<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โครงการสื่อเพื่อสังคม รายการพึ่งพาอาศัย &#187; เครือข่ายพุทธิกา</title>
	<atom:link href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.livetogether.org</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 18 Apr 2012 04:12:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1.2</generator>
		<item>
		<title>รับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการจิตอาสา</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 Sep 2009 03:55:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[กิจกรรมต่างๆ]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก]]></category>
		<category><![CDATA[สสย]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายพุทธิกา]]></category>
		<category><![CDATA[โครงการจิตอาสาคลายทุกข์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/?p=2114</guid>
		<description><![CDATA[รับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการจิตอาสาคลายทุกข์ด้วยหนังสือ วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2552
ด่วน ! รับจำนวนจำกัด
แผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน (สสย.)
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ร่วมกับ เครือข่ายพุทธิกา
 เปิดรับอาสาสมัคร
เข้าร่วมโครงการจิตอาสาคลายทุกข์ด้วยหนังสือ
 ลักษณะกิจกรรม เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เยาวชนและคนทั่วไปได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ด้วยการทำงานอาสาสมัคร อาสาสมัครจะได้เรียนรู้วิธีการสร้างปฏิสัมพันธ์กับเด็กโดยมีหนังสือเป็นสื่อกลางอันจะนำไปสู่ความเข้าใจต่อเด็กผู้ด้อยโอกาสในสังคม นอกจากนั้นอาสาสมัครยังมีโอกาสได้กลับมาอ่านหนังสือเล่มโปรดอีกครั้ง

กลุ่มเป้าหมาย เยาวชนคนหนุ่มสาวและนักศึกษา จำนวน 20 คน
คุณสมบัติอาสาสมัคร
- ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดการศึกษา อายุไม่เกิน 35 ปี
- สามารถเข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอด 2 เดือน (ตุลาคม – พฤศจิกายน)
- สามารถเข้ารับการปฐมนิเทศการอบรม ในวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2552 เวลา 09.30 – 16.00 น. ณ เรือนร้อยฉนำ สวนเงินมีมา (เจริญนคร ระหว่าง 20 – 22)
- สามารถเข้าร่วมประชุมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เดือนละครั้ง
- รักเด็กและรักการอ่าน
- เปิดใจกว้างเรียนรู้ รับฟังผู้อื่น และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
พื้นที่ปฏิบัติงานของอาสาสมัคร
1. โรงเรียนอนุบาลหมู่บ้านเด็ก สานรัก มูลนิธิเด็ก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>รับอาสาสมัครเข้าร่วมโครงการจิตอาสาคลายทุกข์ด้วยหนังสือ วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2552</p>
<p align="center">ด่วน ! รับจำนวนจำกัด</p>
<p align="center">แผนงานสื่อสร้างสุขภาวะเยาวชน (<a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%a2"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with สสย">สสย</a>.)</p>
<p align="center"><a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%94"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก">มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก</a></p>
<p align="center">สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (<a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%aa"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with สสส">สสส</a>.)</p>
<p align="center">ร่วมกับ <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with เครือข่ายพุทธิกา">เครือข่ายพุทธิกา</a></p>
<p align="center"> เปิดรับอาสาสมัคร</p>
<p align="center">เข้าร่วมโครงการจิตอาสาคลายทุกข์ด้วยหนังสือ</p>
<p> ลักษณะกิจกรรม เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เยาวชนและคนทั่วไปได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ด้วยการทำงานอาสาสมัคร อาสาสมัครจะได้เรียนรู้วิธีการสร้างปฏิสัมพันธ์กับเด็กโดยมีหนังสือเป็นสื่อกลางอันจะนำไปสู่ความเข้าใจต่อเด็กผู้ด้อยโอกาสในสังคม นอกจากนั้นอาสาสมัครยังมีโอกาสได้กลับมาอ่านหนังสือเล่มโปรดอีกครั้ง</p>
<p><span id="more-2114"></span></p>
<p>กลุ่มเป้าหมาย เยาวชนคนหนุ่มสาวและนักศึกษา จำนวน 20 คน</p>
<p><strong>คุณสมบัติอาสาสมัคร</strong><strong></strong></p>
<p>- ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดการศึกษา อายุไม่เกิน 35 ปี</p>
<p>- สามารถเข้าร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอด 2 เดือน (ตุลาคม – พฤศจิกายน)</p>
<p>- สามารถเข้ารับการปฐมนิเทศการอบรม ในวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2552 เวลา 09.30 – 16.00 น. ณ เรือนร้อยฉนำ สวนเงินมีมา (เจริญนคร ระหว่าง 20 – 22)</p>
<p>- สามารถเข้าร่วมประชุมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้เดือนละครั้ง</p>
<p>- รักเด็กและรักการอ่าน</p>
<p>- เปิดใจกว้างเรียนรู้ รับฟังผู้อื่น และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี</p>
<p><strong>พื้นที่ปฏิบัติงานของอาสาสมัคร</strong><strong></strong></p>
<p>1. โรงเรียนอนุบาลหมู่บ้านเด็ก สานรัก มูลนิธิเด็ก จำนวนอาสาสมัคร 10 คน</p>
<p><strong>· ทุกวันเสาร์ ( ตุลาคม – พฤศจิกายน 2552 ) · เวลา 13.00 – 16.00 น.</strong></p>
<p><strong>· เริ่ม วันเสาร์ ที่ 10 ต.ค. 52</strong></p>
<p><strong>- ตุลาคม วันที่ 10</strong><strong>, 17, 24, 31 และ พฤศจิกายน วันที่ 7, 14, 21, 28</strong></p>
<p>2. ศูนย์การเล่นศูนย์ดวงแข มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.) จำนวนอาสาสมัคร 10 คน</p>
<p><strong>· ทุกวันอาทิตย์ ( ตุลาคม – พฤศจิกายน 2552 ) · เวลา 13.00 – 16.00 น.</strong></p>
<p><strong>· เริ่ม วันอาทิตย์ ที่ 4 ต.ค. 52</strong></p>
<p><strong>- ตุลาคม วันที่ 4</strong><strong>, 11, 18, 25 และพฤศจิกายน วันที่ 1, 8, 15, 22, 29</strong></p>
<p>            สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ เครือข่ายพุทธิกา 90 ซอยอยู่ออมสิน ถนนจรัญสนิทวงศ์ 40 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700 โทรศัพท์ 0 2883 0592, 0 2886 9881, 08 5917 7212 เว็บไซต์ www.budnet.org อีเมล์ b_netmail@yahoo.com</p>
<p><strong>หมายเหตุ </strong>ปิดรับสมัครอาสาสมัครภายในวันที่ <strong>30 กันยายน 2552</strong></p>
<p><strong>ที่มา  สสส.</strong></p>
<p><map name='google_ad_map_2114_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/2114?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_2114_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=2114&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b2.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/category/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86" title="กิจกรรมต่างๆ" rel="tag">กิจกรรมต่างๆ</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/gerneral" title="ทั่วไป" rel="tag">ทั่วไป</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c" title="ประชาสัมพันธ์" rel="tag">ประชาสัมพันธ์</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%a1%e0%b8%b9%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%92%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%94" title="มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก" rel="tag">มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%a2" title="สสย" rel="tag">สสย</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2" title="เครือข่ายพุทธิกา" rel="tag">เครือข่ายพุทธิกา</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%81%e0%b8%82" title="โครงการจิตอาสาคลายทุกข์" rel="tag">โครงการจิตอาสาคลายทุกข์</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สุขแท้ด้วยปัญญา</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Jul 2009 03:27:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[กิจกรรมต่างๆ]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[สสส]]></category>
		<category><![CDATA[สุขแท้ด้วยปัญญา]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายพุทธิกา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/?p=1792</guid>
		<description><![CDATA[“สุขแท้ด้วยปัญญา” ปี 2 ร่วมสร้างทัศนคติใหม่แก่สังคมไทย

     ปัจจุบันสังคมไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องสุขภาพเพิ่มมากขึ้น มีการรณรงค์กันอย่างมากมายแต่ส่วนใหญ่มุ่งเน้นและจำกัดอยู่เฉพาะเรื่องของสุขภาวะทางหาย ในขณะที่กระแสบริโภคนิยมและวัตถุนิยมไหลบ่ารุนแรงขึ้น ผู้คนพึงพอใจและแสวงหาเรื่องทางวัตถุเป็นด้านหลัก นำมาซึ่งปัญหาต่างๆ มากมาย ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน ทำให้ผู้คนเกิดความทุกข์กันทั่วหน้า
     สังคมไทยกำลังต้องการภูมิคุ้มกันความทุกข์ ไม่มีอะไรที่จะเสริมสร้างภูมิคุ้มกันความทุกข์ให้เข้มแข็งได้ดีเท่ากับสุขภาวะทางปัญญา สุขภาวะทางปัญญาช่วยให้ผู้คนบรรลุถึงความสุขที่แท้ คือความสุข ที่เกิดจาการมีทัศนคติที่ถูกต้องรู้เท่าทันความจริงของชีวิตและโลก สามารถคิดถูก คิดชอบ และรู้จักแก้ทุกข์ได้ด้วยปัญญา รวมทั้งมีความสุขจากการดำเนินชีวิต ถูกต้องดีงาม จากการเป็นผู้ให้ และการทำความดีเพื่อคนอื่นหรือส่วนรวม
     การมีทัศนคติที่ถูกต้อง เป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้วางใจถูกต้อง เมื่อวางใจได้ถูกต้องความสุขก็เกิดขึ้นได้ง่ายๆ และทุกเวลา เป็นความสุขที่แท้และยั่งยืน อันเป็นพื้นฐานสำคัญสู่การพัฒนาสุขภาพองค์รวม
     โครงการสร้างเสริมสุขภาวะทางปัญญา โดยเครือข่ายพุทธิกา เป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการนำธรรมะมาประยุกต์ใช้ในชีวิตอย่างสมสมัย โดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันเสริมสร้างทัศนคติใหม่ให้แก่สังคมไทย ด้วยการนำเสนอกิจกรรม ทั้งที่เป็นโครงการริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่หรือเป็นการแตกหน่อต่อยอดหรือพัฒนาต่อจากงานเดิมที่ทำได้ผลดี พร้อมไปกับการสร้างและพัฒนาทั้งคนและเครือข่าย ตลอดจนการสื่อสารเผยแพร่ให้สังคมไทยได้รับรู้และเห็นคุณค่าของ &#8220;สุขภาวะทางปัญญา หรือ สุขแท้ด้วยปัญญา&#8221; มากยิ่งขึ้น

     ลักษณะของโครงการที่จะขอทุน          
     1. เป็นกิจกรรมที่มุ่งสร้างเสริมทัศนคติอันดีงาม 4 ประการ ได้แก่
          1.1 คิดถึงผู้อื่นมากกว่าตนเอง
          [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>“<a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with สุขแท้ด้วยปัญญา">สุขแท้ด้วยปัญญา</a>” ปี 2 ร่วมสร้างทัศนคติใหม่แก่สังคมไทย</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-1793" title="dfsee" src="http://www.livetogether.org/wp-content/uploads/2009/07/dfsee.jpg" alt="dfsee" width="550" height="780" /></p>
<p>     ปัจจุบันสังคมไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องสุขภาพเพิ่มมากขึ้น มีการรณรงค์กันอย่างมากมายแต่ส่วนใหญ่มุ่งเน้นและจำกัดอยู่เฉพาะเรื่องของสุขภาวะทางหาย ในขณะที่กระแสบริโภคนิยมและวัตถุนิยมไหลบ่ารุนแรงขึ้น ผู้คนพึงพอใจและแสวงหาเรื่องทางวัตถุเป็นด้านหลัก นำมาซึ่งปัญหาต่างๆ มากมาย ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว และชุมชน ทำให้ผู้คนเกิดความทุกข์กันทั่วหน้า</p>
<p>     สังคมไทยกำลังต้องการภูมิคุ้มกันความทุกข์ ไม่มีอะไรที่จะเสริมสร้างภูมิคุ้มกันความทุกข์ให้เข้มแข็งได้ดีเท่ากับสุขภาวะทางปัญญา สุขภาวะทางปัญญาช่วยให้ผู้คนบรรลุถึงความสุขที่แท้ คือความสุข ที่เกิดจาการมีทัศนคติที่ถูกต้องรู้เท่าทันความจริงของชีวิตและโลก สามารถคิดถูก คิดชอบ และรู้จักแก้ทุกข์ได้ด้วยปัญญา รวมทั้งมีความสุขจากการดำเนินชีวิต ถูกต้องดีงาม จากการเป็นผู้ให้ และการทำความดีเพื่อคนอื่นหรือส่วนรวม</p>
<p>     การมีทัศนคติที่ถูกต้อง เป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้วางใจถูกต้อง เมื่อวางใจได้ถูกต้องความสุขก็เกิดขึ้นได้ง่ายๆ และทุกเวลา เป็นความสุขที่แท้และยั่งยืน อันเป็นพื้นฐานสำคัญสู่การพัฒนาสุขภาพองค์รวม</p>
<p>     <strong>โครงการสร้างเสริมสุขภาวะทางปัญญา โดยเครือข่ายพุทธิกา</strong> เป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการนำธรรมะมาประยุกต์ใช้ในชีวิตอย่างสมสมัย โดยการสนับสนุนจาก<strong>สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (<a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%aa"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with สสส">สสส</a>.) </strong>ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมกันเสริมสร้างทัศนคติใหม่ให้แก่สังคมไทย ด้วยการนำเสนอกิจกรรม ทั้งที่เป็นโครงการริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่หรือเป็นการแตกหน่อต่อยอดหรือพัฒนาต่อจากงานเดิมที่ทำได้ผลดี พร้อมไปกับการสร้างและพัฒนาทั้งคนและเครือข่าย ตลอดจนการสื่อสารเผยแพร่ให้สังคมไทยได้รับรู้และเห็นคุณค่าของ <strong>&#8220;สุขภาวะทางปัญญา หรือ สุขแท้ด้วยปัญญา&#8221;</strong> มากยิ่งขึ้น</p>
<p><span id="more-1792"></span></p>
<p><strong>     ลักษณะของโครงการที่จะขอทุน          </strong><strong></strong></p>
<p>     1. เป็นกิจกรรมที่มุ่งสร้างเสริมทัศนคติอันดีงาม 4 ประการ ได้แก่</p>
<p>          1.1 คิดถึงผู้อื่นมากกว่าตนเอง</p>
<p>          1.2 ไม่พึ่งพิงความสุขทางวัตถุอย่างเดียว</p>
<p>          1.3 เชื่อมั่นในความเพียรของตนไม่หวังลาภลอยคอยโชค</p>
<p>          1.4 รู้จักคิดอย่างมีเหตุผลและเป็นประโยชน์เกื้อกูล</p>
<p>     2. กิจกรรมที่ทำก่อให้เกิดผลครบทั้ง 2 ส่วน คือ</p>
<p>          2.1 คนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้เรียนรู้และมีการเปลี่ยนแปลงทัศนคติหรือพฤติกรรมตามทัศนคติอันดีงาม 4 ประการ</p>
<p>          2.2 กิจกรรมที่ทำก่อให้เกิดประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมชัดเจนต่อส่วนรวม</p>
<p>     3. เป็นกิจกรรมที่เสริมสร้างสุขภาวะทางปัญญา ไม่จำกัดรูปแบบกิจกรรม (ยกเว้นงานค่ายอาสาพัฒนาแบบปกติทั่วไป, กิจกรรมบวชสามเณร)</p>
<p>     4. เป็นกิจกรรมที่ทำต่อเนื่องมากกว่า 1 ครั้ง (ทำซ้ำกลุ่มเป้าหมายเดิม) หรือจัดเพียง 1 ครั้ง (ไม่น้อยกว่า 5 วัน 4 คืน) ก็ได้ ผู้เข้าร่วมเน้นเยาวชนคนหนุ่มสาว-จำนวนรวมทุกครั้งไม่น้อยกว่า 35 คน</p>
<p>     5. กิจกรรมให้จัดดำเนินการระหว่างวันที่ 10 ตุลาคม 2552 &#8211; 25 มกราคม 2553</p>
<p>     6. กรณีผู้ขอทุนที่ไม่ใช่องค์กรหรือหน่วยงาน ต้องมีคณะผู้รับผิดชอบและดำเนินโครงการ เป็นทีมอย่างน้อย 5 และที่ปรึกษา 1 คน</p>
<p>     7. เป็นโครงการที่ปลอดเหล้าและบุหรี่</p>
<p><strong>     สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่</strong> <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with เครือข่ายพุทธิกา">เครือข่ายพุทธิกา</a> เลขที่ 90 ซอยอยู่ออมสิน ถนนจรัญสนิทวงศ์ 40 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพฯ 10700 โทรศัพท์ 0-2424-7409 เว็บไซต์ : <a href="http://www.livetogether.org/goto/www_budnet_org/1792/1" rel="nofollow"  target="_blank">www.budnet.org</a></p>
<p>ที่มา   สสส.</p>
<p><map name='google_ad_map_1792_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/1792?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_1792_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=1792&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2597%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%258d%25e0%25b8%258d%25e0%25b8%25b2.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/category/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86" title="กิจกรรมต่างๆ" rel="tag">กิจกรรมต่างๆ</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/gerneral" title="ทั่วไป" rel="tag">ทั่วไป</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c" title="ประชาสัมพันธ์" rel="tag">ประชาสัมพันธ์</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%aa" title="สสส" rel="tag">สสส</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2" title="สุขแท้ด้วยปัญญา" rel="tag">สุขแท้ด้วยปัญญา</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2" title="เครือข่ายพุทธิกา" rel="tag">เครือข่ายพุทธิกา</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความดีที่น่าเสี่ยง</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 27 Apr 2009 02:08:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diary by Fern]]></category>
		<category><![CDATA[ความดี]]></category>
		<category><![CDATA[น่าเสี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวัน]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายพุทธิกา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/?p=357</guid>
		<description><![CDATA[ 
คุณเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้บ้างไหม ขณะที่กำลังรอรถเมล์อยู่ ก็มีผู้ชายสีหน้าเศร้า ๆ มาขอเงินคุณ เขาเล่าว่าเขามาตามหาญาติที่กรุงเทพ ฯ จนเงินเกลี้ยงกระเป๋า แต่ไม่พบ อยากจะกลับบ้านแต่ไม่มีเงินค่าโดยสาร จึงอยากขอความช่วยเหลือจากคุณ
คุณฟังแล้วก็สงสารจึงให้เงินไป ๕๐ บาท เขายกมือไหว้ขอบคุณคุณเป็นการใหญ่ก่อนที่จะจากไป แต่แล้วไม่กี่วันต่อมาคุณก็เห็นชายคนเดียวกันนี้เดินขอเงินจากใครต่อใครไม่ไกลจากจุดที่เขาเคยขอเงินคุณ
เจอแบบนี้เข้าคุณจะรู้สึกอย่างไร?
 
เป็นธรรมดาที่คุณจะเสียความรู้สึกหรือโมโหเมื่อรู้ว่าตนเองถูกหลอก หลายคนถึงกับตั้งใจเด็ดขาดว่าจะไม่ควักเงินให้อีกหากมีใครมาขอเงินเขา ก็พวกนี้มันสิบแปดมงกุฎกันทั้งนั้น
การสรุปบทเรียนแบบนี้แม้จะดูสมเหตุสมผล แต่ก็น่าคิดว่าเป็นความยุติธรรมหรือไม่ที่เราจะเอาพฤติกรรมของคน ๆ หนึ่งมาเป็นข้อสรุปแบบเหวี่ยงแหว่าใครก็ตามที่แบมือขอเงินเราล้วนเป็นพวกลวงโลกทั้งนั้น หากคุณถูกผู้ชายคนหนึ่งหลอก ควรหรือไม่ที่จะสรุปว่าผู้ชายทั้งโลกเชื่อไม่ได้ทั้งนั้น ถ้าคุณเป็นผู้ชาย คุณย่อมรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมเลยที่ถูกตราหน้าอย่างนั้นทั้ง ๆ ที่ยังไม่ทันอ้าปากหรือโอภาปราศรัยกันเลย
แม้จะถูกหลอกครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างมากที่เราจะสรุปได้ก็คือคนที่แบมือขอเงินเรานั้นส่วนใหญ่ โกหกเรา ถึงแม้คุณจะถูก ๙ คนหลอก ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่สิบจะเป็นเช่นนั้นด้วย คำถามก็คือหากไม่แน่ใจว่าคนที่สิบจะมาหลอกเราด้วยหรือไม่ เราควรให้เงินเขาไหม? ถ้าคุณไม่อยากถูกหลอกอีก ก็ตัดสินใจไม่ยาก เบือนหน้าหนีเขาก็หมดเรื่อง
แต่หากลองคิดอีกมุมหนึ่งว่า หากคน ๆ นั้นเขาเดือดร้อนจริง ๆ และมีความจำเป็นต้องกลับบ้านด่วน เพราะทิ้งพ่อที่พิการหรือลูกเล็ก ๆ เอาไว้ การปฏิเสธของคุณอาจมีผลกระทบต่อชีวิตของเขามาก แต่ถ้าคุณให้เงินเขา ก็อาจจะมีความหมายใหญ่หลวงต่อเขา
ลองนึกอีกทีว่าหากคุณตกอยู่ในที่นั่งเดียวกับเขา แล้วพบว่าไม่ว่าจะแบมือขอเงินจากใคร ก็ถูกปฏิเสธหมด ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เงินจำนวนมาก คุณจะรู้สึกอย่างไรกับผู้คน คุณจะยังมีศรัทธาในเพื่อนมนุษย์หรือไม่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> </p>
<p>คุณเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้บ้างไหม ขณะที่กำลังรอรถเมล์อยู่ ก็มีผู้ชายสีหน้าเศร้า ๆ มาขอเงินคุณ เขาเล่าว่าเขามาตามหาญาติที่กรุงเทพ ฯ จนเงินเกลี้ยงกระเป๋า แต่ไม่พบ อยากจะกลับบ้านแต่ไม่มีเงินค่าโดยสาร จึงอยากขอความช่วยเหลือจากคุณ</p>
<p>คุณฟังแล้วก็สงสารจึงให้เงินไป ๕๐ บาท เขายกมือไหว้ขอบคุณคุณเป็นการใหญ่ก่อนที่จะจากไป แต่แล้วไม่กี่วันต่อมาคุณก็เห็นชายคนเดียวกันนี้เดินขอเงินจากใครต่อใครไม่ไกลจากจุดที่เขาเคยขอเงินคุณ</p>
<p>เจอแบบนี้เข้าคุณจะรู้สึกอย่างไร?</p>
<p> </p>
<p>เป็นธรรมดาที่คุณจะเสียความรู้สึกหรือโมโหเมื่อรู้ว่าตนเองถูกหลอก หลายคนถึงกับตั้งใจเด็ดขาดว่าจะไม่ควักเงินให้อีกหากมีใครมาขอเงินเขา ก็พวกนี้มันสิบแปดมงกุฎกันทั้งนั้น</p>
<p>การสรุปบทเรียนแบบนี้แม้จะดูสมเหตุสมผล แต่ก็น่าคิดว่าเป็นความยุติธรรมหรือไม่ที่เราจะเอาพฤติกรรมของคน ๆ หนึ่งมาเป็นข้อสรุปแบบเหวี่ยงแหว่าใครก็ตามที่แบมือขอเงินเราล้วนเป็นพวกลวงโลกทั้งนั้น หากคุณถูกผู้ชายคนหนึ่งหลอก ควรหรือไม่ที่จะสรุปว่าผู้ชายทั้งโลกเชื่อไม่ได้ทั้งนั้น ถ้าคุณเป็นผู้ชาย คุณย่อมรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมเลยที่ถูกตราหน้าอย่างนั้นทั้ง ๆ ที่ยังไม่ทันอ้าปากหรือโอภาปราศรัยกันเลย</p>
<p>แม้จะถูกหลอกครั้งแล้วครั้งเล่า อย่างมากที่เราจะสรุปได้ก็คือคนที่แบมือขอเงินเรานั้นส่วนใหญ่ โกหกเรา ถึงแม้คุณจะถูก ๙ คนหลอก ก็ไม่ได้หมายความว่าคนที่สิบจะเป็นเช่นนั้นด้วย คำถามก็คือหากไม่แน่ใจว่าคนที่สิบจะมาหลอกเราด้วยหรือไม่ เราควรให้เงินเขาไหม? ถ้าคุณไม่อยากถูกหลอกอีก ก็ตัดสินใจไม่ยาก เบือนหน้าหนีเขาก็หมดเรื่อง</p>
<p>แต่หากลองคิดอีกมุมหนึ่งว่า หากคน ๆ นั้นเขาเดือดร้อนจริง ๆ และมีความจำเป็นต้องกลับบ้านด่วน เพราะทิ้งพ่อที่พิการหรือลูกเล็ก ๆ เอาไว้ การปฏิเสธของคุณอาจมีผลกระทบต่อชีวิตของเขามาก แต่ถ้าคุณให้เงินเขา ก็อาจจะมีความหมายใหญ่หลวงต่อเขา</p>
<p>ลองนึกอีกทีว่าหากคุณตกอยู่ในที่นั่งเดียวกับเขา แล้วพบว่าไม่ว่าจะแบมือขอเงินจากใคร ก็ถูกปฏิเสธหมด ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เงินจำนวนมาก คุณจะรู้สึกอย่างไรกับผู้คน คุณจะยังมีศรัทธาในเพื่อนมนุษย์หรือไม่ และหากคุณทำความดีมาตลอด แต่ต้องได้รับผลอย่างนี้ คุณจะยังศรัทธาในความดีและเชื่อมั่นในบุญกุศลอีกหรือไม่</p>
<p>เงิน ๕๐ บาทหรือ ๑๐๐ บาท อาจไม่มากสำหรับคุณ หากถูกหลอก ก็ไม่ทำให้คุณกระเทือนเท่าไร แต่หากเขาเดือดร้อนจริง ๆ เงินจำนวนเล็กน้อยนี้สามารถฟื้นศรัทธาและความหวังของเขาขึ้นมา และยังอาจมีผลต่ออีกหลายชีวิตที่รอการกลับบ้านของเขา มองในแง่นี้การให้เงินแก่เขาจึงเป็นการ “ลงทุน”ที่น่าเสี่ยงอย่างยิ่ง เพราะหากเสียก็เสียไม่มาก แต่หากได้ก็ได้มหาศาล เป็นแต่ว่าผลได้นั้นไม่ได้เกิดกับคุณ ยิ่งกว่านั้นโอกาสที่จะ “ได้” อาจมากกว่าแทงหวยใต้ดินเสียอีก</p>
<p>การช่วยเหลือคนที่ไม่รู้จักนั้นจะว่าไปก็ไม่ต่างจากการเสี่ยงโชค เป็นไปได้ว่าโอกาสจะถูกหลอกมีมากกว่า ช่วยไป ๑๐ คนอาจกลายเป็นว่าเราถูก ๙ คนหลอก มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เดือดร้อนจริง แม้กระนั้นก็ยังคุ้มอยู่ดีมิใช่หรือ</p>
<p>มีคำกล่าวว่า ปล่อยคนผิด ๑๐ คนยังดีกว่าลงโทษผู้บริสุทธิ์ ๑ คน ในทำนองเดียวกัน ในกรณีที่มีคนมาขอเงินเรา ก็อาจพูดได้เช่นกันว่า ถูกคนโกง ๑๐ คนหลอกก็ยังดีกว่าเมินเฉยผู้ทุกข์ยาก ๑ คน</p>
<p>ใครที่ยังทำใจไม่ได้เมื่อรู้ว่าถูกหลอกเอาเงินไป ลองฟังเรื่องราวของ โรเบอร์โต เดอ วิเซนโซ นักกอล์ฟชาวอาร์เจนตินาชื่อก้องโลกเมื่อ ๓๐ ปีก่อน ครั้งหนึ่งมีหญิงสาวมาพบเขาแล้วเล่าว่าลูกของเธอป่วยหนักและกำลังจะตาย เขาฟังแล้วก็สงสาร จึงมอบเช็คที่เพิ่งได้รับจากการชนะถ้วยรางวัลให้เธอไป</p>
<p>หนึ่งอาทิตย์ต่อมา มีเพื่อนมาบอกเขาว่า เขาถูกผู้หญิงคนนั้นหลอก เพราะเธอยังไม่ได้แต่งงาน และไม่มีลูกที่เจ็บป่วย ประโยคแรกที่ออกจากปากของโรเบอร์โตก็คือ “หมายความว่า ไม่มีเด็กที่กำลังจะตาย ใช่ไหม ?”</p>
<p>เมื่อได้รับคำยืนยัน เขาก็ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า“นี่เป็นข่าวดีที่สุดที่ได้ยินมาตลอดอาทิตย์นี้เลย” แทนที่จะโมโห เขากลับยินดี เพราะเขานึกถึงเด็กมากกว่าเงินในกระเป๋าของเขา ใช่หรือไม่ว่าถ้าเรานึกถึงคนอื่นมากขึ้น การถูกหลอกจะกลายเป็นเรื่องเล็กลงไปทันที</p>
<p><span><em><strong>โดย… <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with ภาวัน">ภาวัน</a></strong></em></span></p>
<p><span><strong><em>ที่มา <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with เครือข่ายพุทธิกา">เครือข่ายพุทธิกา</a></em></strong></span></p>
<p><map name='google_ad_map_357_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/357?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_357_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=357&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2587.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/category/diary-by-fern" title="Diary by Fern" rel="tag">Diary by Fern</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b5" title="ความดี" rel="tag">ความดี</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87" title="น่าเสี่ยง" rel="tag">น่าเสี่ยง</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1" title="บทความ" rel="tag">บทความ</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99" title="ภาวัน" rel="tag">ภาวัน</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2" title="เครือข่ายพุทธิกา" rel="tag">เครือข่ายพุทธิกา</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ทางออกของทางตัน</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 24 Apr 2009 02:42:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diary by Fern]]></category>
		<category><![CDATA[ทางออกของทางตัน]]></category>
		<category><![CDATA[พระวิชิต ธมฺมชิโต]]></category>
		<category><![CDATA[มองย้อนศร]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายพุทธิกา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/?p=333</guid>
		<description><![CDATA[ทางออกเป็นเรื่องที่มีความสำคัญในทุกสถานการณ์ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าทางเข้า หรือจุดเริ่มต้นที่จะเข้าสู่สถานการณ์นั้นๆ ส่วนผลสำเร็จก็เป็นเพียงหนึ่งในทางออกหลายๆ ทางหลังจากเข้าสู่สถานการณ์นั้นแล้ว เพราะหลายครั้งที่เหตุการณ์ในชีวิตไม่ได้จบด้วยความสำเร็จอย่างที่คาดเอาไว้
“ควรจะทำยังไงดีคะ ถ้า…” เป็นคำถามหนึ่งที่พระมักได้รับบ่อยๆ จากคนที่ค่อนข้างจะคุ้นเคยกัน เพราะกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ทางออกเริ่มจะไม่เป็นอย่างที่คิดไว้
 
การมองทางออกหลายๆ ด้านไว้ตั้งแต่แรก โดยเฉพาะเมื่อต้องเข้าสู่สถานการณ์สำคัญของชีวิต เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย แต่ทุกวันนี้เรากลับมองข้ามกันเสมอ
เมื่ออยู่ในวัยเรียนทางออกเดียวที่เรา นี้ชีวิต่ควรละเลยแต่เราก็มักจะละเลยกันรวมทั้งพ่อแม่เราเห็นคือการมุ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้คณะดีๆ แล้วก็มองเลยรวดเดียวไปถึงว่า ถ้าสำเร็จการศึกษาในสาขานั้นมาจะทำงานที่ไหนดี เงินเดือนเท่าไหร่ มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานอย่างไร โดยไม่ค่อยได้มองทางออกไว้ก่อนว่า ถ้าสอบไม่ได้จะทำอย่างไร เข้าได้แล้วจะเรียนแข่งกับเพื่อนได้ไหม จะสู้ค่าใช้จ่ายขณะเรียนไหวหรือไม่ หรือถ้าเรียนไม่จบจะทำอย่างไร
ในด้านการงานหรือชีวิตครอบครัวก็เช่นกัน ก่อนที่จะได้เข้าทำงานนั้นๆ เรามักทุ่มกันสุดตัวทุกวิถีทางเพื่อให้ได้งานนั้นมา แต่เมื่อทำงานนั้นได้ไม่เท่าไร หลายคนก็เครียดกับงาน เบื่อหัวหน้า เซ็งเพื่อนร่วมงาน รำคาญลูกน้องและลูกค้าที่แสนจะเรื่องมาก
ณ จุดเริ่มต้นชีวิตครอบครัว ก็มักไม่มีใครเตรียมทางออกสำหรับสถานการณ์เลวร้ายต่างๆ ที่จะรุมล้อมกันเข้ามา ไม่ว่าเรื่องภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว เรื่องภรรยาเจ้าอารมณ์ สามีนอกใจ หรือลูกติดยา ติดเกม และอีกสารพัดที่ไม่เคยคาดว่าจะพบเจอกับตนเอง ทั้งๆ ที่ก็มีตัวอย่างให้เห็นมากมาย
เมื่อไม่ได้เตรียมมองทางออกไว้ พอเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่ได้คาดหมาย หรือพบจุดจบไม่ตรงกับเป้าหมายที่คาด หลายคนจึงอยู่ในภาวะตระหนก สับสน รู้สึกว่าชีวิตเข้าสู่ทางตัน หาทางออกให้ชีวิตไม่ได้ จนนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด ลงเอยด้วยการโทษผู้อื่น โทษตัวเอง หรืออาจถึงขั้นคิดสั้นจบชีวิตตนเอง
ทางออก หรือทางหนีทีไล่เมื่อสถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่คาดคิด เป็นสิ่งที่เราควรตระเตรียมให้พร้อม จึงจะถือได้ว่าเป็นผู้ที่ไม่ประมาทในชีวิต
หลายคนอาจรู้สึกว่าปัญหาต่างๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ทางออกเป็นเรื่องที่มีความสำคัญในทุกสถานการณ์ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าทางเข้า หรือจุดเริ่มต้นที่จะเข้าสู่สถานการณ์นั้นๆ ส่วนผลสำเร็จก็เป็นเพียงหนึ่งในทางออกหลายๆ ทางหลังจากเข้าสู่สถานการณ์นั้นแล้ว เพราะหลายครั้งที่เหตุการณ์ในชีวิตไม่ได้จบด้วยความสำเร็จอย่างที่คาดเอาไว้</p>
<p>“ควรจะทำยังไงดีคะ ถ้า…” เป็นคำถามหนึ่งที่พระมักได้รับบ่อยๆ จากคนที่ค่อนข้างจะคุ้นเคยกัน เพราะกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ทางออกเริ่มจะไม่เป็นอย่างที่คิดไว้</p>
<p> </p>
<p>การมองทางออกหลายๆ ด้านไว้ตั้งแต่แรก โดยเฉพาะเมื่อต้องเข้าสู่สถานการณ์สำคัญของชีวิต เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย แต่ทุกวันนี้เรากลับมองข้ามกันเสมอ</p>
<p>เมื่ออยู่ในวัยเรียนทางออกเดียวที่เรา นี้ชีวิต่ควรละเลยแต่เราก็มักจะละเลยกันรวมทั้งพ่อแม่เราเห็นคือการมุ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้คณะดีๆ แล้วก็มองเลยรวดเดียวไปถึงว่า ถ้าสำเร็จการศึกษาในสาขานั้นมาจะทำงานที่ไหนดี เงินเดือนเท่าไหร่ มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานอย่างไร โดยไม่ค่อยได้มองทางออกไว้ก่อนว่า ถ้าสอบไม่ได้จะทำอย่างไร เข้าได้แล้วจะเรียนแข่งกับเพื่อนได้ไหม จะสู้ค่าใช้จ่ายขณะเรียนไหวหรือไม่ หรือถ้าเรียนไม่จบจะทำอย่างไร</p>
<p>ในด้านการงานหรือชีวิตครอบครัวก็เช่นกัน ก่อนที่จะได้เข้าทำงานนั้นๆ เรามักทุ่มกันสุดตัวทุกวิถีทางเพื่อให้ได้งานนั้นมา แต่เมื่อทำงานนั้นได้ไม่เท่าไร หลายคนก็เครียดกับงาน เบื่อหัวหน้า เซ็งเพื่อนร่วมงาน รำคาญลูกน้องและลูกค้าที่แสนจะเรื่องมาก</p>
<p>ณ จุดเริ่มต้นชีวิตครอบครัว ก็มักไม่มีใครเตรียมทางออกสำหรับสถานการณ์เลวร้ายต่างๆ ที่จะรุมล้อมกันเข้ามา ไม่ว่าเรื่องภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัว เรื่องภรรยาเจ้าอารมณ์ สามีนอกใจ หรือลูกติดยา ติดเกม และอีกสารพัดที่ไม่เคยคาดว่าจะพบเจอกับตนเอง ทั้งๆ ที่ก็มีตัวอย่างให้เห็นมากมาย</p>
<p>เมื่อไม่ได้เตรียมมองทางออกไว้ พอเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่ได้คาดหมาย หรือพบจุดจบไม่ตรงกับเป้าหมายที่คาด หลายคนจึงอยู่ในภาวะตระหนก สับสน รู้สึกว่าชีวิตเข้าสู่ทางตัน หาทางออกให้ชีวิตไม่ได้ จนนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด ลงเอยด้วยการโทษผู้อื่น โทษตัวเอง หรืออาจถึงขั้นคิดสั้นจบชีวิตตนเอง</p>
<p>ทางออก หรือทางหนีทีไล่เมื่อสถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่คาดคิด เป็นสิ่งที่เราควรตระเตรียมให้พร้อม จึงจะถือได้ว่าเป็นผู้ที่ไม่ประมาทในชีวิต</p>
<p>หลายคนอาจรู้สึกว่าปัญหาต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิตเป็นเรื่องท้าทาย เป็นสีสันของชีวิตที่ต้องมีสุขบ้างทุกข์บ้างให้เรียนรู้ ก็เป็นเรื่องดีที่สามารถมองชีวิตเป็นสถานการณ์แห่งการเรียนรู้ที่ต้องฝ่าฟันไป</p>
<p>แต่คงไม่สนุกแน่หากชีวิตเต็มไปด้วยปัญหาให้แก้ไขอย่างไม่จบสิ้น ที่สำคัญคือบางปัญหาอาจรุนแรงเลวร้ายจนไม่เปิดโอกาสให้เราแก้ตัวอีกเลย เราพร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาแบบนั้นแล้วหรือ</p>
<p>ลองสมมติกับตัวเองดูซิว่า หากผลการตรวจร่างกายออกมาว่าเรากำลังเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ที่มีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน ๓ เดือน หรือว่าการขับรถออกจากบ้านในวันนี้ของเราอาจจะเป็นการจากมาอย่างไม่มีโอกาสได้กลับไปล่ำลาคนที่เรารักอีกเลย</p>
<p>เรามีทางออกต่อเหตุการณ์เหล่านี้แล้วหรือยัง ถ้ายังแล้วหากเกิดเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นจริงๆ เราจะทำอย่างไร</p>
<p>หลายคนรู้ดีว่าการได้ศึกษาธรรมะ การหาโอกาสไปปฏิบัติธรรมสงบจิตสงบใจ เป็นเรื่องที่ดี มีประโยชน์ แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่ได้เริ่มสักที</p>
<p>ซีดีเสียงและหนังสือธรรมะดีๆ ของครูบาอาจารย์หลายท่านก็มีสะสมไว้ไม่น้อย แต่ก็ยังหาโอกาสเหมาะๆ เปิดอ่านหรือฟังไม่ได้</p>
<p>ต่อเมื่อถึงทางตันในชีวิต ไม่ว่าปัญหาชีวิต ปัญหาครอบครัว เมื่อเจ็บป่วยรุนแรง หรือต้องพลัดพรากสูญเสียคนรัก จึงค่อยคิดว่าธรรมะน่าจะเป็นทางออกให้ได้ เสมือนยาวิเศษที่จะขจัดปัดเป่าความทุกข์ความเศร้านั้นให้หายไปได้ในพริบตา</p>
<p>พุทธศาสนาเป็นเรื่องลึกซึ้งละเอียดอ่อน เราคงต้องให้เวลาในการศึกษาและฝึกฝนปฏิบัติพอควร จึงจะสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ทันเวลาและได้รับผลอย่างเต็มที่</p>
<p>ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปฏิบัติธรรมมากที่สุด ก็คือช่วงที่ร่างกายเราสมบูรณ์แข็งแรง จิตใจปลอดโปร่ง มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ไม่เจ็บป่วยทุกข์ทรมานกาย หรือกำลังกลัดกลุ้มเศร้าโศกเสียใจ</p>
<p>แต่กระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเมื่อเกิดเจ็บป่วย หรือมีความทุกข์ทางใจขึ้นแล้ว พุทธศาสนาไม่มีทางออกให้เลย พุทธศาสนาให้โอกาส เห็นคุณค่าและความสำคัญของชีวิตมนุษย์เสมอ ไม่เว้นแม้แต่เสี้ยววินาทีสุดท้ายของชีวิต ครั้งพุทธกาลก็มีสาวกหลายรูปที่บรรลุมรรคผลนิพพานในขณะจิตสุดท้ายก่อนสิ้นชีวิต</p>
<p>แต่การรอให้ถึงเวลาคับขันเสียก่อนแล้วค่อยมาศึกษา คงเป็นเรื่องที่เสี่ยงเกินไป</p>
<p>ดีกว่าแน่นอน หากเราได้ตระเตรียมทางออกนี้ไว้เนิ่นๆ ตั้งแต่ยังไม่ถึงทางตันของชีวิต ร่างกายจิตใจยังเข้มแข็ง ใครจะรู้ว่าสถานการณ์ที่เลวร้ายต่างๆ จะเข้ามาในชีวิตเราในรูปแบบไหน และเวลาใด</p>
<p>ถึงเวลาแล้วล่ะ ที่เราจะหยิบหนังสือธรรมะเล่มที่หมายตาไว้ขึ้นมาอ่าน นำซีดีธรรมะดีๆ เหล่านั้นขึ้นมาฟัง พร้อมกับลงมือปฏิบัติธรรมเสียที</p>
<p>เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการลดช่วงเวลาที่เราชอบเหม่อลอย หรือปล่อยใจให้คิดฟุ้งซ่านกับเรื่องในอดีตหรืออนาคตในแต่ละวันลงบ้าง มาฝึกให้มีสติมากขึ้น ซึ่งก็แค่ให้เรารู้ตัวว่าเรากำลังทำกิจการงานปกติที่เราเคยทำอยู่แล้ว ไม่ใช่มือทำอยู่แต่ใจกลับไปฟุ้งคิดเรื่องอื่น</p>
<p>อาจจัดสรรช่วงเวลาสัก ๕-๑๐ นาทีก่อนนอน เพื่อทำใจให้สงบ ระลึกรู้ลมหายใจของเราที่ผ่านเข้าออกให้ต่อเนื่องกันสักพักก่อนที่จะหลับไป</p>
<p>แค่นี้ก็ถือเป็นการเตรียมพร้อมหาทางออกที่ดีๆ ให้กับชีวิต ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยแทบไม่ต้องลงทุนหรือทุ่มเทอะไรมากมาย แต่ปัญหามักอยู่ที่ว่า ถ้าไม่เริ่มตอนนี้ เราก็คงไม่ได้เริ่มอีกเช่นเคย</p>
<p>เอาล่ะ ยุติการคิดหาข้ออ้างให้ตัวเองเสียที ๑… ๒… ๓… เรามาเริ่มลงมือกันเลยดีกว่า</p>
<p><span><em><strong>โดย… <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%98%e0%b8%a1%e0%b8%ba%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%95"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with พระวิชิต ธมฺมชิโต">พระวิชิต ธมฺมชิโต</a></strong></em></span></p>
<p><span><strong><em>ที่มา <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with เครือข่ายพุทธิกา">เครือข่ายพุทธิกา</a></em></strong></span></p>
<p><map name='google_ad_map_333_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/333?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_333_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=333&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/category/diary-by-fern" title="Diary by Fern" rel="tag">Diary by Fern</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99" title="ทางออกของทางตัน" rel="tag">ทางออกของทางตัน</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%98%e0%b8%a1%e0%b8%ba%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%95" title="พระวิชิต ธมฺมชิโต" rel="tag">พระวิชิต ธมฺมชิโต</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%a3" title="มองย้อนศร" rel="tag">มองย้อนศร</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2" title="เครือข่ายพุทธิกา" rel="tag">เครือข่ายพุทธิกา</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%99.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตัวอย่างของความสุข</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 24 Apr 2009 02:40:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diary by Fern]]></category>
		<category><![CDATA[ความสุข]]></category>
		<category><![CDATA[พระวิชิต ธมฺมชิโต]]></category>
		<category><![CDATA[มองย้อนศร]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายพุทธิกา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/?p=330</guid>
		<description><![CDATA[ระยะหลังมานี้มีรายการโทรทัศน์ประเภทนำเสนอประสบการณ์ชีวิตของผู้คนมีมากขึ้น มีทั้งรายการประเภททอล์กโชว์และสารคดี ซึ่งช่วยให้สังคมได้เรียนรู้ผู้คนในสังคมอย่างหลากหลาย ทั้งคนที่ประสบผลสำเร็จในชีวิตในด้านต่างๆ และคนที่อาจถูกสังคมยุคนี้มองในแง่ลบ
แม้ว่ารายการเหล่านี้จะมีพิธีกรที่ช่วยสรุปชี้ประเด็นที่เป็นประโยชน์ให้กับผู้ชม แต่ผู้ดูรายการเหล่านี้ต้องเข้าใจด้วยว่าเป็นธรรมดาของรายการโทรทัศน์ทุกรายการไม่เว้นแม้แต่การถ่ายทอดสด ที่ต้องมีการตัดต่อทำให้เรื่องราวที่นำเสนอน่าสนใจ น่าติดตาม
 
รายการสัมภาษณ์ลักษณะนี้ผู้ดูต้องรู้เท่าทันว่าข้อมูลที่นำมาเสนอนั้น เป็นเพียงส่วนเสี้ยวของชีวิตคนคนหนึ่งที่ทางรายการต้องการนำเสนอเท่านั้น ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่พิธีกรอาจไม่ได้ถาม หรือผู้ให้สัมภาษณ์ยังไม่ได้เล่า หรือเล่าไว้แล้วแต่ถูกตัดทิ้งไป เราผู้รับสื่อจึงต้องรู้จักแยกแยะก่อนที่จะนำข้อมูลหรือแง่คิดที่ได้มาใช้กับชีวิตของตน
ไม่เว้นแม้แต่ในเรื่องของการปฏิบัติธรรม หลายกรณีของการนำเสนอชีวิตของผู้ที่สนใจศึกษาธรรมะในรายการเหล่านี้ มักเป็นคนที่ผ่านสถานการณ์ที่ทำให้ชีวิตพลิกผันอย่างรุนแรง เช่น พบว่าเป็นโรคร้าย หรือล้มเหลวทางธุรกิจ หรือรู้ตัวว่าตนเองเปลี่ยนไปจนยอมรับไม่ได้
จากนั้นก็มีโอกาสไปเข้าร่วมอบรมปฏิบัติธรรม ๗ วันบ้าง ๑๐ วันบ้าง แล้วทำให้ได้พบความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตเป็นผลจากการนั่งสมาธิและเดินจงกรม ที่เริ่มด้วยความปวดเมื่อย ความคิดฟุ้งซ่าน ต่อมาก็กลายเป็นความสงบเย็นที่ไม่เคยพบมาก่อน จนทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป เห็นคุณค่าของพุทธศาสนาทั้งที่ไม่เคยสนใจมาก่อน แล้วก็สรุปว่าเป็นตัวอย่างของชีวิตที่มีความสุขที่เป็นผลจากการปฏิบัติธรรม
ผลที่ตามมาจากนั้น ถึงไม่บอกก็คงพอจะเดาได้ว่ามีการตอบสนองต่อเรื่องนี้เป็น ๒ กลุ่มหลักๆ กลุ่มแรกมักจะพูดว่า “อือ! น่าสนใจ แต่เรายังไม่พบกับวิกฤติขนาดนั้น รอไว้ให้พร้อม ให้มีเวลาว่างกว่านี้ซักหน่อย ค่อยไปปฏิบัติธรรม” กับอีกพวกหนึ่ง ซึ่งมักเป็นผู้ที่เคยปฏิบัติธรรมกันมาบ้างแล้ว ก็จะรีบชวนกันโทรฯ ไปจองเข้าอบรมหลักสูตรที่ว่ากันอย่างล้นหลาม
หลังจากนั้นเราก็มักจะลืมเรื่องนี้ไป แต่ผลมักลงเอยที่ กลุ่มแรกก็จะยังคงไม่มีเวลาไปปฏิบัติธรรมเช่นเคยไปอีกนานแสนนาน ส่วนกลุ่มหลังที่ตามไปฝึกบ้างนั้น ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้พบกับความสุข ความสงบเย็น ดังตัวอย่างที่เขาว่าไว้ในโทรทัศน์ อาจพบแต่ความปวดเมื่อย น่าเบื่อ น่ารำคาญ เหมือนเดิม แต่ก็ยังรอฟังข่าวหรือหาที่ปฏิบัติธรรมที่เขาว่าดีกันต่อไป
จริงๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ระยะหลังมานี้มีรายการโทรทัศน์ประเภทนำเสนอประสบการณ์ชีวิตของผู้คนมีมากขึ้น มีทั้งรายการประเภททอล์กโชว์และสารคดี ซึ่งช่วยให้สังคมได้เรียนรู้ผู้คนในสังคมอย่างหลากหลาย ทั้งคนที่ประสบผลสำเร็จในชีวิตในด้านต่างๆ และคนที่อาจถูกสังคมยุคนี้มองในแง่ลบ</p>
<p>แม้ว่ารายการเหล่านี้จะมีพิธีกรที่ช่วยสรุปชี้ประเด็นที่เป็นประโยชน์ให้กับผู้ชม แต่ผู้ดูรายการเหล่านี้ต้องเข้าใจด้วยว่าเป็นธรรมดาของรายการโทรทัศน์ทุกรายการไม่เว้นแม้แต่การถ่ายทอดสด ที่ต้องมีการตัดต่อทำให้เรื่องราวที่นำเสนอน่าสนใจ น่าติดตาม</p>
<p> </p>
<p>รายการสัมภาษณ์ลักษณะนี้ผู้ดูต้องรู้เท่าทันว่าข้อมูลที่นำมาเสนอนั้น เป็นเพียงส่วนเสี้ยวของชีวิตคนคนหนึ่งที่ทางรายการต้องการนำเสนอเท่านั้น ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่พิธีกรอาจไม่ได้ถาม หรือผู้ให้สัมภาษณ์ยังไม่ได้เล่า หรือเล่าไว้แล้วแต่ถูกตัดทิ้งไป เราผู้รับสื่อจึงต้องรู้จักแยกแยะก่อนที่จะนำข้อมูลหรือแง่คิดที่ได้มาใช้กับชีวิตของตน</p>
<p>ไม่เว้นแม้แต่ในเรื่องของการปฏิบัติธรรม หลายกรณีของการนำเสนอชีวิตของผู้ที่สนใจศึกษาธรรมะในรายการเหล่านี้ มักเป็นคนที่ผ่านสถานการณ์ที่ทำให้ชีวิตพลิกผันอย่างรุนแรง เช่น พบว่าเป็นโรคร้าย หรือล้มเหลวทางธุรกิจ หรือรู้ตัวว่าตนเองเปลี่ยนไปจนยอมรับไม่ได้</p>
<p>จากนั้นก็มีโอกาสไปเข้าร่วมอบรมปฏิบัติธรรม ๗ วันบ้าง ๑๐ วันบ้าง แล้วทำให้ได้พบความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตเป็นผลจากการนั่งสมาธิและเดินจงกรม ที่เริ่มด้วยความปวดเมื่อย ความคิดฟุ้งซ่าน ต่อมาก็กลายเป็นความสงบเย็นที่ไม่เคยพบมาก่อน จนทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป เห็นคุณค่าของพุทธศาสนาทั้งที่ไม่เคยสนใจมาก่อน แล้วก็สรุปว่าเป็นตัวอย่างของชีวิตที่มีความสุขที่เป็นผลจากการปฏิบัติธรรม</p>
<p>ผลที่ตามมาจากนั้น ถึงไม่บอกก็คงพอจะเดาได้ว่ามีการตอบสนองต่อเรื่องนี้เป็น ๒ กลุ่มหลักๆ กลุ่มแรกมักจะพูดว่า “อือ! น่าสนใจ แต่เรายังไม่พบกับวิกฤติขนาดนั้น รอไว้ให้พร้อม ให้มีเวลาว่างกว่านี้ซักหน่อย ค่อยไปปฏิบัติธรรม” กับอีกพวกหนึ่ง ซึ่งมักเป็นผู้ที่เคยปฏิบัติธรรมกันมาบ้างแล้ว ก็จะรีบชวนกันโทรฯ ไปจองเข้าอบรมหลักสูตรที่ว่ากันอย่างล้นหลาม</p>
<p>หลังจากนั้นเราก็มักจะลืมเรื่องนี้ไป แต่ผลมักลงเอยที่ กลุ่มแรกก็จะยังคงไม่มีเวลาไปปฏิบัติธรรมเช่นเคยไปอีกนานแสนนาน ส่วนกลุ่มหลังที่ตามไปฝึกบ้างนั้น ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้พบกับความสุข ความสงบเย็น ดังตัวอย่างที่เขาว่าไว้ในโทรทัศน์ อาจพบแต่ความปวดเมื่อย น่าเบื่อ น่ารำคาญ เหมือนเดิม แต่ก็ยังรอฟังข่าวหรือหาที่ปฏิบัติธรรมที่เขาว่าดีกันต่อไป</p>
<p>จริงๆ แล้วรายการเหล่านี้อาจทำขึ้นด้วยความปรารถนาดีต่อสังคม แต่ด้วยความจำกัดในหลายๆ ด้านในการทำสื่อ ทำให้ต้องเสนอออกมาอย่างนั้น แต่อีกด้านหนึ่งผู้รับสื่อก็ต้องมีวิจารณญาณด้วย</p>
<p>ปรากฏการณ์ที่คนพากันแตกตื่นกับสมุนไพรตัวใหม่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อาจารย์ใบ้ ตลอดจนหินวิเศษ ต่างก็ล้วนสะท้อนให้เห็นปัญหาในวิจารณญาณในการรับรู้ข้อมูลของคนส่วนใหญ่ทั้งสิ้น</p>
<p>เรามาลงมือศึกษาและปฏิบัติธรรมเพราะเห็นว่าการปฏิบัติธรรมเป็นเรื่องที่ดีด้วยตัวเราเองดีกว่า<br />
แม้จะมีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้ามาศึกษาปฏิบัติธรรมในช่วงที่ชีวิตมีความทุกข์ แต่ยังมีอีกมากที่มาเพราะเหตุผลอื่น เพื่อนอาจจะชวนมาปฏิบัติ หรืออาจถูกครูบ้าง พ่อแม่บ้างบังคับให้มา แต่คนที่อยากเรียนรู้เสาะแสวงหาสิ่งที่ดีกว่าให้ชีวิตก็มี</p>
<p>เช่นเดียวกับผลของการปฏิบัติธรรม บางคนอาจได้พบกับความสุขสงบเย็นจากการนั่งสมาธิ ซึ่งก็เป็นแง่มุมหนึ่งของผลการปฏิบัติธรรมเท่านั้น แต่ผู้ที่ไม่ได้ผ่านภาวะที่ว่านี้ก็มีไม่น้อย และก็มิได้หมายความว่าเขาไม่มีความก้าวหน้าในการปฏิบัติ ตรงกันข้ามอาจล้ำหน้าไปไกลกว่าแล้วหลายขุม</p>
<p>เพราะความสุขที่มีเพิ่มขึ้นและความทุกข์ในชีวิตที่ลดน้อยลง ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความก้าวหน้าในการปฏิบัติตามหลักพุทธธรรมนั้น เป็นความสุขที่เกิดจากการละวางความยึดมั่นถือมั่นในตัวตน ซึ่งจะทำให้ชีวิตที่ดำเนินไปอย่างปกติเหมือนเดิมนั้นมีความสุขเพิ่มขึ้นมีทุกข์ลดลง ใช่ว่าจะมีความสุขเฉพาะเมื่อได้นั่งสมาธิเท่านั้น</p>
<p>แต่ถ้าหากได้สัมผัสความสุขสงบเย็นจากสมาธิไปด้วยก็ยิ่งมีประโยชน์ ช่วยให้หลายคนมีกำลังใจศึกษาเรียนรู้พัฒนาตนไปอย่างต่อเนื่อง</p>
<p>ก่อนที่เราจะให้ข้อสรุปกับตัวเองอย่างรวดเร็วเกี่ยวกับผลการปฏิบัติธรรมว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะปฏิบัติบ้าง เรายังไม่มีบุญพอบ้าง หรือวิธีนี้ไม่ถูกจริตกับเรา ซึ่งไม่ว่าจะสรุปอย่างไรก็ตาม อยากให้ชาวพุทธเรามีโอกาสทุมเทให้กับการศึกษาและปฏิบัติธรรมอย่างเต็มที่เสียก่อน อย่างน้อยจะได้ไม่ต้องรู้สึกเสียดายเวลาและโอกาสที่ผ่านไปแล้วทีหลัง</p>
<p>ลำพังข้อมูลที่ได้จากคนรอบข้าง จากหนังสือ หรือสื่อต่างๆ ที่มีมากมายในยุคนี้ ไม่เพียงพอหรอกที่จะทำให้เข้าใจและได้รับสิ่งดีๆ จากพุทธศาสนา หากเราไม่นำมาใช้หรือลงมือปฏิบัติฝึกฝนด้วยตนเอง</p>
<p>เราอาจรอบรู้และตอบข้อสอบทฤษฎีการว่ายน้ำได้ถูกทุกข้อ ผ่านการทำความเข้าใจตัวอย่างที่เขายกมาแสดง แต่จะมีประโยชน์อะไรเมื่อเรายังว่ายน้ำไม่เป็น ที่สำคัญเราย่อมไม่มีโอกาสสัมผัสถึงความสุขที่แท้จริงของการได้ว่ายน้ำเล่นอย่างแน่นอน</p>
<p>การได้ยิน ได้ดู ได้ฟังคนอื่นพูดมากมายเพียงใด ถ้าเราไม่ได้ลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังด้วยตัวเอง ผลก็จะไม่มีวันเกิดขึ้นกับเรา</p>
<p>วางตัวอย่างของความสุขที่คนอื่นได้รับไว้ก่อนเถอะ แล้วเริ่มลงมือสร้างความสุขของเราเองกันดีกว่า ผลจากการปฏิบัติธรรมนั้นเกิดขึ้นทันทีอยู่แล้วเมื่อเราได้ลงมือทำ เพียงแต่เราอาจจะยังไม่ตระหนักถึงผลที่ว่านั้น แต่วันหนึ่งเราจะดีใจและภูมิใจที่ได้เริ่มศึกษาและปฏิบัติธรรมตั้งแต่วันนี้</p>
<p><span><em><strong>โดย… <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%98%e0%b8%a1%e0%b8%ba%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%95"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with พระวิชิต ธมฺมชิโต">พระวิชิต ธมฺมชิโต</a></strong></em></span></p>
<p><span><strong><em>ที่มา <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with เครือข่ายพุทธิกา">เครือข่ายพุทธิกา</a></em></strong></span></p>
<p><map name='google_ad_map_330_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/330?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_330_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=330&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2582.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/category/diary-by-fern" title="Diary by Fern" rel="tag">Diary by Fern</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82" title="ความสุข" rel="tag">ความสุข</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%98%e0%b8%a1%e0%b8%ba%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b9%82%e0%b8%95" title="พระวิชิต ธมฺมชิโต" rel="tag">พระวิชิต ธมฺมชิโต</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%a8%e0%b8%a3" title="มองย้อนศร" rel="tag">มองย้อนศร</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2" title="เครือข่ายพุทธิกา" rel="tag">เครือข่ายพุทธิกา</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“ร่วมทำบุญบริจาคเพื่อสร้างที่พักให้แม่และลูกน้อย”</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e2%80%9c%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e2%80%9d.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e2%80%9c%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e2%80%9d.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 22 Apr 2009 03:39:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diary by Fern]]></category>
		<category><![CDATA[ทำบุญ]]></category>
		<category><![CDATA[บริจาค]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างที่พัก]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายพุทธิกา]]></category>
		<category><![CDATA[แม่และลูก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/?p=311</guid>
		<description><![CDATA[บ้านดอกไม้ป่า* ขอเชิญทุกท่านช่วยบริจาคทรัพย์หรือวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง เพื่อสมทบทุนการสร้างบ้านพักให้กับแม่และเด็กซึ่งพักอาศัยอยู่ร่วมกันกว่า 30 ชีวิต บ้านพักที่กำลังจะสร้างในพื้นที่ 7 ไร่ มีจำนวนบ้านและอาคารที่จะสร้างตามแผนที่กำหนดไว้เบื้องต้น ดังนี้
บ้านพักผู้หญิงและเด็ก 10 หลัง, บ้านพักเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร 5 หลัง (ขนาด 4.5&#215;5.5 เมตร)
ห้องครัวห้องอาหาร 1 หลัง (ขนาด 12&#215;15 เมตร)
สำนักงาน 1 หลัง (ขนาด 12&#215;12 เมตร)
อาคารเพื่อทำกิจกรรมการเรียน 2 หลัง (ห้องสมุดและห้องเรียน ขนาด 15&#215;32 เมตร)
*(บ้านพักประมาณราคาไม่น่าจะเกินหลังละ 80,000 บาท ดูค่าแรงและราคาวัสดุตามท้องตลาด)
สร้างฐานโดยใช้เสาปูนเทคอนกรีตบางส่วน โครงบ้านเป็นไม้เนื้อแข็งหรือไม้ยูคา ผนังใช้ไม้ไผ่อัดแผ่น หลังคาอาจจะมุงกระเบื้องเพื่อความคงทนในการใช้งาน ห้องน้ำจะอยู่ในตัวบ้านเพื่อความสะดวกของแม่และเด็กทารก ทั้งนี้ตัวบ้านออกแบบเพื่อความกลมกลืนกับธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นสถาปัตยกรรมที่เหมาะกับท้องถิ่น เราสร้างบ้านหลังแรกเสร็จไปแล้ว (ในรูปที่ส่งมา) และกำลังจะเริ่มดำเนินการต่อในเดือนกันยายนนี้ (รอดูตามสภาพอากาศในฤดูฝน) หรือหากท่านใดมีวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้แล้วแต่ยังอยู่ในสภาพใช้งานได้ เรามีความยินดีที่จะรับและนำมาใช้ต่อเพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
ท่านสามารถบริจาคสนับสนุนกิจกรรมได้โดย
- โอนเงิน เข้า บัญชีออมทรัพย์ ในนาม คุณ นิตยา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บ้านดอกไม้ป่า</strong><span style="color: #ff0000;">*</span> ขอเชิญทุกท่านช่วยบริจาคทรัพย์หรือวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง เพื่อสมทบทุนการสร้างบ้านพักให้กับแม่และเด็กซึ่งพักอาศัยอยู่ร่วมกันกว่า 30 ชีวิต บ้านพักที่กำลังจะสร้างในพื้นที่ 7 ไร่ มีจำนวนบ้านและอาคารที่จะสร้างตามแผนที่กำหนดไว้เบื้องต้น ดังนี้</p>
<p>บ้านพักผู้หญิงและเด็ก 10 หลัง, บ้านพักเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร 5 หลัง (ขนาด 4.5&#215;5.5 เมตร)</p>
<p>ห้องครัวห้องอาหาร 1 หลัง (ขนาด 12&#215;15 เมตร)<br />
สำนักงาน 1 หลัง (ขนาด 12&#215;12 เมตร)<br />
อาคารเพื่อทำกิจกรรมการเรียน 2 หลัง (ห้องสมุดและห้องเรียน ขนาด 15&#215;32 เมตร)</p>
<p><span style="color: #ff0000;">*</span>(บ้านพักประมาณราคาไม่น่าจะเกินหลังละ 80,000 บาท ดูค่าแรงและราคาวัสดุตามท้องตลาด)</p>
<p>สร้างฐานโดยใช้เสาปูนเทคอนกรีตบางส่วน โครงบ้านเป็นไม้เนื้อแข็งหรือไม้ยูคา ผนังใช้ไม้ไผ่อัดแผ่น หลังคาอาจจะมุงกระเบื้องเพื่อความคงทนในการใช้งาน ห้องน้ำจะอยู่ในตัวบ้านเพื่อความสะดวกของแม่และเด็กทารก ทั้งนี้ตัวบ้านออกแบบเพื่อความกลมกลืนกับธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นสถาปัตยกรรมที่เหมาะกับท้องถิ่น เราสร้างบ้านหลังแรกเสร็จไปแล้ว (ในรูปที่ส่งมา) และกำลังจะเริ่มดำเนินการต่อในเดือนกันยายนนี้ (รอดูตามสภาพอากาศในฤดูฝน) หรือหากท่านใดมีวัสดุอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้แล้วแต่ยังอยู่ในสภาพใช้งานได้ เรามีความยินดีที่จะรับและนำมาใช้ต่อเพื่อให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า</p>
<p><span style="color: #008000;"><strong>ท่านสามารถบริจาคสนับสนุนกิจกรรมได้โดย</strong></span><br />
- โอนเงิน เข้า บัญชีออมทรัพย์ ในนาม คุณ นิตยา กฤษณานนท์ และ คุณไมเคิล ไทยบิง<br />
ธนาคารกรุงเทพ สาขาช้างคลาน เลขที่บัญชี 423-0-62388-8</p>
<p><span style="color: #ff0000;">*</span> กรณีโอนเงินผ่านธนาคาร กรุณาแจ้งกลับให้โครงการทราบด้วยทุกครั้ง โดยส่งสำเนาใบโอนเงินทางมาทางโทรสารหรืออีเมล์<br />
<span style="color: #ff0000;">หมายเหตุ </span>บ้านดอกไม้ป่ากำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการขอจดทะเบียนเพื่อตั้งเป็นมูลนิธิฯ ดังนั้นระยะแรกที่ดำเนินการกับสถานที่แห่งใหม่นี้จึงใช้ชื่อเจ้าหน้าที่ในการเปิดบัญชีรับเงินบริจาค</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>ท่านใดสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่</strong> </span><br />
<span style="color: #ff00ff;">ศรัญญา สุขโท โทร. / โทรสาร 053-386-568 มือถือ 08-9632-8847<br />
บ้านดอกไม้ป่า 106 หมู่ 9 ต.สันปูเลย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ 50220</span> [URL= <a href="http://www.livetogether.org/goto/http_www_wildflowerhome_net/311/1" rel="nofollow"  target="_blank">http://www.wildflowerhome.net</a> ]www.wildflowerhome.net [/URL] Email: <a href="mailto:pam@wildflowerhome.net&gt;" target="_blank">pam@wildflowerhome.net&gt;<br />
</a></p>
<p>ที่มา <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with เครือข่ายพุทธิกา">เครือข่ายพุทธิกา</a></p>
<p><map name='google_ad_map_311_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/311?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_311_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=311&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e2%2580%259c%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%258d%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2584%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%25ab%25e0%25b9%2589%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b9%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2%25e2%2580%259d.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/category/diary-by-fern" title="Diary by Fern" rel="tag">Diary by Fern</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d" title="ทำบุญ" rel="tag">ทำบุญ</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%84" title="บริจาค" rel="tag">บริจาค</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%81" title="สร้างที่พัก" rel="tag">สร้างที่พัก</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2" title="เครือข่ายพุทธิกา" rel="tag">เครือข่ายพุทธิกา</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81" title="แม่และลูก" rel="tag">แม่และลูก</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e2%80%9c%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e2%80%9d.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บุญที่ถูกลืม</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%a1.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%a1.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 21 Apr 2009 02:00:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[Diary by Fern]]></category>
		<category><![CDATA[บุญ]]></category>
		<category><![CDATA[พระไพศาล]]></category>
		<category><![CDATA[เครือข่ายพุทธิกา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/?p=304</guid>
		<description><![CDATA[ คุณนายแก้ว&#8221; เป็นเจ้าของโรงเรียนที่ชอบทำบุญมาก
เป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าทอดกฐินอยู่เนืองๆ ใครมาบอกบุญสร้างโบสถ์วิหารที่ไหน
ไม่เคยปฏิเสธ เธอปลื้มปีติมากที่ถวายเงินนับแสนสร้างหอระฆังถวายวัดข้างโรงเรียน
แต่เมื่อได้ทราบว่านักเรียนคนหนึ่งไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียน
ค้างชำระมาสองเทอมแล้ว เธอตัดสินใจไล่นักเรียนคนนั้นออกจากโรงเรียนทันที
&#8221; สายใจ&#8221; พาป้าวัย 70
และเพื่อนซึ่งมีขาพิการไปถวายภัตตาหารเช้าที่วัดแห่งหนึ่ง
ซึ่งมีเจ้าอาวาสเป็นที่ศรัทธานับถือของประชาชนทั่วประเทศ
เช้าวันนั้นมีคนมาทำบุญคับคั่ง จนลานวัดแน่นขนัดไปด้วยรถ
เมื่อได้เวลาพระฉัน ญาติโยมก็พากันกลับ
สายใจพาหญิงชราและเพื่อนผู้พิการเดินกระย่องกระแย่งฝ่าแดดกล้าไปยังถนนใหญ่เ
พื่อขึ้นรถประจำทางกลับบ้าน ระหว่างนั้นมีรถเก๋งหลายสิบคันแล่นผ่านไป
แต่ตลอดเส้นทางเกือบ 3 กิโลเมตร
ไม่มีผู้ใจบุญคนใดรับผู้เฒ่าและคนพิการขึ้นรถเพื่อไปส่งถนนใหญ่เลย
เ หตุการณ์ทำนองนี้มิใช่เป็นเรื่องแปลกประหลาดในสังคมไทย
&#8220;ชอบทำบุญแต่ไร้น้ำใจ&#8221; เป็นพฤติกรรมที่พบเห็นได้ทั่วไปในหมู่ชาวพุทธ
ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่าคนไทยนับถือพุทธศาสนากันอย่างไรจึงมีพฤติกรรมแบบนี้
กันมาก เหตุใดการนับถือพุทธศาสนาจึงไม่ช่วยให้คนไทยมีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์
โดยเฉพาะผู้ที่ทุกข์ยาก
การทำบุญไม่ช่วยให้คนไทยมีเมตตากรุณาต่อผู้อื่นเลยหรือ
หากสังเกตจะพ บว่าการทำบุญของคนไทยมักจะกระทำต่อสิ่งที่อยู่สูงกว่าตน
เช่น พระภิกษุสงฆ์ วัดวาอาราม พระพุทธเจ้า เป็นต้น
แต่กับสิ่งที่ถือว่าอยู่ต่ำกว่าตน เช่น คนยากจน หรือสัตว์น้อยใหญ่
เรากลับละเลยกันมาก (ยกเว้นคนหรือสัตว์ที่ถือว่าเป็น &#8220;พวกกู&#8221; หรือ
&#8220;ของกู&#8221;) แม้แต่เวลาไปทำบุญที่วัด เราก็มักละเลยสามเณรและแม่ชี
แต่กุลีกุจอเต็มที่กับพระสงฆ์
อะไรทำให้เราชอบทำบุญกับสิ่งที่อยู่สู งกว่าตน
ใช่หรือไม่ว่าเป็นเพราะเราเชื่อว่าสิ่งสูงส่งเหล่านั้นสามารถบันดาลความสุขห
รือให้สิ่งดีๆ ที่พึงปรารถนาแก่เราได้ เช่น ถ้าทำอาหารถวายพระ
บริจาคเงินสร้างวัดหรือพระพุทธรูป ก็จะได้รับความมั่งมีศรีสุข มีอายุ
วรรณะ สุข พละ เป็นต้น หรือช่วยให้ได้ไปเกิดในสวรรค์
มีความสุขสบายในชาติหน้า ในทางตรงข้ามสิ่งที่อยู่ต่ำกว่าเรานั้น
ไม่มีอำนาจที่จะบันดาลอะไรให้เราได้ หรือไม่ช่วยให้เราสุขสบายขึ้น
เราจึงไม่สนใจที่จะช่วยเหลือเผื่อแผ่ให้แก่สิ่งเหล่านั้น
นั่นแสดงว่ าที่เราทำบุญกันมากมายก็เพราะหวังประโยชน์ส่วนตัวเป็นสำคัญ
ดังนั้น ยิ่งทำบุญด้วยท่าทีแบบนี้ ก็ยิ่งเห็นแก่ตัวมากขึ้น
ผลคือจิตใจยิ่งคับแคบ ความเมตตากรุณาต่อผู้ทุกข์ยากมีแต่จะน้อยลง
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการทำบุญแบบนี้กลับจะทำให้ได้บุญน้อยลง
แน่นอนว่าประโยชน์ย่อมเกิดแก่ผู้รับอยู่แล้ว เช่น หากถวายอาหาร
อาหารนั้นย่อมทำให้พระสงฆ์มีกำลังในการศึกษาปฏิบัติธรรมได้มากขึ้น
แต่อานิสงส์ที่จะเกิดแก่ผู้ถวายนั้นย่อมไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย
เพราะเจือด้วยความเห็นแก่ตัว ยิ่งถ้าทำบุญ 100บาท เพราะหวังจะได้เงินล้าน
บุญที่เกิดขึ้นย่อมน้อยลงไปอีกเพราะใช่หรือไม่ว่านี่เป็นการ
&#8220;ค้ากำไรเกินควร&#8221;
บุญที่ทำในรูปของการถวายทานนั้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเงินก็ตาม
จุดหมายสูงสุดอยู่ที่การลดความยึดติดถือมั่นในตัวกูของกู
ยิ่งลดได้มากเท่าไรก็ยิ่งเข้าใกล้นิพพานอันเป็นประโยชน์สูงสุดที่เรียกว่า
&#8220;ปรมัตถะ&#8221; ซึ่งสูงกว่าสวรรค์ในชาติหน้า (สัมปรายิกัตถะ)
หรือความมั่งมีศรีสุขในชาตินี้ (ทิฏฐธัมมิกัตถะ)
แต่หากทำบุญเพราะหวังแต่ประโยชน์ส่วนตน อยากได้เข้าตัวมากๆ
แทนที่จะสละออกไป [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p> คุณนายแก้ว&#8221; เป็นเจ้าของโรงเรียนที่ชอบทำบุญมาก<br />
เป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าทอดกฐินอยู่เนืองๆ ใครมาบอกบุญสร้างโบสถ์วิหารที่ไหน<br />
ไม่เคยปฏิเสธ เธอปลื้มปีติมากที่ถวายเงินนับแสนสร้างหอระฆังถวายวัดข้างโรงเรียน<br />
แต่เมื่อได้ทราบว่านักเรียนคนหนึ่งไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียน<br />
ค้างชำระมาสองเทอมแล้ว เธอตัดสินใจไล่นักเรียนคนนั้นออกจากโรงเรียนทันที</p>
<p>&#8221; สายใจ&#8221; พาป้าวัย 70<br />
และเพื่อนซึ่งมีขาพิการไปถวายภัตตาหารเช้าที่วัดแห่งหนึ่ง<br />
ซึ่งมีเจ้าอาวาสเป็นที่ศรัทธานับถือของประชาชนทั่วประเทศ<br />
เช้าวันนั้นมีคนมาทำบุญคับคั่ง จนลานวัดแน่นขนัดไปด้วยรถ<br />
เมื่อได้เวลาพระฉัน ญาติโยมก็พากันกลับ<br />
สายใจพาหญิงชราและเพื่อนผู้พิการเดินกระย่องกระแย่งฝ่าแดดกล้าไปยังถนนใหญ่เ<br />
พื่อขึ้นรถประจำทางกลับบ้าน ระหว่างนั้นมีรถเก๋งหลายสิบคันแล่นผ่านไป<br />
แต่ตลอดเส้นทางเกือบ 3 กิโลเมตร<br />
ไม่มีผู้ใจบุญคนใดรับผู้เฒ่าและคนพิการขึ้นรถเพื่อไปส่งถนนใหญ่เลย</p>
<p>เ หตุการณ์ทำนองนี้มิใช่เป็นเรื่องแปลกประหลาดในสังคมไทย<br />
&#8220;ชอบทำบุญแต่ไร้น้ำใจ&#8221; เป็นพฤติกรรมที่พบเห็นได้ทั่วไปในหมู่ชาวพุทธ<br />
ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่าคนไทยนับถือพุทธศาสนากันอย่างไรจึงมีพฤติกรรมแบบนี้<br />
กันมาก เหตุใดการนับถือพุทธศาสนาจึงไม่ช่วยให้คนไทยมีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์<br />
โดยเฉพาะผู้ที่ทุกข์ยาก<br />
การทำบุญไม่ช่วยให้คนไทยมีเมตตากรุณาต่อผู้อื่นเลยหรือ</p>
<p>หากสังเกตจะพ บว่าการทำบุญของคนไทยมักจะกระทำต่อสิ่งที่อยู่สูงกว่าตน<br />
เช่น พระภิกษุสงฆ์ วัดวาอาราม พระพุทธเจ้า เป็นต้น<br />
แต่กับสิ่งที่ถือว่าอยู่ต่ำกว่าตน เช่น คนยากจน หรือสัตว์น้อยใหญ่<br />
เรากลับละเลยกันมาก (ยกเว้นคนหรือสัตว์ที่ถือว่าเป็น &#8220;พวกกู&#8221; หรือ<br />
&#8220;ของกู&#8221;) แม้แต่เวลาไปทำบุญที่วัด เราก็มักละเลยสามเณรและแม่ชี<br />
แต่กุลีกุจอเต็มที่กับพระสงฆ์</p>
<p>อะไรทำให้เราชอบทำบุญกับสิ่งที่อยู่สู งกว่าตน<br />
ใช่หรือไม่ว่าเป็นเพราะเราเชื่อว่าสิ่งสูงส่งเหล่านั้นสามารถบันดาลความสุขห<br />
รือให้สิ่งดีๆ ที่พึงปรารถนาแก่เราได้ เช่น ถ้าทำอาหารถวายพระ<br />
บริจาคเงินสร้างวัดหรือพระพุทธรูป ก็จะได้รับความมั่งมีศรีสุข มีอายุ<br />
วรรณะ สุข พละ เป็นต้น หรือช่วยให้ได้ไปเกิดในสวรรค์<br />
มีความสุขสบายในชาติหน้า ในทางตรงข้ามสิ่งที่อยู่ต่ำกว่าเรานั้น<br />
ไม่มีอำนาจที่จะบันดาลอะไรให้เราได้ หรือไม่ช่วยให้เราสุขสบายขึ้น<br />
เราจึงไม่สนใจที่จะช่วยเหลือเผื่อแผ่ให้แก่สิ่งเหล่านั้น</p>
<p>นั่นแสดงว่ าที่เราทำบุญกันมากมายก็เพราะหวังประโยชน์ส่วนตัวเป็นสำคัญ<br />
ดังนั้น ยิ่งทำบุญด้วยท่าทีแบบนี้ ก็ยิ่งเห็นแก่ตัวมากขึ้น<br />
ผลคือจิตใจยิ่งคับแคบ ความเมตตากรุณาต่อผู้ทุกข์ยากมีแต่จะน้อยลง<br />
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการทำบุญแบบนี้กลับจะทำให้ได้บุญน้อยลง<br />
แน่นอนว่าประโยชน์ย่อมเกิดแก่ผู้รับอยู่แล้ว เช่น หากถวายอาหาร<br />
อาหารนั้นย่อมทำให้พระสงฆ์มีกำลังในการศึกษาปฏิบัติธรรมได้มากขึ้น<br />
แต่อานิสงส์ที่จะเกิดแก่ผู้ถวายนั้นย่อมไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย<br />
เพราะเจือด้วยความเห็นแก่ตัว ยิ่งถ้าทำบุญ 100บาท เพราะหวังจะได้เงินล้าน<br />
บุญที่เกิดขึ้นย่อมน้อยลงไปอีกเพราะใช่หรือไม่ว่านี่เป็นการ<br />
&#8220;ค้ากำไรเกินควร&#8221;</p>
<p>บุญที่ทำในรูปของการถวายทานนั้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเงินก็ตาม<br />
จุดหมายสูงสุดอยู่ที่การลดความยึดติดถือมั่นในตัวกูของกู<br />
ยิ่งลดได้มากเท่าไรก็ยิ่งเข้าใกล้นิพพานอันเป็นประโยชน์สูงสุดที่เรียกว่า<br />
&#8220;ปรมัตถะ&#8221; ซึ่งสูงกว่าสวรรค์ในชาติหน้า (สัมปรายิกัตถะ)<br />
หรือความมั่งมีศรีสุขในชาตินี้ (ทิฏฐธัมมิกัตถะ)<br />
แต่หากทำบุญเพราะหวังแต่ประโยชน์ส่วนตน อยากได้เข้าตัวมากๆ<br />
แทนที่จะสละออกไป ก็ยิ่งห่างไกลจากนิพพาน<br />
หรือกลายเป็นอุปสรรคขวางกั้นนิพพานด้วยซ้ำ อันที่จริงอย่าว่าแต่นิพพานเลย<br />
แม้แต่ความสุขในปัจจุบันชาติ ก็อาจเกิดขึ้นได้ยาก<br />
เพราะจิตที่คิดแต่จะเอานั้นเป็นบ่อเกิดแห่งความทุกข์</p>
<p>ในทานมหัปผลสูตร อังคุตตรนิกาย พระพุทธองค์ได้ตรัสกับพระสารีบุตรว่า<br />
ทานที่ไม่มีอานิสงส์มากได้แก่ &#8220;ทานที่ให้อย่างมีใจเยื่อใย<br />
ให้ทานอย่างมีจิตผูกพัน ให้ทานอย่างมุ่งหวังสั่งสมบุญ&#8221;<br />
รวมถึงทานที่ให้เพราะต้องการเสวยผลในชาติหน้า เป็นต้น<br />
พิจารณาเช่นนี้ก็จะพบว่าทานที่ชาวพุทธไทยส่วนใหญ่ทำกันนั้นหาใช่ทานที่พระอง<br />
ค์สรรเสริญไม่ นอกจากทำด้วยความมุ่งหวังประโยชน์ในชาติหน้าแล้ว<br />
ยังมักมีเยื่อใยในทานที่ถวาย กล่าวคือทั้งๆ ที่ถวายให้พระสงฆ์ไปแล้ว<br />
ก็ยังไม่ยอมสละสิ่งนั้นออกไปจากใจ แต่ใจยังมีเยื่อใยในของชิ้นนั้นอยู่<br />
เช่น เมื่อถวายอาหารแก่พระสงฆ์แล้ว ก็ยังเฝ้าดูว่าหลวงพ่อจะตักอาหาร<br />
&#8220;ของฉัน&#8221; หรือไม่ หากท่านไม่ฉัน ก็รู้สึกไม่สบายใจ คิดไปต่างๆ นานา<br />
นี้แสดงว่ายังมีเยื่อใยยึดติดผูกพันอาหารนั้นว่าเป็นของฉันอยู่<br />
ไม่ได้ถวายให้เป็นของท่านอย่างสิ้นเชิง</p>
<p>เยื่อใยในทานอีกลักษณะหนึ่งท ี่เห็นได้ทั่วไปก็คือ<br />
การมุ่งหวังให้ผู้คนรับรู้ว่าทานนั้นๆ ฉันเป็นผู้ถวาย ดังนั้น<br />
ตามวัดวาอารามต่างๆ ทั่วประเทศ ของใช้ต่างๆ ไม่ว่า ถ้วย ชาม แก้วน้ำ หม้อ<br />
โต๊ะ เก้าอี้ ตลอดจนขอบประตูหน้าต่างในโบสถ์ วิหารและศาลาการเปรียญ<br />
จึงมีชื่อผู้บริจาคอยู่เต็มไปหมด กระทั่งพระพุทธรูปก็ไม่ละเว้น<br />
ราวกับจะยังแสดงความเป็นเจ้าของอยู่ หาไม่ก็หวังให้ผู้คนชื่นชมสรรเสริญตน<br />
การทำบุญอย่างนี้ จึงไม่ได้ละความยึดติดถือมั่นในตัวตนเลย<br />
หากเป็นการประกาศตัวตนอีกแบบหนึ่งนั่นเอง</p>
<p>การทำบุญแบบนี้แม้จะมีข้อดีตรงที่ช่วยอุปถัมภ์วัดวาอารามและพระสงฆ์ให้ดำรงอยู่ได้<br />
แต่ในอีกด้านหนึ่งก็ไม่ส่งเสริมให้ผู้คนมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน<br />
โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากหรือไร้อำนาจวาสนา ดังนั้น<br />
จึงไม่น่าแปลกใจที่เมืองไทยมีวัดวาอารามใหญ่โตและสวยงามมากมาย<br />
แต่เวลาเดียวกันก็มีคนยากจนและเด็กถูกทอดทิ้งเป็นจำนวนมาก<br />
ไม่นับสัตว์อีกนับไม่ถ้วนที่ถูกละเลย หรือถูกปลิดชีวิตแม้กระทั่งในเขตวัด</p>
<p>อันที่จริงถ้ามองให้กว้างกว่าการทำบุญ ก็จะพบปรากฏการณ์ในทำนองเดียวกัน<br />
นั่นคือคนไทยนิยมทำดีกับคนที่ถือว่าอยู่สูงกว่าตน<br />
แต่ไม่สนใจที่จะทำดีกับคนที่ถือว่าต่ำกว่าตน เช่น ทำดี กับเจ้านาย คนรวย<br />
ข้าราชการระดับสูง นักการเมือง ทั้งนี้<br />
ก็เพราะเหตุผลเดียวกันคือคนเหล่านั้นให้ประโยชน์แก่เราได้<br />
(หรือแม้เขาจะให้คุณได้ไม่มาก แต่ก็สามารถให้โทษได้)<br />
ประโยชน์ในที่นี้ไม่จำต้องเป็นประโยชน์ทางวัตถุ<br />
อาจเป็นประโยชน์ทางจิตใจก็ได้ เช่น คำสรรเสริญ หรือการให้ความยอมรับ<br />
ประการหลังคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนไทยขวนขวายช่วยเหลือฝรั่งที่ตกทุกข์ได้ย<br />
ากอย่างเต็มที่ แต่กลับเมินเฉยหากคนที่เดือดร้อนนั้นเป็นพม่า มอญลาว เขมร<br />
หรือกะเหรี่ยง ใช่หรือไม่ว่าคำชื่นชมของพม่าหรือกะเหรี่ยงความหมายกับเราน้อยกว่าคำสรรเสริ<br />
ญของฝรั่ง</p>
<p>บุคคลจะได้ชื่อว่าเป็นคนใจบุญ<br />
ไม่ใช่เพราะนิยมทำบุญกับสิ่งที่อยู่สูงกว่าตนเท่านั้น<br />
หากยังยินดีที่จะทำบุญกับสิ่งที่เสมอกับตนหรืออยู่ต่ำกว่าตนอีกด้วย<br />
แม้เขาจะไม่สามารถให้คุณให้โทษแก่ตนได้ ก็ช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ<br />
ทั้งนี้ เพราะมิได้หวังผลประโยชน์ใดๆ นอกจากความปรารถนาให้เขาพ้นทุกข์<br />
นี้คือกรุณาที่แท้ในพุทธศาสนา การทำดีโดยหวังผลประโยชน์<br />
หรือยังมีการแบ่งแยกและเลือกปฏิบัติอยู่<br />
ย่อมไม่อาจเรียกว่าทำด้วยเมตตากรุณาอย่างแท้จริง</p>
<p>จะว่าไปแล้ว ไม่เพียงความใจบุญหรือความเป็นพุทธเท่านั้น<br />
แม้กระทั่งความเป็นมนุษย์ก็วัดกันที่ว่า<br />
เราปฏิบัติอย่างไรกับคนที่อยู่ต่ำกว่าเราหรือมีอำนาจน้อยกว่าเรา<br />
หาได้วัดที่การกระทำต่อคนที่อยู่สูงกว่าเราไม่ ถ้าเรายังละเลยเด็กเล็ก<br />
ผู้หญิง คนชรา คนยากจน คนพิการ คนป่วย รวมทั้งสัตว์เล็กสัตว์น้อย<br />
แม้จะเข้าวัดเป็นประจำ บริจาคเงินให้วัด อุปถัมภ์พระสงฆ์มากมาย<br />
ก็ยังเรียกไม่ได้ว่าเป็นคนใจบุญ เป็นชาวพุทธ หรือเป็นมนุษย์ที่แท้<br />
ไม่ผิดหากจะกล่าวว่านี้เป็นเครื่องวัดความเป็นศาสนิกที่แท้ในทุกศาสนาด้วย<br />
แม้จะปฏิบัติตามประเพณีพิธีกรรมทางศาสนาอย่างเคร่งครัด<br />
แต่เมินเฉยความทุกข์ยากของเพื่อนมนุษย์<br />
หรือยิ่งกว่านั้นคือกดขี่บีฑาผู้คนในนามของพระเจ้า<br />
ย่อมเรียกไม่ได้ว่าเป็นศาสนิกที่แท้<br />
จะกล่าวไปใยถึงความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์</p>
<p>ในแง่ของชาวพ ุทธ การช่วยเหลือผู้ที่ทุกข์ยากเดือดร้อน ทั้งๆ<br />
ที่เขาไม่สามารถให้คุณให้โทษแก่เราได้ เป็นเครื่องฝึกใจให้มีเมตตากรุณา<br />
และลดละความเห็นแก่ตัวได้เป็นอย่างดี ยิ่งทำมากเท่าไร<br />
จิตใจก็ยิ่งเปิดกว้าง อัตตาก็ยิ่งเล็กลง<br />
ทำให้มีที่ว่างเปิดรับความสุขได้มากขึ้น ยิ่งให้ความสุขแก่เขามากเท่าไร<br />
เราเองก็ยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น สมดังพุทธพจน์ว่า<br />
&#8220;ผู้ให้ความสุขย่อมได้รับความสุข&#8221; เป็นความสุขที่ไม่หวังจะได้รับ<br />
แต่ยิ่งไม่อยาก ก็ยิ่งได้ ในทางตรงข้ามยิ่งอยาก ก็ยิ่งไม่ได้</p>
<p>เมื่อใ จเปิดกว้างด้วยเมตตากรุณา<br />
เราจะพบว่าไม่มีใครที่อยู่สูงกว่าเราหรือต่ำกว่าเรา ถึงจะเป็นพม่า มอญ<br />
ลาว เขมร กะเหรี่ยง ลัวะ ขมุ เขาก็มีสถานะเสมอเรา คือเป็นเพื่อนมนุษย์<br />
และเป็นเพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย กับเรา<br />
แม้แต่สัตว์ก็เป็นเพื่อนเราเช่นกัน จิตใจเช่นนี้คือจิตใจของชาวพุทธ<br />
และเป็นที่สถิตของพุทธศาสนาอย่างแท้จริง การทะนุบำรุงพุทธศาสนาที่แท้<br />
ก็คือการบำรุงหล่อเลี้ยงจิตใจเช่นนี้ให้เจริญงอกงามในตัวเรา<br />
ในลูกหลานของเรา และในสังคมของเรา<br />
หาใช่การทุ่มเงินสร้างโบสถ์วิหารราคาแพงๆ<br />
หรือสร้างพระพุทธรูปให้ใหญ่โตที่สุดในโลกไม่</p>
<p>ดังนั้น เมื่อใดที่เราเห็นคนทุกข์ยาก ไม่ว่าเขาจะเป็นใครมาจากไหน<br />
เชื้อชาติอะไร ต่ำต้อยเพียงใด อย่าได้เบือนหน้าหนี<br />
ขอให้เปิดใจรับรู้ความทุกข์ของเขา<br />
แล้วถามตัวเองว่าเราจะช่วยเขาได้หรือไม่ และอย่างไร<br />
เพราะนี้คือโอกาสดีที่เราจะได้<a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with ทำบุญ">ทำบุญ</a> ลดละอัตตาตัวตน<br />
และบำรุงพระศาสนาอย่างแท้จริง</p>
<p><map name='google_ad_map_304_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/304?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_304_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=304&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%258d%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25b9%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25a1.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/category/diary-by-fern" title="Diary by Fern" rel="tag">Diary by Fern</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d" title="บุญ" rel="tag">บุญ</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5" title="พระไพศาล" rel="tag">พระไพศาล</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2" title="เครือข่ายพุทธิกา" rel="tag">เครือข่ายพุทธิกา</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%8d%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%a1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
<!-- This Quick Cache file was built for (  www.livetogether.org/content/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2/feed ) in 2.51165 seconds, on May 19th, 2012 at 2:17 pm UTC. -->
<!-- This Quick Cache file will automatically expire ( and be re-built automatically ) on May 19th, 2012 at 3:17 pm UTC -->
