<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โครงการสื่อเพื่อสังคม รายการพึ่งพาอาศัย &#187; แนะนำ</title>
	<atom:link href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.livetogether.org</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 25 Nov 2011 04:28:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1.2</generator>
		<item>
		<title>เมนูคลายเครียดจากการทำงาน</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 30 May 2009 01:59:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[การทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เมนูคลายเครียด]]></category>
		<category><![CDATA[แนะนำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/?p=765</guid>
		<description><![CDATA[ทุกวันนี้ใครไม่เครียดคนนั้นอาจถูกมองว่าแปลก เพราะความเครียดแทบจะกลายเป็นโรคประจำตัวของคนเมืองเข้าไปทุกทีแล้ว ยิ่งในที่ทำงานถ้าคุณรู้สึกว่าบรรยากาศไม่ดีเอาเสียเลย หยุดนั่งคิดอะไรเครียดๆ คนเดียว แล้วลุกไปหาอะไรกินกันดีกว่า เคยได้ยินใช่ไหมที่เขาว่า ‘Enjoy eating’ เวลาความสุขพบได้บนโต๊ะอาหาร แต่ถ้าไม่รู้จะกินอะไรเรามีเมนูทำลายเครียดเวลาทำงานมาฝาก
 
 
โยเกิร์ตใส่ผลไม้ เต้าฮวย นมสด ฟรุ๊ตสลัด กล้วยสักลูกหรือส้มสักผล น้ำฝรั่ง กระเจี๊ยบ เสาวรส ฯลฯ เย็น ๆ ถ้าเป็นมื้อใหญ่อย่าลืมข้าวกล้อง ไข่ และเนื้อปลา เพราะเมนูเหล่านี้มีสารอาหารที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดทั้งนั้น เครื่องดื่มรสชาติหวาน จะช่วยให้คุณรู้สึกดี เพราะร่างกายสามารถดึงกลูโคสไปเป็นพลังงานทดแทนส่วนที่ขาดหายได้รวดเร็ว และจะดีมากถ้าเลือกน้ำผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินซี เพื่อเสริมความแข็งแรงให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ถูกความเครียดบั่นทอนไป
เนื้อสัตว์ นม ไข่ เมล็ดธัญพืชต่างๆ อาหารเหล่านี้มีกรดอะมิโน – ทริปโทเฟน ที่จะช่วยเพิ่มสารซีโรโทนินในสมอง ซึ่งมีฤทธิ์กล่อมประสาทช่วยคลายความหงุดหงิดได้และถ้าคุณเลือกกินข้าวกล้องแทนข้าวขาว คุณจะได้รับวิตามินบี1 บี 2
และไนอาซีนมากขึ้นหลายเท่าตัว ช่วยให้ระบบประสาทส่วนกลางทำงานได้ตามปกติผักใบเขียว ถั่วเหลือง ผลไม้ เช่น ส้ม กล้วย อาหารเหล่านี้ที่มีธาตุแมกนีเซียมและโปรตัสเซียมสูงช่วยให้สมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
การลุกไปหาของใส่ท้องถือเป็นการเบรกจากการทำงานชั่วคราว และยังได้เดินยืดเส้นยืดสาย ระหว่างนั้นก็หยุดคิดเรื่องงานไปก่อน เอามันวางไว้ที่โต๊ะพอกลับมานั่งค่อยเริ่มลุยกับมันใหม่ก็ได้
ข้อมูลและรูปภาพจาก 
http://women.sanook.com/health/tips/tips_54428.php




	Tags: การทำงาน, ทั่วไป, เมนูคลายเครียด, [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><strong><span>ทุกวันนี้ใครไม่เครียดคนนั้นอาจถูกมองว่าแปลก เพราะความเครียดแทบจะกลายเป็นโรคประจำตัวของคนเมืองเข้าไปทุกทีแล้ว ยิ่งในที่ทำงานถ้าคุณรู้สึกว่าบรรยากาศไม่ดีเอาเสียเลย หยุดนั่งคิดอะไรเครียดๆ คนเดียว แล้วลุกไปหาอะไรกินกันดีกว่า เคยได้ยินใช่ไหมที่เขาว่า ‘Enjoy eating’ </span><span>เวลาความสุขพบได้บนโต๊ะอาหาร แต่ถ้าไม่รู้จะกินอะไรเรามีเมนูทำลายเครียดเวลาทำงานมาฝาก</span></strong></p>
<p> </p>
<p> </p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span><span style="font-size: x-small;"><strong>โยเกิร์ตใส่ผลไม้ เต้าฮวย นมสด ฟรุ๊ตสลัด กล้วยสักลูกหรือส้มสักผล น้ำฝรั่ง กระเจี๊ยบ เสาวรส ฯลฯ เย็น ๆ ถ้าเป็นมื้อใหญ่อย่าลืมข้าวกล้อง ไข่ และเนื้อปลา เพราะเมนูเหล่านี้มีสารอาหารที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดทั้งนั้น เครื่องดื่มรสชาติหวาน จะช่วยให้คุณรู้สึกดี เพราะร่างกายสามารถดึงกลูโคสไปเป็นพลังงานทดแทนส่วนที่ขาดหายได้รวดเร็ว และจะดีมากถ้าเลือกน้ำผลไม้ที่อุดมด้วยวิตามินซี เพื่อเสริมความแข็งแรงให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ถูกความเครียดบั่นทอนไป</strong></span></span><span><span style="font-size: x-small;"><strong></p>
<p><span>เนื้อสัตว์ นม ไข่ เมล็ดธัญพืชต่างๆ อาหารเหล่านี้มีกรดอะมิโน – <span lang="TH">ทริปโทเฟน </span></span><span lang="TH">ที่จะช่วยเพิ่มสารซีโรโทนินในสมอง ซึ่งมีฤทธิ์กล่อมประสาทช่วยคลายความหงุดหงิดได้และถ้าคุณเลือกกินข้าวกล้องแทนข้าวขาว คุณจะได้รับวิตามินบี</span>1 <span lang="TH">บี </span>2</p>
<p><span lang="TH">และไนอาซีนมากขึ้นหลายเท่าตัว ช่วยให้ระบบประสาทส่วนกลางทำงานได้ตามปกติผักใบเขียว ถั่วเหลือง ผลไม้ เช่น ส้ม กล้วย อาหารเหล่านี้ที่มีธาตุแมกนีเซียมและโปรตัสเซียมสูงช่วยให้สมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ</span></strong></span></span></p>
<p><span><strong><span style="font-size: x-small;">การลุกไปหาของใส่ท้องถือเป็นการเบรกจากการทำงานชั่วคราว และยังได้เดินยืดเส้นยืดสาย ระหว่างนั้นก็หยุดคิดเรื่องงานไปก่อน เอามันวางไว้ที่โต๊ะพอกลับมานั่งค่อยเริ่มลุยกับมันใหม่ก็ได้</span></strong></span></p>
<p><span><strong><span style="font-size: x-small;">ข้อมูลและรูปภาพจาก</span> </strong></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="mso-bidi-font-size: 12.0pt;"><a href="http://www.livetogether.org/goto/http_women_sanook_com_health_tips_tips_54428_php/765/1" rel="nofollow" ><span style="color: #800080;"><strong>http://women.sanook.com/health/tips/tips_54428.php</strong></span></a></span></p>
<p><map name='google_ad_map_765_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/765?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_765_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=765&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b9%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99" title="การทำงาน" rel="tag">การทำงาน</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/gerneral" title="ทั่วไป" rel="tag">ทั่วไป</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94" title="เมนูคลายเครียด" rel="tag">เมนูคลายเครียด</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3" title="แนะนำ" rel="tag">แนะนำ</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b9%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปภ.แนะป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e0%b8%9b%e0%b8%a0-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e0%b8%9b%e0%b8%a0-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 27 May 2009 02:52:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ฟ้าผ่า]]></category>
		<category><![CDATA[อันตราย]]></category>
		<category><![CDATA[แนะนำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/?p=699</guid>
		<description><![CDATA[กระทรวงมหาดไทย  โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  แนะผู้ขับขี่เตรียมความพร้อมในการขับรถช่วงฤดูฝน  เนื่องจากสภาพถนนเปียกลื่น  ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย โดยตรวจสอบสัญญาณไฟ  ที่ปัดน้ำฝน  ระบบเบรกให้ใช้งานได้ดี เติมลมยางให้มีแรงดันมากกว่าปกติ ในขณะที่ฝนตกไม่ควรขับรถด้วยความเร็วสูง  เปลี่ยนช่องทางกะทันหัน
 เว้นระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าปกติ ๑๐ – ๑๕ เมตร  หลีกเลี่ยงการเปิดใช้สัญญาณไฟกระพริบโดยไม่จำเป็น ควรเปิดไฟส่องสว่างแบบต่ำ  เพื่อให้มองเห็นเส้นทางอย่างชัดเจน

 
              นายอนุชา  โมกขะเวส  อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  เปิดเผยว่า  ฤดูฝนเป็นช่วงที่มีอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าปกติ  เนื่องจากช่วงที่ฝนตกสภาพถนนจะเปียกลื่นประกอบกับน้ำฝนที่เกาะอยู่ตามกระจก ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดี  จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน  โดยเฉพาะอุบัติเหตุรถชนท้ายหรือรถหลุดโค้ง
 
              เพื่อความปลอดภัยในการขับรถช่วงฤดูฝน  ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติ  ดังนี้
 
              การเตรียมความพร้อมของสภาพรถ  ตรวจสอบระบบสัญญาณไฟ  ทั้งไฟเลี้ยว  ไฟหน้า  ไฟฉุกเฉิน  ไฟหลัง และไฟตัดหมอก  รวมถึงอุปกรณ์ปัดน้ำฝนให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี  โดยก้านปัดน้ำฝนกวาดน้ำฝนได้สะอาดไม่เป็นเส้นหรือมัว  ท่อฉีดน้ำไม่อุดตัน  เติมน้ำในกระปุ๊กฉีดน้ำอยู่เสมอ  และควรเติมลมยางรถยนต์ให้มีแรงดันลมมากกว่าปกติ ๒ – ๓ ปอนด์/ตารางนิ้ว
 เพื่อให้หน้ายางแข็งและมีกำลังในการรีดน้ำได้ดี    ดอกยางละเอียดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน  ตลอดจนตรวจสอบระบบเบรกให้สามารถหยุดรถได้ทันท่วงที  ไม่มีอาการปัดในขณะหยุดรถ
 

 
              วิธีการขับรถขณะฝนตก  เริ่มจากผู้ขับขี่ควรเปิดที่ปัดน้ำฝนโดยปรับระดับความเร็วให้สัมพันธ์กับสภาพฝนที่ตกลงมา  กดปุ่มไล่ฝ้ากระจกหลัง  เพื่อให้มองเห็นเส้นทางชัดเจนขึ้น  ในช่วงฝนตกใหม่ๆ  น้ำที่กระเด็นขึ้นมาจากพื้นถนนจะมีลักษณะเหนียวคล้ายโคลน  ควรใช้น้ำฉีดกระจdชะล้างคราบโคลน  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #0000ff;">กระทรวงมหาดไทย  โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย </span> แนะผู้ขับขี่เตรียมความพร้อมในการขับรถช่วงฤดูฝน  เนื่องจากสภาพถนนเปียกลื่น  ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย โดยตรวจสอบสัญญาณไฟ  ที่ปัดน้ำฝน  ระบบเบรกให้ใช้งานได้ดี เติมลมยางให้มีแรงดันมากกว่าปกติ ในขณะที่ฝนตกไม่ควรขับรถด้วยความเร็วสูง  เปลี่ยนช่องทางกะทันหัน<br />
 เว้นระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าปกติ ๑๐ – ๑๕ เมตร  หลีกเลี่ยงการเปิดใช้สัญญาณไฟกระพริบโดยไม่จำเป็น ควรเปิดไฟส่องสว่างแบบต่ำ  เพื่อให้มองเห็นเส้นทางอย่างชัดเจน</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/147/147304.jpg" border="0" alt="" width="301" height="207" align="undefined" /></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">            <span style="color: #0000ff;">  </span></span><span style="font-size: small;"><span style="color: #0000ff;">นายอนุชา  โมกขะเวส </span></span><span style="font-size: small;"><span style="color: #0000ff;"> อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</span>  เปิดเผยว่า  ฤดูฝนเป็นช่วงที่มีอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าปกติ  เนื่องจากช่วงที่ฝนตกสภาพถนนจะเปียกลื่นประกอบกับน้ำฝนที่เกาะอยู่ตามกระจก ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดี  จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน  โดยเฉพาะอุบัติเหตุรถชนท้ายหรือรถหลุดโค้ง</span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">           <em><strong>   </strong></em></span><em><strong><span style="font-size: small;">เพื่อความปลอดภัยในการขับรถช่วงฤดูฝน  ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติ  ดังนี้</span></strong></em></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">           <span style="color: #0000ff;">   </span></span><span style="font-size: small;"><span style="color: #0000ff;">การเตรียมความพร้อมของสภาพรถ </span> ตรวจสอบระบบสัญญาณไฟ  ทั้งไฟเลี้ยว  ไฟหน้า  ไฟฉุกเฉิน  ไฟหลัง และไฟตัดหมอก  รวมถึงอุปกรณ์ปัดน้ำฝนให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี  โดยก้านปัดน้ำฝนกวาดน้ำฝนได้สะอาดไม่เป็นเส้นหรือมัว  ท่อฉีดน้ำไม่อุดตัน  เติมน้ำในกระปุ๊กฉีดน้ำอยู่เสมอ  และควรเติมลมยางรถยนต์ให้มีแรงดันลมมากกว่าปกติ ๒ – ๓ ปอนด์/ตารางนิ้ว<br />
 เพื่อให้หน้ายางแข็งและมีกำลังในการรีดน้ำได้ดี    ดอกยางละเอียดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน  ตลอดจนตรวจสอบระบบเบรกให้สามารถหยุดรถได้ทันท่วงที  ไม่มีอาการปัดในขณะหยุดรถ</span></p>
<p> </p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/147/147305.jpg" border="0" alt="" width="398" height="244" align="undefined" /></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">             <span style="color: #0000ff;"> </span></span><span style="font-size: small;"><span style="color: #0000ff;">วิธีการขับรถขณะฝนตก </span> เริ่มจากผู้ขับขี่ควรเปิดที่ปัดน้ำฝนโดยปรับระดับความเร็วให้สัมพันธ์กับสภาพฝนที่ตกลงมา  กดปุ่มไล่ฝ้ากระจกหลัง  เพื่อให้มองเห็นเส้นทางชัดเจนขึ้น  ในช่วงฝนตกใหม่ๆ  น้ำที่กระเด็นขึ้นมาจากพื้นถนนจะมีลักษณะเหนียวคล้ายโคลน  ควรใช้น้ำฉีดกระจdชะล้างคราบโคลน  แต่ไม่ควรฉีดในขณะที่ขับรถด้วยความเร็วสูง</span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">              </span><span style="font-size: small;">เพราะจะทำให้มองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน  เนื่องจากในช่วงที่ฝนตกสภาพถนนจะเปียกลื่น  ผู้ขับขี่ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ  ไม่ขับรถเร็ว   เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากรถลื่นไถลหรือหยุดรถไม่ทัน  ซึ่งระดับความเร็วที่ช่วยป้องกันรถลื่นไถลอยู่ที่ ๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง  ไม่ขับรถชิดคันหน้ามากเกินไป  และเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ ๑๐ –<br />
 ๑๕ เมตร  พยายามขับรถอยู่ในช่องทางของตนเอง  ไม่หยุดรถหรือเปลี่ยนช่องทางกะทันหันในระยะกระชั้นชิดโดยไม่จำเป็นอย่างเด็ดขาด  ทุกครั้งที่เปลี่ยนเส้นทางต้องมองให้แน่ใจว่ามีพื้นที่เพียงพอ หลีกเลี่ยงการเปิดไฟกระพริบหรือไฟฉุกเฉิน  เพราะนอกจากจะสร้างความเข้าใจผิดกับผู้ร่วมใช้เส้นทางจนต้องเปลี่ยนเส้นทางแล้ว</span></p>
<p> </p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/147/147307.jpg" border="0" alt="" width="352" height="235" align="undefined" /></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">              </span><span style="font-size: small;">ยังทำให้ไม่มีสัญญาณไฟเลี้ยวใช้ตามปกติ  ควรให้เปิดไฟส่องสว่างแบบต่ำจะช่วยให้มองเห็นเส้นทางชัดเจนขึ้น  ไม่เปิดสัญญาณไฟสูง  เพราะจะทำให้รถที่สวนมาเกิดอาการตาพร่ามัวและเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย  รวมทั้งควรเปิดไฟตัดหมอกในช่วงกลางคืนที่ฝนตกหนักหรือสภาพถนนเฉอะแฉะ  เพื่อลดการสะท้อนของไฟหน้ารถกับน้ำบนถนนจะช่วยมองเห็นเส้นทางชัดเจนขึ้น<br />
 และเพื่อป้องกันน้ำที่กระเซ็นจากล้อรถคันอื่นให้แก้ไขโดยขับรถให้เร็วกว่าหรือช้ากว่ารถคันที่ทำให้เกิดละอองน้ำ</span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">             <span style="color: #0000ff;"> </span></span><span style="font-size: small;"><span style="color: #0000ff;">กรณีทัศนวิสัยไม่ดี  </span>ควรจอดพักรถในบริเวณที่ปลอดภัย เช่น   จุดพักรถริมทาง  ปั๊มน้ำมัน รอจนฝนหยุดตกหรือสามารถมองเห็นเส้นทางข้างหน้าได้ดีขึ้นค่อยขับต่อไป</span></p>
<p> </p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/147/147306.jpg" border="0" alt="" width="324" height="216" align="undefined" /></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">              </span><span style="font-size: small;"><span style="color: #0000ff;">กรณีมีน้ำท่วมขัง</span>  อาจทำให้รถเกิดอาการลื่นไถลหรือแฉลบเสียการทรงตัวได้ง่าย  ให้เพิ่มความระมัดระวังและใช้ความเร็วต่ำ  ไม่ควรเหยียบเบรกกะทันหันเพื่อให้รถหยุดในทันที  ควรค่อยๆถอนคันเร่งเพื่อเบาเครื่องและลดความเร็วของรถลง  รวมทั้งพยายามบังคับพวงมาลัยให้มั่นคงและขับในช่องทางของตนเอง  หากต้องขับรถสวนรถคันใหญ่ควรชะลอความเร็ว</span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">            <span style="color: #0000ff;">  </span></span><span style="font-size: small;"><span style="color: #0000ff;">เพื่อป้องกันระลอกคลื่นปะทะเครื่องยนต์ทำให้เครื่องยนต์ดับ  เมื่อขับผ่านบริเวณที่น้ำท่วมขังให้ค่อยๆแตะเบรกแบบย้ำๆ เพื่อไล่ความชื้นออกจากผ้าเบรกจะช่วยให้เบรกทำงานได้ดีขึ้น  </span>เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่  ผู้ขับขี่ควรศึกษาวิธีการขับขี่รถในช่วงฝนตกหนักและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า  เพื่อให้การเดินทางเป็นไปด้วยความปลอดภัย</span></p>
<p><span style="font-size: small;">ที่มา วิชาการ.คอม</span></p>
<p><map name='google_ad_map_699_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/699?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_699_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=699&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a0-%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%259b%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%259f%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%259c%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/category/gerneral" title="ทั่วไป" rel="tag">ทั่วไป</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2" title="ฟ้าผ่า" rel="tag">ฟ้าผ่า</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2" title="อันตราย" rel="tag">อันตราย</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3" title="แนะนำ" rel="tag">แนะนำ</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e0%b8%9b%e0%b8%a0-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปภ. แนะวิธีขับขี่ปลอดภัยช่วงฤดูฝน</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e0%b8%9b%e0%b8%a0-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a4%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%9d%e0%b8%99.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e0%b8%9b%e0%b8%a0-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a4%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%9d%e0%b8%99.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 27 May 2009 02:50:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ขับขี่ปลอดภัย]]></category>
		<category><![CDATA[ฤดูฝน]]></category>
		<category><![CDATA[แนะนำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/?p=697</guid>
		<description><![CDATA[กระทรวงมหาดไทย  โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  แนะผู้ขับขี่เตรียมความพร้อมในการขับรถช่วงฤดูฝน  เนื่องจากสภาพถนนเปียกลื่น  ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย โดยตรวจสอบสัญญาณไฟ  ที่ปัดน้ำฝน  ระบบเบรกให้ใช้งานได้ดี เติมลมยางให้มีแรงดันมากกว่าปกติ ในขณะที่ฝนตกไม่ควรขับรถด้วยความเร็วสูง  เปลี่ยนช่องทางกะทันหัน
        เว้นระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าปกติ ๑๐ – ๑๕ เมตร  หลีกเลี่ยงการเปิดใช้สัญญาณไฟกระพริบโดยไม่จำเป็น ควรเปิดไฟส่องสว่างแบบต่ำ  เพื่อให้มองเห็นเส้นทางอย่างชัดเจน
 
        นายอนุชา  โมกขะเวส  อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  เปิดเผยว่า  ฤดูฝนเป็นช่วงที่มีอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าปกติ  เนื่องจากช่วงที่ฝนตกสภาพถนนจะเปียกลื่นประกอบกับน้ำฝนที่เกาะอยู่ตามกระจก ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดี  จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน  โดยเฉพาะอุบัติเหตุรถชนท้ายหรือรถหลุดโค้ง
 
        เพื่อความปลอดภัยในการขับรถช่วง ฤดูฝน  ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติ  ดังนี้  การเตรียมความพร้อมของสภาพรถ  ตรวจสอบระบบสัญญาณไฟ  ทั้งไฟเลี้ยว  ไฟหน้า  ไฟฉุกเฉิน  ไฟหลัง และไฟตัดหมอก  รวมถึงอุปกรณ์ปัดน้ำฝนให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี  โดยก้านปัดน้ำฝนกวาดน้ำฝนได้สะอาดไม่เป็นเส้นหรือมัว  ท่อฉีดน้ำไม่อุดตัน  เติมน้ำในกระปุ๊กฉีดน้ำอยู่เสมอ
 
        และควรเติมลมยางรถยนต์ให้มีแรงดันลมมากกว่าปกติ ๒ – ๓ ปอนด์/ตารางนิ้ว  เพื่อให้หน้ายางแข็งและมีกำลังในการรีดน้ำได้ดี    ดอกยางละเอียดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน  ตลอดจนตรวจสอบระบบเบรกให้สามารถหยุดรถได้ทันท่วงที  ไม่มีอาการปัดในขณะหยุดรถ   วิธีการขับรถขณะฝนตก
 
        เริ่มจากผู้ขับขี่ควรเปิดที่ปัดน้ำฝนโดยปรับระดับความเร็วให้สัมพันธ์กับสภาพฝนที่ตกลงมา  กดปุ่มไล่ฝ้ากระจกหลัง  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: small;"><span style="color: #993300;">กระทรวงมหาดไทย  โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  แนะผู้ขับขี่เตรียมความพร้อมในการขับรถช่วงฤดูฝน </span> เนื่องจากสภาพถนนเปียกลื่น  ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย โดยตรวจสอบสัญญาณไฟ  ที่ปัดน้ำฝน  ระบบเบรกให้ใช้งานได้ดี เติมลมยางให้มีแรงดันมากกว่าปกติ ในขณะที่ฝนตกไม่ควรขับรถด้วยความเร็วสูง  เปลี่ยนช่องทางกะทันหัน</span></p>
<p><span style="font-size: small;">        </span><span style="font-size: small;">เว้นระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าปกติ ๑๐ – ๑๕ เมตร  หลีกเลี่ยงการเปิดใช้สัญญาณไฟกระพริบโดยไม่จำเป็น ควรเปิดไฟส่องสว่างแบบต่ำ  เพื่อให้มองเห็นเส้นทางอย่างชัดเจน</span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">        </span><span style="font-size: small;"><span style="color: #993300;">นายอนุชา  โมกขะเวส  อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</span>  เปิดเผยว่า  ฤดูฝนเป็นช่วงที่มีอุบัติเหตุทางถนนสูงกว่าปกติ  เนื่องจากช่วงที่ฝนตกสภาพถนนจะเปียกลื่นประกอบกับน้ำฝนที่เกาะอยู่ตามกระจก ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ดี  จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน  โดยเฉพาะอุบัติเหตุรถชนท้ายหรือรถหลุดโค้ง</span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">        </span><span style="font-size: small;">เพื่อความปลอดภัยในการขับรถช่วง <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%a4%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%9d%e0%b8%99"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with ฤดูฝน">ฤดูฝน</a>  ผู้ขับขี่ควรปฏิบัติ  ดังนี้  การเตรียมความพร้อมของสภาพรถ  ตรวจสอบระบบสัญญาณไฟ  ทั้งไฟเลี้ยว  ไฟหน้า  ไฟฉุกเฉิน  ไฟหลัง และไฟตัดหมอก  รวมถึงอุปกรณ์ปัดน้ำฝนให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ดี  โดยก้านปัดน้ำฝนกวาดน้ำฝนได้สะอาดไม่เป็นเส้นหรือมัว  ท่อฉีดน้ำไม่อุดตัน  เติมน้ำในกระปุ๊กฉีดน้ำอยู่เสมอ</span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">        </span><span style="font-size: small;">และควรเติมลมยางรถยนต์ให้มีแรงดันลมมากกว่าปกติ ๒ – ๓ ปอนด์/ตารางนิ้ว  เพื่อให้หน้ายางแข็งและมีกำลังในการรีดน้ำได้ดี    ดอกยางละเอียดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน  ตลอดจนตรวจสอบระบบเบรกให้สามารถหยุดรถได้ทันท่วงที  ไม่มีอาการปัดในขณะหยุดรถ   วิธีการขับรถขณะฝนตก</span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">        </span><span style="font-size: small;"><span style="color: #993300;">เริ่มจาก</span>ผู้ขับขี่ควรเปิดที่ปัดน้ำฝนโดยปรับระดับความเร็วให้สัมพันธ์กับสภาพฝนที่ตกลงมา  กดปุ่มไล่ฝ้ากระจกหลัง  เพื่อให้มองเห็นเส้นทางชัดเจนขึ้น  ในช่วงฝนตกใหม่ๆ  น้ำที่กระเด็นขึ้นมาจากพื้นถนนจะมีลักษณะเหนียวคล้ายโคลน  ควรใช้น้ำฉีดกระจก      ชะล้างคราบโคลน  แต่ไม่ควรฉีดในขณะที่ขับรถด้วยความเร็วสูง  เพราะจะทำให้มองเห็นเส้นทางไม่ชัดเจน</span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">        </span><span style="font-size: small;">เนื่องจากในช่วงที่ฝนตกสภาพถนนจะเปียกลื่น  ผู้ขับขี่ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ  ไม่ขับรถเร็ว   เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากรถลื่นไถลหรือหยุดรถไม่ทัน  ซึ่งระดับความเร็วที่ช่วยป้องกันรถลื่นไถลอยู่ที่ ๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง  ไม่ขับรถชิดคันหน้ามากเกินไป  และเว้นระยะห่างจากรถคันหน้าให้มากกว่าปกติ ๑๐ – ๑๕ เมตร</span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">        </span><span style="font-size: small;">พยายามขับรถอยู่ในช่องทางของตนเอง  ไม่หยุดรถหรือเปลี่ยนช่องทางกะทันหันในระยะกระชั้นชิดโดยไม่จำเป็นอย่างเด็ดขาด  ทุกครั้งที่เปลี่ยนเส้นทางต้องมองให้แน่ใจว่ามีพื้นที่เพียงพอ หลีกเลี่ยงการเปิดไฟกระพริบหรือไฟฉุกเฉิน  เพราะนอกจากจะสร้างความเข้าใจผิดกับผู้ร่วมใช้เส้นทางจนต้องเปลี่ยนเส้นทางแล้ว  ยังทำให้ไม่มีสัญญาณไฟเลี้ยวใช้ตามปกติ</span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">        </span><span style="font-size: small;">ควรให้เปิดไฟส่องสว่างแบบต่ำจะช่วยให้มองเห็นเส้นทางชัดเจนขึ้น  ไม่เปิดสัญญาณไฟสูง  เพราะจะทำให้รถที่สวนมาเกิดอาการตาพร่ามัวและเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย  รวมทั้งควรเปิดไฟตัดหมอกในช่วงกลางคืนที่ฝนตกหนักหรือสภาพถนนเฉอะแฉะ  เพื่อลดการสะท้อนของไฟหน้ารถกับน้ำบนถนนจะช่วยมองเห็นเส้นทางชัดเจนขึ้น </span><span style="font-size: small;">และเพื่อป้องกันน้ำที่กระเซ็นจากล้อรถคันอื่นให้แก้ไขโดยขับรถให้เร็วกว่าหรือช้ากว่ารถคันที่ทำให้เกิดละอองน้ำ</span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">       <span style="color: #993300;"> </span></span><span style="font-size: small;"><span style="color: #993300;">กรณีทัศนวิสัยไม่ดี</span>  ควรจอดพักรถในบริเวณที่ปลอดภัย เช่น   จุดพักรถริมทาง  ปั๊มน้ำมัน รอจนฝนหยุดตกหรือสามารถมองเห็นเส้นทางข้างหน้าได้ดีขึ้นค่อยขับต่อไป</span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">       <span style="color: #993300;"> </span></span><span style="font-size: small;"><span style="color: #993300;">กรณีมีน้ำท่วมขัง </span> อาจทำให้  รถเกิดอาการลื่นไถลหรือแฉลบเสียการทรงตัวได้ง่าย  ให้เพิ่มความระมัดระวังและใช้ความเร็วต่ำ  ไม่ควรเหยียบเบรกกะทันหันเพื่อให้รถหยุดในทันที  ควรค่อยๆถอนคันเร่งเพื่อเบาเครื่องและลดความเร็วของรถลง  รวมทั้งพยายามบังคับพวงมาลัยให้มั่นคงและขับในช่องทางของตนเอง  หากต้องขับรถสวนรถคันใหญ่ควรชะลอความเร็ว  เพื่อป้องกันระลอกคลื่นปะทะเครื่องยนต์ทำให้เครื่องยนต์ดับ  เมื่อขับผ่านบริเวณที่น้ำท่วมขังให้ค่อยๆแตะเบรกแบบย้ำๆ เพื่อไล่ความชื้นออกจากผ้าเบรกจะช่วยให้เบรกทำงานได้ดีขึ้น  เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่  ผู้ขับขี่ควรศึกษาวิธีการขับขี่รถในช่วงฝนตกหนักและการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า  เพื่อให้การเดินทางเป็นไปด้วยความปลอดภัย</span></p>
<p><span style="font-size: small;">ที่มา วิชาการ.คอม</span></p>
<p><map name='google_ad_map_697_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/697?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_697_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=697&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a0-%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2598%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25a0%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%258a%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25a4%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b9%25e0%25b8%259d%25e0%25b8%2599.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2" title="ขับขี่ปลอดภัย" rel="tag">ขับขี่ปลอดภัย</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/gerneral" title="ทั่วไป" rel="tag">ทั่วไป</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%a4%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%9d%e0%b8%99" title="ฤดูฝน" rel="tag">ฤดูฝน</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3" title="แนะนำ" rel="tag">แนะนำ</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e0%b8%9b%e0%b8%a0-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a4%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%9d%e0%b8%99.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปภ.แนะผู้ปกครอง</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e0%b8%9b%e0%b8%a0-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e0%b8%9b%e0%b8%a0-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 21 May 2009 02:32:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[อันตราย]]></category>
		<category><![CDATA[อุบัติเหตุ]]></category>
		<category><![CDATA[อุปกรณ์เครื่องเขียน]]></category>
		<category><![CDATA[แนะนำ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/?p=642</guid>
		<description><![CDATA[ปภ.แนะผู้ปกครองสอนเด็กเรียนรู้วิธีใช้อุปกรณ์การเรียนที่ถูกต้อง
กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  แนะผู้ปกครองควรเลือกซื้ออุปกรณ์การเรียนที่ได้มาตรฐาน  และสอนให้เด็กเรียนรู้วิธีการใช้อุปกรณ์การเรียนที่ถูกต้องปลอดภัยและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการใช้งาน  เพราะเด็กอยู่ในวัยซุกซน  อาจก่อให้เกิดอุบัติภัยจากอุปกรณ์การเรียนได้
        นายอนุชา  โมกขะเวส  อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  เปิดเผยว่า  ช่วงนี้ผู้ปกครองหลายท่านคงกำลังวุ่นอยู่กับการจัดหาและเลือกซื้ออุปกรณ์การเรียนให้กับบุตรหลาน  ซึ่งอุปกรณ์การเรียนบางประเภทอาจก่อให้เกิดอันตรายกับเด็กได้  โดยเฉพาะเด็กอยู่ในวัยซุกซน และอยากรู้อยากเห็น ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัยจากอุปกรณ์การเรียนได้มากกว่าปกติ เพื่อความปลอดภัย  จึงขอแนะนำให้ผู้ปกครองหมั่นดูแล และเอาใจใส่อุปกรณ์การเรียนของบุตรหลานเป็นพิเศษ  โดยเลือกซื้ออุปกรณ์การเรียนที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน  รวมทั้งสอนให้เด็กเรียนรู้วิธีใช้อุปกรณ์การเรียนที่ถูกต้องปลอดภัยและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการใช้งาน   ดังนี้


 
        กระเป๋านักเรียน – เป้สะพาย  ไม่ควรให้มีน้ำหนักมากเกินไป  เพราะอาจส่งผลให้เด็กเป็นโรคกระดูกสันหลังเสื่อม  ควรให้เด็กจัดหนังสือและอุปกรณ์การเรียนอย่างเหมาะสมเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้ในแต่ละวันเท่านั้น  โดยเฉพาะเป้สะพายควรเลือกแบบที่มีคุณภาพ  ความกว้างของสายรัดมีขนาดเหมาะสม  และควรให้เด็กใช้สายรัดเอวทุกครั้งขณะสะพาย เพื่อให้เป้แนบลำตัวและกระจายน้ำหนักลงบนร่างกาย  ไม่ต้องแบกรับน้ำหนักส่วนใดส่วนหนึ่งมากเกินไป  ปากกา  ดินสอ  วงเวียน  เป็นอุปกรณ์เครื่องเขียนที่มีความแหลมคม  อาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่าย  ควรให้เด็กจัดเก็บอุปกรณ์ไว้ในกล่องที่มีฝาปิดมิดชิด  รวมทั้งสอนให้รู้ถึงอันตรายและนำมาใช้ให้เหมาะสมกับการใช้งาน  ไม่นำมาเล่นใช้เป็นอาวุธ ขว้างปาใส่กัน หรือใช้ผิดวัตถุประสงค์  เพราะอาจได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงได้
 

 
        สีเทียน สีเมจิก  ควรเลือกซื้อสีที่มีเครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรมกำกับเท่านั้น  เพราะสีที่ไม่ได้มาตรฐาน  จะมีส่วนผสมของสารโลหะหนัก  หากกลืนกินเข้าไปจะเกิดอันตรายได้
 

 
        น้ำยาลบคำผิด   ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม  และสอนให้เด็กรู้วิธีการใช้งานอย่างถูกต้อง ไม่ให้เด็กนำไปสูดดมเพราะไอระเหยของน้ำยาลบคำผิดมีส่วนผสมของสารตะกั่วปะปนอยู่  อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจได้
 

 
       กาวตราช้าง  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ปภ.แนะผู้ปกครองสอนเด็กเรียนรู้วิธีใช้อุปกรณ์การเรียนที่ถูกต้อง</p>
<p><strong><span style="color: #ff6600;">กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  แนะผู้ปกครองควรเลือกซื้ออุปกรณ์การเรียนที่ได้มาตรฐา</span></strong>น  และสอนให้เด็กเรียนรู้วิธีการใช้อุปกรณ์การเรียนที่ถูกต้องปลอดภัยและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการใช้งาน  เพราะเด็กอยู่ในวัยซุกซน  อาจก่อให้เกิดอุบัติภัยจากอุปกรณ์การเรียนได้</p>
<p><span style="font-size: small;">      <strong><span style="color: #ff6600;">  นายอนุชา  โมกขะเวส  อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย</span></strong>  เปิดเผยว่า  ช่วงนี้ผู้ปกครองหลายท่านคงกำลังวุ่นอยู่กับการจัดหาและเลือกซื้ออุปกรณ์การเรียนให้กับบุตรหลาน  ซึ่งอุปกรณ์การเรียนบางประเภทอาจก่อให้เกิดอันตรายกับเด็กได้  โดยเฉพาะเด็กอยู่ในวัยซุกซน และอยากรู้อยากเห็น ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัยจากอุปกรณ์การเรียนได้มากกว่าปกติ เพื่อความปลอดภัย  จึงขอแนะนำให้ผู้ปกครองหมั่นดูแล และเอาใจใส่อุปกรณ์การเรียนของบุตรหลานเป็นพิเศษ  โดยเลือกซื้ออุปกรณ์การเรียนที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน  รวมทั้งสอนให้เด็กเรียนรู้วิธีใช้อุปกรณ์การเรียนที่ถูกต้องปลอดภัยและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการใช้งาน   ดังนี้</span></p>
<p><span id="more-642"></span></p>
<p><img style="float: right;" src="http://www.vcharkarn.com/uploads/146/146321.jpg" border="0" alt="" width="260" height="204" align="undefined" /></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">      <span style="color: #ff6600;"><strong>  กระเป๋านักเรียน – เป้สะพาย</strong></span>  ไม่ควรให้มีน้ำหนักมากเกินไป  เพราะอาจส่งผลให้เด็กเป็นโรคกระดูกสันหลังเสื่อม  ควรให้เด็กจัดหนังสือและอุปกรณ์การเรียนอย่างเหมาะสมเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้ในแต่ละวันเท่านั้น  โดยเฉพาะเป้สะพายควรเลือกแบบที่มีคุณภาพ  ความกว้างของสายรัดมีขนาดเหมาะสม  และควรให้เด็กใช้สายรัดเอวทุกครั้งขณะสะพาย เพื่อให้เป้แนบลำตัวและกระจายน้ำหนักลงบนร่างกาย  ไม่ต้องแบกรับน้ำหนักส่วนใดส่วนหนึ่งมากเกินไป  ปากกา  ดินสอ  วงเวียน  เป็นอุปกรณ์เครื่องเขียนที่มีความแหลมคม  อาจก่อให้เกิดการบาดเจ็บได้ง่าย  ควรให้เด็กจัดเก็บอุปกรณ์ไว้ในกล่องที่มีฝาปิดมิดชิด  รวมทั้งสอนให้รู้ถึงอันตรายและนำมาใช้ให้เหมาะสมกับการใช้งาน  ไม่นำมาเล่นใช้เป็นอาวุธ ขว้างปาใส่กัน หรือใช้ผิดวัตถุประสงค์  เพราะอาจได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงได้</span></p>
<p> </p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/146/146322.jpg" border="0" alt="" align="undefined" /></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">       <span style="color: #ff6600;"><strong> สีเทียน สีเมจิก</strong></span>  ควรเลือกซื้อสีที่มีเครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรมกำกับเท่านั้น  เพราะสีที่ไม่ได้มาตรฐาน  จะมีส่วนผสมของสารโลหะหนัก  หากกลืนกินเข้าไปจะเกิดอันตรายได้</span></p>
<p> </p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/146/146324.jpg" border="0" alt="" width="203" height="199" align="undefined" /></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">        <span style="color: #ff6600;"><strong>น้ำยาลบคำผิด  </strong></span> ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม  และสอนให้เด็กรู้วิธีการใช้งานอย่างถูกต้อง ไม่ให้เด็กนำไปสูดดมเพราะไอระเหยของน้ำยาลบคำผิดมีส่วนผสมของสารตะกั่วปะปนอยู่  อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจได้</span></p>
<p> </p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/146/146325.jpg" border="0" alt="" width="171" height="174" align="undefined" /></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">       <span style="color: #ff6600;"><strong>กาวตราช้าง</strong></span>  เป็นกาวที่มีความแห้งไว  และติดทนแน่น  หากติดที่นิ้วหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ไม่ควรจับดึงแยกออกจากกันในทันที   ให้แก้ไขโดยใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นมาเช็ดหรือแช่ลงในน้ำสบู่อ่อนๆและถูเบาๆ จะช่วยให้กาวลอกออกได้  กรณีติดที่ตา  ควรรีบล้างตาด้วยน้ำสะอาดอย่างต่อเนื่องและรีบไปพบแพทย์ทันที</span></p>
<p> </p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/146/146326.jpg" border="0" alt="" width="136" height="136" align="undefined" /></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">      <strong><span style="color: #ff6600;"> มีดคัทเตอร์ </span></strong>ไม่ควรให้เด็กเล็กใช้มีดคัทเตอร์  ควรให้ใช้กบเหลาดินสอแทน  หากมีความจำเป็นต้องใช้  ควรเก็บไว้ในซองหรือกล่องที่มีฝาปิดมิดชิด  รวมทั้งกำชับมิให้เด็กนำไปเล่นหรือใช้ผิดวัตถุประสงค์  เพราะอาจได้รับอันตรายที่รุนแรงได้</span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">       นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์การเรียนอื่นๆที่อาจเป็นอันตรายต่อนักเรียนได้  เช่น  ยางลบ ดินสอแท่งเล็ก  ลูกปัด  กระดุม  เข็ม  เหรียญ เป็นต้น  เพราะหากเด็กหยิบใส่ปากหรือกลืนเข้าไป  อาจปิดกั้นหลอดลมหรือทางเดินหายใจ  ทำให้ขาดอากาศหายใจถึงขั้นเสียชีวิตได้  อุปกรณ์การเรียนที่หลายคนไม่คาดคิดว่าจะก่อให้เกิดอันตรายกับเด็กและดูเป็นเรื่องไกลตัวอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่นำมาซึ่งความสูญเสียชีวิต  หากผู้ปกครองไม่เอาใจใส่ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิดและไม่ระมัดระวังกับเรื่องเล็กๆน้อยๆอย่างอุปกรณ์การเรียนที่เด็กต้องใช้เป็นประจำ</span></p>
<p><map name='google_ad_map_642_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/642?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_642_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=642&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a0-%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%259c%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/category/gerneral" title="ทั่วไป" rel="tag">ทั่วไป</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c" title="ประชาสัมพันธ์" rel="tag">ประชาสัมพันธ์</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2" title="อันตราย" rel="tag">อันตราย</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8" title="อุบัติเหตุ" rel="tag">อุบัติเหตุ</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99" title="อุปกรณ์เครื่องเขียน" rel="tag">อุปกรณ์เครื่องเขียน</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3" title="แนะนำ" rel="tag">แนะนำ</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e0%b8%9b%e0%b8%a0-%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แนะนำแหล่งความรู้ : พิพิธภัณฑ์ศิริราช</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 16 May 2009 07:30:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[พิพิธภัณฑ์]]></category>
		<category><![CDATA[ศิริราช]]></category>
		<category><![CDATA[แนะนำ]]></category>
		<category><![CDATA[แหล่งความรู้]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/?p=560</guid>
		<description><![CDATA[พิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช 
Siriraj Medical Museum
 
ทีมงานวิชาการดอทคอมได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช พิพิธภัณฑ์ที่ทุกท่านสามารถเข้าเยี่ยมชมเพื่อศึกษาหาความรู้ได้ ไม่เฉพาะผู้สนใจจะเรียนวิชาแพทย์เท่านั้น จึงขอนำเรื่องราวและภาพประกอบมาฝากกันค่ะ
การอบรมฝึกฝนแพทย์ในสมัยก่อนนั้นนิยมใช้พิพิธภัณฑ์เป็นแหล่งเรียนรู้ และเป็นอุปกรณ์การสอนที่สำคัญ แต่ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ทางการแพทย์ถือเป็นแหล่งความรู้ใหม่สำหรับประชาชนทั่วไปให้เข้าเยี่ยมชมได้ โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์ในโรงพยาบาลศิริราชซึ่งมีอยู่หลายพิพิธภัณฑ์ด้วยกัน ได้แก่ พิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาเอลลิส, พิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ สงกรานต์ นิยมเสน, พิพิธภัณฑ์ประวัติการแพทย์ไทย อวย เกตุสิงห์, พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา, พิพิธภัณฑ์กายวิภาค-คองดอน และ พิพิธภัณฑ์และห้องปฏิบัติการเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์สุด แสงวิเชียร
 
1. พิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาเอลลิส
Ellis Pathological Museum
ชั้น 2 ตึกอดุลยเดชวิกรม 2nd Fl. Adulayadejvikrom Building
ศ.นพ.เอ.จี.เอลลิส พยาธิแพทย์คนแรกของไทย เป็นแพทย์ชาวอเมริกันที่เข้ามาช่วยพัฒนาศิริราชตามโครงการความร่วมมือกับมูลนิธิร็อกกีเฟลเลอร์ในช่วงปี  พ.ศ. 2462-2464 และ 2466-2471  ศ.นพ.เอลลิส  เป็นผู้บุกเบิกในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาในศาลาปาโถโลยี  ซึ่งเป็นที่ทำการและสถานที่เรียนพยาธิวิทยาในสมัยแรก  ต่อมาตึกดังกล่าวได้ถูกระเบิดทำลายเกือบทั้งหมดในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง  พยาธิแพทย์รุ่นหลังได้รวบรวมสิ่งแสดงต่างๆ ตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ขึ้นใหม่  และใช้ชื่อว่า  พิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาเอลลิส  เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์และเป็นอนุสรณ์แด่ท่าน  ภายในพิพิธภัณฑ์มีการแสดงวิวัฒนาการทางการแพทย์สาขาพยาธิวิทยา แสดงอวัยวะของร่างกายมนุษย์เมื่อเป็นโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคที่เป็นปัญหาสำคัญ อาทิ เนื้องอกและมะเร็งที่พบได้บ่อย  โรคหัวใจขาดเลือด รวมทั้งโรคที่พบได้ยากและโรคที่พบได้บ่อยในอดีต













หมายเหตุ ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาเอลลิส ได้จัดแสดงนิทรรศการ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์”  และจะปิดนิทรรศการในวันที่ 30 มิถุนายน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: medium; color: #3366ff;"><strong>พิพิธภัณฑ์การแพทย์<a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with ศิริราช">ศิริราช</a> <br />
</strong></span>Siriraj Medical Museum</p>
<p> </p>
<p>ทีมงานวิชาการดอทคอมได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราช พิพิธภัณฑ์ที่ทุกท่านสามารถเข้าเยี่ยมชมเพื่อศึกษาหาความรู้ได้ ไม่เฉพาะผู้สนใจจะเรียนวิชาแพทย์เท่านั้น จึงขอนำเรื่องราวและภาพประกอบมาฝากกันค่ะ</p>
<p>การอบรมฝึกฝนแพทย์ในสมัยก่อนนั้นนิยมใช้พิพิธภัณฑ์เป็นแหล่งเรียนรู้ และเป็นอุปกรณ์การสอนที่สำคัญ แต่ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ทางการแพทย์ถือเป็นแหล่งความรู้ใหม่สำหรับประชาชนทั่วไปให้เข้าเยี่ยมชมได้ โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์ในโรงพยาบาลศิริราชซึ่งมีอยู่หลายพิพิธภัณฑ์ด้วยกัน ได้แก่ พิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาเอลลิส, พิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ สงกรานต์ นิยมเสน, พิพิธภัณฑ์ประวัติการแพทย์ไทย อวย เกตุสิงห์, พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา, พิพิธภัณฑ์กายวิภาค-คองดอน และ พิพิธภัณฑ์และห้องปฏิบัติการเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์สุด แสงวิเชียร</p>
<p> </p>
<p><strong><span style="font-size: medium; color: #3366ff;">1. พิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาเอลลิส</span></strong><br />
Ellis Pathological Museum<br />
ชั้น 2 ตึกอดุลยเดชวิกรม 2nd Fl. Adulayadejvikrom Building</p>
<p>ศ.นพ.เอ.จี.เอลลิส พยาธิแพทย์คนแรกของไทย เป็นแพทย์ชาวอเมริกันที่เข้ามาช่วยพัฒนาศิริราชตามโครงการความร่วมมือกับมูลนิธิร็อกกีเฟลเลอร์ในช่วงปี  พ.ศ. 2462-2464 และ 2466-2471  ศ.นพ.เอลลิส  เป็นผู้บุกเบิกในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาในศาลาปาโถโลยี  ซึ่งเป็นที่ทำการและสถานที่เรียนพยาธิวิทยาในสมัยแรก  ต่อมาตึกดังกล่าวได้ถูกระเบิดทำลายเกือบทั้งหมดในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง  พยาธิแพทย์รุ่นหลังได้รวบรวมสิ่งแสดงต่างๆ ตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ขึ้นใหม่  และใช้ชื่อว่า  พิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาเอลลิส  เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์และเป็นอนุสรณ์แด่ท่าน  ภายในพิพิธภัณฑ์มีการแสดงวิวัฒนาการทางการแพทย์สาขาพยาธิวิทยา แสดงอวัยวะของร่างกายมนุษย์เมื่อเป็นโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคที่เป็นปัญหาสำคัญ อาทิ เนื้องอกและมะเร็งที่พบได้บ่อย  โรคหัวใจขาดเลือด รวมทั้งโรคที่พบได้ยากและโรคที่พบได้บ่อยในอดีต</p>
<p><span id="more-560"></span></p>
<table border="0">
<tbody>
<tr>
<td><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/145/145440.jpg" border="0" alt="" width="374" height="268" align="undefined" /></td>
<td><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/145/145442.jpg" border="0" alt="" width="383" height="268" align="undefined" /></td>
</tr>
<tr>
<td><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/145/145438.jpg" border="0" alt="" width="373" height="296" align="undefined" /></td>
<td><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/145/145439.jpg" border="0" alt="" width="383" height="300" align="undefined" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>หมายเหตุ ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาเอลลิส ได้จัดแสดงนิทรรศการ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับพระราชกรณียกิจด้านการแพทย์”  และจะปิดนิทรรศการในวันที่ 30 มิถุนายน 2552 โดยจะเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์พยาธิวิทยาตามเดิม เนื่องในโอกาสที่ภาควิชาพยาธิวิทยา ครบ 90 ปี</p>
<p> </p>
<p style="text-align: left;"><strong><span style="font-size: medium; color: #3366ff;"><br />
2. พิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ สงกรานต์ นิยมเสน</span></strong><br />
Songkran Niyomsane Forensic Medicine Museum<br />
ชั้น 2 ตึกอดุลยเดชวิกรม  2nd Fl. Adulayadejvikrom Building</p>
<p>ศ.นพ. สงกรานต์ นิยมเสน ผู้ริเริ่มงานด้านนิติเวชศาสตร์ของศิริราชและอดีตหัวหน้าภาควิชานิติเวชศาสตร์ได้เป็นผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ขึ้น  สิ่งแสดงภายในประกอบด้วยศพ  ชิ้นส่วนมนุษย์  กระดูก  โครงกระดูก วัตถุพยานจากคดีต่าง ๆ เช่น คดีฆาตกรรม  ฆ่าตัวตาย  <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with อุบัติเหตุ">อุบัติเหตุ</a> ฯลฯ ที่สำคัญคือกะโหลกศีรษะจำนวนมากที่ได้จากการทดลองยิงเพื่อการศึกษาทิศทางบาดแผลในระยะต่างๆ รวมทั้งเครื่องมือที่ใช้ในการชันสูตรพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 โครงกระดูก ศ.นพ. สงกรานต์  นิยมเสน  ศพซีอุย  วัตถุพยานในคดีนวลฉวี เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการ “ศิริราชกับสึนามิ” ซึ่งบันทึกเหตุการณ์ธรณีพิบัติภัยครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย การรักษาผู้ป่วยที่บาดเจ็บทั้งทางกายและทางจิตใจ การชันสูตรพลิกศพ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและผู้เสียชีวิตจากมหาคลื่นสึนามิ ด้วยเทคนิคสื่อผสม อาทิ หุ่นจำลอง คอมพิวเตอร์สื่อสัมผัส ภาพยนตร์สารคดีสั้น</p>
<table border="0">
<tbody>
<tr>
<td><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/145/145287.jpg" border="0" alt="" width="332" height="268" align="undefined" /></td>
<td><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/145/145288.jpg" border="0" alt="" width="323" height="267" align="undefined" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<div><span style="font-size: medium; color: #3366ff;"><strong>                 </strong></span></div>
<p><span style="font-size: medium; color: #3366ff;"><strong></p>
<table border="0">
<tbody>
<tr>
<td><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/145/145433.jpg" border="0" alt="" width="495" height="370" align="undefined" /></td>
</tr>
<tr>
<td style="text-align: center;">นักเรียนกำลังสนใจดู &#8216;ซีอุย&#8217;</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<table border="0">
<tbody>
<tr>
<td>  </td>
<td><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/145/145436.jpg" border="0" alt="" width="458" height="341" align="undefined" /></td>
</tr>
<tr>
<td style="text-align: right;"> </td>
<td style="text-align: center;"> นิทรรศการ &#8216;ศิริราชกับสึนามิ&#8217;</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>3. พิพิธภัณฑ์ประวัติการแพทย์ไทย อวย เกตุสิงห์</p>
<div><span style="font-size: small;">Ouay Ketusingh Museum of History of Thai Medicine<br />
ชั้น 2 ตึกอดุลยเดชวิกรม  2nd Fl. Adulayadejvikrom Building</span></div>
<p></strong></span><span style="font-size: small;">ศ.นพ.อวย  เกตุสิงห์  อดีตหัวหน้าแผนกสรีรวิทยา  อดีตหัวหน้าภาควิชาเภสัชวิทยาเป็นผู้รวบรวมเรื่องราวการแพทย์แผนไทย  เพื่อจัดแสดงในงานฉลอง  72  ปี ร.พ. ศิริราช  และต่อมาได้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์จนเสร็จสมบูรณ์   เมื่อ พ.ศ. 2522 โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  เสด็จมาทรงเปิดเมื่อ  1  ตุลาคม  2522  สิ่งแสดงที่สำคัญได้แก่  ประวัติและวิวัฒนาการการแพทย์แผนไทย  หุ่นแสดงชุดการคลอดบุตรแบบโบราณ  อุปกรณ์ในการปรุงยา   การนวดแผนโบราณ   สมุนไพรไทยนานาชนิด ฯลฯ ขณะนี้สิ่งแสดงจำนวนหนึ่งได้ย้ายมาจัดแสดงชั่วคราวภายในพื้นที่ของพิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์สงกรานต์ นิยมเสน</p>
<p></span></p>
<p> </p>
<div><span style="font-size: medium; color: #3366ff;"><strong></strong></span></div>
<p><span style="font-size: medium; color: #3366ff;"><strong></p>
<table border="0"><span style="font-size: small;"><br />
</span></p>
<tbody>
<tr>
<td><span style="font-size: small;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/145/145290.jpg" border="0" alt="" width="333" height="269" align="undefined" /></span></td>
<td><span style="font-size: small;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/145/145291.jpg" border="0" alt="" width="330" height="272" align="undefined" /></span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-size: small;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/145/145292.jpg" border="0" alt="" width="333" height="272" align="undefined" /></span></td>
<td><span style="font-size: small;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/145/145293.jpg" border="0" alt="" width="328" height="274" align="undefined" /></span></td>
</tr>
<p><span style="font-size: small;"><br />
</span></tbody>
</table>
<p>4. พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยา</p>
<div><span style="font-size: small;">Parasitology Museum<br />
ชั้น 2 ตึกอดุลยเดชวิกรม  2nd Fl. Adulayadejvikrom Building</span></div>
<p></strong></span><span style="font-size: small;">พิพิธภัณฑ์ปรสิตวิทยาก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2513 โดยการริเริ่มของ ศ.นพ.วิจิตร  ไชยพร  หัวหน้าภาควิชาปรสิตวิทยาในขณะนั้น เพื่อรวบรวมตัวอย่างปรสิตและสัตว์มีพิษต่างๆ  ที่มีความสำคัญทางการแพทย์ เพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอนและเป็นแหล่งความรู้ทางด้านปรสิตวิทยา ภายในพิพิธภัณฑ์จัดแสดงหนอนพยาธิชนิดต่างๆ เช่น พยาธิไส้เดือน พยาธิแส้ม้า หุ่นจำลองพยาธิโปรโตซัว ตู้แสดงวงจรชีวิตของปรสิตที่สำคัญทางการแพทย์ และพบบ่อย เช่น พยาธิใบไม้ในตับ อวัยวะของคนและสัตว์ที่เป็นโรคทางปรสิต ตลอดจนสัตว์มีพิษ  เช่น  แมลง และงูพิษ เป็นต้น</p>
<p></span></p>
<p> </p>
<div><strong></strong></div>
<p><strong><span style="font-size: medium; color: #3366ff;"></p>
<table border="0"><span style="font-size: small;"><br />
</span></p>
<tbody>
<tr>
<td><span style="font-size: small;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/145/145294.jpg" border="0" alt="" width="339" height="287" align="undefined" /></span></td>
<td><span style="font-size: small;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/145/145296.jpg" border="0" alt="" width="368" height="284" align="undefined" /></span></td>
</tr>
<tr>
<td><span style="font-size: small;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/145/145298.jpg" border="0" alt="" width="339" height="287" align="undefined" /></span></td>
<td><span style="font-size: small;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/145/145302.jpg" border="0" alt="" width="370" height="286" align="undefined" /></span></td>
</tr>
<p><span style="font-size: small;"><br />
</span></tbody>
</table>
<p>5. พิพิธภัณฑ์กายวิภาค-คองดอน</p>
<div><span style="font-size: small;">Congdon Anatomical Museum<br />
ชั้น 3 ตึกกายวิภาคศาสตร์ 3rd Fl. Anatomy Building</span></div>
<p></span></strong><span style="font-size: small;">พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เริ่มต้นจากการสะสมสิ่งแสดงสำหรับการเรียนการสอนโดย ศ.เอ็ดการ์ เดวิดสัน<br />
คองดอน ซึ่งมูลนิธิร็อกกีเฟลเลอร์ ส่งเข้ามาจัดการเรียนการสอนวิชากายวิภาคศาสตร์ เมื่อ พ.ศ. 2470 ต่อมา ศ.นพ. สุด แสงวิเชียร ได้พัฒนาขึ้นมาเป็นพิพิธภัณฑ์และเปิดเป็นทางการเมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2491 สิ่งแสดงของพิพิธภัณฑ์ประกอบด้วย การกำเนิดและพัฒนาการของตัวอ่อนของมนุษย์ รูปวิกลแต่กำเนิด กายวิภาคของระบบต่างๆ ในร่างกายทุกระบบ แฝดติดกัน กระดูกทุกชิ้นรวมทั้งข้อต่อและโครงกระดูกที่ผิดปกติ ตลอดจนสิ่งแสดงสำคัญที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก ซึ่งเตรียมและชำแหละโดย รศ. พญ. เพทาย ศิริการุณ คือระบบประสาททั้งร่างกาย และระบบหลอดเลือดแดงทั้งร่างกาย</p>
<p></span></p>
<p> </p>
<div><span style="font-size: medium; color: #3366ff;"><strong><span style="font-size: small;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/145/145432.jpg" border="0" alt="" align="undefined" /></span></strong></span></div>
<p><span style="font-size: medium; color: #3366ff;"><strong><span style="font-size: small;">6. พิพิธภัณฑ์และห้องปฏิบัติการเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ สุด แสงวิเชียร<br />
Sood Sangvichien Prehistoric Museum &amp; Laboratory<br />
ชั้น 1 ตึกกายวิภาคศาสตร์ Ground Fl. Anatomy Building</p>
<p></span></strong></span></p>
<p>ศ.นพ.สุด แสงวิเชียร อดีตหัวหน้าภาควิชากายวิภาคศาสตร์และอดีตคณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเป็นผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ เปิดเป็นทางการเมื่อ 24 กันยายน 2515 นิทรรศการที่จัดแสดงและเปิดให้เข้าชมได้ในปัจจุบันคือ การแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต (โดยย่อ) และวิวัฒนาการของมนุษย์โดยละเอียด พร้อมเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ของประเทศไทย มีแผนภูมิแสดงวิวัฒนาการของสัตว์กลุ่มไปรเมท มีอายุตั้งแต่ 70 ล้านปีจนถึงมนุษย์ปัจจุบัน เรื่องก่อนประวัติศาสตร์โดยจัดแสดงเครื่องมือหินของสมัยหินเก่า, สมัยหินกลาง, สมัยหินใหม่  เครื่องมือเครื่องใช้ เครื่องประดับและภาชนะเครื่องปั้นดินเผาของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ที่พบในประเทศไทย สิ่งแสดงเป็นตัวอย่างของจริง  รูปภาพ รูปปั้น และรูปหล่อ</p>
<div><strong></strong></div>
<p><strong></p>
<table border="0">
<tbody>
<tr>
<td><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/145/145280.jpg" border="0" alt="" width="342" height="302" align="undefined" /></td>
<td><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/145/145281.jpg" border="0" alt="" width="356" height="299" align="undefined" /></td>
</tr>
<tr>
<td> <img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/145/145284.jpg" border="0" alt="" width="337" height="286" align="undefined" /></td>
<td> <img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/145/145286.jpg" border="0" alt="" width="351" height="277" align="undefined" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p> <br />
<span style="font-size: medium; color: #3366ff;"><strong>วัน-เวลาเปิดบริการ<br />
</strong></span>เปิดบริการเข้าชมตั้งแต่เวลา 9.00-16.00 น.ทุกวันจันทร์ &#8211; วันเสาร์<br />
ยกเว้นพิพิธภัณฑ์และห้องปฏิบัติการเรื่องราวก่อนประวัติศาสตร์ สุด แสงวิเชียร<br />
เปิดทำการวันจันทร์- ศุกร์ ในเวลาเดียวกัน<br />
และทุกพิพิธภัณฑ์ปิดวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์</p>
<p></strong></p>
<p>อัตราค่าเข้าชม คนไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 40 บาท<br />
เด็ก นักเรียนในเครื่องแบบหรือผู้แสดงบัตรนักเรียน และภิกษุสามเณร เข้าชมฟรี<br />
Tel. 66 (0) 24196363<br />
Website : <a href="http://www.livetogether.org/goto/http_www_si_mahidol_ac_th_museums/560/1" rel="nofollow" >http://www.si.mahidol.ac.th/museums</a><br />
Email : <a href="mailto:sirirajmuseum@yahoo.com">sirirajmuseum@yahoo.com</a></p>
<p> </p>
<p><strong><span style="font-size: medium;"><span style="color: #3366ff;">การเดินทาง มาพิพิธภัณฑ์</span><br />
</span></strong>-รถประจำทางสายที่ผ่านหน้าโรงพยาบาลศิริราช ได้แก่ 19, 57, 81, 146, 149, และ 157 <br />
-เรือด่วนเจ้าพระยาระบุลงท่าพรานนก      <br />
-เรือข้ามฟาก ท่าพระจันทร์ – วังหลัง, ท่าช้าง – วังหลัง</p>
<p> </p>
<p> อย่าลืมไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์การแพทย์ศิริราชบ้างนะคะ เพราะการเดินทางสะดวก อัตราค่าเข้าชมเป็นค่าธรรมเนียมจำนวนน้อยนิด หากเทียบกับความรู้ที่เราจะได้ แล้วจะรู้ว่าการไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ได้อะไรมากกว่าที่คิดค่ะ</p>
<p>ที่มา วิชาการ.คอม</p>
<p><map name='google_ad_map_560_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/560?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_560_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=560&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b3%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2589-%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2598%25e0%25b8%25a0%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2593%25e0%25b8%2591%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%25a8%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%258a.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/category/gerneral" title="ทั่วไป" rel="tag">ทั่วไป</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c" title="ประชาสัมพันธ์" rel="tag">ประชาสัมพันธ์</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c" title="พิพิธภัณฑ์" rel="tag">พิพิธภัณฑ์</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a" title="ศิริราช" rel="tag">ศิริราช</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3" title="แนะนำ" rel="tag">แนะนำ</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89" title="แหล่งความรู้" rel="tag">แหล่งความรู้</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%a8%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%8a.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
<!-- This Quick Cache file was built for (  www.livetogether.org/content/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3/feed ) in 3.16229 seconds, on Feb 8th, 2012 at 4:42 pm UTC. -->
<!-- This Quick Cache file will automatically expire ( and be re-built automatically ) on Feb 8th, 2012 at 5:42 pm UTC -->
