Subscribe to โครงการสื่อเพื่อสังคม รายการพึ่งพาอาศัย
Technorati
del.icio.us

หน้า 1 ถึง 3123

ชีวิตประจำวันที่ เต็มไปด้วยความเร่งรีบ นอกจากจะทำให้หนุ่มๆหมดสิทธิ์รู้จักอาหารมื้อเช้า หรือรับประทานอาหารได้ไม่ครบทั้ง 5 หมู่เพราะต้องฝากท้องไว้กับอาหารในร้านสะดวกซื้อซึ่งเป็นอาหารที่ผ่านการปรุงและแช่แข็ง ที่แทบจะไม่มีประโยชน์ของสารอาหารต่างๆหลงเหลืออยู่แล้ว การรับประทานอาหารตามกรุ๊ปเลือดก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยสร้างสมดุลที่ดี ที่สุดให้แก่ร่างกาย สร้างภูมิต้านทานโรคระบบย่อยอาหาร รวมถึงการควบคุมน้ำหนัก ทำผิวพรรณสดใสและช่วยชะลอวัยได้อีกด้วย

            สำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศที่พลาดอาหารเช้าเป็นประจำอาจารย์นิพันธ์พงศ์ พานิช กรรมการผู้จัดการ ศูนย์ความงามโอเรียนทอล บิวตี้ แนะนำเกี่ยวกับอาหารที่ควรเลือกรับประทานให้เหมาะกับกรุ๊ปเลือดต่างๆ ดังนี้

            เลือดกรุ๊ปโอ หนุ่มสาวเลือดกรุ๊ปโอจะมีระบบย่อยเนื้อแดงที่ดีมาก เพราะมีความเป็นกรดสูง ทำให้ย่อยอาหารได้เร็วและดูดซึมดี และสามารถให้ประโยชน์สูงสุดต่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย จึงควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินบี เช่น เนื้อ ตับ เซี่ยงจี๊ ไข่ 5 ฟอง/อาทิตย์ ผลไม้ ผักใบเขียว และถั่ว ซึ่งเป็นชนิดที่เหมาะกับเลือดกรุ๊ปโอ

            คนที่มีเลือดกรุ๊ปโอ ส่วนใหญ่จะมีปัญหาเลือดแข็งตัวช้าดังนั้นจึงต้องเสริมสร้างวิตามินเคให้ เลือดกรุ๊ปนี้ด้วยการรับประทานตับ ไข่แดง คะน้า สปินิช ผัก Swiss Chard และควรหันมารับประทานแป้งสเปลต์แทนแป้งสาลี ผลไม้ที่รับประทานกับเลือดกรุ๊ปโอได้จะมีไม่กี่ชนิด เช่น พลับ พรุน และมะเดื่อ ผลไม้จำพวกนี้จะช่วยลดการระคายเคืองในกระเพาะอาหารได้ น้ำผลไม้ที่ดี คือ น้ำสับปะรด จะช่วยอุ้มน้ำของเซลในร่างกาย หรือน้ำแบล็กเชอร์รี จัดว่าเป็นน้ำที่ดีกับเลือดกรุ๊ปโอมาก

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

เอาใจสุขภาพคุณผู้หญิง ด้วยการนำเสนอหลากปัญหาและทางแก้ของระบบต่างๆในผู้หญิง โดยเน้นไปที่6 ระบบใหญ่ได้แก่ ระบบทางเดินหายใจ ระบบสมองและประสาท ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ระบบสืบพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน และ ระบบย่อยและระบบขับถ่าย มาหาวิธีดูแลและฟื้นฟูไปพร้อมๆกัน

4_31

หลากวิธีฟิตสมองก่อนความจำหาย

     วัย20+
หนุ่มสาว วัยแห่งการเรียนรู้ เนื่องจากสมองของคนวัยนี้ยังทำงานไม่ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะเซลล์สมองยังไม่แข็งแรงจึงเชื่อมโยงจากเซลล์หนึ่งสู่เซลล์หนึ่งไม่เต็มที่ เนื่องจากยังขาดการกระตุ้นด้วยการเรียนรู้และฝึกฝนเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นเวลานาน สมองคนวัยหนุ่มสาวจึงต้องการความรู้และการการฝึกฝนทักษะต่างๆให้มากที่สุด เพื่อวางรากฐานความแข็งแรงของเซลล์สมองในวัยต่อไป

     พฤติกรรมเสริมกำลังสมอง
เรียนรู้ตลอดเวลา โดยไม่จำกัดเฉพาะความรู้ในห้องเรียน รับประทานอาหารบำรุงสมอง เช่น อาหารที่มีโอเมก้า-3 มาก เช่น เนื้อปลา พฤติกรรมทำลายสมอง การปล่อยให้สมองไม่ทำงาน เช่น ไม่เรียนหนังสือหรือหาวิชาความรู้ด้านอื่น การใช้ยาเสพติด การดื่มแอลกฮอล์ และการสูบบุหรี่

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

น้ำแร่เป็นที่รู้จักกันมานานแล้วสำหรับคนไทยในแง่ของน้ำศักดิ์สิทธิ์เพื่อใช้ในพิธีกรรมตลอดจนการนำมาอาบแช่รักษาโรคต่างๆ

 

           กระแสของการนำน้ำแร่มาบริโภคเพิ่งเป็นที่นิยมในช่วงระยะเวลาสิบกว่าปีนี้เอง โดยการนำเข้าน้ำแร่จากต่างประเทศซึ่งมีราคาค่อนข้างแพง ต่อมามีการผลิตได้ภายในประเทศ ทำให้น้ำแร่เพื่อบริโภคมีราคาที่ถูกลงใกล้เคียงกับน้ำดื่มบรรจุขวดทั่วไป

           น้ำแร่ธรรมชาติ (natural mineral water) หมายถึง น้ำที่ได้จากแหล่งน้ำใต้ดินในธรรมชาติซึ่งมีแร่ธาตุละลายอยู่ โดยมีต้นกำเนิดจากน้ำบนพื้นดินไหลซึมผ่านชั้นดินและชั้นหินพร้อมทั้งดูดซับ แร่ธาตุต่างๆลงไปขังเป็นแอ่งน้ำใต้ดิน และถูกแรงกดดันภายในโลกทำให้ผุดหรือพ่นขึ้นมาเป็นแหล่งน้ำบนผิวดินในรูปของ น้ำพุร้อน บ่อน้ำร้อน และไอน้ำร้อน

           ในประเทศไทยพบแหล่งน้ำพุร้อน ๑๑๒ แหล่ง กระจายอยู่มากที่สุดในภาคเหนือ รองลงมาคือภาคใต้ ภาคตะวันตก และภาคกลาง มีช่วงอุณหภูมิ ๔๐-๑๐๐ องศาเซลเซียส ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ระหว่าง ๖.๔-๙.๕

           แหล่งน้ำพุร้อนบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันตกส่วนใหญ่มีค่าฟลูออไรด์สูงมากกว่า ๕ มิลลิกรัมต่อลิตร และมีกลิ่นกำมะถันค่อนข้างแรง   ส่วนแหล่งน้ำพุร้อนในภาคใต้บางแห่งมีลักษณะเป็นน้ำเค็ม ส่วนในต่างประเทศแหล่งน้ำแร่ที่มีชื่อเสียงได้แก่ ฝรั่งเศส ออสเตรีย ตุรกี ญี่ปุ่น และจีน

องค์ประกอบที่สำคัญของน้ำแร่
           น้ำแร่จะมีแร่ธาตุต่างๆ เป็นองค์ประกอบมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับชั้นหินที่น้ำไหลผ่าน ดังนั้น น้ำแร่ธรรมชาติแต่ละแหล่งจะมีแร่ธาตุที่แตกต่างกัน ซึ่งแร่ธาตุที่พบเป็นส่วนใหญ่ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม โซเดียม โพแทสเซียม ไบคาร์บอเนต คลอไรด์ และซัลเฟต ส่วนแร่ธาตุอื่นๆ ที่พบในปริมาณน้อยได้แก่ ฟลูออไรด์ ลิเทียม ซีเลเนียม แมงกานีส เป็นต้น

มาตรฐานน้ำแร่ธรรมชาติเพื่อบริโภค
           น้ำแร่ธรรมชาติที่เป็นเครื่องดื่มเพื่อบริโภคนั้น ต้องมีคุณภาพเหมาะสมที่จะบริโภคได้อย่างปลอดภัยตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ อุตสาหกรรม น้ำแร่ธรรมชาติ มาตรฐานเลขที่ มอก.2208-2547 โดยน้ำแร่ที่ดีต้องมีคุณลักษณะใส ไม่มีตะกอน ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น มีแร่ธาตุในปริมาณที่ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน ไม่พบเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค และมีปริมาณสารปนเปื้อนอันได้แก่ กัมมันตภาพรังสีรวมแอลฟา-บีตา และไซยาไนด์ ไม่เกินเกณฑ์มาตรฐาน โดยน้ำแร่ธรรมชาติที่นำมาบริโภคนั้นมีอยู่ ๕ ประเภท ดังนี้

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

๑. ต้องหวีผมบ่อย ๆ

 

            อาจใช้นิ้วทั้ง ๑๐ หรือหวี ทำการหวีผมบ่อย ๆ จะช่วยทำให้ตาสว่าง ทำให้รากผมแข็งแรง

๒. ต้องถูใบหน้าบ่อย ๆ
           ใช่ฝ่ามือ ๒ ข้างถูหน้าบ่อย ๆ ให้เลือดมาเลี้ยงใบหน้า ทำให้ใบหน้าเปล่งปลั่ง ลบริ้วรอยเหี่ยวย่น

๓. ต้องเคลื่อนไหวดวงตาบ่อย ๆ
           บริเวณดวงตา เคลื่อนไหว มองไกล-มองใกล้ มองข้าง มองเข้าใน มองบน มองล่าง

๔. ต้องดึงหู ดีดหู บีบหู ถูใบหูบ่อย ๆ
           เป็นการกระตุ้นการไหลเวียเลือดบริเวณใบหู ช่วยป้องกันการเกิดเสียงดังในหู หูตึง เวียนศีรษะ รวมทั้งเป็นการบำรุงตานเถียน ( ) ตำแหน่งที่เก็บพลังของร่างกายใต้สะดือ สัมพันธ์กับไตซึ่งเปิดทวารที่หู

๕. ต้องหมั่นขบฟันเสมอ
           ขบเบา ๆ วันละหลายสิบครั้ง ช่วยทำให้ฟันแข็งแรง กระตุ้นการหลั่งน้ำย่อย

๖. ดันเพดานปากด้านบนด้วยลิ้นบ่อย ๆ
           การใช้ปลายลิ้นกระตุ้นเพดานบนด้านหน้า เป็นการกระตุ้นจะดฝังเข็ม เพื่อเชื่อมพลังของเส้นลมปราณตู๋และเยิ่น (ซึ่งเป็นเส้นลมปราณควบคุมแนวกลางลำตัวส่วนหลัง และส่วนหน้าของร่างกาย) และเป็นการกระตุ้นการหลั่งสารน้ำ น้ำลาย

๗. ต้องกลืนน้ำลายบ่อย ๆ
           ควรฝึกกลืนน้ำลายบ่อย ๆ นอกจากเป็นการเคลื่อนไหวพลังบริเวณคอหอย แล้วยังช่วยกระตุ้นการย่อยอาหารด้วย

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

สสส.ชวนเกษตรกรผลิตไบโอดีเซลสู้น้ำมันแพง

“ปัจจุบันคนไทยมีค่าใช้จ่ายทางด้านสุขภาพสูงมาก เพราะต้องเผชิญกับภาวะความเสี่ยงในด้านต่างๆ  เป็นจำนวนมาก  “คำกล่าวของ พญ.ชนิกา  ตู้จินดา  คณะกรรมการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ  (สสส.) ที่แสดงให้เห็นว่าคนไทยกำลังถูกรุมเร้าด้วยปัญหาทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิ่งแวดล้อม ซึ่งล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนไทย

 

          โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสถานการณ์ราคาน้ำมันในปัจจุบันที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น   ส่งผลให้คนไทยต้องรัดเข็มขัดเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย   ไม่เว้นแม้แต่อาชีพเกษตรกรซึ่งต้องพึ่งพาเครื่องจักรกลทางการเกษตรที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นหลัก

 

          ประกอบกับปัจจุบันความนิยมบริโภคอาหารประเภททอดสูงขึ้น ประเมินกันว่าประเทศไทยมีการใช้น้ำมันพืชกว่า 800 ล้านลิตรต่อปี  และมีน้ำมันพืชใช้แล้วเหลือมากกว่า 100 ล้านลิตรต่อปี ซึ่งน้ำมันพืชที่ใช้แล้วส่วนหนึ่งจะถูกนำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตสบู่และอาหารสัตว์  บางส่วนถูกทิ้งสู่สาธารณะก่อให้เกิดปัญหาต่อสิ่งแวดล้อม บ้างถูกลักลอบนำไปผ่านกระบวนการกลับมาขายใหม่ในราคาที่ถูกเพื่อทอดซ้ำ  ซึ่งผู้บริโภคอาหารด้วยน้ำมันพืชดังกล่าวจะก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพและเป็นต้นเหตุของ “มะเร็ง”

          จากปัญหาด้านวิกฤติพลังงานที่ส่งลลุกลามมาถึงปัญหาด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมของประชาชน “โครงการพัฒนาเครื่องต้นแบบผลิตไบโอดีเซลและแหล่งเรียนรู้ไบโอดีเซลชุมชน ต.ท่าทอง” ของภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก จึงถือกำเนิดขึ้นมา โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)  เพื่อศึกษาและพัฒนาเครื่องผลิตน้ำมันไบโอดีเซลที่นำไปใช้งานได้ในระดับชุมชน  ซึ่งจะลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเชื้อเพลิง  ช่วยป้องกันปัญหาด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

          รศ.พันธ์ณรงค์  จันทร์แสงศรี  หัวหน้าโครงการพัฒนาเครื่องต้นแบบไบโอดีเซล เปิดเผยว่า  โครงการนี้ได้ตอบโจทย์และเกิดประโยชนต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน โดยคิดถึงการนำเอาน้ำมันพืชที่ใช้แล้วที่มีอยู่มากในพื้นที่ของ ต.ท่าทอง และ ต.ท่าโพธิ์ ซึ่งเป็นตั้งของตัวมหาวิทยาลัยนเรศวรมาใช้ให้เกิดประโยชน์

          “จากการศึกษาพบว่าน้ำพืชที่ใช้แล้วเหล่านี้ จะมีผู้มารับซื้อและนำไปผ่านกระบวนการที่ทำให้ใสและไม่มีตะกอนแล้วกลับนำมาขายในราคาถูก  พ่อค้า  แม่ค้า และชาวบ้านไม่รู้และเห็นว่ามีราคาถูกก็จะซื้อแล้วนำมาใช้ทอดซ้ำ  ซึ่งน้ำมันที่ใช้ทอดซ้ำเหล่านี้ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค  ดังนั้น ถ้าเราตัดตอนนำน้ำมันพืชเหล่านี้มาเป็นวัตถุดิบในการผลิตไบโอดีเซล ส่วนหนึ่งจะช่วยชาวบ้านในเรื่องของสุขภาพ อีกส่วนหนึ่งก็จะช่วยให้เกษตรกรสามารถรวมกลุ่มกันผลิตไบโอดีเซลไปใช้กับเครื่องจักรกลทางการเกษตร และช่วยในเรื่องลดรายจ่ายให้เขาสามารถดำรงชีวิตได้ดีภายใต้สภาวะที่มีวิกฤติราคาน้ำมัน” รศ.พันธ์ณรงค์กล่าว

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts



หน้า 1 ถึง 3123