<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โครงการสื่อเพื่อสังคม รายการพึ่งพาอาศัย &#187; สุขภาพ</title>
	<atom:link href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.livetogether.org</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Wed, 18 Apr 2012 04:12:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1.2</generator>
		<item>
		<title>การจัดห้องนอนเพื่อสุขภาพ</title>
		<link>http://www.livetogether.org/bedroom.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/bedroom.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 18 Apr 2012 03:47:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ภูมิแพ้]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[หวัดเรื้อรัง]]></category>
		<category><![CDATA[ห้องนอน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/?p=3523</guid>
		<description><![CDATA[

การจัดห้องนอน
เพื่อสุขภาพ
&#160;
&#160;
&#160;
&#160;
&#160;
 ผู้ที่เป็นหวัดบ่อย ๆ นั้น บางครั้งมาจากสาเหตุของการแพ้สารที่ปะปนอยู่ในอากาศ ทำให้มีอาการคล้ายหวัดเรื้อรัง หรือที่เรียกว่าโรคหวัดจากภูมิแพ้ หรือโรคแพ้อากาศ ซึ่งโรคนี้มีอัตราการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นจนติดอันดับโรคยอดนิยมเลยทีเดียว
 วงการแพทย์ในประเทศไทยปัจจุบัน จึงได้ให้ความสนใจกับการจัดแต่งบ้านและห้องนอนมากขึ้น เนื่องจากเป็นส่วนที่เราสัมผัสอยู่เป็นประจำ ซึ่งแพทย์ได้แนะนำว่าห้องนอนควรจะจัดแต่งด้วยเครื่องประดับที่กอปรด้วยสารก่อภูมิแพ้ให้น้อยที่สุด และพยายามรักษาจิตใจให้แจ่มใสอยู่เสมอ สารที่ก่อภูมิแพ้ในบ้านเรา ได้แก่ ฝุ่นละอองและ ตัวไรที่ติดมากับฝุ่นในบ้าน ขนสัตว์ และเชื้อเรา 
 ดังนั้น ห้องนอน นอกจากจะแลดูสวยงามสดชื่นตามสไตล์ที่ชอบแล้ว ยังต้องพิถีพิถันในการเลือกสรรวัสดุและเครื่องเรือนสำหรับการตกแต่งอีกด้วย
 เตียงนอนและเครื่องนอน ควรเลือกเตียงนอนแบบไม่มีขาเตียง เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นเข้าไปขังใต้เตียง และที่นอนก็ควรเลือกวัสดุที่ไม่เป็นฝุ่นฟุ้ง ได้แก่ ที่นอนทำด้วย ฟองน้ำ ยาง หรือที่นอนสปริง โดยมีผ้าหุ้มมิดชิด ส่วนผ้าปูที่นอนควรทำด้วยผ้าฝ้าย เพื่อหลีกเลี่ยงสารที่ก่อเกิดอาการแพ้ทางผิวหนัง และควรเปลี่ยนผ้าปูอย่างน้อยสัปดาห์ ละ 2 ครั้ง ส่วนหมอนนั้น ถ้าทำด้วยใยสังเคราะห์ก็จะเป็นการดีทีเดียว เนื่องจากนำมาซักทำความสะอาดได้ ส่วนของผ้าห่มก็เช่นกันควรจะเลือกที่เป็นใยสังเคราะห์ 
 เครื่องประดับห้อง ควรมีน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นที่เก็บกักฝุ่นและตัวไร เช่น ตุ๊กตาขนฟู หมอนประดับที่ไม่จำเป็น ส่วนเก็บหนังสือและส่วนแต่งตัว ควรแยกเป็นสัดส่วน เสื้อผ้าเก็บไว้ในตู้ให้เรียบร้อย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.livetogether.org/goto/link/3523/1" rel="nofollow" ><img class="alignleft size-medium wp-image-3524" title="decorating-ideas-bedroom12" src="http://www.livetogether.org/wp-content/uploads/2012/04/decorating-ideas-bedroom12-300x215.jpg" alt="" width="300" height="215" /></a></p>
<h2 style="text-align: right;"></h2>
<h2 style="text-align: right;"><strong>การจัดห้องนอน</strong></h2>
<h2 style="text-align: right;"><strong>เพื่อสุขภาพ</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="font-family: Arial;"> ผู้ที่เป็นหวัดบ่อย ๆ นั้น บางครั้งมาจากสาเหตุของการแพ้สารที่ปะปนอยู่ในอากาศ ทำให้มีอาการคล้ายหวัดเรื้อรัง หรือที่เรียกว่าโรคหวัดจากภูมิแพ้ หรือโรคแพ้อากาศ ซึ่งโรคนี้มีอัตราการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นจนติดอันดับโรคยอดนิยมเลยทีเดียว</span></p>
<p><span style="font-family: Arial;"> วงการแพทย์ในประเทศไทยปัจจุบัน จึงได้ให้ความสนใจกับการจัดแต่งบ้านและห้องนอนมากขึ้น เนื่องจากเป็นส่วนที่เราสัมผัสอยู่เป็นประจำ ซึ่งแพทย์ได้แนะนำว่าห้องนอนควรจะจัดแต่งด้วยเครื่องประดับที่กอปรด้วยสารก่อภูมิแพ้ให้น้อยที่สุด และพยายามรักษาจิตใจให้แจ่มใสอยู่เสมอ สารที่ก่อภูมิแพ้ในบ้านเรา ได้แก่ ฝุ่นละอองและ ตัวไรที่ติดมากับฝุ่นในบ้าน ขนสัตว์ และเชื้อเรา </span></p>
<p><span style="font-family: Arial;"> ดังนั้น <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with ห้องนอน">ห้องนอน</a> นอกจากจะแลดูสวยงามสดชื่นตามสไตล์ที่ชอบแล้ว ยังต้องพิถีพิถันในการเลือกสรรวัสดุและเครื่องเรือนสำหรับการตกแต่งอีกด้วย</span></p>
<p><span style="font-family: Arial;"> <span style="color: #0000ff;">เตียงนอนและเครื่องนอน</span> ควรเลือกเตียงนอนแบบไม่มีขาเตียง เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นเข้าไปขังใต้เตียง และที่นอนก็ควรเลือกวัสดุที่ไม่เป็นฝุ่นฟุ้ง ได้แก่ ที่นอนทำด้วย ฟองน้ำ ยาง หรือที่นอนสปริง โดยมีผ้าหุ้มมิดชิด ส่วนผ้าปูที่นอนควรทำด้วยผ้าฝ้าย เพื่อหลีกเลี่ยงสารที่ก่อเกิดอาการแพ้ทางผิวหนัง และควรเปลี่ยนผ้าปูอย่างน้อยสัปดาห์ ละ 2 ครั้ง ส่วนหมอนนั้น ถ้าทำด้วยใยสังเคราะห์ก็จะเป็นการดีทีเดียว เนื่องจากนำมาซักทำความสะอาดได้ ส่วนของผ้าห่มก็เช่นกันควรจะเลือกที่เป็นใยสังเคราะห์ </span></p>
<p><span style="font-family: Arial;"> <span style="color: #0000ff;">เครื่องประดับห้อง</span> ควรมีน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นที่เก็บกักฝุ่นและตัวไร เช่น ตุ๊กตาขนฟู หมอนประดับที่ไม่จำเป็น ส่วนเก็บหนังสือและส่วนแต่งตัว ควรแยกเป็นสัดส่วน เสื้อผ้าเก็บไว้ในตู้ให้เรียบร้อย บริเวณที่แต่งหน้าผัดแป้งใส่น้ำหอม ควรมีฉากปรับเลื่อนกั้นออกจากส่วนนอน หรือจะออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของห้องน้ำก็ได้<br />
</span></p>
<p><span style="font-family: Arial;"> <span style="color: #0000ff;"> พื้นห้องนอน</span> ควรปูด้วยไวนีลหรือพื้นไม้ ไม่ควรปูพรม</span></p>
<p><span style="font-family: Arial;"> <span style="color: #0000ff;">ผ้าม่าน</span> เลือกผ้าที่ฝุ่นสะสมยาก และแบบที่ไม่เป็นจีบซับซ้อน หรือเลือกมู่ลี่ที่ถอดทำความสะอาดได้ง่าย </span></p>
<p><span style="font-family: Arial;"> <span style="color: #0000ff;">หน้าต่างและการระบายอากาศ</span> เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าเราใช้เครื่องปรับอากาศเพื่อความสบาย แต่ก็ควรเปิดหน้าต่างให้อากาศหมุนเวียน และเปิดม่านออกให้ห้องนอนได้รับแสงแดดพอสมควร เพราะห้องนอนควรมีอากาศที่สดชื่น ปราศจากกลิ่นควันของบุหรี่ หรือควันธูป หรือน้ำหอมต่าง ๆ รวมทั้งกลิ่นอาหาร การติดเครื่องกรองอากาศ ควบคู่กับเครื่องปรับอากาศก็เป็นสิ่งที่ช่วยได้แล้วแต่กรณี</span></p>
<p><span style="font-family: Arial;"> การรักษาห้องนอนให้ปลอดมลพิษ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการสร้างเสริมพลานามัย ซึ่งจะต้องควบคู่กับการสร้างเสริมจิตใจที่แจ่มใส หากคุณจะเสริมแต่งผนังให้ดูสนชื่นด้วยภาพเขียนสักภาพละก็ ลงมือจัดการได้ทันทีค่ะ ก่อนจะเกิดโรคเครียดขึ้นมาอีกโรคหนึ่ง&#8230;.</span></p>
<p>ที่มา โอเคเนชั่น / ภาพจาก google</p>
<p><map name='google_ad_map_3523_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/3523?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_3523_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=3523&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2Fbedroom.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/category/gerneral" title="ทั่วไป" rel="tag">ทั่วไป</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b9%89" title="ภูมิแพ้" rel="tag">ภูมิแพ้</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e" title="สุขภาพ" rel="tag">สุขภาพ</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87" title="หวัดเรื้อรัง" rel="tag">หวัดเรื้อรัง</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99" title="ห้องนอน" rel="tag">ห้องนอน</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/bedroom.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิถีชีวิตมีผลต่อรูปร่างกราม</title>
		<link>http://www.livetogether.org/molar-tooth.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/molar-tooth.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 25 Nov 2011 04:25:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ฟัน]]></category>
		<category><![CDATA[ฟันกราม]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/?p=3470</guid>
		<description><![CDATA[เป็นที่ทราบกันดีว่า วิถีชีวิตอาจมีผลต่อสุขภาพ แต่ยิ่งกว่านั้นนักวิทยาศาสตร์อังกฤษยังเชื่อมั่นว่า มีผลต่อกรามของเราด้วย


ดร.โนรีน วอน ครามอน-โทบาเดล แห่งมหาวิทยาลัยเคนท์รายงานการค้นพบนี้ในวารสารวิชาการ Proceedings of the National Academy of Sciences แล้ว
ดร.ครามอน ทำการวัดกระโหลกและกระดูกกราม (mandibles) ของคน 300 คนจากกลุ่มที่มีวัฒนธรรมแตกต่างกัน 11 กลุ่ม บางกลุ่มก็เป็นสังคมนักล่าสัตว์เก็บของป่า บางกลุ่มเป็นสังคมเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม ส่วนกระโหลกที่ใช้วัดนั้นก็มาจากพิพิธภัณฑ์ของคนเมื่อ 200 ปีก่อน
&#8220;คนกลุ่มนี้มีลักษณะที่เหมือนกับคนสมัยนี้&#8221; ดร.ครามอนกล่าว
ดร.ครามอน พบว่า สังคมที่เป็นนักล่าจะมีกระดูกกรามที่แคบและยาว ขณะที่คนที่มาจากสังคมเกษตรกรรมจะมีกระดูกกรามที่สั้นและกว้างกว่า
ดร.ครามอน มองว่าลักษณะของกระดูกกรามน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับอย่างสภาพอากาศ และการใช้ชีวิต มากกว่าเรื่องของยีน
&#8220;รูปแบบที่ว่านี้ค่อนข้างสม่ำเสมอ ไม่เกี่ยวเลยว่าคนนั้นมาจากไหน&#8221; ดร.ครามอนชี้แจงผลการวิจัย &#8220;ผลการวิจัยระบุว่า มีกลไกทางชีวกลศาสตร์บางอย่างทำให้กระดูกกรามขยาย ไม่น่าจะเป็นเรื่องของยีนเพียงอย่างเดียว&#8221;
&#8220;เรามองว่าเด็กคนหนึ่งที่เติบโตมาในสถานการณ์ที่แตกต่างกันจะมีพฤติกรรมการเคี้ยวที่แตกต่างกัน เมื่อผ่านไปนานๆ ความเปลี่ยนแปลงที่กระดูกกรามจึงเกิดขึ้นในตัวเด็กๆ แต่ละคน&#8221;
ดร.ครามอนตั้งสมมติฐานว่า วิธีการจะเคี้ยวที่แตกต่างกันน่าจะมีจากสไตล์การใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน ดร.ครามอนมองว่าคนที่เป็นนักล่าสัตว์เก็บของป่าอาจจะต้องเคี้ยวมากกว่าคนที่ทำเกษตรกรรมเอง &#8220;ประชากรที่เป็นสังคมเกษตรกรรมจะมีการกินอาหารที่ดีกว่า&#8221;
ในแต่ละวันนักล่าสัตว์อาจจะต้องเคี้ยวบ่อย และไม่มีการกำหนดเวลากินอาหารที่แน่นอน การกินอาหารจึงอยู่ที่ว่าสามารถเก็บเช่น ถั่วหรืออาหารทีเคี้ยวยาก ได้มากน้อยเพียงใด
นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานจากสปีชีส์อื่นด้วยว่าลักษณะของกระดูกกรามขึ้นอยู่กับการกินอาหารด้วย เช่น สัตว์คล้ายกระต่ายที่ชื่อ hyraxes ก็มีกระดูกกรามที่เล็กกว่าใครอื่นในตระกูลเดียวกันถึง 10 เปอร์เซ็นต์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>เป็นที่ทราบกันดีว่า วิถีชีวิตอาจมีผลต่อสุขภาพ แต่ยิ่งกว่านั้นนักวิทยาศาสตร์อังกฤษยังเชื่อมั่นว่า มีผลต่อกรามของเราด้วย<br />
</strong><br />
<img src="http://www.abc.net.au/reslib/201111/r858242_8199398.jpg" alt="Starch-based foods in agricultural societies is leading to short jawbones and maybe even overcrowded teeth, suggests the researcher (Source: Richard Clark/iStockphoto)" width="193" height="258" /></p>
<p>ดร.โนรีน วอน ครามอน-โทบาเดล แห่งมหาวิทยาลัยเคนท์รายงานการค้นพบนี้ในวารสารวิชาการ Proceedings of the National Academy of Sciences แล้ว</p>
<p>ดร.ครามอน ทำการวัดกระโหลกและกระดูกกราม (mandibles) ของคน 300 คนจากกลุ่มที่มีวัฒนธรรมแตกต่างกัน 11 กลุ่ม บางกลุ่มก็เป็นสังคมนักล่าสัตว์เก็บของป่า บางกลุ่มเป็นสังคมเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม ส่วนกระโหลกที่ใช้วัดนั้นก็มาจากพิพิธภัณฑ์ของคนเมื่อ 200 ปีก่อน</p>
<p>&#8220;คนกลุ่มนี้มีลักษณะที่เหมือนกับคนสมัยนี้&#8221; ดร.ครามอนกล่าว</p>
<p>ดร.ครามอน พบว่า สังคมที่เป็นนักล่าจะมีกระดูกกรามที่แคบและยาว ขณะที่คนที่มาจากสังคมเกษตรกรรมจะมีกระดูกกรามที่สั้นและกว้างกว่า</p>
<p>ดร.ครามอน มองว่าลักษณะของกระดูกกรามน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับอย่างสภาพอากาศ และการใช้ชีวิต มากกว่าเรื่องของยีน</p>
<p>&#8220;รูปแบบที่ว่านี้ค่อนข้างสม่ำเสมอ ไม่เกี่ยวเลยว่าคนนั้นมาจากไหน&#8221; ดร.ครามอนชี้แจงผลการวิจัย &#8220;ผลการวิจัยระบุว่า มีกลไกทางชีวกลศาสตร์บางอย่างทำให้กระดูกกรามขยาย ไม่น่าจะเป็นเรื่องของยีนเพียงอย่างเดียว&#8221;</p>
<p><strong>&#8220;เรามองว่าเด็กคนหนึ่งที่เติบโตมาในสถานการณ์ที่แตกต่างกันจะมีพฤติกรรมการเคี้ยวที่แตกต่างกัน เมื่อผ่านไปนานๆ ความเปลี่ยนแปลงที่กระดูกกรามจึงเกิดขึ้นในตัวเด็กๆ แต่ละคน&#8221;</strong></p>
<p>ดร.ครามอนตั้งสมมติฐานว่า วิธีการจะเคี้ยวที่แตกต่างกันน่าจะมีจากสไตล์การใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน ดร.ครามอนมองว่าคนที่เป็นนักล่าสัตว์เก็บของป่าอาจจะต้องเคี้ยวมากกว่าคนที่ทำเกษตรกรรมเอง &#8220;ประชากรที่เป็นสังคมเกษตรกรรมจะมีการกินอาหารที่ดีกว่า&#8221;</p>
<p>ในแต่ละวันนักล่าสัตว์อาจจะต้องเคี้ยวบ่อย และไม่มีการกำหนดเวลากินอาหารที่แน่นอน การกินอาหารจึงอยู่ที่ว่าสามารถเก็บเช่น ถั่วหรืออาหารทีเคี้ยวยาก ได้มากน้อยเพียงใด<br />
นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานจากสปีชีส์อื่นด้วยว่าลักษณะของกระดูกกรามขึ้นอยู่กับการกินอาหารด้วย เช่น สัตว์คล้ายกระต่ายที่ชื่อ hyraxes ก็มีกระดูกกรามที่เล็กกว่าใครอื่นในตระกูลเดียวกันถึง 10 เปอร์เซ็นต์ เมื่อได้กินอาหารที่เคี้ยวง่าย</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ดร.ครามอนเตือนว่า งานวิจัยชิ้นนี้ยังต้องหาเหตุผลสนับสนุนที่แท้จริงต่อไปเพื่อให้ได้มุมมองที่แตกต่าง เพราะแม้แต่คำว่า นักล่าสัตว์ ก็ยังตีความได้หลายแบบ และมีการกินอาหารที่แตกต่างกันด้วย</p>
<p>แปลจาก: http://www.abc.net.au/science/articles/2011/11/22/3372304.htm</p>
<p>ที่มา : วิชาการ.คอม</p>
<p><map name='google_ad_map_3470_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/3470?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_3470_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=3470&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2Fmolar-tooth.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/category/gerneral" title="ทั่วไป" rel="tag">ทั่วไป</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99" title="ฟัน" rel="tag">ฟัน</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1" title="ฟันกราม" rel="tag">ฟันกราม</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e" title="สุขภาพ" rel="tag">สุขภาพ</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/molar-tooth.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แนะนำ 5 ชาสมุนไพรดีต่อสุขภาพ</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3-5-%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3-5-%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Aug 2011 09:03:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ชาสมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[สมุนไพร]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/?p=3447</guid>
		<description><![CDATA[แนะนำ 5 ชาสมุนไพรดีต่อสุขภาพ

&#160;
อะไรจะเหมาะกับสายลมเย็นๆ ของฤดูหนาวมากกว่าชาอุ่นๆ สักแก้ว แต่ตอนนี้ให้เก็บชาธรรมดาไปก่อน และมาลองชาสมุนไพรหอมๆ ที่ดีต่อสุขภาพกันเถอะ

ชาเปปเปอร์มินต์
เพียงแค่กลิ่นหอม ๆ เย็นชื่นใจของชามินต์ ก็ช่วยลดความเครียดจากการทำงานได้แล้ว ขณะเดียวกันมันช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ ทำให้นอนหลับง่าย แถมยังทำให้ระบบขับถ่ายทำงานอย่างปกติ เนื่องจากมินต์มีส่วนช่วยให้ไขมันในระบบย่อยอาหารสลายตัว ป้องกันไม่ให้เกิดแก๊สในทางเดินอาหาร และด้วยความที่มันดีต่อกระเพาะของเรา มันจึงเหมาะสำหรับคนที่เมารถเมาเรือ นอกจากนี้ มันมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียอ่อน ๆ จึงช่วยระงับกลิ่นปากได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ชาตะไคร้
เราใช้ตะไคร้ในการทำกับข้าวมานานแล้ว และชาตะไคร้นั้นก็เป็นหนึ่งในตำรับโบราณ ที่ใช้รักษาอาการแน่นหน้าอก ไอ หรือหวัด หากเหยาะพริกไทยลงไปสักนิด อาจช่วยลดอาการปวดท้องประจำเดือนและคลื่นเหียน แถมเคยมีการศึกษาชี้ว่าการดื่มชาตะไคร้ทุกวัน จะช่วยรักษาผิวหนังให้ปราศจากสิวด้วย แต่มีข้อควรระวังคือ ห้ามดื่มในระหว่างตั้งครรภ์เด็ดขาด และไม่ควรดื่มติดต่อกันเป็นเวลานาน

ชาโสม
ไม่ว่าจะเป็นโสมเอเชียหรือโสมอเมริกาต่างก็มีสารอาหารมากมาย ได้แก่ ฟลาโวนอยด์ และวิตามินบีชนิดต่าง ๆ ซึ่งทาง University of Maryland Medical Center ชี้ว่าโสมเป็นสมุนไพรที่เชื่อกันว่า จะช่วยให้เราสู้กับความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด จึงเหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทสอง เพิ่มเซลล์ภูมิคุ้มกันลดคอเลสเตอรอลเลว (LDL) และสาร Ginsenosides ซึ่งพบในโสมนั้นยังมีคุณสมบัติ ช่วยชะลอการเติบโตของเซลล์มะเร็งด้วย

ชาผลกุหลาบ
หลายคนอาจจะรู้จักผลกุหลาบในชื่อของโรสฮิป ซึ่งมักจะใช้เป็นน้ำมันหอมระเหย แต่ชาผลกุหลาบก็มีสรรพคุณดี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>แนะนำ 5 ชาสมุนไพรดีต่อสุขภาพ</p>
<p><img src="http://www.vcharkarn.com/userfiles/74451/a21.jpg" alt="" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อะไรจะเหมาะกับสายลมเย็นๆ ของฤดูหนาวมากกว่าชาอุ่นๆ สักแก้ว แต่ตอนนี้ให้เก็บชาธรรมดาไปก่อน และมาลองชาสมุนไพรหอมๆ ที่ดีต่อสุขภาพกันเถอะ</p>
<p><strong></strong><strong><br />
<input src="http://www.vcharkarn.com/userfiles/74451/3-1(1).gif" type="image" /></strong>ชาเปปเปอร์มินต์<br />
เพียงแค่กลิ่นหอม ๆ เย็นชื่นใจของชามินต์ ก็ช่วยลดความเครียดจากการทำงานได้แล้ว ขณะเดียวกันมันช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ ทำให้นอนหลับง่าย แถมยังทำให้ระบบขับถ่ายทำงานอย่างปกติ เนื่องจากมินต์มีส่วนช่วยให้ไขมันในระบบย่อยอาหารสลายตัว ป้องกันไม่ให้เกิดแก๊สในทางเดินอาหาร และด้วยความที่มันดีต่อกระเพาะของเรา มันจึงเหมาะสำหรับคนที่เมารถเมาเรือ นอกจากนี้ มันมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียอ่อน ๆ จึงช่วยระงับกลิ่นปากได้เป็นอย่างดีอีกด้วย</p>
<p><strong></strong><strong><br />
<input src="http://www.vcharkarn.com/userfiles/74451/3-1(1).gif" type="image" /></strong>ชาตะไคร้<br />
เราใช้ตะไคร้ในการทำกับข้าวมานานแล้ว และชาตะไคร้นั้นก็เป็นหนึ่งในตำรับโบราณ ที่ใช้รักษาอาการแน่นหน้าอก ไอ หรือหวัด หากเหยาะพริกไทยลงไปสักนิด อาจช่วยลดอาการปวดท้องประจำเดือนและคลื่นเหียน แถมเคยมีการศึกษาชี้ว่าการดื่มชาตะไคร้ทุกวัน จะช่วยรักษาผิวหนังให้ปราศจากสิวด้วย แต่มีข้อควรระวังคือ ห้ามดื่มในระหว่างตั้งครรภ์เด็ดขาด และไม่ควรดื่มติดต่อกันเป็นเวลานาน</p>
<p><strong></strong><strong><br />
<input src="http://www.vcharkarn.com/userfiles/74451/3-1(1).gif" type="image" /></strong>ชาโสม<br />
ไม่ว่าจะเป็นโสมเอเชียหรือโสมอเมริกาต่างก็มีสารอาหารมากมาย ได้แก่ ฟลาโวนอยด์ และวิตามินบีชนิดต่าง ๆ ซึ่งทาง University of Maryland Medical Center ชี้ว่าโสมเป็นสมุนไพรที่เชื่อกันว่า จะช่วยให้เราสู้กับความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด จึงเหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทสอง เพิ่มเซลล์ภูมิคุ้มกันลดคอเลสเตอรอลเลว (LDL) และสาร Ginsenosides ซึ่งพบในโสมนั้นยังมีคุณสมบัติ ช่วยชะลอการเติบโตของเซลล์มะเร็งด้วย</p>
<p><strong></strong><strong><br />
<input src="http://www.vcharkarn.com/userfiles/74451/3-1(1).gif" type="image" /></strong>ชาผลกุหลาบ<br />
หลายคนอาจจะรู้จักผลกุหลาบในชื่อของโรสฮิป ซึ่งมักจะใช้เป็นน้ำมันหอมระเหย แต่ชาผลกุหลาบก็มีสรรพคุณดี ๆ มากมาย เริ่มตั้งแต่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซี ซึ่งสำคัญต่อการสมานแผล เสริมสร้างกระดูกที่แข็งแรงและเซลล์ภูมิคุ้มกัน ด้วยเหตุเดียวกันนี้ มันจึงช่วยลดอาการข้ออักเสบด้วย ท้ายสุดนี้ การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Planta Medica ในปี 1992 ยังชี้ว่าชาผลกุหลาบอาจช่วยป้องกันนิ่วในไตได้ แม้ว่าจะไม่ได้มีฤทธิ์ขับปัสสาวะก็ตาม</p>
<p><strong></strong><strong><br />
<input src="http://www.vcharkarn.com/userfiles/74451/3-1(1).gif" type="image" /></strong>ชาใบหม่อน<strong><img src="http://www.vcharkarn.com/userfiles/74451/45_20080618120048_.gif" alt="" width="100" height="120" align="right" /></strong><br />
มีอีกชื่อเก๋ๆ ว่า ชามัลเบอร์รี่ ชาใบหม่อนก็เป็นที่รู้จักกว้างขวาง ในฐานะเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพจากญี่ปุ่น ที่อาจจะช่วยป้องกันโรคเบาหวานได้ เนื่องจากเชื่อกันว่ามันสามารถลดการดูดซึมน้ำตาล โดยใบหม่อนนั้นมีทั้งแมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และแคลเซียม จึงช่วยบำรุงร่างกายเราได้ในแง่ของกระดูก ผมเล็บ แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่เป็นกุญแจสำคัญให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้นอีกด้วย</p>
<p><strong><br />
<input src="http://www.vcharkarn.com/userfiles/74451/195_20100618150737_.gif" type="image" />Tip</strong><br />
อย่าเพิ่งทิ้งถุงชา ให้นำถุงชาที่ใช้แล้วแช่น้ำและนำไปแช่แข็ง แล้วนำมาประคบเวลาแมลงกัดต่อยหรือมีแผลเล็ก ๆ และยังช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าที่ดวงตาได้ดีนัก</p>
<p>ที่มา  วิชาการ.คอม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><map name='google_ad_map_3447_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/3447?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_3447_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=3447&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b3-5-%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25a0%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%259e.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3" title="ชาสมุนไพร" rel="tag">ชาสมุนไพร</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/gerneral" title="ทั่วไป" rel="tag">ทั่วไป</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3" title="สมุนไพร" rel="tag">สมุนไพร</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e" title="สุขภาพ" rel="tag">สุขภาพ</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3-5-%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เคล็ดลับการดูแลสุขภาพพื้นฐาน ๑๒ ข้อ</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%91%e0%b9%92-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%91%e0%b9%92-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Oct 2009 09:18:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[กรมประสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เคล็ดลับสุขภาพพื้นฐาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/?p=2331</guid>
		<description><![CDATA[๑. ต้องหวีผมบ่อย ๆ
 
            อาจใช้นิ้วทั้ง ๑๐ หรือหวี ทำการหวีผมบ่อย ๆ จะช่วยทำให้ตาสว่าง ทำให้รากผมแข็งแรง
๒. ต้องถูใบหน้าบ่อย ๆ
           ใช่ฝ่ามือ ๒ ข้างถูหน้าบ่อย ๆ ให้เลือดมาเลี้ยงใบหน้า ทำให้ใบหน้าเปล่งปลั่ง ลบริ้วรอยเหี่ยวย่น
๓. ต้องเคลื่อนไหวดวงตาบ่อย ๆ
           บริเวณดวงตา เคลื่อนไหว มองไกล-มองใกล้ มองข้าง มองเข้าใน มองบน มองล่าง
๔. ต้องดึงหู ดีดหู บีบหู ถูใบหูบ่อย ๆ
           เป็นการกระตุ้นการไหลเวียเลือดบริเวณใบหู ช่วยป้องกันการเกิดเสียงดังในหู หูตึง เวียนศีรษะ รวมทั้งเป็นการบำรุงตานเถียน ( ) ตำแหน่งที่เก็บพลังของร่างกายใต้สะดือ สัมพันธ์กับไตซึ่งเปิดทวารที่หู
๕. ต้องหมั่นขบฟันเสมอ
           ขบเบา ๆ วันละหลายสิบครั้ง ช่วยทำให้ฟันแข็งแรง กระตุ้นการหลั่งน้ำย่อย
๖. ดันเพดานปากด้านบนด้วยลิ้นบ่อย ๆ
           การใช้ปลายลิ้นกระตุ้นเพดานบนด้านหน้า เป็นการกระตุ้นจะดฝังเข็ม เพื่อเชื่อมพลังของเส้นลมปราณตู๋และเยิ่น (ซึ่งเป็นเส้นลมปราณควบคุมแนวกลางลำตัวส่วนหลัง และส่วนหน้าของร่างกาย) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: small;"><strong><span style="color: #008000;">๑. ต้องหวีผมบ่อย ๆ</span></strong></span><img style="float: left;" src="http://www.vcharkarn.com/uploads/171/172167.jpg" border="0" alt="" width="210" height="279" align="undefined" /></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;"><strong> </strong>           อาจใช้นิ้วทั้ง ๑๐ หรือหวี ทำการหวีผมบ่อย ๆ จะช่วยทำให้ตาสว่าง ทำให้รากผมแข็งแรง</p>
<p><strong><span style="color: #3366ff;">๒. ต้องถูใบหน้าบ่อย ๆ</span></strong><br />
           ใช่ฝ่ามือ ๒ ข้างถูหน้าบ่อย ๆ ให้เลือดมาเลี้ยงใบหน้า ทำให้ใบหน้าเปล่งปลั่ง ลบริ้วรอยเหี่ยวย่น</p>
<p><strong><span style="color: #993300;">๓. ต้องเคลื่อนไหวดวงตาบ่อย ๆ<br />
</span></strong>           บริเวณดวงตา เคลื่อนไหว มองไกล-มองใกล้ มองข้าง มองเข้าใน มองบน มองล่าง</p>
<p><strong><span style="color: #993366; background-color: #ffffff;">๔. ต้องดึงหู ดีดหู บีบหู ถูใบหูบ่อย ๆ</span></strong><br />
           เป็นการกระตุ้นการไหลเวียเลือดบริเวณใบหู ช่วยป้องกันการเกิดเสียงดังในหู หูตึง เวียนศีรษะ รวมทั้งเป็นการบำรุงตานเถียน ( ) ตำแหน่งที่เก็บพลังของร่างกายใต้สะดือ สัมพันธ์กับไตซึ่งเปิดทวารที่หู</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>๕. ต้องหมั่นขบฟันเสมอ</strong><br />
</span>           ขบเบา ๆ วันละหลายสิบครั้ง ช่วยทำให้ฟันแข็งแรง กระตุ้นการหลั่งน้ำย่อย</p>
<p><span style="color: #808000;"><strong>๖. ดันเพดานปากด้านบนด้วยลิ้นบ่อย ๆ</strong><br />
</span>           การใช้ปลายลิ้นกระตุ้นเพดานบนด้านหน้า เป็นการกระตุ้นจะดฝังเข็ม เพื่อเชื่อมพลังของเส้นลมปราณตู๋และเยิ่น (ซึ่งเป็นเส้นลมปราณควบคุมแนวกลางลำตัวส่วนหลัง และส่วนหน้าของร่างกาย) และเป็นการกระตุ้นการหลั่งสารน้ำ น้ำลาย</p>
<p><strong><span style="color: #003366;">๗. ต้องกลืนน้ำลายบ่อย ๆ</span></strong><br />
           ควรฝึกกลืนน้ำลายบ่อย ๆ นอกจากเป็นการเคลื่อนไหวพลังบริเวณคอหอย แล้วยังช่วยกระตุ้นการย่อยอาหารด้วย</span><img style="float: right;" src="http://www.vcharkarn.com/uploads/171/172170.jpg" border="0" alt="" width="189" height="198" align="undefined" /></p>
<p><span id="more-2331"></span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;"><strong><span style="color: #008000;">๘. ของเสียต้องหมั่นขับทิ้ง<br />
</span></strong>           อุจจาระ และปัสสาวะ ต้องหมั่นขับทิ้ง ไม่ควรเก็บสะสมไว้ในร่างกายนานเกินไป เพราะจะทำให้เกิดโรคของลำไส้ และโรคทางเดินปัสสวะ (การตกค้างของของเสียสัมพันธ์กับการดูดซึมสารพิษกลับสู่ร่างกายอันเป็น สาเหตุของการเกิดโรคหลายระบบรวมถึงมะเร็ง)</p>
<p><strong><span style="color: #ff00ff;">๙. ต้องถูหรือนวดท้องบ่อย ๆ</span></strong><br />
           ให้นวดท้องตามเข็มนาฬิกา ช่วยทำให้การขับถ่ายของเสียดีขึ้น ลดไขมันหน้าท้อง เสริมความแข็งแรงกล้ามเนื้อหน้าท้อง ป้องกันกระเพาะอาหารหย่อนยาน</p>
<p><strong><span style="color: #ff9900;">๑๐. ขมิบก้นบ่อย ๆ</span><br />
</strong>           แต่ละวันควรจะต้องขมิบก้นวันละหลายครั้ง สามารถทำได้ทุกเวลา แม้ขณะทำงาน ยืน นั่ง นอน เป็นการป้องกันริดสีดวงทวารและป้องกันอาการท้องผูกได้<br />
           “ร่างกายคนถ้าอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนาน ๆ โดยไม่เคลื่อนไหว หรืออยู่ในท่าที่ข้อใดข้อหนึ่งหยุดนิ่งนาน ๆ จะทำให้เกิดโรคได้ง่าย”</p>
<p><strong><span style="color: #000080;">๑๑. ต้องเคลื่อนไหวข้อทุกข้อ</span></strong><br />
           ร่างกายคนถ้าอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนาน ๆ โดยไม่เคลื่อนไหว หรืออยู่ในท่าที่ข้อใดข้อหนึ่งหยุดนิ่งนาน ๆ จะทำให้เกิดโรคได้ง่าย เกิดการหดตัวของกล้ามเนื้อผิดปกติ ขาดความยึดหยุ่น ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้ง่าย จึงต้องสร้างสมดุลของกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ตรงข้ามกันโดยการเคลื่อนไหวข้อ ต่าง ๆ (โบราณใช้วิชาชี่กง ฝึกไท้เก้ก หรือฝึกโยคะ นั่นเอง)</span></p>
<p> </p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/171/172171.jpg" border="0" alt="" align="undefined" /></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;"><strong><span style="color: #ff99cc;">๑๒. ถูผิวหนังบ่อย ๆ</span></strong><br />
           ใช้ฝ่ามือถูตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย (เหมือนกับถูตัวเวลาอาบน้ำ) ช่วยทำให้เลือดและพลังไหลเวียนกล้ามเนื้อ ผิวหนัง มีความยึดหยุ่น มีความเปล่งปลั่ง</p>
<p>           โบราณกล่าวว่าการปฏิบัติเคล็ดลับดูแลสุขภาพพื้นฐาน ๑๒ ข้อนี้เป็นประจำ นอกจากจะปฏิบัติได้ง่ายแล้ว ยังประหยัดเงิน และรับรองเกิดผลดีอย่างแน่นอน ไม่เชื่อก็ลองดู</span></p>
<p><span style="font-size: small;">ที่มา  วิชาการ.คอม</span></p>
<p><map name='google_ad_map_2331_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/2331?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_2331_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=2331&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a5%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25a0%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2590%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599-%25e0%25b9%2591%25e0%25b9%2592-%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c" title="กรมประสัมพันธ์" rel="tag">กรมประสัมพันธ์</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/gerneral" title="ทั่วไป" rel="tag">ทั่วไป</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e" title="สุขภาพ" rel="tag">สุขภาพ</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99" title="เคล็ดลับสุขภาพพื้นฐาน" rel="tag">เคล็ดลับสุขภาพพื้นฐาน</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%90%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b9%91%e0%b9%92-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สสส.ชวนเกษตรกรผลิตไบโอดีเซล</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%aa-%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%84%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%aa-%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%84%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 27 Aug 2009 02:13:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ภาวะความเสี่ยง]]></category>
		<category><![CDATA[สสส]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ไบโอดีเซล]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/2009/08/27/%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%aa-%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%84%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%94/</guid>
		<description><![CDATA[สสส.ชวนเกษตรกรผลิตไบโอดีเซลสู้น้ำมันแพง
&#8220;ปัจจุบันคนไทยมีค่าใช้จ่ายทางด้านสุขภาพสูงมาก เพราะต้องเผชิญกับภาวะความเสี่ยงในด้านต่างๆ  เป็นจำนวนมาก  &#8220;คำกล่าวของ พญ.ชนิกา  ตู้จินดา  คณะกรรมการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ  (สสส.) ที่แสดงให้เห็นว่าคนไทยกำลังถูกรุมเร้าด้วยปัญหาทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนไทย
 
          โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสถานการณ์ราคาน้ำมันในปัจจุบันที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น   ส่งผลให้คนไทยต้องรัดเข็มขัดเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย   ไม่เว้นแม้แต่อาชีพเกษตรกรซึ่งต้องพึ่งพาเครื่องจักรกลทางการเกษตรที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นหลัก
 
          ประกอบกับปัจจุบันความนิยมบริโภคอาหารประเภททอดสูงขึ้น ประเมินกันว่าประเทศไทยมีการใช้น้ำมันพืชกว่า 800 ล้านลิตรต่อปี  และมีน้ำมันพืชใช้แล้วเหลือมากกว่า 100 ล้านลิตรต่อปี ซึ่งน้ำมันพืชที่ใช้แล้วส่วนหนึ่งจะถูกนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตสบู่และอาหารสัตว์  บางส่วนถูกทิ้งสู่สาธารณะก่อให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม บ้างถูกลักลอบนำไปผ่านกระบวนการกลับมาขายใหม่ในราคาที่ถูกเพื่อทอดซ้ำ  ซึ่งผู้บริโภคอาหารด้วยน้ำมันพืชดังกล่าวจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพและเป็นต้นเหตุของ &#8220;มะเร็ง&#8221;
          จากปัญหาด้านวิกฤติพลังงานที่ส่งลลุกลามมาถึงปัญหาด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของประชาชน &#8220;โครงการพัฒนาเครื่องต้นแบบผลิตไบโอดีเซลและแหล่งเรียนรู้ไบโอดีเซลชุมชน ต.ท่าทอง&#8221; ของภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก จึงถือกำเนิดขึ้นมา โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  เพื่อศึกษาและพัฒนาเครื่องผลิตน้ำมันไบโอดีเซลที่นำไปใช้งานได้ในระดับชุมชน  ซึ่งจะลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเชื้อเพลิง  ช่วยป้องกันปัญหาด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
          รศ.พันธ์ณรงค์  จันทร์แสงศรี  หัวหน้าโครงการพัฒนาเครื่องต้นแบบไบโอดีเซล เปิดเผยว่า  โครงการนี้ได้ตอบโจทย์และเกิดประโยชนต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน โดยคิดถึงการนำเอาน้ำมันพืชที่ใช้แล้วที่มีอยู่มากในพื้นที่ของ ต.ท่าทอง และ ต.ท่าโพธิ์ ซึ่งเป็นตั้งของตัวมหาวิทยาลัยนเรศวรมาใช้ให้เกิดประโยชน์
          &#8220;จากการศึกษาพบว่าน้ำพืชที่ใช้แล้วเหล่านี้ จะมีผู้มารับซื้อและนำไปผ่านกระบวนการที่ทำให้ใสและไม่มีตะกอนแล้วกลับนำมาขายในราคาถูก  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%aa"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with สสส">สสส</a>.ชวนเกษตรกรผลิตไบโอดีเซลสู้น้ำมันแพง</p>
<p>&#8220;ปัจจุบันคนไทยมีค่าใช้จ่ายทางด้านสุขภาพสูงมาก เพราะต้องเผชิญกับภาวะความเสี่ยงในด้านต่างๆ  เป็นจำนวนมาก  &#8220;คำกล่าวของ <strong>พญ.ชนิกา  ตู้จินดา  คณะกรรมการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ  (สสส.) </strong>ที่แสดงให้เห็นว่าคนไทยกำลังถูกรุมเร้าด้วยปัญหาทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนไทย</p>
<p> </p>
<p>          โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสถานการณ์ราคาน้ำมันในปัจจุบันที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น   ส่งผลให้คนไทยต้องรัดเข็มขัดเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย   ไม่เว้นแม้แต่อาชีพเกษตรกรซึ่งต้องพึ่งพาเครื่องจักรกลทางการเกษตรที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นหลัก</p>
<p> </p>
<p>          ประกอบกับปัจจุบันความนิยมบริโภคอาหารประเภททอดสูงขึ้น ประเมินกันว่าประเทศไทยมีการใช้น้ำมันพืชกว่า 800 ล้านลิตรต่อปี  และมีน้ำมันพืชใช้แล้วเหลือมากกว่า 100 ล้านลิตรต่อปี ซึ่งน้ำมันพืชที่ใช้แล้วส่วนหนึ่งจะถูกนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตสบู่และอาหารสัตว์  บางส่วนถูกทิ้งสู่สาธารณะก่อให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม บ้างถูกลักลอบนำไปผ่านกระบวนการกลับมาขายใหม่ในราคาที่ถูกเพื่อทอดซ้ำ  ซึ่งผู้บริโภคอาหารด้วยน้ำมันพืชดังกล่าวจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพและเป็นต้นเหตุของ &#8220;มะเร็ง&#8221;</p>
<p>          จากปัญหาด้านวิกฤติพลังงานที่ส่งลลุกลามมาถึงปัญหาด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของประชาชน <strong>&#8220;โครงการพัฒนาเครื่องต้นแบบผลิตไบโอดีเซลและแหล่งเรียนรู้ไบโอดีเซลชุมชน ต.ท่าทอง&#8221;</strong> ของภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก จึงถือกำเนิดขึ้นมา <strong>โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)</strong>  เพื่อศึกษาและพัฒนาเครื่องผลิตน้ำมันไบโอดีเซลที่นำไปใช้งานได้ในระดับชุมชน  ซึ่งจะลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเชื้อเพลิง  ช่วยป้องกันปัญหาด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม</p>
<p>          <strong>รศ.พันธ์ณรงค์  จันทร์แสงศรี  หัวหน้าโครงการพัฒนาเครื่องต้นแบบไบโอดีเซล</strong> เปิดเผยว่า  โครงการนี้ได้ตอบโจทย์และเกิดประโยชนต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน โดยคิดถึงการนำเอาน้ำมันพืชที่ใช้แล้วที่มีอยู่มากในพื้นที่ของ ต.ท่าทอง และ ต.ท่าโพธิ์ ซึ่งเป็นตั้งของตัวมหาวิทยาลัยนเรศวรมาใช้ให้เกิดประโยชน์</p>
<p>          &#8220;จากการศึกษาพบว่าน้ำพืชที่ใช้แล้วเหล่านี้ จะมีผู้มารับซื้อและนำไปผ่านกระบวนการที่ทำให้ใสและไม่มีตะกอนแล้วกลับนำมาขายในราคาถูก  พ่อค้า  แม่ค้า และชาวบ้านไม่รู้และเห็นว่ามีราคาถูกก็จะซื้อแล้วนำมาใช้ทอดซ้ำ  ซึ่งน้ำมันที่ใช้ทอดซ้ำเหล่านี้ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค  ดังนั้น ถ้าเราตัดตอนนำน้ำมันพืชเหล่านี้มาเป็นวัตถุดิบในการผลิตไบโอดีเซล ส่วนหนึ่งจะช่วยชาวบ้านในเรื่องของสุขภาพ อีกส่วนหนึ่งก็จะช่วยให้เกษตรกรสามารถรวมกลุ่มกันผลิตไบโอดีเซลไปใช้กับเครื่องจักรกลทางการเกษตร และช่วยในเรื่องลดรายจ่ายให้เขาสามารถดำรงชีวิตได้ดีภายใต้สภาวะที่มีวิกฤติราคาน้ำมัน&#8221; รศ.พันธ์ณรงค์กล่าว</p>
<p><span id="more-1975"></span></p>
<p>          &#8220;<a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%84%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with ไบโอดีเซล">ไบโอดีเซล</a>&#8221; คือน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพที่ผ่านการผลิตมาจากน้ำมันพืชหรือไขมันสัตว์ ผสมกับเอทานอลหรือเมทานอล  เพื่อให้ได้เชื้อเพลงที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำมันดีเซล และสามารถใช้ทดแทนได้  โดยวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตไบโอดีเซลนั้นมีหลากหลายชนิด แต่ที่นิยมคือน้ำมันปาล์ม น้ำมันพืชใช้แล้ว และน้ำมันจากเมล็ดสบู่ดำ</p>
<p>          โครงการนี้ได้พัฒนาศึกษาออกแบบเครื่องผลิตไบโอดีเซลที่มีขนาดกะทัดรัด สามารถนำไปใช้งานได้ในระดับชุมชนอย่างไม่ยุ่งยากซับซ้อน โดยใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีในท้องถิ่น และมีต้นทุนการผลิตต่อเครื่องประมาณ 45,000-50,000 บาท โดยขั้นตอนจะนำน้ำมันพืชเก่าที่ใช้แล้ว 100 ลิตร มาผ่านกระบวนการที่เรียกว่า &#8220;ทรานเอสเตอริฟิเคชั่น&#8221; เพื่อให้ได้น้ำมัน &#8220;ไบโอดีเซลแบบเอสเทอร์&#8221; จำนวน 70 ลิตร ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นเชื้อเพลิงที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำมันดีเซลมากที่สุด  เหมาะที่จะนำไปใช้กับเครื่องจักรกลทางการเกษตรขนาดเล็กแบบสูบเดียว</p>
<p>          น้ำมันไบโอดีเซลที่ได้จะมีต้นทุนประมาณ 21-22 บาทต่อลิตร  ในขณะที่ปัจจุบันน้ำมันดีเซลอยู่ที่ลิตรละ 29-30 บาท  ช่วยลดค่าใช้จ่ายในเรื่องเชื้อเพลิงไปได้ประมาณ 7-8 บาทต่อลิตร   โดยต้นทุนการผลิตขึ้นอยู่กับราคารับซื้อน้ำมันพืชเก่าลิตรละ 6-7 บาท หากเกษตรกรสามารถรวมตัวกันนำน้ำมันพืชเก่าที่ใช้แล้วในครัวเรือนมารวมกันผลิต ก็จะช่วยลดต้นทุนไปได้มาก</p>
<p> </p>
<p>          <strong>นายประยุทธ หลักคำ ผู้อำนวยการ กศน.อ.เมืองพิษณุโลก</strong> กล่าวถึงการเข้าร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ของโครงการนี้ว่า เพราะนักศึกษาของ กศน.ในพื้นที่ อ.เมืองพิษณุโลก มีอยู่กลุ่มหนึ่งที่ประกอบอาชีพทางการเกษตร   เมื่อ กศน.เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการความรู้และถ่ายทอดสู่ประชาชน ก็จะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้</p>
<p>          &#8220;เพราะไบโอดีเซลเป็นเรื่องของการแสวงหาพลังงานทดแทนมาใช้  ยิ่งในภาวะปัจจุบันที่อะไรๆ ก็แพง ต้องประหยัด เราจึงเห็นความสำคัญและให้ความสนใจกับโครงการนี้ ซึ่งการแสวงหาความรู้ที่หลากหลายก็เป็นงานส่วนหนึ่งของ กศน.ในการจัดการความรู้ให้ประชาชน  ซึ่งการพัฒนาแหล่งเรียนรู้เพียงพื้นที่เดียวก็ถือว่ายังไม่เพียงพอ เพราะเป็นเรื่องที่น่าสนใจ จึงไปให้ความรู้นี้แก่เกษตรให้รวมกลุ่มกันก็จะเกิดประโยชน์องค์รวมต่อตัวเขาเอง  นอกจากนี้ยังขยายผลออกไปสู่โรงเรียนต่างๆ ในพื้นที่ ให้เด็กและเยาวชนตระหนักและเห็นความสำคัญของเรื่องนี้ด้วย&#8221; ผอ.ประยุทธ กล่าว</p>
<p>          โครงการนี้นอกจากจะช่วยให้เกษตรกรลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง  มีรายได้เพิ่มขึ้น พึ่งพาตนเองได้ เยาวชนในพื้นที่ก็จะตระหนักถึงความสำคัญและอันตรายจากน้ำมันพืชใช้ซ้ำ อีกด้านหนึ่งก็ยังเป็นการช่วยตัดวงจรการนำน้ำมันพืชใช้แล้วกลับมาบริโภค และลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมจากการทิ้งลงสู่ธรรมชาติ  ด้วยการนำมาเพิ่มมูลค่าผลิตเป็นน้ำมันไบโอดีเซลตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง</p>
<p> </p>
<p>          โครงการพัฒนาเครื่องต้นแบบผลิตไบโอดีเซล สามารถตอบโจทย์ของวงจรปัญหาได้ใน 3 มิติ ทั้งมิติในด้านสังคมหรือชุมชน  ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านสุขภาพของประชาชน เพราะจะช่วยให้ชีวิตของประชาชนไม่ว่าจะเป็นกลุ่มเกษตรกรที่อยู่ใน ต.ท่าทอง  รวมทั้งชีวิตของนิสิต นักศึกษาที่อยู่รอบๆ มหาวิทยาลัยดีขึ้น ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสุขภาพ</p>
<p>ที่มา  สสส.</p>
<p><map name='google_ad_map_1975_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/1975?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_1975_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=1975&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25aa-%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a9%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%259c%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%259a%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%258b%25e0%25b8%25a5.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/category/gerneral" title="ทั่วไป" rel="tag">ทั่วไป</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c" title="ประชาสัมพันธ์" rel="tag">ประชาสัมพันธ์</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b0%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%87" title="ภาวะความเสี่ยง" rel="tag">ภาวะความเสี่ยง</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%aa" title="สสส" rel="tag">สสส</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e" title="สุขภาพ" rel="tag">สุขภาพ</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%84%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5" title="ไบโอดีเซล" rel="tag">ไบโอดีเซล</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%aa-%e0%b8%8a%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%84%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 Aug 2009 09:56:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[กิจกรรมต่างๆ]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[บุหรี่]]></category>
		<category><![CDATA[ประชุมวิชาการ]]></category>
		<category><![CDATA[สสส]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/?p=1953</guid>
		<description><![CDATA[ประชุมวิชาการ “บุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ” ครั้งที่ 8 วันที่ 24-25 ส.ค. 52 รร. มิราเคิล
กำหนดการประชุมวิชาการ “บุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ” ครั้งที่ 8
 
“สิ่งคุกคามใหม่จากอุตสาหกรรมยาสูบ”
 
ระหว่างวันที่  24-25  สิงหาคม  พ.ศ.2552
ณ  โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร
 
 
วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2552
 
07.30-09.00 น.               ลงทะเบียน
09.00-09.15 น.               วีดีทัศน์ เรื่อง “สิ่งคุกคามใหม่จากอุตสาหกรรมยาสูบ”
09.15-09.45 น.               พิธีเปิดการประชุมวิชาการ “บุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ” ครั้งที่ 8
                                    ประธาน :คุณวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
                        กล่าวรายงาน  :    ดร.ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์
                                                ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ
           
09.45-10.15 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with ประชุมวิชาการ">ประชุมวิชาการ</a> “บุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ” ครั้งที่ 8 วันที่ 24-25 ส.ค. 52 รร. มิราเคิล</p>
<p align="center">กำหนดการประชุมวิชาการ “บุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ” ครั้งที่ 8</p>
<p align="center"> </p>
<p align="center">“สิ่งคุกคามใหม่จากอุตสาหกรรมยาสูบ”</p>
<p align="center"> </p>
<p align="center">ระหว่างวันที่  24-25  สิงหาคม  พ.ศ.2552</p>
<p align="center">ณ  โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร</p>
<p> </p>
<p> </p>
<p>วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2552</p>
<p> </p>
<p>07.30-09.00 น.               ลงทะเบียน</p>
<p>09.00-09.15 น.               วีดีทัศน์ เรื่อง “สิ่งคุกคามใหม่จากอุตสาหกรรมยาสูบ”</p>
<p>09.15-09.45 น.               พิธีเปิดการประชุมวิชาการ “บุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ” ครั้งที่ 8</p>
<p>                                    ประธาน :คุณวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข</p>
<p>                        กล่าวรายงาน  :    ดร.ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์</p>
<p>                                                ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ</p>
<p>           </p>
<p>09.45-10.15 น.              แถลงข่าวการประชุม (ห้อง BOARD ROOM ชั้น 4 ) / พักรับประทานอาหารว่าง       </p>
<p> </p>
<p>10.15-11.15 น.               สถานการณ์การควบคุมยาสูบของประเทศไทย</p>
<p>                        โดย       &#8211; นพ.ประพนธ์  ตั้งศรีเกียรติกุล รองอธิบดีกรมควบคุมโรค </p>
<p>                                                &#8211; นพ.ชัย กฤติยาภิชาติกุล</p>
<p>                                    ดำเนินการอภิปรายโดย คุณศิริบูรณ์ ณัฐพันธ์</p>
<p>11.15-12.00 น.               การดำเนินการตาม มาตรา 5.3 การป้องกันการแทรกแซงนโยบายสาธารณะ</p>
<p>                                    ของอุตสาหกรรมยาสูบ</p>
<p>                         โดย      &#8211; ศ.นพ.ประกิต  วาทีสาธกกิจ</p>
<p>                                    &#8211; นพ.ภาณุวัฒน์  ปานเกตุ  ผู้อำนวยการสำนักโรคไม่ติดต่อ</p>
<p>                                    &#8211; รศ.ดร.เนาวรัตน์  เจริญค้า</p>
<p>                        ดำเนินการอภิปรายโดย คุณสันติ  จิตระจินดา </p>
<p> </p>
<p>12.00-13.30 น.               พักรับประทานอาหารกลางวัน และชมนิทรรศการ</p>
<p> </p>
<p>13.30-16.30 น.               ประชุมกลุ่มย่อยเพื่อระดมความคิดเห็น (3 ห้อง)</p>
<p><strong>ห้องที่ 1</strong><strong>    “รูปแบบการให้บริการเลิกบุหรี่”</strong></p>
<ul>
<li>บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์ 1600 โดย รศ.ดร.จินตนา  ยูนิพันธุ์</li>
<li>รูปแบบการให้บริการเลิกบุหรี่ของรัฐแบบบูรณาการ โดย นพ.อังกูร  ภัทรากร</li>
<li>เภสัชกรอาสาพาเลิกบุหรี่  โดย ภก.คทา  บัณฑิตานุกุล</li>
<li>Smoking Cessation Treatment National Guideline โดย ผศ.นพ.สุทัศน์  รุ่งเรืองหิรัญญา</li>
<li>แนวทางการสนับสนุนของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดย นพ.พีรพล สุทธิวิเศษศักดิ์ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ</li>
</ul>
<p>ดำเนินการอภิปรายโดย ผศ.กรองจิต วาทีสาธกกิจ</p>
<p> <span id="more-1953"></span></p>
<p><strong>ห้องที่ 2</strong><strong>    “การรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่กับขบวนการขับเคลื่อนภาคประชาชน”</strong></p>
<ul>
<li>การควบคุมและแก้ไขปัญหาการบริโภคยาสูบระดับชุมชน โดย คุณสนอง คล้ำฉิม</li>
<li>การเสริมพลังและพัฒนาเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพชุมชนร่วมใจรณรงค์ปลอดบุหรี่ในกลุ่มเยาวชน : สุขศึกษาชุมชนและการเรียนรู้เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง  โดย ดร.วิรัตน์  คำศรีจันทร์  สถาบันพัฒนาการสาธารณสุขอาเซียน</li>
<li>ชุมชนเข็มแข็งพาเลิกบุหรี่ โดย คุณบุษริน เพ็งบุญ  โรงพยาบาลอินทร์บุรี</li>
<li>หมู่บ้านสร้างเสริมสุขภาพ เศรษฐกิจพอเพียง โดย กำนันอดิศร  เหล่าสะพาน</li>
</ul>
<p>ดำเนินการอภิปรายโดย คุณสุวรรณ  ตั้งจิตรเจริญ</p>
<p> </p>
<p><strong>ห้องที่ 3</strong><strong>    “กลยุทธ์ของอุตสาหกรรมยาสูบ”</strong></p>
<ul>
<li>CSR (Corporate Social Responsibility) โดย คุณสถาพร  จิรัตนานนท์</li>
<li>กลยุทธ์ทางการตลาดที่หลอกล่อผู้หญิงและเด็ก  โดย ดร.ศรีรัช  ลาภใหญ่</li>
<li>เอกสารภายในของธุรกิจยาสูบ พูดถึงประเทศไทยว่าอย่างไร  โดย Dr.Stephen Hamann และ รศ.ดร.เนาวรัตน์ เจริญค้า</li>
<li>อิทธิพลของสื่อภาพยนตร์กับการสูบบุหรี่ โดย  อ.อิทธิพล  ปรีติประสงค์ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล</li>
</ul>
<p>ดำเนินการอภิปรายโดย ผศ.ดร.มณฑา เก่งการพานิช </p>
<p> </p>
<p>วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ.2552</p>
<p> </p>
<p>08.00-08.30 น.               ลงทะเบียนและรับเอกสารเพิ่มเติม</p>
<p>08.30-09.00 น.               เรื่องเล่าเช้านี้</p>
<p>โดย ผศ.ดร.มณฑา เก่งการพานิช และผศ.รอ.นพ.มานพชัย ธรรมคันโธ</p>
<p>09.00-10.45 น.               Tabinfo : เมื่อบริษัทบุหรี่ยักษ์ใหญ่ท้าทายไทย</p>
<p>                                    &#8211; Tabinfo Asia โดย ผศ.ดร.ปิยะรัตน์  นิ่มพิทักษ์พงศ์</p>
<p>- ผลิตภัณฑ์ยาสูบใหม่ โดย ทพญ.วิกุล  วิสาลเสสถ์</p>
<p>- กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดของบริษัทบุหรี่ โดย ผศ.ดร.กิตติ กันภัย</p>
<p>- มุมมองภาคธุรกิจกับการจัดงาน Tabinfo โดย ศาสตราภิชานไกรฤทธิ์ บุญเกียรติ</p>
<p>ดำเนินการอภิปรายโดย คุณศรีสุภางค์  ธรรมาวุธ  ผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์สีช่อง 7</p>
<p> </p>
<p>10.45-10.55 น.               พักรับประทานอาหารว่าง</p>
<p> </p>
<p>10.55-12.30 น.               ประชุมกลุ่มย่อยเพื่อระดมความคิดเห็น  (3 ห้อง)</p>
<p><strong>ห้องที่ 1</strong><strong>    “ควันบุหรี่มือสอง”</strong></p>
<ul>
<li>บ้านปลอดบุหรี่ โดย รศ.พญ.มุกดา หวังวีรวงศ์  สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี</li>
<li>สถานีตำรวจปลอดบุหรี่  โดย พล.ต.ต.สมชาย  มหาวันสุ</li>
<li>โรงแรมปลอดบุหรี่  โดย ผศ.ดร.จิรพล  สินธุนาวา  มูลนิธิใบไม้เขียว</li>
<li>โรงเรียนปลอดบุหรี่ โดย  อาจารย์ศุภรัตน์  ตันติเวชวงศ์</li>
<li>จังหวัดปลอดบุหรี่  โดย นพ.บุญเติม ตันสุรัตน์  นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย</li>
</ul>
<p>ดำเนินการอภิปรายโดย  รศ.ธราดล  เก่งการพานิช       </p>
<p> </p>
<p><strong>   ห้องที่ 2     เสวนา </strong><strong>“การขึ้นภาษีและการจัดการปัญหาบุหรี่เถื่อน”</strong></p>
<ul>
<li>การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตบุหรี่ การขึ้นภาษี และการจัดการบุหรี่เถื่อน โดย ดร.ชลธารวิศรุตวงศ์</li>
<li>ผลของการขึ้นภาษีสรรพสามิตบุหรี่ต่อพฤติกรรมการสูบบุหรี่ โดย ดร.ศรัญญาเบญจกุล และผศ.ดร.มณฑา เก่งการพานิช </li>
<li>การวิเคราะห์ปริมาณบุหรี่ผิดกฎหมายในประเทศไทย โดย ดร.ภิฤดี  ภวนานันท์ </li>
</ul>
<p>ดำเนินการอภิปรายโดย รศ.ดร.สุชาดา  ตั้งทางธรรม</p>
<p>                 </p>
<p><strong>   ห้องที่ 3</strong><strong>    “บุหรี่มวนเอง”</strong></p>
<ul>
<li>เส้นทางยาเส้น : เกษตรกรผู้ปลูก ผู้ผลิตยาเส้น ผู้จำหน่าย และผู้บริโภคบุหรี่มวนเอง  โดย รศ.ดร.บัวพันธ์ พรหมพักพิง           </li>
<li>ผลกระทบของบุหรี่มวนเองต่อสุขภาพ โดย ผศ.นพ.สุทัศน์  รุ่งเรืองหิรัญญา</li>
<li>ภาษีบุหรี่มวนเอง  โดย รศ.ดร.อิศรา  ศานติศาสน์</li>
<li>การบริโภคยาสูบพื้นบ้านกรณีภาคเหนือ  โดย รศ.ดร.ปรีชา  อุปโยคิน</li>
</ul>
<p>ดำเนินการอภิปรายโดย คุณศิริชัย พรรณธนะ</p>
<p> </p>
<p>12.30-13.30 น.               พักรับประทานอาหารกลางวัน</p>
<p> </p>
<p>13.30 -14.30 น.             ปาฐกถา เรื่อง “การรับมือกับการคุกคามอุตสาหกรรมยาสูบ”</p>
<p>                                    โดย  ศ.นพ.อุดมศิลป์   ศรีแสงนาม</p>
<p>14.30 -15.30 น.              การแถลงการณ์ร่วม  โดย ประธานหรือตัวแทนแต่ละเครือข่ายวิชาชีพ ฯ</p>
<p>                                    ผู้อ่านร่างปฏิญญา : ศ.พญ.สมศรี เผ่าสวัสดิ์</p>
<p>                                               </p>
<p>หมายเหตุ  กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม</p>
<p>ที่มา  <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%aa"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with สสส">สสส</a></p>
<p><map name='google_ad_map_1953_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/1953?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_1953_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=1953&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25a0%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%259e%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25ab%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b4.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/category/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86" title="กิจกรรมต่างๆ" rel="tag">กิจกรรมต่างๆ</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/gerneral" title="ทั่วไป" rel="tag">ทั่วไป</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88" title="บุหรี่" rel="tag">บุหรี่</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c" title="ประชาสัมพันธ์" rel="tag">ประชาสัมพันธ์</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3" title="ประชุมวิชาการ" rel="tag">ประชุมวิชาการ</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%aa" title="สสส" rel="tag">สสส</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e" title="สุขภาพ" rel="tag">สุขภาพ</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อันตรายจากบุหรี่</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 15 Jun 2009 03:04:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[บุหรี่]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[อันตราย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/?p=979</guid>
		<description><![CDATA[สูบบุหรี่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ เพราะในบุหรี่ประกอบไปด้วยสารพิษต่าง ๆ มากมายหลายชนิด และมีผลต่อสุขภาพทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม สารพิษที่มีอันตรายร้ายแรงต่อร่างกายมีอยู่ 3 กลุ่มด้วยกันคือ กลุ่มแรกได้แก่ ทาร์หรือน้ำมันดิน ที่เราเห็นเป็นคราบบุหรี่นั่นเอง กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มของไฮโดรคาร์บอนที่รวมตัวกันเป็นสารที่มีความเหนียวติดอยู่กับเนื้อปอด มีคุณสมบัติเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่สองเป็นนิโคติน มีผลทำให้เสพติดได้ มีฤทธิ์ต่อสมองและระบบประสาทส่วนกลาง มีผลต่อระบบทางเดินอาหาร ระบบหัวใจและการไหลเวียนของโลหิต ส่วนกลุ่มที่สามเป็นก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งขัดขวางการรับออกซิเจนของเม็ดเลือดแดง และทำให้ไขมันพอกพูนตามผนังเส้นเลือดมากขึ้น
 จะเห็นได้ว่าบุหรี่มีผลต่อร่างกายในทางไม่ดีเกือบทุกระบบ ดังนั้นคำเตือนที่พิมพ์บนซองบุหรี่ที่ขายในประเทศไทยขณะนี้มี 10 ประโยค ซึ่งเป็นข้อสรุปดังนี้คือ
 

การสูบบุหรี่ทำให้เกิดมะเร็งปอด 

 

การสูบบุหรี่ทำให้เกิดโรคหัวใจ 

 

การสูบบุหรี่ทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง 

 

การสูบบุหรี่ทำให้หลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน 

 

การสูบบุหรี่เป็นการตายผ่อนส่ง 

 

การสูบบุหรี่เป็นการติดสิ่งเสพติด 

 

ควันบุหรี่เป็นอันตรายต่อผู้ใกล้ชิด 

 

การเลิกบุหรี่ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคร้าย 

 

ควันบุหรี่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ 

 

การเลิกสูบบุหรี่ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น 

 
คำเตือนเหล่านี้เป็นคำเตือนมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลก และมีหลักฐานในการเกิดโรคต่าง ๆ ชัดเจน โปรดช่วยกันในการทำให้ปริมาณการสูบบุหรี่ลดน้อยลง ร่างกายของมนุษย์เราทุก ๆ คน ก็จะดีขึ้นไปพร้อม ๆ กัน เพราะควันพิษจากการสูบบุหรี่ในทุกหนทุกแห่งลดน้อยลง




	Tags: ทั่วไป, บุหรี่, สุขภาพ, อันตราย
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สูบบุหรี่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ เพราะในบุหรี่ประกอบไปด้วยสารพิษต่าง ๆ มากมายหลายชนิด และมีผลต่อสุขภาพทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม สารพิษที่มีอันตรายร้ายแรงต่อร่างกายมีอยู่ 3 กลุ่มด้วยกันคือ กลุ่มแรกได้แก่ ทาร์หรือน้ำมันดิน ที่เราเห็นเป็นคราบบุหรี่นั่นเอง กลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มของไฮโดรคาร์บอนที่รวมตัวกันเป็นสารที่มีความเหนียวติดอยู่กับเนื้อปอด มีคุณสมบัติเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่สองเป็นนิโคติน มีผลทำให้เสพติดได้ มีฤทธิ์ต่อสมองและระบบประสาทส่วนกลาง มีผลต่อระบบทางเดินอาหาร ระบบหัวใจและการไหลเวียนของโลหิต ส่วนกลุ่มที่สามเป็นก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งขัดขวางการรับออกซิเจนของเม็ดเลือดแดง และทำให้ไขมันพอกพูนตามผนังเส้นเลือดมากขึ้น</p>
<p> จะเห็นได้ว่าบุหรี่มีผลต่อร่างกายในทางไม่ดีเกือบทุกระบบ ดังนั้นคำเตือนที่พิมพ์บนซองบุหรี่ที่ขายในประเทศไทยขณะนี้มี 10 ประโยค ซึ่งเป็นข้อสรุปดังนี้คือ</p>
<p> </p>
<ul>
<li><strong>การสูบบุหรี่ทำให้เกิดมะเร็งปอด </strong></li>
</ul>
<p> </p>
<ul>
<li><strong>การสูบบุหรี่ทำให้เกิดโรคหัวใจ </strong></li>
</ul>
<p> </p>
<ul>
<li><strong>การสูบบุหรี่ทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง </strong></li>
</ul>
<p> </p>
<ul>
<li><strong>การสูบบุหรี่ทำให้หลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน </strong></li>
</ul>
<p> </p>
<ul>
<li><strong>การสูบบุหรี่เป็นการตายผ่อนส่ง </strong></li>
</ul>
<p> </p>
<ul>
<li><strong>การสูบบุหรี่เป็นการติดสิ่งเสพติด </strong></li>
</ul>
<p> </p>
<ul>
<li><strong>ควันบุหรี่เป็นอันตรายต่อผู้ใกล้ชิด </strong></li>
</ul>
<p> </p>
<ul>
<li><strong>การเลิกบุหรี่ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคร้าย </strong></li>
</ul>
<p> </p>
<ul>
<li><strong>ควันบุหรี่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ </strong></li>
</ul>
<p> </p>
<ul>
<li><strong>การเลิกสูบบุหรี่ทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น</strong> </li>
</ul>
<p> </p>
<p>คำเตือนเหล่านี้เป็นคำเตือนมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลก และมีหลักฐานในการเกิดโรคต่าง ๆ ชัดเจน โปรดช่วยกันในการทำให้ปริมาณการสูบบุหรี่ลดน้อยลง ร่างกายของมนุษย์เราทุก ๆ คน ก็จะดีขึ้นไปพร้อม ๆ กัน เพราะควันพิษจากการสูบบุหรี่ในทุกหนทุกแห่งลดน้อยลง</p>
<p><map name='google_ad_map_979_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/979?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_979_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=979&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/category/gerneral" title="ทั่วไป" rel="tag">ทั่วไป</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88" title="บุหรี่" rel="tag">บุหรี่</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e" title="สุขภาพ" rel="tag">สุขภาพ</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2" title="อันตราย" rel="tag">อันตราย</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>‘สื่อ’ &#8211; สร้าง &#8211; “สุข”!!</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e2%80%98%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e2%80%99-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e2%80%9c%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e2%80%9d.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e2%80%98%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e2%80%99-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e2%80%9c%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e2%80%9d.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 10 Jun 2009 03:35:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[สื่อสร้างสุข]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ออกกำลังการ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/?p=909</guid>
		<description><![CDATA[“แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย” วลีเด็ดที่ติดหูติดปาก และติดตรึงในความทรงจำของคนไทย!!
 
          ด้วยอัตราเฉลี่ยการออกกำลังกายของคนไทยในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 34% นับเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลียและอังกฤษ ซึ่งมีอัตราผู้ออกกำลังกายเป็นประจำมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมด ที่สำคัญเมื่อเปรียบเทียบตามอายุแล้วพบว่า เมื่อมีอายุมากขึ้นอัตราการออกกำลังกายจะลดลงอย่างน่าตกใจ&#8230;!!
 
          ผลการศึกษาที่ผ่านมายังระบุว่า ในช่วง “วัยเด็ก” คนไทยออกกำลังกายในอัตราที่สูงและมีสมรรถภาพทางกายดีเทียบเท่ากับเยาวชนของประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ เช่น สวีเดนและญี่ปุ่น
 
          แต่เมื่อเรียนอยู่ในระดับสูงขึ้น คนไทยกลับออกกำลังกายลดลง และเมื่อจบการศึกษาออกไปทำงานก็ยิ่งห่างเหินการออกกำลังกาย เท่ากับว่า&#8230;ยิ่งโตยิ่งห่างเหิน&#8230;สาเหตุที่กลายเป็นข้ออ้างสำคัญคือ คำว่า “ไม่มีเวลา”

 
          หากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป&#8230;ปริมาณของการป่วยเป็นโรคและปัญหาอื่นๆ เช่น ความอ้วน ความขี้เกียจจะตามมาเรื่อยๆ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยวิธีการที่เหมาะสมเป็น 1 ในองค์ประกอบที่ทำให้ร่างกายเกิดพัฒนาการอย่างมีคุณภาพ และมีสุขภาพแข็งแรงในระยะยาว
 
          เพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนให้เห็นความสำคัญของการออกกำลังกาย สสส.และภาคีเครือข่ายของแผนงานการส่งเสริมการเล่นกีฬาและออกกำลังกาย จึงได้ทำงานรณรงค์ผ่านการสื่อสารและกิจกรรมการออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ โดยมีรูปแบบการสื่อสารรณรงค์ผ่านสื่อหลักอย่างสม่ำเสมอ
 
          บัดนี้&#8230;การสื่อสารรณรงค์ส่งเสริมการออกกำลังกาย ของ สสส. อาจเรียกได้ว่าประสบผลสำเร็จในทางที่จะสร้างการรับรู้แก่ประชาชน&#8230;หากแต่ที่สุดแล้ว&#8230;ผลสำเร็จที่น่ายินดีกว่านั้นคือ “การมีสุขภาวะที่ดีของประชาชน” หาใช่การรับรู้เพียงอย่างเดียว แต่ยังไม่เกิดการ “ขยับ” หรือ “ออกกำลังกาย”
 
          เพราะคำตอบสุดท้ายของวันนี้คือ “ความสุข” ที่ทุกคนจะได้จากการมี “สุขภาพ” ที่ดี!!
 
          ย้อนรอย “ขยับ = ออกกำลังกาย”
 
          [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="font-size: x-small; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย</span>”</span></strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> <span lang="TH">วลีเด็ดที่ติดหูติดปาก และติดตรึงในความทรงจำของคนไทย!!</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">          </span>ด้วยอัตราเฉลี่ยการออกกำลังกายของคนไทยในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">34%<span lang="TH"> นับเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก เมื่อเทียบกับต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลียและอังกฤษ ซึ่งมีอัตราผู้ออกกำลังกายเป็นประจำมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมด ที่สำคัญเมื่อเปรียบเทียบตามอายุแล้วพบว่า เมื่อมีอายุมากขึ้นอัตราการออกกำลังกายจะลดลงอย่างน่าตกใจ&#8230;!!</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">          </span>ผลการศึกษาที่ผ่านมายังระบุว่า ในช่วง </span><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">วัยเด็ก</span>” </span></strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">คนไทยออกกำลังกายในอัตราที่สูงและมีสมรรถภาพทางกายดีเทียบเท่ากับเยาวชนของประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ เช่น สวีเดนและญี่ปุ่น</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">          </span>แต่เมื่อเรียนอยู่ในระดับสูงขึ้น คนไทยกลับออกกำลังกายลดลง และเมื่อจบการศึกษาออกไปทำงานก็ยิ่งห่างเหินการออกกำลังกาย เท่ากับว่า&#8230;<em>ยิ่งโตยิ่งห่างเหิน</em>&#8230;สาเหตุที่กลายเป็นข้ออ้างสำคัญคือ คำว่า </span><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">ไม่มีเวลา</span>”</span></strong></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><strong></strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"><span id="more-909"></span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">          </span>หากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป&#8230;ปริมาณของการป่วยเป็นโรคและปัญหาอื่นๆ เช่น ความอ้วน ความขี้เกียจจะตามมาเรื่อยๆ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยวิธีการที่เหมาะสมเป็น </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">1<span lang="TH"> ในองค์ประกอบที่ทำให้ร่างกายเกิดพัฒนาการอย่างมีคุณภาพ และมีสุขภาพแข็งแรงในระยะยาว</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">          </span>เพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนให้เห็นความสำคัญของการออกกำลังกาย <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%aa%e0%b8%aa"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with สสส">สสส</a>.และภาคีเครือข่ายของแผนงานการส่งเสริมการเล่นกีฬาและออกกำลังกาย จึงได้ทำงานรณรงค์ผ่านการสื่อสารและกิจกรรมการออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ โดยมีรูปแบบการสื่อสารรณรงค์ผ่านสื่อหลักอย่างสม่ำเสมอ</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">          </span>บัดนี้&#8230;การสื่อสารรณรงค์ส่งเสริมการออกกำลังกาย ของ สสส. อาจเรียกได้ว่าประสบผลสำเร็จในทางที่จะสร้างการรับรู้แก่ประชาชน&#8230;หากแต่ที่สุดแล้ว&#8230;ผลสำเร็จที่น่ายินดีกว่านั้นคือ </span><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">การมีสุขภาวะที่ดีของประชาชน</span>”</span></strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> <span lang="TH">หาใช่การรับรู้เพียงอย่างเดียว แต่ยังไม่เกิดการ </span><strong>“<span lang="TH">ขยับ</span>”</strong> <span lang="TH">หรือ </span><strong>“<span lang="TH">ออกกำลังกาย</span>”</strong></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">          </span>เพราะคำตอบสุดท้ายของวันนี้คือ </span><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">ความสุข</span>”</span></strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> <span lang="TH">ที่ทุกคนจะได้จากการมี </span><strong>“<span lang="TH"><a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with สุขภาพ">สุขภาพ</a></span>”</strong> <span lang="TH">ที่ดี!!</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; color: #ff6600; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">         </span><span style="mso-spacerun: yes;"> </span>ย้อนรอย </span><strong><span style="font-size: 10pt; color: #ff6600; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">ขยับ = ออกกำลังกาย</span>”</span></strong><span style="font-size: 10pt; color: #ff6600; font-family: Tahoma;"></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">          </span>ปี </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">2548<span lang="TH"> นับเป็นจุดเริ่มต้นครั้งแรกที่<strong>สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)</strong> เปิดตัวแคมเปญรณรงค์การออกกำลังกายเพื่อกระตุ้นคนไทย</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">          </span>โดยเป็นการสื่อสารเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย ด้วยการเปรียบการออกกำลังกายเป็นยารักษาโรคที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นโรคทางกาย โรคทางใจ และมีผลต่อความสวยงามเปล่งปลั่งจากสุขภาพที่ดี การสื่อสารรณรงค์ผ่านสื่อสปอตโทรทัศน์ </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">3<span lang="TH"> ชุด ได้แก่ </span><strong>“<span lang="TH">จ่ายยา</span>” “<span lang="TH">อกหัก</span>” </strong><span lang="TH">และ </span><strong>“<span lang="TH">เครื่องสำอาง</span>”</strong></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">          </span>ด้วยแนวคิดหลักการออกกำลังกายเป็นยารักษาโรคที่ดีที่สุด พร้อมตั้งคำถามกับกลุ่มเป้าหมาย </span><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">วันนี้คุณออกกำลังกายหรือยัง</span>”</span></strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">          </span>ต่อมาในปี </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">2550<span lang="TH"> วลี </span><strong>“<span lang="TH">แค่ขยับ = ออกกำลังกาย</span>”</strong> <span lang="TH">ถูกโหมผ่านหน้าสื่อโทรทัศน์ สร้างความสนใจและกระแสตอบรับดีมาก</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">          </span>แค่ขยับ = ออกกำลังกาย กลายเป็น </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">1<span lang="TH"> ในยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ สสส. คือ การสนับสนุนปัจจัยเสริมของการสร้างเสริมสุขภาพ ได้แก่ การออกกำลังกาย</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">          </span>โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนในสังคมตระหนักถึงความสำคัญของกีฬาและการออกกำลังกาย และเริ่มปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิต (</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">Lifestyle) <span lang="TH">ให้การออกกำลังกายเป็นส่วนสำคัญของกิจกรรมประจำวัน</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">          </span>โครงการสื่อสารรณรงค์แค่ขยับ = ออกกำลังกาย เกิดจากการค้นพบสาเหตุสำคัญของการไม่ออกกำลังกายของคนไทย ได้แก่ การอ้างว่า </span><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">ไม่มีเวลา</span>”</span></strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> <span lang="TH">ซึ่งเป็นข้ออ้างหลักในการไม่ออกกำลังกาย</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">          </span>การสื่อสารรณรงค์จึงมุ่งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้กลุ่มเป้าหมายหันมาออกกำลังกายในชีวิตประจำวันมากขึ้น ด้วยการผนวกการออกกำลังกายเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน รวมถึงการเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวัน (</span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">Physical Activity) <span lang="TH">และลดการใช้เครื่องทุ่นแรงหันมาเดิน วิ่ง มากขึ้น และกระทำบ่อยๆ จนเกิดเป็นนิสัยในที่สุด</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH"><span style="mso-spacerun: yes;">          </span>รูปแบบการสื่อสารรณรงค์ใช้แนวคิด </span><strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">“<span lang="TH">แค่ขยับ = ออกกำลังกาย</span>” </span></strong><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;" lang="TH">ผ่านสปอตโทรทัศน์ </span><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;">3<span lang="TH"> ชุด คือ </span><strong>“<span lang="TH">ลิฟต์</span>” “<span lang="TH">กวาดบ้าน</span>” “<span lang="TH">ถูพื้น</span>”</strong> <span lang="TH">ซึ่งสื่อสารให้เห็นถึงรูปแบบการออกกำลังกายในชีวิตประจำวัน เช่น การเดินขึ้นบันได การทำงานบ้าน</span></span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><span style="font-size: 10pt; font-family: Tahoma;"> </span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt;"><strong><span style="font-size: 10pt; color: blue; font-family: Tahoma;" lang="TH">ที่มา</span></strong><strong><span style="font-size: 10pt; color: blue; font-family: Tahoma;">:</span></strong><span style="font-size: 10pt; color: blue; font-family: Tahoma;"> <span lang="TH">หนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์</span></span></p>
<p><map name='google_ad_map_909_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/909?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_909_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=909&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e2%2580%2598%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e2%2580%2599-%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587-%25e2%2580%259c%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2582%25e2%2580%259d.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/category/gerneral" title="ทั่วไป" rel="tag">ทั่วไป</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c" title="ประชาสัมพันธ์" rel="tag">ประชาสัมพันธ์</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82" title="สื่อสร้างสุข" rel="tag">สื่อสร้างสุข</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e" title="สุขภาพ" rel="tag">สุขภาพ</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3" title="ออกกำลังการ" rel="tag">ออกกำลังการ</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e2%80%98%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e2%80%99-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e2%80%9c%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e2%80%9d.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การวิจัยพบว่า</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 May 2009 08:35:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ซุปเปอร์มาร์เกต]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[ส่วนลด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/?p=752</guid>
		<description><![CDATA[การวิจัยพบว่าส่วนลดในซุปเปอร์มาร์เกต
ทำให้คนเลือกของที่ไม่ดีกับสุขภาพ


การวิจัยในประเทศนิวซีแลนด์นั้นพบว่านักช๊อปทั้งหลายนั้นอาจจะถูกกระตุ้นให้ซื้อเครื่องเดิมที่เติมน้ำตาลและมีแคลอรี่สูงด้วยส่วนลดและโปรโมชั่นต่างๆ
งานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร Nutrition &#38; Dietetics โดย Wiley-Blackwell นั้นพบว่าเครื่องดื่มสุขภาพนั้นมีแนวโน้มที่จะถูกลดในซุปเปอร์มาร์เก็ตน้อยกว่า รวมถึงปริมาณของส่วนลดในผลิตภัณฑ์ที่มีไขมัน น้ำตาล และพลังงานสูงนั้นก็จะมากกว่าด้วย โดยนักวิจัยได้สำรวจส่วนต่างๆกว่า 1,500 รายการในช่วงเวลาหนึ่งเดือนกับซุปเปอร์มาร์เก็ตสี่แห่งทั่วรัฐ Wellington และได้พบว่า เพียง 15 เปอร์เซนต์ของเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ที่ได้ส่วนลดนั้นอยู่ในพวกเครื่องดื่มสุขภาพ
โดยผู้เริ่มวิจัยได้บอกว่างานวิจัยของเขาแสดงให้เห็นว่าเครื่องดื่มสุขภาพนั้นถูกลดราคาลงบ่อยน้อยกว่าเครื่องดื่มอื่นๆ แต่ว่าเครื่องดื่มประเภทนี้ก็มีอยู่ในตลาดจำนวนมากกว่าเครื่องดื่มสุขภาพอยู่แล้ว และมันอาจจะอธิบายความแตกต่างที่เกิดขึ้นได้บางส่วน
ด้วยผลกระทบของส่วนลดที่มีต่อสิ่งที่นักช๊อปซื้อแล้ว ซุปเปอร์มาร์เก็ตอาจจะทำการโปรโมทสินค้าสุขภาพโดยลดผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพและมีไขมันกับน้ำตาลน้อยได้ ซึ่งมันจะทำให้นักช๊อปทั้งหลายแหล่หันหาตัวเลือกที่ได้สุขภาพดีกว่า อีกทั้งยังเป็นก้าวที่สำคัญที่จะจัดการกับปัญหาน้ำหนักเกินและโรคอ้วนด้วย
ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของวิธีการจัดการโรคอ้วนที่ครอบคลุมนั้น ได้มีการเรียกร้องอาหารสุขภาพให้มีพร้อมมากขึ้นและมีราคาที่อยู่ในเกณฑ์ที่พอซื้อได้สำหรับชาวออสเตรเลียทุกคน, กฏระเบียบของรัฐบาลในการทำการตลาดอาหารที่เข้มงวดขึ้น และข้อมูลสารอาหารที่ชัดเจนขึ้นบนฉลากอาหาร
เครื่องดื่มที่ถูกจัดอยู่ในอาหารสุขภาพนั้นก็เป็นพวกน้ำ นมพร่องมันเนย และพวกนมถั่วเหลืองพร่องมันเนย ส่วนพวกที่ไม่ใช่เครื่องดื่มสุขภาพก็จะเป็นพวกน้ำอัดลมรสหวาน เครื่องดื่มหลังการออกกำลังกาย น้ำผ่านการแต่งสีปรุงรสต่างๆ รวมถึงพวกเหล้าสุราด้วย
ที่มา วิชาการ.คอม





	Tags: ซุปเปอร์มาร์เกต, ทั่วไป, สุขภาพ, ส่วนลด
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h2 style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; LINE-HEIGHT: 200%"><span style="FONT-SIZE: 18pt; FONT-FAMILY: 'Angsana New'; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'" lang="TH">การวิจัยพบว่าส่วนลดในซุปเปอร์มาร์เกต</span><span style="FONT-SIZE: 18pt"></span></h2>
<h2 style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; LINE-HEIGHT: 200%"><span style="FONT-SIZE: 18pt; FONT-FAMILY: 'Angsana New'; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'" lang="TH">ทำให้คนเลือกของที่ไม่ดีกับสุขภาพ</span></h2>
<h2 style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; LINE-HEIGHT: 200%"></h2>
<h2 style="MARGIN: 0cm 0cm 0pt; LINE-HEIGHT: 200%"><span style="FONT-SIZE: 18pt; FONT-FAMILY: 'Angsana New'; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'" lang="TH"></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: 150%;"><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-font-size: 12.0pt;" lang="TH">การวิจัยในประเทศนิวซีแลนด์นั้นพบว่านักช๊อปทั้งหลายนั้นอาจจะถูกกระตุ้นให้ซื้อเครื่องเดิมที่เติมน้ำตาลและมีแคลอรี่สูงด้วยส่วนลดและโปรโมชั่นต่างๆ</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-font-size: 12.0pt;" lang="TH">งานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ลงในวารสาร</span><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;"> Nutrition &amp; Dietetics </span><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-font-size: 12.0pt;" lang="TH">โดย </span><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">Wiley-Blackwell </span><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-font-size: 12.0pt;" lang="TH">นั้นพบว่าเครื่องดื่มสุขภาพนั้นมีแนวโน้มที่จะถูกลดในซุปเปอร์มาร์เก็ตน้อยกว่า</span><span lang="TH"><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;"> </span></span><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-font-size: 12.0pt;" lang="TH">รวมถึงปริมาณของส่วนลดในผลิตภัณฑ์ที่มีไขมัน น้ำตาล</span><span lang="TH"><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;"> </span></span><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-font-size: 12.0pt;" lang="TH">และพลังงานสูงนั้นก็จะมากกว่าด้วย โดยนักวิจัยได้สำรวจส่วนต่างๆกว่า </span><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">1,500 </span><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-font-size: 12.0pt;" lang="TH">รายการในช่วงเวลาหนึ่งเดือนกับซุปเปอร์มาร์เก็ตสี่แห่งทั่วรัฐ </span><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">Wellington </span><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-font-size: 12.0pt;" lang="TH">และได้พบว่า เพียง </span><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">15 </span><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-font-size: 12.0pt;" lang="TH">เปอร์เซนต์ของเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ที่ได้ส่วนลดนั้นอยู่ในพวกเครื่องดื่มสุขภาพ</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-font-size: 12.0pt;" lang="TH">โดยผู้เริ่มวิจัยได้บอกว่างานวิจัยของเขาแสดงให้เห็นว่าเครื่องดื่มสุขภาพนั้นถูกลดราคาลงบ่อยน้อยกว่าเครื่องดื่มอื่นๆ</span><span lang="TH"><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;"> </span></span><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-font-size: 12.0pt;" lang="TH">แต่ว่าเครื่องดื่มประเภทนี้ก็มีอยู่ในตลาดจำนวนมากกว่าเครื่องดื่มสุขภาพอยู่แล้ว</span><span lang="TH"><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;"> </span></span><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-font-size: 12.0pt;" lang="TH">และมันอาจจะอธิบายความแตกต่างที่เกิดขึ้นได้บางส่วน</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-font-size: 12.0pt;" lang="TH">ด้วยผลกระทบของส่วนลดที่มีต่อสิ่งที่นักช๊อปซื้อแล้ว</span><span lang="TH"><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;"> </span></span><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-font-size: 12.0pt;" lang="TH">ซุปเปอร์มาร์เก็ตอาจจะทำการโปรโมทสินค้าสุขภาพโดยลดผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพและมีไขมันกับน้ำตาลน้อยได้</span><span lang="TH"><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;"> </span></span><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-font-size: 12.0pt;" lang="TH">ซึ่งมันจะทำให้นักช๊อปทั้งหลายแหล่หันหาตัวเลือกที่ได้สุขภาพดีกว่า</span><span lang="TH"><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;"> </span></span><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-font-size: 12.0pt;" lang="TH">อีกทั้งยังเป็นก้าวที่สำคัญที่จะจัดการกับปัญหาน้ำหนักเกินและโรคอ้วนด้วย</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-font-size: 12.0pt;" lang="TH">ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของวิธีการจัดการโรคอ้วนที่ครอบคลุมนั้น</span><span lang="TH"><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;"> </span></span><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-font-size: 12.0pt;" lang="TH">ได้มีการเรียกร้องอาหารสุขภาพให้มีพร้อมมากขึ้นและมีราคาที่อยู่ในเกณฑ์ที่พอซื้อได้สำหรับชาวออสเตรเลียทุกคน</span><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;">, </span><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-font-size: 12.0pt;" lang="TH">กฏระเบียบของรัฐบาลในการทำการตลาดอาหารที่เข้มงวดขึ้น</span><span lang="TH"><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;"> </span></span><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-font-size: 12.0pt;" lang="TH">และข้อมูลสารอาหารที่ชัดเจนขึ้นบนฉลากอาหาร</span></p>
<p><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-font-size: 12.0pt;" lang="TH">เครื่องดื่มที่ถูกจัดอยู่ในอาหารสุขภาพนั้นก็เป็นพวกน้ำ</span><span lang="TH"><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;"> </span></span><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-font-size: 12.0pt;" lang="TH">นมพร่องมันเนย และพวกนมถั่วเหลืองพร่องมันเนย</span><span lang="TH"><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;"> </span></span><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-font-size: 12.0pt;" lang="TH">ส่วนพวกที่ไม่ใช่เครื่องดื่มสุขภาพก็จะเป็นพวกน้ำอัดลมรสหวาน</span><span lang="TH"><span style="font-size: small; font-family: Times New Roman;"> </span></span><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-font-size: 12.0pt;" lang="TH">เครื่องดื่มหลังการออกกำลังกาย น้ำผ่านการแต่งสีปรุงรสต่างๆ รวมถึงพวกเหล้าสุราด้วย</span></p>
<p class="MsoNormal" style="margin: 0cm 0cm 0pt; line-height: 150%;"><span style="font-size: 14pt; font-family: &quot;Angsana New&quot;; mso-ascii-font-family: 'Times New Roman'; mso-hansi-font-family: 'Times New Roman'; mso-ansi-font-size: 12.0pt;" lang="TH">ที่มา วิชาการ.คอม</span><span style="font-size: 16pt;"></span></p>
<p></span></h2>
<p><map name='google_ad_map_752_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/752?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_752_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=752&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25a7%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%8b%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%95" title="ซุปเปอร์มาร์เกต" rel="tag">ซุปเปอร์มาร์เกต</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/gerneral" title="ทั่วไป" rel="tag">ทั่วไป</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e" title="สุขภาพ" rel="tag">สุขภาพ</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b8%94" title="ส่วนลด" rel="tag">ส่วนลด</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สาระน่ารู้ด้านสุขภาพ</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 28 May 2009 03:23:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ควัญบุหรี่มือ 2]]></category>
		<category><![CDATA[สาระน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/?p=739</guid>
		<description><![CDATA[ควันบุหรี่มือสอง บุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญอันดับสองของการเสียชีวิตทั่วโลก ปัจจุบันพบคนสูบบุหรี่ทั่วโลกเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ประมาณ 650 ล้านคน ในแต่ละปีมีคนไม่สูบบุหรี่หลายแสนคนต้องเสียชีวิตด้วยโรคที่เกิดจากการได้รับควันบุหรี่มือสอง ควันบุหรี่ในบรรยากาศ หรือควันบุหรี่มือสอง เกิดขึ้นจากสองแหล่ง คือ ควันบุหรี่ที่ผู้สูบบุหรี่พ่นออกมา และควันบุหรี่ที่ลอยจากตอนปลายมวนบุหรี่ และทันทีที่บุหรี่ถูกจุดขึ้น การเผาไหม้ของมวนบุหรี่จะทำให้เกิดสารเคมีกว่า 4,000 ชนิด เป็นสารพิษมากกว่า 250 ชนิด และกว่า 50 ชนิด ที่เป็นสารพิษที่วงการแพทย์ระบุว่าเป็นสารก่อมะเร็ง
 
ในห้องที่มีผู้สูบบุหรี่ จะพบว่ามีควันบุหรี่เกิดขึ้นจาก 2 แหล่งด้วยกัน คือ ควันบุหรี่ที่ผู้สูบบุหรี่สูดเข้าไปแล้วพ่นออกมา ซึ่งประกอบด้วยสารพิษต่างๆ เช่นเดียวกับที่ผู้สูบบุหรี่ได้รับ แต่จะมีความเข้มข้นของสารพิษลดลงเนื่องจากปอดของผู้สูบบุหรี่ได้ดูดซึมสารพิษบางส่วนไว้แล้ว ได้แก่ นิโคติน คาร์บอนมอนอกไซด์ ทาร์ ไนโตรเจนไดออกไซด์ แอมโมเนีย เบนโซไพรีน แคดเมียม ฟอร์มอร์ลดีไฮด์ เป็นต้น อีกแหล่งหนึ่งเป็นควันบุหรี่จากปลายมวนบุหรี่ที่จุดทิ้งไว้ระหว่างสูบซึ่งจะมีความเข้มข้นของสารพิษมากขึ้น โดยพบว่า นิโคติน มีมากขึ้นเป็น 2 เท่า แอมโมเนีย มีมากขึ้นเป็น 73 เท่า คาร์บอนมอนอกไซด์ มีมากขึ้นเป็น 5 เท่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #800000;"><strong>ควันบุหรี่มือสอง </strong></span><span style="color: #333333;">บุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญอันดับสองของการเสียชีวิตทั่วโลก ปัจจุบันพบคนสูบบุหรี่ทั่วโลกเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ประมาณ 650 ล้านคน ในแต่ละปีมีคนไม่สูบบุหรี่หลายแสนคนต้องเสียชีวิตด้วยโรคที่เกิดจากการได้รับควันบุหรี่มือสอง ควันบุหรี่ในบรรยากาศ หรือควันบุหรี่มือสอง </span><span style="color: #008000;">เกิดขึ้นจากสองแหล่ง คือ ควันบุหรี่ที่ผู้สูบบุหรี่พ่นออกมา และควันบุหรี่ที่ลอยจากตอนปลายมวนบุหรี่ และทันทีที่บุหรี่ถูกจุดขึ้น การเผาไหม้ของมวนบุหรี่จะทำให้เกิดสารเคมีกว่า 4,000 ชนิด เป็นสารพิษมากกว่า 250 ชนิด และกว่า 50 ชนิด ที่เป็นสารพิษที่วงการแพทย์ระบุว่าเป็นสารก่อมะเร็ง</span></p>
<p> </p>
<p><span style="color: #333333;">ในห้องที่มีผู้สูบบุหรี่ จะพบว่ามีควันบุหรี่เกิดขึ้นจาก 2 แหล่งด้วยกัน คือ ควันบุหรี่ที่ผู้สูบบุหรี่สูดเข้าไปแล้วพ่นออกมา ซึ่งประกอบด้วยสารพิษต่างๆ เช่นเดียวกับที่ผู้สูบบุหรี่ได้รับ แต่จะมีความเข้มข้นของสารพิษลดลงเนื่องจากปอดของผู้สูบบุหรี่ได้ดูดซึมสารพิษบางส่วนไว้แล้ว ได้แก่ นิโคติน คาร์บอนมอนอกไซด์ ทาร์ ไนโตรเจนไดออกไซด์ แอมโมเนีย เบนโซไพรีน แคดเมียม ฟอร์มอร์ลดีไฮด์ เป็นต้น อีกแหล่งหนึ่งเป็นควันบุหรี่จากปลายมวนบุหรี่ที่จุดทิ้งไว้ระหว่างสูบซึ่งจะมีความเข้มข้นของสารพิษมากขึ้น โดยพบว่า นิโคติน มีมากขึ้นเป็น 2 เท่า แอมโมเนีย มีมากขึ้นเป็น 73 เท่า คาร์บอนมอนอกไซด์ มีมากขึ้นเป็น 5 เท่า เบนโซไพรีน มีมากขึ้นเป็น 3 เท่า ทาร์ มีมากขึ้นเป็น 2 เท่า และแคดเมียม มากขึ้น 3 เท่า</span></p>
<p><span id="more-739"></span></p>
<p><span style="color: #008000;">ควันบุหรี่ภายในอาคารที่ผู้สูบบุหรี่พ่นออกมา และจุดทิ้งไว้ระหว่างการสูบบุหรี่เป็นสารก่อมะเร็งกรุ๊ปเอ หรือชนิดที่ร้ายแรงที่สุด</span><span style="color: #333333;"> เนื่องจากประกอบด้วยสารพิษที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพมากกว่าจากแหล่งมลพิษอื่นๆ ภายในอาคาร เมื่อผู้ไม่สูบบุหรี่ได้รับควันบุหรี่เข้าสู่ร่างกายได้ไม่ได้สูบเองจึงเรียกว่าเป็นการสูบบุหรี่มือสอง ปริมาณควันบุหรี่ที่ผู้ไม่สูบบุหรี่ได้รับจะขึ้นกับจำนวนบุหรี่ที่มีการสูบในห้องนั้น ระยะเวลาที่อยู่ในห้องเดียวกัน ขนาดของห้องและการถ่ายเทอากาศของห้องนั้น</span></p>
<p align="center"><img src="http://www.bangkokhealth.com/cimages/World_No_Gobacco_Day01.jpg" border="0" alt="" width="376" height="294" /></p>
<p><strong><span style="color: #800000;">สารพิษที่พบในควันบุหรี่</span></strong></p>
<p><span style="color: #333333;">สารพิษที่พบในควันบุหรี่ ล้วนส่งผลต่อร่างกายอย่างร้ายแรง</span></p>
<ol>
<li><strong><span style="color: #006699;">นิโคติน</span></strong><span style="color: #333333;"> มีลักษณะคล้ายน้ำมัน ไม่มีสี เป็นสารที่ทำให้เกิดการเสพติดและทำให้เกิดโรคหัวใจ</span></li>
<li><strong><span style="color: #006699;">ทาร์ </span></strong><span style="color: #333333;">ประกอบด้วยสารหลายชนิด เป็นละอองเหลว เหนียว สีน้ำตาลคล้ายน้ำมันดิน สารก่อมะเร็งส่วนใหญ่จะอยู่ในสารทาร์นี้</span></li>
<li><strong><span style="color: #006699;">คาร์บอนมอนอกไซด์</span></strong><span style="color: #333333;"> เป็นก๊าซชนิดเดียวกับที่พ่นออกมาจากท่อไอเสียรถยนต์ ก๊าซนี้จะขัดขวางการลำเลียงออกซิเจนของเม็ดเลือดแดง</span></li>
<li><strong><span style="color: #006699;">ไฮโดรเจนไซยาไนด์</span></strong><span style="color: #333333;"> เป็นก๊าซที่ทำลายเยื่อบุหลอดลม และถุงลม ทำให้เกิดอาการไอ มีเสมหะ และหลอดลมอักเสบเรื้อรัง</span></li>
<li><strong><span style="color: #006699;">ไนโตรเจนไดออกไซด์</span></strong><span style="color: #333333;"> เป็นก๊าซที่ทำลายเยื่อบุหลอดลม และถุงลม ทำให้เป็นโรคถุงลมโป่งพอง</span></li>
<li><strong><span style="color: #006699;">แอมโมเนีย </span></strong><span style="color: #333333;">มีฤทธิ์ระคายเคืองเนื้อเยื่อ ทำให้แสบตา แสบจมูก หลอดลมอักเสบ</span></li>
<li><strong><span style="color: #006699;">ไซยาไนด์</span></strong><span style="color: #333333;"> เป็นสารพิษที่ใช้เป็นยาเบื่อหนู</span></li>
<li><strong><span style="color: #006699;">สารกัมมันตภาพรังสีโพโลเนียม–210 </span></strong><span style="color: #333333;">เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็ง</span></li>
<li><strong><span style="color: #006699;">ฟอร์มาร์ลดีไฮด์ </span></strong><span style="color: #333333;">เป็นสารที่ใช้ในการดองศพ</span></li>
</ol>
<p align="center"><img src="http://www.bangkokhealth.com/cimages/World_No_Gobacco_Day02.jpg" border="0" alt="" hspace="0" width="250" height="355" /></p>
<p><strong><span style="color: #800000;">สถานการณ์การได้รับควันบุหรี่มือสอง</span></strong></p>
<ol>
<li><span style="color: #333333;">คนไม่สูบบุหรี่ส่วนใหญ่ได้รับควันบุหรี่มือสอง</span></li>
<li><span style="color: #333333;">โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็ก และคนใกล้ชิดผู้สูบบุหรี่ เสี่ยงต่อการได้รับควันบุหรี่มือสองสูง ผู้ชายมีแนวโน้มได้รับควันบุหรี่มือสองมากกว่าผู้หญิง</span></li>
<li><span style="color: #333333;">ปัจจัยที่ทำให้เด็กได้รับควันบุหรี่มือสองมากที่สุด คือ พ่อแม่ที่สูบบุหรี่ และฐานะเศรษฐกิจของครอบครัวต่ำ</span></li>
<li><span style="color: #333333;">ในผู้ใหญ่ ปัจจัยที่ทำให้ได้รับควันบุหรี่มือสองมากที่สุด คือ คนสูบบุหรี่ที่อยู่บ้านเดียวกัน และฐานะเศรษฐกิจของครอบครัวต่ำ</span></li>
<li><span style="color: #333333;">ประชากรทุกกลุ่มอายุมีโอกาสได้รับควันบุหรี่มือสองที่มีแนวโน้มลดลงมาโดยตลอด</span></li>
<li><span style="color: #333333;">คนที่อยู่ในบ้านที่ไม่มีคนสูบบุหรี่ จะได้รับควันบุหรี่มือสองในระดับต่ำที่สุด</span></li>
<li><span style="color: #333333;">อัตราส่วนของบ้านที่มีคนสูบบุหรี่แต่ไม่สูบบุหรี่ในบ้านเพิ่มขึ้นจาก 22% ในปี 2539 เป็น 37% ในปี 2546 นั่นทำให้โอกาสได้รับควันบุหรี่มือสองน้อยลง</span></li>
<li><span style="color: #333333;">เป็นที่แจ้งชัดแล้วว่า บ้านเป็นแหล่งสำคัญของควันบุหรี่มือสองในผู้ใหญ่ กลุ่มที่ทำงานในสถานบริการ เช่น บาร์ ยังเป็นแหล่งของควันบุหรี่มือสองในระดับสูงมาก</span></li>
<li><span style="color: #333333;">จำนวนคนสูบบุหรี่ที่ลดลง กฎหมายห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ และการห้ามสูบบุหรี่ในบ้าน จะช่วยลดการได้รับควันบุหรี่มือสองลงได้ และช่วยป้องกันคนไม่สูบบุหรี่จากควันบุหรี่มือสองได้</span></li>
</ol>
<p align="center"><img src="http://www.bangkokhealth.com/cimages/World_No_Gobacco_Day03.jpg" border="0" alt="" width="400" height="267" /></p>
<p><strong><span style="color: #800000;">ผลของควันบุหรี่มือสองต่อสุขภาพของผู้ที่ได้รับควันบุหรี่</span></strong></p>
<ol>
<li><span style="color: #008000;">ผู้ใหญ่ที่ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน หรือที่ทำงาน วันละ 3 ชั่วโมงขึ้นไป จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้นร้อยละ 25-30</span><span style="color: #333333;"> เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นร้อยละ 20-30 จะมีอัตราการเป็นโรคมะเร็งที่ลำคอมากกว่าผู้ไม่ได้รับควันบุหรี่ 3 เท่า และเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งอื่นๆ มากกว่าคนปกติถึง 2 เท่า โดยควันบุหรี่มือสองก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบเลือดหัวใจทันทีที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง</span></li>
<li><span style="color: #333333;">หญิงมีครรภ์ และทารกที่ได้รับควันบุหรี่มืออย่างต่อเนื่อง</span><span style="color: #008000;"> จะมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนในระหว่างตั้งครรภ์ และคลอดบุตรได้ </span><span style="color: #333333;">โดยอาจมีอาการครรภ์เป็นพิษ แท้ง คลอดก่อนกำหนด และเกิดอาการไหลตายในเด็กสูงขึ้น</span></li>
<li><span style="color: #333333;">เด็กเล็กที่ได้รับควันบุหรี่มือสอง ก่อให้เกิดความเจ็บป่วยด้วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น หลอดลมอักเสบ และปลอดบวม สูงกว่าเด็กทั่วไป มีอัตราการเกิดโรคหืดเพิ่มขึ้น เกิดการติดเชื้อของหูส่วนกลาง ในระยะยาว เด็กที่ได้รับควันบุหรี่มือสองจะมีพัฒนาการของปอดน้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้รับควันบุหรี่</span></li>
<li><span style="color: #333333;">ควันบุหรี่มือสอง</span><span style="color: #008000;">เป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์</span><span style="color: #333333;"> เมื่อคนไม่สูบบุหรี่ได้รับควันบุหรี่มือสอง เขาได้สูดดมสารก่อมะเร็งเข้าสู่ร่างกายเช่นเดียวกับคนสูบบุหรี่ และไม่มีระดับที่ปลอดภัยจากการได้รับควันบุหรี่มือสอง แม้จะได้รับเพียงระยะเวลาสั้นๆ ก็เป็นอันตรายได้</span></li>
<li><span style="color: #333333;">โดยเฉลี่ยแล้วเด็กๆ จะได้รับควันบุหรี่มือสองมากกว่าผู้ใหญ่ที่ไม่สูบบุหรี่ </span><span style="color: #008000;">วิธีเดียวที่จะปกป้องครอบครัวของคุณจากควันบุหรี่มือสองได้ คือ การเลิกสูบบุหรี่</span></li>
</ol>
<p><strong><span style="color: #800000;">มาตรการป้องกันควันบุหรี่มือสองที่บ้าน</span></strong></p>
<ol>
<li><span style="color: #333333;">การได้รับควันบุหรี่มือสองที่บ้านเป็นอันตราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อเด็ก</span></li>
<li><span style="color: #333333;">ความตระหนักถึงผลกระทบของควันบุหรี่มือสองต่อสุขภาพของเด็กยังมีน้อยมาก</span></li>
<li><span style="color: #333333;">มาตรการที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการป้องกันเด็กจากการได้รับควันบุหรี่มือสองที่บ้านคือ พ่อแม่ และผู้ดูแลเด็กต้องเลิกสูบบุหรี่</span></li>
<li><span style="color: #333333;">ทางเลือกอื่นคือ การห้ามสูบบุหรี่ในบ้านอย่างเด็ดขาด ซึ่งจะขจัดควันบุหรี่มือสองได้อย่างมาก</span></li>
<li><span style="color: #333333;">การลดควันบุหรี่มือสองโดยการห้ามสูบบุหรี่ในบ้านเพียงบางที่บางส่วนที่ห่างจากเด็ก ไม่ใช่วิธีป้องกันที่ดี</span></li>
<li><span style="color: #333333;">มาตรการที่มุ่งที่การปรับพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของตัวบุคคลหรือคนในบ้าน และลดการสูบบุหรี่ในบ้าน โดยไม่มีการห้ามสูบบุหรี่ในบ้าน จะไม่มีผลกระทบต่อการได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน</span></li>
<li><span style="color: #333333;">การห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะลดโอกาสได้รับควันบุหรี่มือสองภายนอกบ้านของเด็ก</span></li>
<li><span style="color: #333333;">ยังไม่มีหลักฐานแสดงว่า การห้ามสูบบุหรี่ในที่ทำงาน และภายในอาคารสาธารณะ จะเพิ่มโอกาสได้รับควันบุหรี่มือสองของเด็กที่บ้าน</span></li>
<li><span style="color: #333333;">การห้ามสูบบุหรี่ในที่ทำงาน และภายในอาคารที่สาธารณะ ทำให้อัตราการสูบบุหรี่ลดลง และทำให้คนอยากเลิกสูบบุหรี่ นำไปสู่การลดควันบุหรี่มือสองที่บ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากทำไปพร้อมกับการให้ความรู้ถึงพิษภัยของการสูบบุหรี่ และการได้รับควันบุหรี่มือสอง</span></li>
<li><span style="color: #333333;">การช่วยให้คนเลิกสูบบุหรี่ทั้งระดับชุมชน และส่วนบุคคล ร่วมกับการห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการลดควันบุหรี่มือสองที่บ้าน</span></li>
</ol>
<p align="center"><img src="http://www.bangkokhealth.com/cimages/World_No_Gobacco_Day04.jpg" border="0" alt="" width="400" height="268" /></p>
<p><strong><span style="color: #800000;">ควันบุหรี่มือสอง ตัวการเลิกบุหรี่ไม่สำเร็จ</span></strong></p>
<p><span style="color: #333333;">ปัจจุบันพบว่าการได้รับควันบุหรี่มือสองเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้เลิกสูบบุหรี่กลับไปสูบใหม่ แหล่งควันบุหรี่มือสองที่สำคัญที่สุดคือ ในอาคาร และในบ้าน จากรายงานวิจัยในประเทศตุรกี ทำการศึกษาผู้ที่มารับการรักษาเพื่อเลิกบุหรี่ 169 คน โดยให้เข้าโปรแกรมเลิกบุหรี่ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และให้ยาช่วยอดบุหรี่จนเลิกบุหรี่ได้ ในการติดตามผลการรักษาต่อมาพบว่า 68 คนเลิกสูบบุหรี่ได้สำเร็จ ในขณะที่ 101 คนกลับไปสูบใหม่ การวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า การได้รับควันบุหรี่มือสองเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้เลิกสูบบุหรี่กลับไปสูบใหม่ </span><span style="color: #008000;">แหล่งควันบุหรี่มือสองที่สำคัญที่สุดคือ ในอาคารและในบ้าน และหากมีภรรยาที่สูบบุหรี่ในบ้าน </span><span style="color: #333333;">โอกาสที่จะเลิกสูบบุหรี่ไม่ได้จะเพิ่มขึ้น 2.8 เท่า ผู้วิจัยเสนอให้ผู้ที่กำลังอยู่ในระหว่างการเลิกสูบบุหรี่หลีกเลี่ยงการที่จะได้รับควันบุหรี่มือสองโดยเฉพาะในบ้าน</span></p>
<p><span style="color: #333333;">สำหรับประเทศไทย ในจำนวนคนไทยที่สูบบุหรี่ทั้งสิ้น 10.86 ล้านคน มีร้อยละ 16.28 หรือ 1.76 ล้านคน ที่เคย และพยายามที่จะเลิกสูบบุหรี่แต่เลิกไม่สำเร็จ และมีครัวเรือนไทย 7.3 ล้านครัวเรือนที่มีผู้สูบบุหรี่อย่างน้อยหนึ่งคนในบ้าน มีคนไทยที่มีโอกาสได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน 15.89 ล้านคน คนไทยที่เลิกสูบบุหรี่จึงมีโอกาสสูงมาก ที่จะได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้านในช่วงที่กำลังเลิกสูบบุหรี่ ซึ่งเพิ่มโอกาสที่จะเลิกสูบไม่สำเร็จ ผู้สูบบุหรี่ไม่ควรสูบในบ้าน โดยเฉพาะในช่วงที่มีสมาชิกคนอื่นในบ้านอยู่ในระหว่างที่พยายามจะเลิกสูบบุหรี่ ทางที่ดีควรจะชวนคนที่สูบบุหรี่ในบ้านเลิกสูบบุหรี่พร้อมๆ กัน ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยให้กำลังใจแก่กันแล้ว ยังไม่เป็นตัวถ่วงที่จะทำให้คนในบ้านเลิกสูบบุหรี่ไม่สำเร็จด้ว</span><span style="color: #333333;">ย</span></p>
<p><span style="color: #333333;">ที่มา OKnation</span></p>
<p><map name='google_ad_map_739_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/739?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_739_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=739&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25a0%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%259e.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%9a%e0%b8%b8%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad-2" title="ควัญบุหรี่มือ 2" rel="tag">ควัญบุหรี่มือ 2</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/gerneral" title="ทั่วไป" rel="tag">ทั่วไป</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89" title="สาระน่ารู้" rel="tag">สาระน่ารู้</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e" title="สุขภาพ" rel="tag">สุขภาพ</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
<!-- This Quick Cache file was built for (  www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e/feed ) in 3.22130 seconds, on May 19th, 2012 at 2:00 pm UTC. -->
<!-- This Quick Cache file will automatically expire ( and be re-built automatically ) on May 19th, 2012 at 3:00 pm UTC -->
