้องการจับผิดเราว่าวันๆนึง    ได้ทำอะไรที่ก่อให้เกิดความก้าวหน้าต่อสังคมตามเจตนารมณ์ของโครงการมากน้อยเพียงใดนั้นเอง  และเพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ และโครงการ  พวกเราชาวพึ่งพาอาศัย  ยินดีที่จะตีแผ่หลังบ้านของพวกเราในแต่ละวันของการทำงานให้ทุกคนได้รู้ว่า  เราได้ใช้เวลาในแต่ละวันทำอะไร  การทำงานเป็นยังไง    มีอุปสรรคหรือติดขัดอะไรตรงไหน   และทำเพื่อสังคมจริงหรือเปล่า  ……………………………………………….อย่าลืมนะคะทุกชีวิตอยู่ได้ด้วยการพึ่งพาอาศัย และเกื้อกูลกัน และกัน  ก่อนกลับบ้านวันนี้อย่าลืมปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าใน office  เพื่อลดการใช้พลังงานนะคะ

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts



หน้า 1 ถึง 212