Subscribe to โครงการสื่อเพื่อสังคม รายการพึ่งพาอาศัย
Technorati
del.icio.us

เป็นที่ทราบกันดีว่า วิถีชีวิตอาจมีผลต่อสุขภาพ แต่ยิ่งกว่านั้นนักวิทยาศาสตร์อังกฤษยังเชื่อมั่นว่า มีผลต่อกรามของเราด้วย

Starch-based foods in agricultural societies is leading to short jawbones and maybe even overcrowded teeth, suggests the researcher (Source: Richard Clark/iStockphoto)

ดร.โนรีน วอน ครามอน-โทบาเดล แห่งมหาวิทยาลัยเคนท์รายงานการค้นพบนี้ในวารสารวิชาการ Proceedings of the National Academy of Sciences แล้ว

ดร.ครามอน ทำการวัดกระโหลกและกระดูกกราม (mandibles) ของคน 300 คนจากกลุ่มที่มีวัฒนธรรมแตกต่างกัน 11 กลุ่ม บางกลุ่มก็เป็นสังคมนักล่าสัตว์เก็บของป่า บางกลุ่มเป็นสังคมเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม ส่วนกระโหลกที่ใช้วัดนั้นก็มาจากพิพิธภัณฑ์ของคนเมื่อ 200 ปีก่อน

“คนกลุ่มนี้มีลักษณะที่เหมือนกับคนสมัยนี้” ดร.ครามอนกล่าว

ดร.ครามอน พบว่า สังคมที่เป็นนักล่าจะมีกระดูกกรามที่แคบและยาว ขณะที่คนที่มาจากสังคมเกษตรกรรมจะมีกระดูกกรามที่สั้นและกว้างกว่า

ดร.ครามอน มองว่าลักษณะของกระดูกกรามน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับอย่างสภาพอากาศ และการใช้ชีวิต มากกว่าเรื่องของยีน

“รูปแบบที่ว่านี้ค่อนข้างสม่ำเสมอ ไม่เกี่ยวเลยว่าคนนั้นมาจากไหน” ดร.ครามอนชี้แจงผลการวิจัย “ผลการวิจัยระบุว่า มีกลไกทางชีวกลศาสตร์บางอย่างทำให้กระดูกกรามขยาย ไม่น่าจะเป็นเรื่องของยีนเพียงอย่างเดียว”

“เรามองว่าเด็กคนหนึ่งที่เติบโตมาในสถานการณ์ที่แตกต่างกันจะมีพฤติกรรมการเคี้ยวที่แตกต่างกัน เมื่อผ่านไปนานๆ ความเปลี่ยนแปลงที่กระดูกกรามจึงเกิดขึ้นในตัวเด็กๆ แต่ละคน”

ดร.ครามอนตั้งสมมติฐานว่า วิธีการจะเคี้ยวที่แตกต่างกันน่าจะมีจากสไตล์การใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน ดร.ครามอนมองว่าคนที่เป็นนักล่าสัตว์เก็บของป่าอาจจะต้องเคี้ยวมากกว่าคนที่ทำเกษตรกรรมเอง “ประชากรที่เป็นสังคมเกษตรกรรมจะมีการกินอาหารที่ดีกว่า”

ในแต่ละวันนักล่าสัตว์อาจจะต้องเคี้ยวบ่อย และไม่มีการกำหนดเวลากินอาหารที่แน่นอน การกินอาหารจึงอยู่ที่ว่าสามารถเก็บเช่น ถั่วหรืออาหารทีเคี้ยวยาก ได้มากน้อยเพียงใด
นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานจากสปีชีส์อื่นด้วยว่าลักษณะของกระดูกกรามขึ้นอยู่กับการกินอาหารด้วย เช่น สัตว์คล้ายกระต่ายที่ชื่อ hyraxes ก็มีกระดูกกรามที่เล็กกว่าใครอื่นในตระกูลเดียวกันถึง 10 เปอร์เซ็นต์ เมื่อได้กินอาหารที่เคี้ยวง่าย

อย่างไรก็ตาม ดร.ครามอนเตือนว่า งานวิจัยชิ้นนี้ยังต้องหาเหตุผลสนับสนุนที่แท้จริงต่อไปเพื่อให้ได้มุมมองที่แตกต่าง เพราะแม้แต่คำว่า นักล่าสัตว์ ก็ยังตีความได้หลายแบบ และมีการกินอาหารที่แตกต่างกันด้วย

แปลจาก: http://www.abc.net.au/science/articles/2011/11/22/3372304.htm

ที่มา : วิชาการ.คอม

แนะนำ 5 ชาสมุนไพรดีต่อสุขภาพ

 

อะไรจะเหมาะกับสายลมเย็นๆ ของฤดูหนาวมากกว่าชาอุ่นๆ สักแก้ว แต่ตอนนี้ให้เก็บชาธรรมดาไปก่อน และมาลองชาสมุนไพรหอมๆ ที่ดีต่อสุขภาพกันเถอะ


ชาเปปเปอร์มินต์
เพียงแค่กลิ่นหอม ๆ เย็นชื่นใจของชามินต์ ก็ช่วยลดความเครียดจากการทำงานได้แล้ว ขณะเดียวกันมันช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ ทำให้นอนหลับง่าย แถมยังทำให้ระบบขับถ่ายทำงานอย่างปกติ เนื่องจากมินต์มีส่วนช่วยให้ไขมันในระบบย่อยอาหารสลายตัว ป้องกันไม่ให้เกิดแก๊สในทางเดินอาหาร และด้วยความที่มันดีต่อกระเพาะของเรา มันจึงเหมาะสำหรับคนที่เมารถเมาเรือ นอกจากนี้ มันมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียอ่อน ๆ จึงช่วยระงับกลิ่นปากได้เป็นอย่างดีอีกด้วย


ชาตะไคร้
เราใช้ตะไคร้ในการทำกับข้าวมานานแล้ว และชาตะไคร้นั้นก็เป็นหนึ่งในตำรับโบราณ ที่ใช้รักษาอาการแน่นหน้าอก ไอ หรือหวัด หากเหยาะพริกไทยลงไปสักนิด อาจช่วยลดอาการปวดท้องประจำเดือนและคลื่นเหียน แถมเคยมีการศึกษาชี้ว่าการดื่มชาตะไคร้ทุกวัน จะช่วยรักษาผิวหนังให้ปราศจากสิวด้วย แต่มีข้อควรระวังคือ ห้ามดื่มในระหว่างตั้งครรภ์เด็ดขาด และไม่ควรดื่มติดต่อกันเป็นเวลานาน


ชาโสม
ไม่ว่าจะเป็นโสมเอเชียหรือโสมอเมริกาต่างก็มีสารอาหารมากมาย ได้แก่ ฟลาโวนอยด์ และวิตามินบีชนิดต่าง ๆ ซึ่งทาง University of Maryland Medical Center ชี้ว่าโสมเป็นสมุนไพรที่เชื่อกันว่า จะช่วยให้เราสู้กับความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด จึงเหมาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภทสอง เพิ่มเซลล์ภูมิคุ้มกันลดคอเลสเตอรอลเลว (LDL) และสาร Ginsenosides ซึ่งพบในโสมนั้นยังมีคุณสมบัติ ช่วยชะลอการเติบโตของเซลล์มะเร็งด้วย


ชาผลกุหลาบ
หลายคนอาจจะรู้จักผลกุหลาบในชื่อของโรสฮิป ซึ่งมักจะใช้เป็นน้ำมันหอมระเหย แต่ชาผลกุหลาบก็มีสรรพคุณดี ๆ มากมาย เริ่มตั้งแต่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระอย่างวิตามินซี ซึ่งสำคัญต่อการสมานแผล เสริมสร้างกระดูกที่แข็งแรงและเซลล์ภูมิคุ้มกัน ด้วยเหตุเดียวกันนี้ มันจึงช่วยลดอาการข้ออักเสบด้วย ท้ายสุดนี้ การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Planta Medica ในปี 1992 ยังชี้ว่าชาผลกุหลาบอาจช่วยป้องกันนิ่วในไตได้ แม้ว่าจะไม่ได้มีฤทธิ์ขับปัสสาวะก็ตาม


ชาใบหม่อน
มีอีกชื่อเก๋ๆ ว่า ชามัลเบอร์รี่ ชาใบหม่อนก็เป็นที่รู้จักกว้างขวาง ในฐานะเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพจากญี่ปุ่น ที่อาจจะช่วยป้องกันโรคเบาหวานได้ เนื่องจากเชื่อกันว่ามันสามารถลดการดูดซึมน้ำตาล โดยใบหม่อนนั้นมีทั้งแมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และแคลเซียม จึงช่วยบำรุงร่างกายเราได้ในแง่ของกระดูก ผมเล็บ แถมยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่เป็นกุญแจสำคัญให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงขึ้นอีกด้วย


Tip

อย่าเพิ่งทิ้งถุงชา ให้นำถุงชาที่ใช้แล้วแช่น้ำและนำไปแช่แข็ง แล้วนำมาประคบเวลาแมลงกัดต่อยหรือมีแผลเล็ก ๆ และยังช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าที่ดวงตาได้ดีนัก

ที่มา  วิชาการ.คอม

 

๑. ต้องหวีผมบ่อย ๆ

 

            อาจใช้นิ้วทั้ง ๑๐ หรือหวี ทำการหวีผมบ่อย ๆ จะช่วยทำให้ตาสว่าง ทำให้รากผมแข็งแรง

๒. ต้องถูใบหน้าบ่อย ๆ
           ใช่ฝ่ามือ ๒ ข้างถูหน้าบ่อย ๆ ให้เลือดมาเลี้ยงใบหน้า ทำให้ใบหน้าเปล่งปลั่ง ลบริ้วรอยเหี่ยวย่น

๓. ต้องเคลื่อนไหวดวงตาบ่อย ๆ
           บริเวณดวงตา เคลื่อนไหว มองไกล-มองใกล้ มองข้าง มองเข้าใน มองบน มองล่าง

๔. ต้องดึงหู ดีดหู บีบหู ถูใบหูบ่อย ๆ
           เป็นการกระตุ้นการไหลเวียเลือดบริเวณใบหู ช่วยป้องกันการเกิดเสียงดังในหู หูตึง เวียนศีรษะ รวมทั้งเป็นการบำรุงตานเถียน ( ) ตำแหน่งที่เก็บพลังของร่างกายใต้สะดือ สัมพันธ์กับไตซึ่งเปิดทวารที่หู

๕. ต้องหมั่นขบฟันเสมอ
           ขบเบา ๆ วันละหลายสิบครั้ง ช่วยทำให้ฟันแข็งแรง กระตุ้นการหลั่งน้ำย่อย

๖. ดันเพดานปากด้านบนด้วยลิ้นบ่อย ๆ
           การใช้ปลายลิ้นกระตุ้นเพดานบนด้านหน้า เป็นการกระตุ้นจะดฝังเข็ม เพื่อเชื่อมพลังของเส้นลมปราณตู๋และเยิ่น (ซึ่งเป็นเส้นลมปราณควบคุมแนวกลางลำตัวส่วนหลัง และส่วนหน้าของร่างกาย) และเป็นการกระตุ้นการหลั่งสารน้ำ น้ำลาย

๗. ต้องกลืนน้ำลายบ่อย ๆ
           ควรฝึกกลืนน้ำลายบ่อย ๆ นอกจากเป็นการเคลื่อนไหวพลังบริเวณคอหอย แล้วยังช่วยกระตุ้นการย่อยอาหารด้วย

Read the rest of this entry »

.ชวนเกษตรกรผลิตไบโอดีเซลสู้น้ำมันแพง

“ปัจจุบันคนไทยมีค่าใช้จ่ายทางด้านสุขภาพสูงมาก เพราะต้องเผชิญกับภาวะความเสี่ยงในด้านต่างๆ  เป็นจำนวนมาก  “คำกล่าวของ พญ.ชนิกา  ตู้จินดา  คณะกรรมการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ  (สสส.) ที่แสดงให้เห็นว่าคนไทยกำลังถูกรุมเร้าด้วยปัญหาทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนไทย

 

          โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสถานการณ์ราคาน้ำมันในปัจจุบันที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น   ส่งผลให้คนไทยต้องรัดเข็มขัดเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย   ไม่เว้นแม้แต่อาชีพเกษตรกรซึ่งต้องพึ่งพาเครื่องจักรกลทางการเกษตรที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นหลัก

 

          ประกอบกับปัจจุบันความนิยมบริโภคอาหารประเภททอดสูงขึ้น ประเมินกันว่าประเทศไทยมีการใช้น้ำมันพืชกว่า 800 ล้านลิตรต่อปี  และมีน้ำมันพืชใช้แล้วเหลือมากกว่า 100 ล้านลิตรต่อปี ซึ่งน้ำมันพืชที่ใช้แล้วส่วนหนึ่งจะถูกนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตสบู่และอาหารสัตว์  บางส่วนถูกทิ้งสู่สาธารณะก่อให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม บ้างถูกลักลอบนำไปผ่านกระบวนการกลับมาขายใหม่ในราคาที่ถูกเพื่อทอดซ้ำ  ซึ่งผู้บริโภคอาหารด้วยน้ำมันพืชดังกล่าวจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพและเป็นต้นเหตุของ “มะเร็ง”

          จากปัญหาด้านวิกฤติพลังงานที่ส่งลลุกลามมาถึงปัญหาด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของประชาชน “โครงการพัฒนาเครื่องต้นแบบผลิตไบโอดีเซลและแหล่งเรียนรู้ไบโอดีเซลชุมชน ต.ท่าทอง” ของภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก จึงถือกำเนิดขึ้นมา โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  เพื่อศึกษาและพัฒนาเครื่องผลิตน้ำมันไบโอดีเซลที่นำไปใช้งานได้ในระดับชุมชน  ซึ่งจะลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเชื้อเพลิง  ช่วยป้องกันปัญหาด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

          รศ.พันธ์ณรงค์  จันทร์แสงศรี  หัวหน้าโครงการพัฒนาเครื่องต้นแบบไบโอดีเซล เปิดเผยว่า  โครงการนี้ได้ตอบโจทย์และเกิดประโยชนต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน โดยคิดถึงการนำเอาน้ำมันพืชที่ใช้แล้วที่มีอยู่มากในพื้นที่ของ ต.ท่าทอง และ ต.ท่าโพธิ์ ซึ่งเป็นตั้งของตัวมหาวิทยาลัยนเรศวรมาใช้ให้เกิดประโยชน์

          “จากการศึกษาพบว่าน้ำพืชที่ใช้แล้วเหล่านี้ จะมีผู้มารับซื้อและนำไปผ่านกระบวนการที่ทำให้ใสและไม่มีตะกอนแล้วกลับนำมาขายในราคาถูก  พ่อค้า  แม่ค้า และชาวบ้านไม่รู้และเห็นว่ามีราคาถูกก็จะซื้อแล้วนำมาใช้ทอดซ้ำ  ซึ่งน้ำมันที่ใช้ทอดซ้ำเหล่านี้ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค  ดังนั้น ถ้าเราตัดตอนนำน้ำมันพืชเหล่านี้มาเป็นวัตถุดิบในการผลิตไบโอดีเซล ส่วนหนึ่งจะช่วยชาวบ้านในเรื่องของสุขภาพ อีกส่วนหนึ่งก็จะช่วยให้เกษตรกรสามารถรวมกลุ่มกันผลิตไบโอดีเซลไปใช้กับเครื่องจักรกลทางการเกษตร และช่วยในเรื่องลดรายจ่ายให้เขาสามารถดำรงชีวิตได้ดีภายใต้สภาวะที่มีวิกฤติราคาน้ำมัน” รศ.พันธ์ณรงค์กล่าว

Read the rest of this entry »

“บุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ” ครั้งที่ 8 วันที่ 24-25 ส.ค. 52 รร. มิราเคิล

กำหนดการประชุมวิชาการ “บุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ” ครั้งที่ 8

 

“สิ่งคุกคามใหม่จากอุตสาหกรรมยาสูบ”

 

ระหว่างวันที่  24-25  สิงหาคม  พ.ศ.2552

ณ  โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร

 

 

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2552

 

07.30-09.00 น.               ลงทะเบียน

09.00-09.15 น.               วีดีทัศน์ เรื่อง “สิ่งคุกคามใหม่จากอุตสาหกรรมยาสูบ”

09.15-09.45 น.               พิธีเปิดการประชุมวิชาการ “บุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ” ครั้งที่ 8

                                    ประธาน :คุณวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

                        กล่าวรายงาน  :    ดร.ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์

                                                ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ

           

09.45-10.15 น.              แถลงข่าวการประชุม (ห้อง BOARD ROOM ชั้น 4 ) / พักรับประทานอาหารว่าง       

 

10.15-11.15 น.               สถานการณ์การควบคุมยาสูบของประเทศไทย

                        โดย       – นพ.ประพนธ์  ตั้งศรีเกียรติกุล รองอธิบดีกรมควบคุมโรค 

                                                – นพ.ชัย กฤติยาภิชาติกุล

                                    ดำเนินการอภิปรายโดย คุณศิริบูรณ์ ณัฐพันธ์

11.15-12.00 น.               การดำเนินการตาม มาตรา 5.3 การป้องกันการแทรกแซงนโยบายสาธารณะ

                                    ของอุตสาหกรรมยาสูบ

                         โดย      – ศ.นพ.ประกิต  วาทีสาธกกิจ

                                    – นพ.ภาณุวัฒน์  ปานเกตุ  ผู้อำนวยการสำนักโรคไม่ติดต่อ

                                    – รศ.ดร.เนาวรัตน์  เจริญค้า

                        ดำเนินการอภิปรายโดย คุณสันติ  จิตระจินดา 

 

12.00-13.30 น.               พักรับประทานอาหารกลางวัน และชมนิทรรศการ

 

13.30-16.30 น.               ประชุมกลุ่มย่อยเพื่อระดมความคิดเห็น (3 ห้อง)

ห้องที่ 1    “รูปแบบการให้บริการเลิกบุหรี่”

  • บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์ 1600 โดย รศ.ดร.จินตนา  ยูนิพันธุ์
  • รูปแบบการให้บริการเลิกบุหรี่ของรัฐแบบบูรณาการ โดย นพ.อังกูร  ภัทรากร
  • เภสัชกรอาสาพาเลิกบุหรี่  โดย ภก.คทา  บัณฑิตานุกุล
  • Smoking Cessation Treatment National Guideline โดย ผศ.นพ.สุทัศน์  รุ่งเรืองหิรัญญา
  • แนวทางการสนับสนุนของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดย นพ.พีรพล สุทธิวิเศษศักดิ์ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ดำเนินการอภิปรายโดย ผศ.กรองจิต วาทีสาธกกิจ

  Read the rest of this entry »



รับติดตั้ง INTERNET-Wifi | Longchamp | Best Price Promotion | Games Online | ประกาศขายของฟรี | เคเบิล | วัยรุ่นไทย | longchamp handbags | InterMartShop | Lovecarcare | วาไรตี้ | Cable Thailand | Bestevery Shop | CheapEveryTime | Shopping24 Hr. | BuyLite Shop | Special Price | ม้วน,พับ,ตัด เหล็ก | ลองแชม | Internet Apartment | Best Cheap | Special Product | Real Cheap | Special Rare Shopping | Article Fashion Thai | รับวางระบบอินเตอร์เน็ต | รับวางระบบอินเตอร์เน็ต หอพัก,โรงแรม,อพาร์ทเม้น,คอนโด | Special Shopping Feed | Shopping Feed | Feed Best Product | Equipment Cart Fixtures | Toy Story Games | Save-A-Lot Shopping | Jewelry Watches | Accessories Clothing | Helmets Bike | LCD HDTV | SiamLC.com | Diamond Pearl | Shock Price Today | Golf Accessories | Furniture Bedroom | Qualitymart Jewelry | Shoppingmania | Buy You Self | DoubleSaveToday.com | Quality Shopping | Double Save Money | Super Save | Free automatic backlinks | Buy-Excellent | DoubleSaveMoney | Deal Shop Center | Small ShowRoom |