Subscribe to โครงการสื่อเพื่อสังคม รายการพึ่งพาอาศัย
Technorati
del.icio.us

หน้า 1 ถึง 212

 

 


ภาพจาก หนังสือเรื่อง สิ่งพิมพ์คลาสสิค

 

ประวัติไม้ขีดไฟ
          ไม้ขีดไฟกำเนิดขึ้นในค.ศ.1827 โดยนักเคมีชาวอังกฤษชื่อจอห์น วอล์คเกอร์ ไม้ขีดที่ทำขึ้นทำจากเศษไม้จุ่มปลายด้วยส่วนผสมของแอนติโมนีซัลไฟด์ โปตัสเซียมคลอเรต และกาวจากยางไม้ เมื่อเอาไม้ขีดที่ทำขึ้นมานั้นไปขีดกับอะไรที่มีผิวที่หยาบๆ  เช่น กระดาษทราย ก็จะทำให้เกิดการเสียดสีจนเกิดประกายไฟ ไม้ขีดแบบนี้เรียกกันว่า ลูซิเฟอร์ ผู้ถือแสงสว่าง แต่ไม้ขีดที่มีส่วนผสมชนิดนี้มีปัญหาตรงที่ขีดติดบ้างไม่ติดบ้าง

          ต่อมาใน ค.ศ.1930  ชาร์ลส์ โซเรีย ชาวฝรั่งเศสได้ผลิตไม้ขีด ไฟที่ปลายหุ้มด้วยฟอสฟอรัสเหลืองซึ่งมีคุณสมบัติติดไฟได้ดี แต่ฟอสฟอรัสเหลืองเป็นวัตถุมีพิษ ทำให้คนในโรงงานไม้ขีดป่วยเป็นโรคที่เรียกว่า Phossy Jaw ซึ่งโรคนี้มีอาการร้ายแรงถึงขั้นพิการและเสียชีวิตเลยก็ว่าได้ 

          ต่อมาในปี ค.ศ.1940  มีการค้นพบฟอสฟอรัสแดงที่มีความปลอดภัยในการทำไม้ขีดไฟขึ้น โดยไม้ขีดไฟชนิดนี้จะจุดได้ก็ต่อเมื่อขีดลงบนพื้นที่ที่เตรียมไว้เท่านั้น ส่วนหัวไม้ขีดนั้นจะถูกหุ้มด้วย โปตัสเซียมคลอเรต และข้างกล่องไม้ขีดไฟจะถูกฉาบด้วยฟอสฟอรัสแดง เมื่อโปตัสเซียมคลอเรต ตกกระทบหรือเสียดสีกับฟอสฟอรัสแดงจะเกิดปฏิกิริยาความร้อนมากพอที่จะทำให้จุดไฟติดได้ ส่วนวัสดุก็ใช้ทำก้านไม้ขีดไฟได้ด้วย เช่นด้วยเคลือบขี้ผึ้ง และกระดาษแข็งเคลือบขี้ผึ้ง แต่ไม้เป็นวัสดุที่ใช้ทำก้านไม้ขีด ได้ดีที่สุด ไม้สำหรับทำก้านไม้ขีดควรจะเป็นไม้สีขาว ไม่มีกลิ่น เนื้อไม้ไม่แข็งหรืออ่อนเกินไปนิยมใช้ไม้มะยมป่า ไม้มะกอก ไม้อ้อยช้าง ไม้ปออกแตก เป็นต้น ก่อนจุ่มทำหัวไม้ขีดจะต้องเอาปลายก้านไม้ขีดที่จะติดหัวนั้นไปจุ่มขี้ผึ้งพาราฟินก่อน หากเนื้อไม้แข็งเกินไปก็จะไม่ดูดซึม พาราฟิน พาราฟิน นี้จะเป็นตัวส่งผ่านจากหัวไม้ขีดไปสู่ก้านไม้ขีดหากไม่มีพาราฟินพอขีดไฟติดปุ๊บไฟก็จะดับปั๊บ และหากเนื้อของไม้อ่อนไปก้านไม้ขีดก็จะไม่คงรูปเป็นก้านตรงได้

 

  
ภาพจาก หนังสือเรื่อง สิ่งพิมพ์คลาสสิค

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

เทคโนโลยีมีคุณประโยชน์ก็ต้องมีอันตรายอยู่ด้วยอย่างแน่นอน แต่ผมไม่คิดว่าจะมีใครนั่งใคร่ครวญถึงอันตรายของเทคโนโลยีได้ถี่ถ้วน และเป็นลบได้มากเท่ากับกระทาชายนายริชาร์ด ฮอร์น มาก่อน ริชาร์ด ฮอร์น เป็นนักเขียนชาวอังกฤษครับ หนังสือเล่มล่าสุดของแกชื่อ “เอ อิส ฟอร์ อาร์มาเกดดอน” ที่รวบรวมเอาเรื่องอันตรายๆ ที่ “อาจ” บังเกิดขึ้นจากพัฒนาการทางเทคโนโลยีไว้มากมาย ผมเลือกเอามาเล่าสู่กันฟังแค่ 10 อย่าง

เอาแบบที่เป็นอันตรายชนิดสามารถทำร้ายหรือทำลายโลกได้ทั้งโลกได้นั่นแหละ

 

        1.แฮกเกอร์ อย่างที่เรารู้กัน แฮกเกอร์มีทั้งดีทั้งร้าย ทั้งพวก “ไวท์ แฮท” แล้วก็พวก “แบล๊ค แฮท” เจ้าพวกกลุ่มหลังนี่แหละครับที่ ริชาร์ด ฮอร์น บอกว่า อันตรายสุดสุด เคยอวดฝีมือในการเจาะระบบคอมพ์ของ หน่วยงานอย่างเพนตากอน, ระบบเตือนภัยด้านกลาโหมแห่งชาติ, นาซา, แบงก์ ออฟ อเมริกา, ซิตี้กรุ๊ป, ฐานทัพอากาศกริฟฟิธ, สถาบันวิจัยนิวเคลียร์แห่งชาติเกาหลี มาแล้ว และอาจจะทำได้อีกในอนาคต น่าสนใจนะครับ ที่บริษัทที่โดนเจาะระบบบ่อยที่สุดก็คือ ไมโครซอฟท์ นั่นเอง
        หายนะระดับทลายโลกอาจมาเยือนได้ถ้าพวกนี้เจาะเข้าไปในระบบกลาโหมของประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในครอบครอง จนอาจทำให้เกิดความเข้าใจไขว้เขวว่ามีการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์ขึ้น หลังจากนั้น ทั้งโลกก็อาจตกอยู่ในสงครามเทอร์โมนิวเคลียร์ได้ง่ายๆ

       
2.ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) นักวิทยาศาสตร์และนักค้นคว้าวิจัยของหลายประเทศพยายามอย่างมากที่จะพัฒนาคอมพิวเตอร์ให้ “คิด” เองได้ ริชาร์ด ฮอร์น แสดงความกังขาเอาไว้ว่า อะไรจะเกิดขึ้นถ้ามัน “คิด” และ “ตระหนักรู้ในการมีอยู่” ของตัวมัน และระบบของมันที่ถักทอเป็นเครือข่ายโยงใยไปทั่วโลก ความกระหายใคร่รู้ไม่รู้จักจบสิ้นของมันอาจทำให้ทั้งประวัติศาสตร์และอนาคตของทั้งคนและเครื่องจักรตกอยู่ในกำมือของคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าหากมันรับรู้ว่ามนุษย์เราคิดต่อมันอย่างไรและเป็นปฏิปักษ์กับพวกมันแค่ไหน (เป็นนิยายไปหน่อยไหมเนี่ย?)

       
3.ไวรัสจากห้องทดลอง อันนี้ผมค่อนข้างเห็นด้วยเลยทีเดียว ริชาร์ด ฮอร์น บอกว่า ต้องมีสักวันที่นักวิจัยในห้องทดลองเพื่อหาหนทางต่อต้านหรือฆ่าไวรัส ทำอะไรสักอย่างผิดพลาดโดยอุบัติเหตุ ส่งผลให้ไวรัสในห้องทดลองออกมาอาละวาดในสิ่งแวดล้อมทั่วไป
        ที่น่าสนใจก็คือ ตอนนี้นักวิจัยกำลังทดลองพัฒนาไวรัสขึ้นมากลุ่มหนึ่งเพื่อให้ทำหน้าที่ “รักษา” (ด้วยการ “ทำลาย”) เซลล์มะเร็งในร่างกายมนุษย์ คำถามที่เกิดขึ้นในเวลานี้ก็คือว่า เมื่อมันทำหน้าที่ของมัน (กินเซลล์มะเร็ง) เสร็จแล้ว ทำอย่างไรถึงจะ “หยุด” มันได้?

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

งาน มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2552
(National Science and Technology Fair 2009)
ระหว่างวันที่ 08 ส.ค. 2552 – 23 ส.ค. 2552
Impact Exhibition Center เมืองทองธานี Hall 2-8



                  ไดโนเสาร์หลายหลายชนิด รอต้อนรับน้องๆ อยู่ค่ะ

 
สุดยอดงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “วิทยาศาสตร์ก้าวไกล นำไทยก้าวหน้า”
นำเสนอพระอัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กษัตริย์นักพัฒนาเกี่ยวกับหลักการบริหารจัดการน้ำอย่างครบวงจร
นิทรรศการเทิดพระเกียรติ พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔
นิทรรศการเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” และ “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย”
นิทรรศการเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” และ “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย”
นิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี
นิทรรศการเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

- เอกภพวิทยา ดาราศาสตร์ และเทคโนโลยีอวกาศ
- กู้วิกฤติโลก ลด Global Warming
- เปิดโลกมหัศจรรย์แห่งวิวัฒนาการ
- พลังงานทางเลือกใหม่
- นาโนเทคโนโลยีรอบตัวเรา

 

ทีมงานวิชาการดอทคอมได้ไปเยี่ยมชมและเก็บภาพบรรยากาศในงานมาฝากกันค่ะ เป็นสุดยอดงานนิทรรศการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ควรจะต้องไปชมกันให้ได้ค่ะ เพราะภายในงานจะได้พบกับความสุดยอดความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทุกแขนง ตื่นตาตื่นใจกับประสบการณ์เสมือนจริงมากมาย มีกิจกรรมมากมาย รอน้องๆ ได้เรียนรู้ตามบู้ธต่างๆ ค่ะ

เจ้าหน้าที่จะอัดควันลงไปในเครื่องทำควัน แล้วให้น้องๆ ลองตบที่ก้นเครื่อง จะมีควันเป็นวงกลมลอยขึ้นมา

 

มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ มีอีก 6 กระทรวงร่วมงาน คือกระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม รวมทั้ง 34 หน่วยงาน จาก 21 สถาบันการศึกษาจากทั่วประเทศ 10 ภาคเอกชน และมากกว่า 10 ผลงานจากต่างประเทศ โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จะร่วมกันจัดกิจกรรมและนิทรรศการ ภายใต้แนวคิด “สร้างงาน สร้างเงิน สร้างคุณภาพชีวิต : ผลงานกระทรวงวิทย์ฯ คิดเพื่อคนไทย”

 

โดยในปีนี้ งานจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อฉลองการครบรอบ 30 ปี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทั้งยังเป็นการครบรอบ 400 ปี กาลิเลโอ ใช้กล้อง โทรทรรศน์ศึกษาดาราศาสตร์ และ 150 ปี การเผยแพร่หนังสือ The Origin of Species ของ ชาร์ลส ดาร์วิน เจ้าของทฤษฎี “วิวัฒนาการ” และ ตำนานเกาะกาลาปากอส ภายในงานจะนำผลงานมาจัดแสดงให้ได้ชมอย่างเสมือนจริงอีกด้วย

การจัดนิทรรศการและกิจกรรม
นิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ Royal Pavilion แสดงพระอัจฉริยภาพ “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” และพระอัจฉริยภาพ “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” และ “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย” รวมทั้งผลงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของพระบรมวงศานุวงศ์ 30 ปี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แสดงผลงานเด่นของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เนื่องในโอกาสวาระครบ 30 ปี

เอกภพวิทยา (Cosmology)
นิทรรศการและกิจกรรมที่ให้ความเข้าใจเรื่องการกำเนิดจักรวาลความรู้เกี่ยวกับ จักรวาล การสำรวจอวกาศ ความก้าวหน้าและการใช้ประโยชน์จาก Space Technology และกิจกรรมเนื่องในปีดาราศาสตร์สากล (International year of Astronomy) เนื่องในโอกาสครบรอบ 400 ปี ที่กาลิเลโอ ใช้กล้องโทรทัศน์สำรวจดวงดาว

 

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

เปิดรับสมัครทุนการศึกษา ประเทศจีน และสัมมนา”เรียนภาษาจีนด้วยเทคโนโลยี”

ศูนย์การศึกษาทางไกล มหาวิทยาลัยจี้หนาน

ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าฟังสัมมนาหัวข้อขอเชิญเข้าฟังสัมมนา”เรียนภาษาจีนด้วยเทคโนโลยี”

โดยวิทยากรจากศูนย์ฯ และเว็บเอสพีที

วันที่ 27 มิถุนายน 2552 เวลา 14.00-16.00 น.

ณ สถาบันภาษาจีน มา-เอ็ด รามคำแหง (ปากซอยราม12 ข้างเดอะมอลล์ราม)

สอบถามและสำรองที่นั่ง โทร.02-718-5144-6

ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.thaitochina.com/jinan

 

พบกับ การแนะแนวและสาธิตการเรียนภาษาจีนผ่านสื่อออนไลน์ และแนะนำเว็บไซต์เรียนภาษาจีนที่น่าสนใจ

ภายในงานเปิดรับสมัครผู้ที่สนใจศึกษาต่อประเทศจีน เข้าชิงทุนการศึกษาของมหาวิทยาลัย Shanghai Ocean University

{#emotions_dlg.d5} ผู้ที่สนใจก็อย่าลืมเข้ามาฟังนะคะ จะได้ทราบข้อมูลรายละเอียดอย่างเข้าใจ   รับรองว่าภาษาจีนนั้นไม่ยากอย่างที่คิดคะ  โอกาศดีๆอย่างนนี้อย่าปล่อยทิ้งไปนะ

ที่มา วิชาการ.คอม

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

การพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่หยุดยั้งทั้งทางด้านเทคโนโลยีการประมวลผล ซอฟต์แวร์เทคโนโลยีทางด้านการแพทย์ลาธารณสุขมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการให้บริการผู้ป่วยและการจัดการบริหารงานของระบบโรงพยาบาลและสาธารณสุขจวบจนวันนี้ เทคโนโลยีทางการแพทย์ไม่เพียงจำกัดแค่การให้บริการในวงการแพทย์ สาธารณสุข และโรงพยาบาลอีกต่อไป แต่เทคโนโลยีทางการแพทย์ได้เข้ามามีบทบาทที่สำคัญทำให้ประชาชนและผู้ป่วยสามารถเข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์สาธารณสุข รวมทั้งใช้บริการสาธารณสุขจากที่บ้านโดยไม่ต้องเดินทาง

 

          เพียงแค่คลิกคอมพิวเตอร์ที่บ้าน หรือแค่นอนพักผ่อนที่บ้าน คอมพิวเตอร์ที่อยู่รอบๆ ตัวคุณก็สามารถตรวจเช็คสุขภาพของคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัวและสามารถส่งข้อมูลสุขภาพไปยังแพทย์เจ้าของไข้ หรือตรวจโรคผ่านระบบ ออนไลน์ สิ่งเหล่านี้จะไม่ใช่เรื่องไกลตัวเราอีกต่อไป เมื่อบริษัทผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และแอพพลิคเคชั่นต่างๆ หันมาพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อตอบสนองชีวิตประจำวันของมนุษย์มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีแพทย์ทางไกลมาให้บริการผู้ป่วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาพยาบาล

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts



หน้า 1 ถึง 212