<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>โครงการสื่อเพื่อสังคม รายการพึ่งพาอาศัย &#187; สวทช</title>
	<atom:link href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%8a/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.livetogether.org</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Fri, 25 Nov 2011 04:28:58 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1.2</generator>
		<item>
		<title>เครื่องดื่มยามเช้าที่เหมาะสมกับตัวคุณ</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Sep 2009 04:52:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[กระทรวงวิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช]]></category>
		<category><![CDATA[เครื่องดื่มยามเช้า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/2009/09/24/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80/</guid>
		<description><![CDATA[ในตอนเช้าๆ หลายๆ คนคงต้องการที่จะหาอะไรดื่มก่อนทำงาน  เพื่อให้ร่างกายมีพลังในการทำกิจกรรมต่างๆ เราเลยหาเครื่องดื่มที่เหมาะสมกับเช้าวันใหม่มาแนะนำกัน

 
          น้ำมะนาว  ลองหาน้ำมะนาวดื่มตอนเช้า เพราะในน้ำมะนาวจะมีกรดกรดซิตริกมีวิตามินซีที่นอกจากจะช่วยขับเสมหะ  แก้อาการเจ็บคอแล้วยังช่วยให้ร่างกายสดชื่น แถมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเปลือกที่โดนคั้นยังช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้ดีอีกด้วย
 

 
          น้ำขิง   สำหรับคนที่มีอาการเมาค้าง คลื่นไส้ อยากอาเจียน ก็ขอแนะนำน้ำขิงร้อนๆ สักแก้วเพราะในขิงมีสารเคมีชนิดที่เรียกว่า “จินเจอรอล” (Gigeyol) ที่เป็นสารเคมีประเภทน้ำมันหอมระเหยที่ให้รสและกลิ่นพิเศษไม่เหมือนใคร   จัดอยู่ในกลุ่มแอลกอฮอล์ที่ไม่ทำให้เรารู้สุกมึนเมา   แถมยังแก้อาการเมาได้ดี  การทำน้ำขิงให้อร่อยนั้น  ควรบุหัวขิงที่ไม่แก่จัดจนเกินไป   ต้มด้วยน้ำร้อนพอเดือดอย่าต้มนานเกินไป  เพราะขิงจะเสียรสและกลิ่นไปได้
 

 
          น้ำผักและผลไม้  เป็นเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยวิตามินหลายชนิด โดยเฉพาะวิตามินซี วิตามินเอ โฟลิคแอซิค และแร่ธาตุ เช่น โซเดียม โปแตสเซียม สังกะสี นอกจากนั้นในน้ำผักและผลไม้ยังมีส่วนผสมของน้ำตาลโดยธรรมชาติ  ซึ่งสามารถให้พลังงานแก่ร่ายกาย  ช่วยให้เราหายเหนื่อยหายเพลีย  ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น

 

 
          น้ำหวาน   คนที่นอนดึกส่วนใหญ่ยามเช้าของคุณจะมีอาการปวดหัว มึนศีรษะ เกิดอาการเครียดทางประสาท  ซึ่งอาจเป็นเพราะร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ควรรับประทานอาหารเช้าที่มีแป้งและน้ำตาลซึ่งจะสามารถช่วยได้  โดยเฉพาะน้ำตาลนั้นจะถูกดูดซึมได้ดีและง่าย  ดังนั้นน้ำหวานจะทำให้จิตใจสงบ คลายอาการเครียดและมึนงงได้อย่างดี
 

 
          นมถั่วเหลือง   ปัจจุบันนมถัวเหลืองหาซื้อได้ง่าย  และเหมาะสมสำหรับคนที่รักสุขภาพ เพราะนมถัวเหลืองเป็นเครื่องดื่มที่ให้โปรตีนที่มีคุณสมบัติเหมือนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ อุดมไปด้วย คาร์โบไฮเดรต [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในตอนเช้าๆ หลายๆ คนคงต้องการที่จะหาอะไรดื่มก่อนทำงาน  เพื่อให้ร่างกายมีพลังในการทำกิจกรรมต่างๆ เราเลยหาเครื่องดื่มที่เหมาะสมกับเช้าวันใหม่มาแนะนำกัน</p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/169/170082.jpg" border="0" alt="" width="323" height="310" align="undefined" /></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">         <strong><span style="color: #800080;"> </span><span style="color: #99cc00;">น้ำมะนาว</span></strong>  ลองหาน้ำมะนาวดื่มตอนเช้า เพราะในน้ำมะนาวจะมีกรดกรดซิตริกมีวิตามินซีที่นอกจากจะช่วยขับเสมหะ  แก้อาการเจ็บคอแล้วยังช่วยให้ร่างกายสดชื่น แถมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเปลือกที่โดนคั้นยังช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้ดีอีกด้วย</span></p>
<p> </p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/169/170083.gif" border="0" alt="" align="undefined" /></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">        <strong> <span style="color: #ff9900;"> น้ำขิง</span></strong>   สำหรับคนที่มีอาการเมาค้าง คลื่นไส้ อยากอาเจียน ก็ขอแนะนำน้ำขิงร้อนๆ สักแก้วเพราะในขิงมีสารเคมีชนิดที่เรียกว่า <strong>“จินเจอรอล” (Gigeyol)</strong> ที่เป็นสารเคมีประเภทน้ำมันหอมระเหยที่ให้รสและกลิ่นพิเศษไม่เหมือนใคร   จัดอยู่ในกลุ่มแอลกอฮอล์ที่ไม่ทำให้เรารู้สุกมึนเมา   แถมยังแก้อาการเมาได้ดี  การทำน้ำขิงให้อร่อยนั้น  ควรบุหัวขิงที่ไม่แก่จัดจนเกินไป   ต้มด้วยน้ำร้อนพอเดือดอย่าต้มนานเกินไป  เพราะขิงจะเสียรสและกลิ่นไปได้</span></p>
<p> </p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/169/170086.jpg" border="0" alt="" align="undefined" /></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">          <strong><span style="color: #008000;">น้ำผักและผลไม้</span></strong>  เป็นเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยวิตามินหลายชนิด โดยเฉพาะวิตามินซี วิตามินเอ โฟลิคแอซิค และแร่ธาตุ เช่น โซเดียม โปแตสเซียม สังกะสี นอกจากนั้นในน้ำผักและผลไม้ยังมีส่วนผสมของน้ำตาลโดยธรรมชาติ  ซึ่งสามารถให้พลังงานแก่ร่ายกาย  ช่วยให้เราหายเหนื่อยหายเพลีย  ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น</span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span id="more-2221"></span></span></p>
<p> </p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/169/170088.jpg" border="0" alt="" width="344" height="258" align="undefined" /></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">          <strong><span style="color: #ff00ff;">น้ำหวาน</span></strong>   คนที่นอนดึกส่วนใหญ่ยามเช้าของคุณจะมีอาการปวดหัว มึนศีรษะ เกิดอาการเครียดทางประสาท  ซึ่งอาจเป็นเพราะร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ควรรับประทานอาหารเช้าที่มีแป้งและน้ำตาลซึ่งจะสามารถช่วยได้  โดยเฉพาะน้ำตาลนั้นจะถูกดูดซึมได้ดีและง่าย  ดังนั้นน้ำหวานจะทำให้จิตใจสงบ คลายอาการเครียดและมึนงงได้อย่างดี</span></p>
<p> </p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/169/170090.jpg" border="0" alt="" width="254" height="306" align="undefined" /></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">          <span style="color: #808000;"><strong>นมถั่วเหลือง</strong></span>   ปัจจุบันนมถัวเหลืองหาซื้อได้ง่าย  และเหมาะสมสำหรับคนที่รักสุขภาพ เพราะนมถัวเหลืองเป็นเครื่องดื่มที่ให้โปรตีนที่มีคุณสมบัติเหมือนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ อุดมไปด้วย คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินเอ, บี, บี1, บี2, บี6, บี12  ในเมล็ดถั่วเหลืองนั้นยังมีเลซิทิน  ซึ่งเป็นสารบำรุงสมอง เพิ่มความทรงจำ ลดไขมันและลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย  นมถั่วเหลืองยังช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน  โรคหัวใจล้มเหลว ท้องผูก สามารถลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งในลำไส้ ริดสีดวง ลดระดับคอเลสเตอรอลในเส้นเลือดได้อีกด้วย</span></p>
<p> </p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/169/170092.jpg" border="0" alt="" align="undefined" /></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">          <strong><span style="color: #993300;">กาแฟ</span></strong>  กาแฟเป็นเครื่องดื่มยามเช้าของคนทำงาน  เพราะกาแฟช่วยกระตุ้นความสดชื่นและความกระปี้กระเปร่าก่อนลงมือทำงาน  นอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่ ลดอาการหอบในผู้ที่เป็นโรคหอบหืด  และเป็นผลดีต่อนักกีฬาในการเพิ่มความทนทานและความอืดในกีฬาที่ต้องใช้เวลานาน</span></p>
<p><span style="font-size: small;">ที่มา  วิชาการ.คอม</span></p>
<p><map name='google_ad_map_2221_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/2221?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_2221_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=2221&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b7%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%258a%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2593.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%8c" title="กระทรวงวิทยาศาสตร์" rel="tag">กระทรวงวิทยาศาสตร์</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/gerneral" title="ทั่วไป" rel="tag">ทั่วไป</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%8a" title="สวทช" rel="tag">สวทช</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2" title="เครื่องดื่มยามเช้า" rel="tag">เครื่องดื่มยามเช้า</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ผลการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการประจำปี 2552</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2552.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2552.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 Sep 2009 03:30:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช]]></category>
		<category><![CDATA[เยาวชนไทย]]></category>
		<category><![CDATA[โอลิมปิกวิชาการ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/?p=2139</guid>
		<description><![CDATA[ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการประจำปี 2552 ซึ่งในปีนี้ เยาวชนไทยของเราก็ยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมค่ะ โดยในทุกสาขาวิชาที่ส่งเข้าร่วมแข่งขัน และทุกคนสามารถทำคะแนนจนได้รับเหรียญรางวัลครบทุกคน จึงขอสรุปและบันทึกไว้เป็นเกียรติประวัติ ดังนี้ ค่ะ

คณิตศาสตร์โอลิมปิก
          แข่งขันระหว่างวันที่ 10-22 กรกฎาคม 2552 ณ เมืองเบรเมน ประเทศเยอรมนี ผู้แทนประเทศไทยทำได้ 1เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน โดยทำคะแนนรวมได้เป็นอันดับที่ 7 ของโลกจากประเทศที่เข้าแข่งขันทั้งสิ้น 104 ประเทศ ดังนี้
นายสุธี เรืองวิเศษ       โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหรียญทอง
นายธนาตย์ คุรุธัช       โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหรียญเงิน
นายพงศ์ภัค ภูมิวัฒน์    โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหรียญเงิน
นายศุภณัฐ คำตื้อ        โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหรียญเงิน
นายภควุฒิ จิรดิลก       โรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก เหรียญเงิน
ด.ช.นิปุณ ปิติมานะอารี โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย         ศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน เหรียญเงิน
          การแข่งขันครั้งนี้ประเทศที่ทำคะแนนรวมได้เป็นอันดับ 1 คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน อันดับ 2 ญี่ปุ่น และอันดับ 3 รัสเซีย

ฟิสิกส์โอลิมปิก
         [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการประจำปี 2552 ซึ่งในปีนี้ เยาวชนไทยของเราก็ยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมค่ะ โดยในทุกสาขาวิชาที่ส่งเข้าร่วมแข่งขัน และทุกคนสามารถทำคะแนนจนได้รับเหรียญรางวัลครบทุกคน จึงขอสรุปและบันทึกไว้เป็นเกียรติประวัติ ดังนี้ ค่ะ<img style="float: right;" src="http://www.vcharkarn.com/uploads/167/167913.jpg" border="0" alt="" width="203" height="239" align="undefined" /><br />
<span style="font-size: small;"><span style="color: #000080;"><strong><br />
คณิตศาสตร์โอลิมปิก</strong></span><br />
          แข่งขันระหว่างวันที่ 10-22 กรกฎาคม 2552 ณ เมืองเบรเมน ประเทศเยอรมนี ผู้แทนประเทศไทยทำได้ <strong>1เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน</strong> โดยทำคะแนนรวมได้เป็นอันดับที่ 7 ของโลกจากประเทศที่เข้าแข่งขันทั้งสิ้น 104 ประเทศ ดังนี้</span></p>
<p><span style="font-size: small;">นายสุธี เรืองวิเศษ       </span><span style="font-size: small;">โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหรียญทอง<br />
</span><span style="font-size: small;">นายธนาตย์ คุรุธัช </span><span style="font-size: small;">      </span><span style="font-size: small;">โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหรียญเงิน<br />
</span><span style="font-size: small;">นายพงศ์ภัค ภูมิวัฒน์ </span><span style="font-size: small;">   </span><span style="font-size: small;">โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหรียญเงิน<br />
</span><span style="font-size: small;">นายศุภณัฐ คำตื้อ </span><span style="font-size: small;">       </span><span style="font-size: small;">โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหรียญเงิน<br />
</span><span style="font-size: small;">นายภควุฒิ จิรดิลก </span><span style="font-size: small;">      </span><span style="font-size: small;">โรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก เหรียญเงิน<br />
</span><span style="font-size: small;">ด.ช.นิปุณ ปิติมานะอารี </span><span style="font-size: small;">โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย         ศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน เหรียญเงิน</span></p>
<p><span style="font-size: small;"> </span><span style="font-size: small;">         การแข่งขันครั้งนี้ประเทศที่ทำคะแนนรวมได้เป็นอันดับ 1 คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน อันดับ 2 ญี่ปุ่น และอันดับ 3 รัสเซีย<br />
</span><span style="font-size: small;"><span style="color: #000080;"><strong><br />
ฟิสิกส์โอลิมปิก</strong></span><br />
         แข่งขันระหว่างวันที่ 11–19 กรกฎาคม 2552 ณ เมืองเมอริดา ประเทศเม็กซิโก ผู้แทนประเทศไทยทำได้ <strong>1เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน </strong>ดังนี้</span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">นายธนภัทร วรศรัณย์ </span><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม เหรียญทอง<br />
</span><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">นายจิรวัฒน์ ตั้งปณิธานนท์ </span><span style="font-size: small;">    </span><span style="font-size: small;">โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม เหรียญเงิน<br />
</span><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">นายวีรภัทร พิทยครรชิต </span><span style="font-size: small;">        </span><span style="font-size: small;">โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหรียญเงิน<br />
</span><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">นายสรณภพ เทวปฏิคม </span><span style="font-size: small;">         </span><span style="font-size: small;">โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม เหรียญเงิน<br />
</span><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">นายอิสระพงศ์ เอกสินชล </span><span style="font-size: small;">       </span><span style="font-size: small;">โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม เหรียญเงิน</span></p>
<p><span style="font-size: small;"><span id="more-2139"></span><br />
</span><span style="font-size: small;"><span style="color: #000080;"><strong><br />
ชีววิทยาโอลิมปิก</strong></span><br />
</span><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">แข่งขันระหว่างวันที่ 12-19 กรกฎาคม 2552 ณ เมืองซึคูบะ ประเทศญี่ปุ่น ผู้แทนประเทศไทยทำได้ <strong>1 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน</strong> ดังนี้</span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">นางสาวนันทนัช วุฒิไกรวิทย์ </span><span style="font-size: small;">    </span><span style="font-size: small;">โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหรียญทอง<br />
</span><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">นายวีรภัทร คิ้ววงศ์งาม </span><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา พัฒนาการ เหรียญเงิน<br />
</span><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">นางสาวฝันฝ้าย สมเกียรติ </span><span style="font-size: small;">       </span><span style="font-size: small;">โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหรียญเงิน<br />
</span><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">นายจตุพร วานิชานนท์ </span><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย เหรียญเงิน<br />
</span><span style="font-size: small;"><span style="color: #000080;"><strong><br />
เคมีโอลิมปิก</strong></span><br />
</span><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">แข่งขันระหว่างวันที่ 18-27 กรกฎาคม 2552 ณ เมืองอ็อกฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ผู้แทนประเทศไทยทำได้<strong> 4เหรียญเงิน</strong> ดังนี้</span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">นายพชรพล สินชัยโรจน์กุล </span><span style="font-size: small;">         </span><span style="font-size: small;">โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เหรียญเงิน<br />
</span><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">นางสาวพิณนรี เตี่ยมังกรพันธุ์ </span><span style="font-size: small;">       </span><span style="font-size: small;">โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหรียญเงิน<br />
</span><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">นางสาวศศิลดา ศิริรุ่งเรือง </span><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหรียญเงิน<br />
</span><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">นายอลิฟ น้อยคำ </span><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เหรียญเงิน<br />
</span><span style="font-size: small;"><span style="color: #000080;"><strong><br />
คอมพิวเตอร์โอลิมปิก</strong></span></span></p>
<p> </p>
<p style="text-align: center;"><img style="float: right;" src="http://www.vcharkarn.com/uploads/167/167910.jpg" border="0" alt="" align="undefined" /></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">แข่งขันระหว่างวันที่ 8-14 สิงหาคม 2552 ณ เมืองพลอฟดิฟ ประเทศบัลกาเรีย มีจำนวนทีมที่เข้าแข่งขัน 84 ประเทศ รวมผู้เข้าแข่งขัน 324 คน ผลปรากฏว่าผู้แทนประเทศไทยทำได้ <strong>1 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง</strong> ดังนี้</span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">นายวิสิฐ ภัทรนุธาพร </span><span style="font-size: small;">            </span><span style="font-size: small;">โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เหรียญทอง<br />
</span><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">นายพศิน มนูรังษี                </span><span style="font-size: small;"> โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เหรียญเงิน<br />
</span><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">นายอาภาพงศ์ จันทร์ทอง </span><span style="font-size: small;">      </span><span style="font-size: small;"> โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ เหรียญเงิน<br />
</span><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">นางสาวทักษพร กิตติอัครเสถียร  </span><span style="font-size: small;">โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม เหรียญทองแดง<br />
</span><span style="font-size: small;">          </span><span style="color: #ff6600;"><strong><span style="font-size: small;">สรุปตารางรวมเหรียญ โอลิมปิกวิชาการประจำปี 2552</span></strong></span></p>
<p> </p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/167/167912.jpg" border="0" alt="" align="undefined" /></p>
<p>ที่มา  วิชาการ.คอม</p>
<p><map name='google_ad_map_2139_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/2139?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_2139_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=2139&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e0%25b8%259c%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b5-2552.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/category/gerneral" title="ทั่วไป" rel="tag">ทั่วไป</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c" title="ประชาสัมพันธ์" rel="tag">ประชาสัมพันธ์</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%8a" title="สวทช" rel="tag">สวทช</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2" title="เยาวชนไทย" rel="tag">เยาวชนไทย</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3" title="โอลิมปิกวิชาการ" rel="tag">โอลิมปิกวิชาการ</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2552.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สวทช. หนุนทุนนักวิจัย</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%8a-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%8a-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 17 Aug 2009 02:39:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[Research Chair Grant]]></category>
		<category><![CDATA[ทุนนักวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[สร้างสรรค์นักวิจัยแกนนำ]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช]]></category>
		<category><![CDATA[แวดวงวิชาการ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/2009/08/17/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%8a-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2/</guid>
		<description><![CDATA[สวทช. หนุนทุนนักวิจัยแกนนำ 2 ทุน รวม 40 ล้านบาท
สวทช. หนุนทุนนักวิจัยแกนนำเป็นปีที่สอง เฟ้นหานักวิจัยแกนนำสร้างสรรค์ผลงานตอบโจทย์ปัญหาสังคม และเป็นแกนหลักพัฒนากำลังคนสู่แวดวงวิชาการ 
โครงการทุนนักวิจัยแกนนำ (Research Chair Grant) เป็นโครงการที่มุ่งเน้นส่งเสริมให้เกิดการสร้างสรรค์นักวิจัยแกนนำให้กับวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ โดย สวทช. สนับสนุนทุนวิจัยจำนวน 20 ล้านบาท จำนวน 2 ทุน เป็นทุนต่อเนื่อง 5 ปี ซึ่งงานวิจัยจะต้องมุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติ การลดปัจจัยที่ทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน หรือการปรับตัวเข้ากับสภาวะโลกร้อนและด้านพลังงานทดแทน รวมถึงการลดช่องว่างทางเศรษฐกิจและสังคม การเพิ่มความเข้มแข็งของชุมชน ชนบทและผู้ด้อยโอกาส โดยขอบเขตงานวิจัยอยู่ภายใต้ 4 สาขาเทคโนโลยี และ 8 คลัสเตอร์/โปรแกรมของ สวทช. ได้แก่
- อาหารและการเกษตร
- การแพทย์และสาธารณสุข
- ซอฟต์แวร์ ไมโครชิป อิเล็กทรอนิกส์
- ยานยนต์และการขนส่ง
- พลังงานและสิ่งแวดล้อม
- เซรามิกส์
- สิ่งทอและเคมีภัณฑ์
- การวิจัยพัฒนาเพื่อพัฒนาชุมชนชนบทและผู้ด้อยโอกาส

ทั้งนี้ ในปี 2552 สวทช. ได้มอบทุนนักวิจัยแกนนำ ประจำปี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%8a"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with สวทช">สวทช</a>. หนุนทุนนักวิจัยแกนนำ 2 ทุน รวม 40 ล้านบาท</p>
<p><strong>สวทช. หนุนทุนนักวิจัยแกนนำเป็นปีที่สอง เฟ้นหานักวิจัยแกนนำสร้างสรรค์ผลงานตอบโจทย์ปัญหาสังคม และเป็นแกนหลักพัฒนากำลังคนสู่<a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with แวดวงวิชาการ">แวดวงวิชาการ</a> </strong></p>
<p>โครงการทุนนักวิจัยแกนนำ (<a href="http://www.livetogether.org/content/research-chair-grant"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with Research Chair Grant">Research Chair Grant</a>) เป็นโครงการที่มุ่งเน้นส่งเสริมให้เกิดการสร้างสรรค์นักวิจัยแกนนำให้กับวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ โดย สวทช. สนับสนุนทุนวิจัยจำนวน 20 ล้านบาท จำนวน 2 ทุน เป็นทุนต่อเนื่อง 5 ปี ซึ่งงานวิจัยจะต้องมุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติ การลดปัจจัยที่ทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน หรือการปรับตัวเข้ากับสภาวะโลกร้อนและด้านพลังงานทดแทน รวมถึงการลดช่องว่างทางเศรษฐกิจและสังคม การเพิ่มความเข้มแข็งของชุมชน ชนบทและผู้ด้อยโอกาส โดยขอบเขตงานวิจัยอยู่ภายใต้ 4 สาขาเทคโนโลยี และ 8 คลัสเตอร์/โปรแกรมของ สวทช. ได้แก่<br />
- อาหารและการเกษตร<br />
- การแพทย์และสาธารณสุข<br />
- ซอฟต์แวร์ ไมโครชิป อิเล็กทรอนิกส์<br />
- ยานยนต์และการขนส่ง<br />
- พลังงานและสิ่งแวดล้อม<br />
- เซรามิกส์<br />
- สิ่งทอและเคมีภัณฑ์<br />
- การวิจัยพัฒนาเพื่อพัฒนาชุมชนชนบทและผู้ด้อยโอกาส</p>
<p><span id="more-1911"></span></p>
<p>ทั้งนี้ ในปี 2552 สวทช. ได้มอบ<a href="http://www.livetogether.org/goto/_2552/1911/1" rel="nofollow"  target="_blank">ทุนนักวิจัยแกนนำ ประจำปี 2552</a> ให้แก่ ศ.ดร.วัชระ กสิณฤกษ์ คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ภายใต้โครงการวิจัยเรื่อง <strong>“การวิจัยและพัฒนาและจัดการองค์ความรู้ทางวิทยาภูมิคุ้มกันและเทคโนโลยีชีวภาพระดับโมเลกุล เพื่อการพัฒนาชุดตรวจวินิจฉัยและการรักษาโรค”</strong></p>
<p>สวทช. เปิดรับข้อเสนอโครงการทุนนักวิจัยแกนนำ ประจำปี 2553 ตั้งแต่วันนี้-30 กันยายน 2552 ดูรายละเอียดได้ที่ <a href="http://www.livetogether.org/goto/http_www_nstda_or_th_ChairProfessor/1911/2" rel="nofollow" >http://www.nstda.or.th/ChairProfessor</a> หรือติดต่อ สวทช. : 0 2564 9000 ต่อ 2608 (คุณธนัชสร) หรือ 2610 (คุณฐิติวรรณ)</p>
<p>ที่มา  สวทช.</p>
<p><map name='google_ad_map_1911_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/1911?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_1911_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=1911&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%258a-%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a2.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/content/research-chair-grant" title="Research Chair Grant" rel="tag">Research Chair Grant</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/gerneral" title="ทั่วไป" rel="tag">ทั่วไป</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2" title="ทุนนักวิจัย" rel="tag">ทุนนักวิจัย</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c" title="ประชาสัมพันธ์" rel="tag">ประชาสัมพันธ์</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%99%e0%b8%99" title="สร้างสรรค์นักวิจัยแกนนำ" rel="tag">สร้างสรรค์นักวิจัยแกนนำ</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%8a" title="สวทช" rel="tag">สวทช</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%81%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3" title="แวดวงวิชาการ" rel="tag">แวดวงวิชาการ</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%8a-%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%a2.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โครงการ &#8216;iTAP Big Impact&#8217;</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-itap-big-impact.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-itap-big-impact.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 17 Aug 2009 02:24:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[กิจกรรมต่างๆ]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[iTAP Big Impact]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช]]></category>
		<category><![CDATA[เอสเอ็มอีไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/2009/08/17/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-itap-big-impact/</guid>
		<description><![CDATA[สวทช. เปิดตัวโครงการ &#8216;iTAP Big Impact&#8217; ยกเครื่องเอสเอ็มอีไทย
*ช่วยอัพเกรดเทคโนโลยีแก่ SMEs โรงสีข้าว ฟาร์มเลี้ยงไก่ โรงอบยางพารา เพื่อเพิ่มกำไรขึ้นชัดเจนทันที
*เน้นสร้างผลกระทบกับภาคการผลิตเส้นเลือดใหญ่ระดับมหภาคของประเทศ ได้แก่ ข้าว ไก่ ยางพารา
*ประกาศผลสำเร็จของโครงการนำร่อง:
   1.เพิ่มกำลังการผลิตในโรงสีข้าวได้ 2 เท่า ลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ครึ่งหนึ่ง และเพิ่มผลกำไรในโรงสีได้ 20%
   2.ประหยัดต้นทุนพลังงานในการระบายอากาศในโรงเลี้ยงไก่ได้ 23% สำหรับเกษตรกร  ผู้เลี้ยงไก่
   3.ลดต้นทุนเชื้อเพลิงในการอบยางแผ่นรมควันได้ 40% สำหรับเกษตรกรชาวสวนยาง
*ประเทศได้ประโยชน์จากการประหยัดไฟฟ้ารวมมากกว่า 21,000 ล้านบาท
ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ประกาศเปิดตัวโครงการ iTAP Big Impact ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ที่สร้างผลกระทบวงกว้างให้กับประเทศ เพื่อมุ่งเพิ่มกำไรให้กับเอสเอ็มอี พร้อมช่วยประหยัดต้นทุนในการใช้พลังงานที่เห็นได้ผลชัดเจนทันที จากการยกระดับเทคโนโลยีในภาคการผลิตหลักที่สำคัญระดับมหภาคของประเทศ ได้แก่ การสีข้าว การเลี้ยงไก่ และการอบยางแผ่นรมควัน
โครงการ ‘iTAP Big Impact’ (ไอแทป บิ๊ก อิมแพค) ดำเนินงานโดยโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเพิ่มรายได้แก่กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้อย่างเร่งด่วน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%8a"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with สวทช">สวทช</a>. เปิดตัวโครงการ &#8216;<a href="http://www.livetogether.org/content/itap-big-impact"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with iTAP Big Impact">iTAP Big Impact</a>&#8217; ยกเครื่องเอสเอ็มอีไทย</p>
<p>*ช่วยอัพเกรดเทคโนโลยีแก่ SMEs โรงสีข้าว ฟาร์มเลี้ยงไก่ โรงอบยางพารา เพื่อเพิ่มกำไรขึ้นชัดเจนทันที<br />
*เน้นสร้างผลกระทบกับภาคการผลิตเส้นเลือดใหญ่ระดับมหภาคของประเทศ ได้แก่ ข้าว ไก่ ยางพารา<br />
*ประกาศผลสำเร็จของโครงการนำร่อง:<br />
   1.<span style="text-decoration: underline;">เพิ่มกำลังการผลิตในโรงสีข้าวได้ 2 เท่า ลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ครึ่งหนึ่ง</span> และเพิ่มผลกำไรในโรงสีได้ 20%<br />
   2.<span style="text-decoration: underline;">ประหยัดต้นทุนพลังงานในการระบายอากาศในโรงเลี้ยงไก่ได้ 23%</span> สำหรับเกษตรกร  ผู้เลี้ยงไก่<br />
   3.<span style="text-decoration: underline;">ลดต้นทุนเชื้อเพลิงในการอบยางแผ่นรมควันได้ 40%</span> สำหรับเกษตรกรชาวสวนยาง<br />
*ประเทศได้ประโยชน์จากการประหยัดไฟฟ้ารวมมากกว่า 21,000 ล้านบาท</p>
<p>ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ประกาศเปิดตัวโครงการ <strong>iTAP Big Impact</strong> ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ที่สร้างผลกระทบวงกว้างให้กับประเทศ เพื่อ<span style="text-decoration: underline;">มุ่งเพิ่มกำไรให้กับเอสเอ็มอี พร้อมช่วยประหยัดต้นทุนในการใช้พลังงานที่เห็นได้ผลชัดเจนทันที</span> จากการยกระดับเทคโนโลยีในภาคการผลิตหลักที่สำคัญระดับมหภาคของประเทศ ได้แก่ การสีข้าว การเลี้ยงไก่ และการอบยางแผ่นรมควัน</p>
<p>โครงการ <strong>‘iTAP Big Impact’ </strong>(ไอแทป บิ๊ก อิมแพค) ดำเนินงานโดยโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเพิ่มรายได้แก่กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้อย่างเร่งด่วน เห็นผลลัพธ์ได้จริงและชัดเจน รวมทั้งคาดว่าจะเป็นประโยชน์แก่ประเทศจากการประหยัดการใช้พลังงานลงได้มากกว่า 21,000 ล้านบาท</p>
<p>“โครงการ iTAP Big Impact นี้ สามารถสร้างผลกระทบวงกว้างระดับประเทศ และ<span style="text-decoration: underline;">สามารถที่จะวัดประโยชน์ที่ได้รับอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนได้จริงๆ ในทันที</span>ซึ่งเห็นได้จากโครงการนำร่องที่ได้ดำเนินงานมาแล้ว” ดร. คุณหญิงกัลยา กล่าว “ในสภาพเศรษฐกิจที่บีบรัดเช่นนี้ เป็นช่วงเวลาที่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพื่อให้ฝ่าวิกฤตไปได้ ซึ่งโครงการ iTAP Big Impact จะสามารถช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้โดยทันที”</p>
<p>ศ.ดร.ชัชนาถ เทพธรานนท์ ผู้ก่อตั้งโครงการ iTAP และรองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า “ภายใต้โครงการ iTAP Big Impact เราได้พัฒนา<span style="text-decoration: underline;">เทคนิคที่ง่ายต่อการดำเนินงานในการปรับกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น</span> และสามารถจะนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันทีกับโรงสีข้าวกว่า 43,000 แห่ง ฟาร์มไก่ 64,000 แห่ง และเตาอบยางแผ่นรมควันอีก 660 แห่งทั่วประเทศ”</p>
<p>ศ.ดร.ชัชนาถ กล่าวว่า <span style="text-decoration: underline;">“ด้วยเทคนิควิศวกรรมซึ่งไม่ซับซ้อน เราสามารถเพิ่มกำไร 20% ให้กับเอสเอ็มอีโรงสีข้าวได้ โดยการให้คำปรึกษา ฝึกอบรมทางเทคนิคง่ายๆ แก่ผู้ประกอบการโรงสีข้าว เช่น ให้สามารถปรับระยะห่างระหว่างลูกยางกระเทาะข้าวให้ถูกต้องเหมาะสม</span> เนื่องจากเทคนิคที่สามารถทำได้ง่าย และไม่ต้องลงทุนเปลี่ยนเครื่องจักร หรือไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ มาก เราจึงได้เห็นผลสำเร็จในโครงการนำร่องแล้วว่า โรงสีสามารถลดการหักของเมล็ดข้าว เพิ่มคุณภาพผลผลิตได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว”</p>
<p>“นอกจากนี้ โครงการยังมีเทคนิคการปรับตั้งค่าเครื่องจักรให้การสีข้าวให้มีประสิทธิภาพในการสีข้าวเพียงรอบเดียว ไม่ต้องสีซ้ำหลายครั้ง ลดการสิ้นเปลือง ซึ่งจากเดิมจำเป็นต้องมีการสีข้าวซ้ำ เนื่องจากการสีในรอบแรกยังมีข้าวเปลือกเหลือปนอยู่จำนวนมาก ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือโรงสีสามารถเพิ่มปริมาณการสีข้าวในแต่ละวันได้ 2 เท่า คิดเป็นกำไรเพิ่มขึ้นประมาณ 6-12 ล้านบาทต่อปีต่อโรง สำหรับโรงสีข้าวที่มีกำลังผลิต 60-120 ตันต่อวัน”  </p>
<p>“ขั้นตอนทางเทคนิคง่ายๆ เช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยผู้ประกอบการเพิ่มกำไรได้เท่านั้น <span style="text-decoration: underline;">แต่ยังช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในกระบวนการสีข้าวได้อย่างชัดเจนถึง 50%</span> แต่ที่มากไปกว่านั้นคือ จะเกิดประโยชน์ยิ่งกว่าสำหรับประเทศไทยในภาพรวม อีกทั้งช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย” ศ.ดร.ชัชนาถ กล่าว</p>
<p><strong>“หากเราได้นำวิธีการเดียวกันนี้ไปใช้กับโรงสีข้าวทั้ง 43,000 แห่งในประเทศไทย เราจะสามารถประหยัดการใช้ไฟฟ้าของประเทศได้ถึง 21,000 ล้านบาทเลยทีเดียว”</strong> ศ.ดร.ชัชนาถ กล่าว</p>
<p><span id="more-1909"></span></p>
<p>“จากการที่ประเทศไทยมีเกษตรกรปลูกข้าวอยู่กว่า 3,700,000 ครัวเรือน และสัดส่วนการส่งออกข้าวคิดเป็น 2.2 % ของจีดีพีของประเทศ ในภาวะที่เศรษฐกิจฝืดเคืองเช่นนี้ หากสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในโรงสีข้าวขึ้น 2 เท่าในทุกๆ โรงสีในประเทศและมีกำไรเพิ่มขึ้น จะช่วยให้เกษตรกรได้ประโยชน์ตามกลไกตลาด และเป็นการช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ดีขึ้นได้แน่นอน” ศ.ดร.ชัชนาถ กล่าว</p>
<p>โครงการเทคนิคปรับปรุงกระบวนการสีข้าวได้รับการพัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง iTAP และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี ผศ.ดร.พนมกร ขวาของ เป็นหัวหน้าโครงการ</p>
<p><strong>ประโยชน์สำหรับชาวสวนยางภายใต้โครงการ iTAP Big Impact</strong><br />
รศ.ดร.สมชาย ฉัตรรัตนา ผู้บริหารผู้ดูแลสายงานโครงการ iTAP และผู้ช่วยผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า “ภายใต้โครงการ iTAP Big Impact เราได้พัฒนาเตาอบยางแผ่นรมควันที่ทันสมัยสำหรับชาวสวนยางซึ่งเป็นเตาที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ และสามารถที่จะลดค่าเชื้อเพลิง (ไม้ฟืนยางพารา) ได้มากกว่า 92,000 บาทต่อเตาต่อปี สำหรับขนาดโรงอบยางรมควันมาตรฐานของสหกรณ์กองทุนสวนยาง”</p>
<p>รศ.ดร.สมชาย เปิดเผยว่า “เทคนิคทางวิศวกรรมของเตาอบที่ได้พัฒนาขึ้นใหม่นี้ช่วยให้นำความร้อนเข้าไปในห้องอบรมควันเร็วขึ้น สามารถควบคุมปริมาณและการกระจายความร้อนได้อย่างทั่วถึงสม่ำเสมอยิ่งขึ้น ส่งผลให้ได้แผ่นยางที่มีคุณภาพดีขึ้น และลดเวลาที่ใช้ในการอบยางแผ่นรมควันลง 25% ในขณะเดียวกัน ช่วยประหยัดค่าเชื้อเพลิงได้ประมาณ 40%”</p>
<p><strong>“เมื่อคำนวณต้นทุนค่าใช้เชื้อเพลิงและค่าแรงที่สามารถประหยัดลงได้ แล้วบวกรายได้ที่ชาวสวนยางได้รับเพิ่มขึ้นจากยางแผ่นรมควันที่มีคุณภาพสูงขึ้น และปริมาณยางที่อบได้เพิ่มขึ้นแล้ว เตาอบยางแบบใหม่หนึ่งเตาสามารถจะเพิ่มกำไรให้สหกรณ์สวนยางได้ประมาณ ปีละ 165,000 บาทเลยทีเดียว”</strong> รศ.ดร.สมชาย กล่าว</p>
<p>“จากการนำเตาอบแบบใหม่ไปใช้นี้ เราคาดว่า จะส่งผลดีต่อเกษตรกรชาวสวนยางรายย่อยให้มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย เพราะเตาใหม่นี้ช่วยให้อบยางได้เร็วขึ้น ทำให้ชาวสวนยางไม่ต้องกังวัลว่ายางสดจะเสียเพราะอบไม่ทัน และเป็นสาเหตุให้ชาวสวนต้องรีบขายยางสดให้พ่อค้าคนกลางในเวลาที่ราคายางต่ำ” รศ.ดร.สมชาย กล่าว</p>
<p>“จากการที่ประเทศไทยมีโรงอบยางรมควันอยู่ประมาณ 660 โรง โครงการเตาอบยางประหยัดพลังงานนี้จะสามารถจะเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศได้อย่างมาก” รศ.ดร.สมชาย กล่าว</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">ประโยชน์สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ภายใต้โครงการ iTAP Big Impact</span><br />
</strong>นางสาว สนธวรรณ สุภัทรประทีป ผู้อำนวยการโครงการ iTAP กล่าวว่า ประเทศไทยมีโรงเรือนเลี้ยงไก่อยู่ประมาณ 64,000 แห่งทั่วประเทศ แต่ละโรงเรือนเลี้ยงไก่เฉลี่ยประมาณ 13,000-15,000 ตัว</p>
<p>“เมื่อเทียบกับพัดลมที่นิยมใช้ในปัจจุบัน พัดลมระบายอากาศที่พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ประมาณ 23% หรือคิดเป็น 20,000 บาทต่อโรงเรือนต่อปี ซึ่งนอกจากพัดลมแบบใหม่จะช่วยเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ให้มีกำไรเพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีศักยภาพที่ช่วยประหยัดการใช้พลังงานของประเทศได้กว่า 1,200 ล้านบาท” น.ส. สนธวรรณ กล่าว</p>
<p>น.ส. สนธวรรณ กล่าวว่า พัดลมแบบที่นิยมใช้ในปัจจุบันเป็นแบบที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และออกแบบได้ไม่เหมาะสำหรับใช้กับโรงเรือนไก่ในประเทศไทย และเสียงของใบพัดที่ดังทำให้ไก่เครียด ซึ่งทีมวิจัยได้ออกแบบพัดลม 3 ใบพัดให้เหมาะกับเมืองไทย แทนที่จะเป็น 6 ใบพัด ทำให้ลดความดังของเสียง และลดความเครียดของไก่ ทำให้ไก่เจริญเติบโตได้ดีขึ้น คุณภาพและน้ำหนักเหมาะสม”</p>
<p>“ในปี 2551 ประเทศไทยส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่แปรรูปมูลค่า 51,600 ล้านบาท ดังนั้นประโยชน์ในการเพิ่มประสิทธิภาพของอุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่ ย่อมจะส่งผลในเชิงบวกกับเศรษฐกิจมหภาคของประเทศอย่างแน่นอน” น.ส. สนธวรรณ กล่าว</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">การทำงานร่วมกันกับเครือข่ายต่างๆ ของ iTAP</span></strong>  <br />
ศ.ดร.ชัชนาถ กล่าวว่า<br />
*โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการสีข้าว พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือของมหาวิทยาลัยขอนแก่น และโครงการ iTAP</p>
<p>*โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพในการอบยางแผ่นรมควัน พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และโครงการ iTAP โดยได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครศรีธรรมราชด้วย        </p>
<p>*โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงเรือนเลี้ยงไก่ พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และโครงการ iTAP โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท บี. อินเตอร์เนชั่นแนล แอนด์ เทคโนโลยี จำกัด</p>
<p>“ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่จะแสดงว่าหน่วยงานวิจัยและพัฒนาของรัฐอย่าง สวทช. สามารถที่จะทำงานประสานกันกับสถาบันการศึกษาเพื่อแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญและระดมทรัพยากรจากภาคเอกชนไปสร้างผลงานที่ตอบสนองความต้องการของภาคเกษตรกรรมได้โดยตรง” ศ.ดร.ชัชนาถกล่าว</p>
<p>ศ.ดร.ชัชนาถ กล่าวว่า ปัจจุบันโครงการ iTAP มีผู้เชี่ยวชาญกว่า 350 คน ที่สามารถจะดึงเอาความเชี่ยวชาญของท่านเหล่านั้นมาช่วยเหลือเอสเอ็มอีทั่วประเทศ นอกจากนี้ iTAP ยังช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ครึ่งหนึ่งสำหรับค่าผู้เชี่ยวชาญในการดำเนินโครงการ ซึ่งโครงการสามารถช่วยสนับสนุนได้สูงสุด 500,000 บาทต่อโครงการ</p>
<p>โครงการ iTAP ตั้งขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือทางเทคโนโลยีแก่เอสเอ็มอี สำหรับเอสเอ็มอีในอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วประเทศ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้แก่ 02-564 7000 ต่อ iTAP หรือ <a href="http://www.livetogether.org/goto/www_tmc_nstda_or_th_itap/1909/1" rel="nofollow" >www.tmc.nstda.or.th/itap</a></p>
<p>                                                                                  # # #<br />
<strong>สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:<br />
</strong>สวทช.: พินทิพย์ เอี่ยมนิรัตน์ โทรศัพท์ 02-564 7000 ต่อ 1466<br />
หรือ บริษัท บางกอก พับบลิค รีเลชั่นส์ จำกัด: พรวดี สถิตยางกูร หรือ ปานตา พูนทรัพย์มณี<br />
โทรศัพท์ (02) 664 9500 ต่อ 117 หรือ 116 โทรสาร (02) 664 9515</p>
<p>ที่มา  สวทช.</p>
<p><map name='google_ad_map_1909_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/1909?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_1909_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=1909&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3-itap-big-impact.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/content/itap-big-impact" title="iTAP Big Impact" rel="tag">iTAP Big Impact</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86" title="กิจกรรมต่างๆ" rel="tag">กิจกรรมต่างๆ</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/gerneral" title="ทั่วไป" rel="tag">ทั่วไป</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c" title="ประชาสัมพันธ์" rel="tag">ประชาสัมพันธ์</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%8a" title="สวทช" rel="tag">สวทช</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2" title="เอสเอ็มอีไทย" rel="tag">เอสเอ็มอีไทย</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-itap-big-impact.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สุดยอดนวัตกรรม EcoDesign 2009</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-ecodesign-2009.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-ecodesign-2009.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 17 Aug 2009 02:14:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[กิจกรรมต่างๆ]]></category>
		<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[EcoDesign]]></category>
		<category><![CDATA[นวัตกรรม]]></category>
		<category><![CDATA[ผลิตภัณฑ์ลดโลกร้อน]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/2009/08/17/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-ecodesign-2009/</guid>
		<description><![CDATA[ประกาศผลแล้วสุดยอดการออกแบบผลิตภัณฑ์ลดโลกร้อน 4 ผลงานเด่นคว้ารางวัลชนะเลิศ “ด้ามตะเกียบลดการใช้ไม้” “เครื่องดักเก็บก๊าซชีวภาพโดยไม่ต้องหมัก” “กระถางต้นไม้กบเหลาดินสอ” “กระถางย่อยสลายได้จากเยื่อกระดาษ”รศ.ดร.วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) กล่าวว่า เครือข่ายการออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจไทย (TGDN) ภายใต้เอ็มเทค ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) จัดการประกวด EcoDesign 2009 ชิงถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในหัวข้อ “ลดโลกร้อนด้วยการออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Reduce Global Warming with EcoDesign)” โดยจุดเด่นของการประกวดอยู่ที่กระบวนการจัดประกวดที่มุ่งเน้นการให้ความรู้และการใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ โดยมีการอบรมให้ความรู้ และการสนับสนุนในเรื่องเทคนิคและเครื่องมือเพื่อบ่งบอกความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งผลงานจะต้องสามารถแสดงให้เห็นถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรของผลิตภัณฑ์ และสามารถนำมาผลิตได้จริง โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิต จนถึงกระบวนการการทำลาย ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลจะต้องสื่อถึงแนวคิดดังกล่าวได้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์ที่สุด โดยได้รับการพิจารณาตัดสินจากคณะกรรมการในแวดวงต่างๆ ถึง 3 ครั้ง ตั้งแต่เป็นร่างแนวคิดผลงาน (Concept Paper) จนถึงรอบสุดท้ายที่ต้องพัฒนาเป็นผลงานจริงแสดงในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งในปีนี้มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวด 356 ผลงาน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 38% แสดงให้เห็นว่าปัจจุบันคนไทยใส่ใจปัญหาภาวะโลกร้อนมากขึ้น รวมถึงมีความรู้ความสามารถในการออกแบบผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น
 

สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ มีดังนี้
ประเภทนักเรียนระดับมัธยมศึกษา
1. ด้ามตะเกียบ
นายทรงสิทธิ์ ศรีสุธรรม/นายสิทธิศักดิ์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ประกาศผลแล้วสุดยอดการออกแบบผลิตภัณฑ์ลดโลกร้อน 4 ผลงานเด่นคว้ารางวัลชนะเลิศ “ด้ามตะเกียบลดการใช้ไม้” “เครื่องดักเก็บก๊าซชีวภาพโดยไม่ต้องหมัก” “กระถางต้นไม้กบเหลาดินสอ” “กระถางย่อยสลายได้จากเยื่อกระดาษ”</strong>รศ.ดร.วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) กล่าวว่า เครือข่ายการออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจไทย (TGDN) ภายใต้เอ็มเทค ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) จัดการประกวด <a href="http://www.livetogether.org/content/ecodesign"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with EcoDesign">EcoDesign</a> 2009 ชิงถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในหัวข้อ <strong>“ลดโลกร้อนด้วยการออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจ (Reduce Global Warming with EcoDesign)”</strong> โดยจุดเด่นของการประกวดอยู่ที่กระบวนการจัดประกวดที่มุ่งเน้นการให้ความรู้และการใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ โดยมีการอบรมให้ความรู้ และการสนับสนุนในเรื่องเทคนิคและเครื่องมือเพื่อบ่งบอกความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งผลงานจะต้องสามารถแสดงให้เห็นถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรของผลิตภัณฑ์ และสามารถนำมาผลิตได้จริง โดยเริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิต จนถึงกระบวนการการทำลาย ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับรางวัลจะต้องสื่อถึงแนวคิดดังกล่าวได้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์ที่สุด โดยได้รับการพิจารณาตัดสินจากคณะกรรมการในแวดวงต่างๆ ถึง 3 ครั้ง ตั้งแต่เป็นร่างแนวคิดผลงาน (Concept Paper) จนถึงรอบสุดท้ายที่ต้องพัฒนาเป็นผลงานจริงแสดงในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งในปีนี้มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าร่วมประกวด 356 ผลงาน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 38% แสดงให้เห็นว่าปัจจุบันคนไทยใส่ใจปัญหาภาวะโลกร้อนมากขึ้น รวมถึงมีความรู้ความสามารถในการออกแบบผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น</p>
<p> </p>
<p><span id="more-1907"></span></p>
<p><strong>สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ</strong> มีดังนี้<br />
<strong>ประเภทนักเรียนระดับมัธยมศึกษา</strong><br />
1. ด้ามตะเกียบ<br />
นายทรงสิทธิ์ ศรีสุธรรม/นายสิทธิศักดิ์ ศรีสุธรรม/ นายปริวรรต แก้วระดี จากโรงเรียนปลาปากวิทยา จังหวัดนครพนม<br />
2. ระบบเก็บแก๊ส ชีวภาพ<br />
นายศจิษฐ์ โปธาตุ/ นายอติศักดิ์ ศรีตำแย/นายอลงกรณ์ ตั้งสมบัติสันติ จากโรงเรียนชุมพลโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย<br />
<strong>ประเภทนักศึกษาระดับอนุปริญญาและปริญญาตรี<br />
</strong>Plantcil sharpener<br />
นางสาวพิมพิพัฒน์ ห้องดุลย์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย<br />
<strong>ประเภทภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม<br />
</strong>กระถางย่อยสลายได้สำหรับปลูกต้นกระดาษ<br />
ดร. ชินรัฐ บุญชู/ ดร.เฉิดฉัน ปุกหุต/ ดร. สกุณณี บวรสมบัติ จากบริษัท ดี. เอ. รีเซิร์ช เซ็นเตอร์ จำกัด / มหาวิทยาลัยเชียงใหม่</p>
<p>ติดตามรายละเอียดผลงานได้ที่นี่คะ</p>
<p><a href="http://www.livetogether.org/goto/http_www_mtec_or_th_images_users_72_mtec_pre_docs_news_Ecoaward_lists_pdf/1907/1" rel="nofollow" >http://www.mtec.or.th/images/users/72/mtec_pre/docs/news/Ecoaward_lists.pdf</a></p>
<p>ที่มา  <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%8a"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with สวทช">สวทช</a></p>
<p><map name='google_ad_map_1907_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/1907?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_1907_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=1907&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a1-ecodesign-2009.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/content/ecodesign" title="EcoDesign" rel="tag">EcoDesign</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%86" title="กิจกรรมต่างๆ" rel="tag">กิจกรรมต่างๆ</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/gerneral" title="ทั่วไป" rel="tag">ทั่วไป</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1" title="นวัตกรรม" rel="tag">นวัตกรรม</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c" title="ประชาสัมพันธ์" rel="tag">ประชาสัมพันธ์</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%93%e0%b8%91%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99" title="ผลิตภัณฑ์ลดโลกร้อน" rel="tag">ผลิตภัณฑ์ลดโลกร้อน</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%8a" title="สวทช" rel="tag">สวทช</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-ecodesign-2009.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>งานเสวนา : ฟ้าผ่า ข้อเท็จจริงที่ควรรู้</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Jul 2009 06:38:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อเท็จจริงที่ควรรู้เกี่ยวกับฟ้าผ่า]]></category>
		<category><![CDATA[งานเสวนา]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/?p=1286</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สวทช. และสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) จัดงานเสวนา “ฟ้าผ่า” ข้อเท็จจริงที่ควรรู้ ซึ่งทีมงานวิชาการดอทคอมได้มีโอกาสเข้าร่วมงานด้วย จึงขอเก็บภาพและเนื้อหามาฝากกันค่ะ
งานเสวนานี้จัดขึ้นเพื่อร่วมไขข้อสงสัยของสังคม ในเรื่องการเกิดปรากฎการณ์ฟ้าผ่า ตลอดจนประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างสื่อล่อ เช่น ตะกรุด สร้อย โทรศัพท์มือถือ MP3 ฯลฯ ว่าเป็นสื่อล่อฟ้าหรือไม่ อันจะนำไปสู่บทสรุปข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดฟ้าผ่า ลดปัญหาการเสียชีวิตจากการถูกฟ้าผ่าของคนไทย  พร้อมกันนี้ ภายในงานยังมีการสาธิตปฏิบัติการจำลองฟ้าผ่า พิสูจน์สื่อล่อโลหะ โทรศัพท์มือถือ และสัญญาณโทรศัพท์มือถือด้วย
 











คุณชูเกียรติ ไทยจรัสเสถียร จาก กรมอุตุนิยมวิทยา




ดร.คมสัน เพ็ชรรักษ์ หัวหน้าห้องจำลองฟ้าผ่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ฟ้าผ่า เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นภายใต้เมฆฝนฟ้าคะนอง ซึ่งเมื่อก้อนเมฆเคลื่อนที่ก็จะมีลมและเกิดการเสียดสีกับโมเลกุลของหยดน้ำ และน้ำแข็งภายในก้อนเมฆ ทำให้เกิดการแตกตัวของประจุไฟฟ้า โดยประจุลบ ส่วนใหญ่ จะอยู่ทางด้านล่างของก้อนเมฆ ขณะที่ประจุบวกจะอยู่ทางด้านบนของก้อนเมฆ
 

ประจุลบด้านล่างก้อนเมฆ มีความสามารถในการเหนี่ยวนำให้วัตถุ ทุกสิ่งที่อยู่ภายใต้ ก้อนเมฆเป็นประจุบวกได้ทั้งหมด พร้อมทั้งดึงดูด ให้ประจุบวกวิ่งขึ้นมาหาประจุลบได้ ทั้งนี้หากประจุลบใต้ก้อนเมฆมีปริมาณมากพอ จะทำให้อากาศด้านล่างก้องเมฆค่อยๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: left;">เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน <span style="color: #808000;">คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%8a"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with สวทช">สวทช</a>. และสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.)</span> จัด<span style="color: #800080;"><strong><a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b2"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with งานเสวนา">งานเสวนา</a> “ฟ้าผ่า” ข้อเท็จจริงที่ควรรู้</strong></span> ซึ่งทีมงานวิชาการดอทคอมได้มีโอกาสเข้าร่วมงานด้วย จึงขอเก็บภาพและเนื้อหามาฝากกันค่ะ</p>
<p>งานเสวนานี้จัดขึ้นเพื่อร่วมไขข้อสงสัยของสังคม ในเรื่องการเกิดปรากฎการณ์ฟ้าผ่า ตลอดจนประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างสื่อล่อ เช่น ตะกรุด สร้อย โทรศัพท์มือถือ MP3 ฯลฯ ว่าเป็นสื่อล่อฟ้าหรือไม่ อันจะนำไปสู่บทสรุปข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดฟ้าผ่า ลดปัญหาการเสียชีวิตจากการถูกฟ้าผ่าของคนไทย  พร้อมกันนี้ ภายในงานยังมีการสาธิตปฏิบัติการจำลองฟ้าผ่า พิสูจน์สื่อล่อโลหะ โทรศัพท์มือถือ และสัญญาณโทรศัพท์มือถือด้วย</p>
<p> </p>
<p><strong><span style="color: #000080;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/152/152949.jpg" border="0" alt="" align="undefined" /></p>
<p><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/152/152956.jpg" border="0" alt="" align="undefined" /></p>
<p><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/152/152959.jpg" border="0" alt="" align="undefined" /></p>
<p><span id="more-1286"></span><br />
</span></strong></p>
<table border="0">
<tbody>
<tr>
<td><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/152/152964.jpg" border="0" alt="" align="undefined" /></td>
</tr>
<tr>
<td style="text-align: center;">คุณชูเกียรติ ไทยจรัสเสถียร จาก กรมอุตุนิยมวิทยา</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p><strong><span style="color: #000080;"></p>
<p>ดร.คมสัน เพ็ชรรักษ์</span></strong> <span style="color: #000080;">หัวหน้าห้องจำลองฟ้าผ่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</span> กล่าวว่า ฟ้าผ่า เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติ ที่เกิดขึ้นภายใต้เมฆฝนฟ้าคะนอง ซึ่งเมื่อ<span style="color: #008000;">ก้อนเมฆเคลื่อนที่ก็จะมีลมและเกิดการเสียดสีกับโมเลกุลของหยดน้ำ และน้ำแข็งภายในก้อนเมฆ ทำให้เกิดการแตกตัวของประจุไฟฟ้า โดยประจุลบ ส่วนใหญ่ จะอยู่ทางด้านล่างของก้อนเมฆ ขณะที่ประจุบวกจะอยู่ทางด้านบนของก้อนเมฆ</span></p>
<p> </p>
<p><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/152/152957.jpg" border="0" alt="" align="undefined" /></p>
<p>ประจุลบด้านล่างก้อนเมฆ มีความสามารถในการเหนี่ยวนำให้วัตถุ ทุกสิ่งที่อยู่ภายใต้ ก้อนเมฆเป็นประจุบวกได้ทั้งหมด พร้อมทั้งดึงดูด ให้ประจุบวกวิ่งขึ้นมาหาประจุลบได้ ทั้งนี้หากประจุลบใต้ก้อนเมฆมีปริมาณมากพอ จะทำให้อากาศด้านล่างก้องเมฆค่อยๆ แตกตัว ประจุลบวิ่งลงมาด้านล่าง และบรรจบกับประจุบวกที่วิ่งขึ้นมา และเกิดเป็นฟ้าผ่าได้ในที่สุด ฉะนั้นจะเห็นว่า<span style="color: #008000;">ทุกบริเวณใต้เงาเมฆฝนฟ้าคะนอง มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดฟ้าผ่าได้หมด</span> ไม่ว่าที่สูง ที่ต่ำ กลางแจ้ง เพียงแต่<span style="color: #008000;"><strong>จุดเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดฟ้าผ่า ได้มากที่สุด คือ ที่โล่งแจ้ง</strong></span> เช่น สระน้ำ ชายหาด สนามกอล์ฟ ฯลฯ และจุดที่สูงในบริเวณนั้นๆ เช่น ต้นไม้ อาคารสูง เนื่องจากประจุไฟฟ้ามีโอกาสวิ่งมาเจอกันได้เร็วที่สุด ส่วนวัตถุที่เป็นตัวทำให้ฟ้าผ่าใส่มนุษย์ได้มากที่สุด คือ วัตถุที่อยู่สูงเหนือจากศีรษะมนุษย์ขึ้นไป ยิ่งเฉพาะสิ่งของที่มีปลายแหลม เช่น ร่มที่ด้านปลายบนสุดเป็นเหล็กแหลม เป็นต้น</p>
<p> </p>
<p>มนุษย์ไม่เพียงได้รับอันตรายนอกจากการถูกฟ้าผ่าโดยตรง แต่ยังมีฟ้าผ่าประเภทอื่นๆ ที่ทำอันตรายได้ อาทิ ฟ้าแลบด้านข้าง คือการที่กระแสไฟฟ้า “กระโดด” เข้าสู่ตัวคนทางด้านข้าง ในกรณีที่หลบอยู่ภายใต้บริเวณที่ถูกฟ้าผ่า เช่น ต้นไม้ หรือโครงไม้ของเพิงที่เปิดด้านใดด้านหนึ่ง และกรณีที่พบได้มาก คือ กระแสวิ่งตามพื้น (ground current) ที่เกิดจากแรงดันไฟฟ้าช่วงก้าว (Step Voltage) เพราะจุดที่ถูกฟ้าผ่ากระแสไฟฟ้ายังสามารถวิ่งออกไปยังบริเวณโดยรอบ เช่น จากลำต้นลงมาที่โคนต้นไม้ และกระจายออกไปตามพื้นดินที่มีน้ำเจิ่งนอง ซึ่งหากกระแสวิ่งผ่านเข้าสุ่ตัวคน อาจได้รับอันตรายจนถึงเสียชีวิต</p>
<p> </p>
<p><span style="color: #008000;">ส่วนกรณีของโลหะ และโทรศัพท์มือถือ ไม่นับว่าเป็นสื่อล่อฟ้าได้แน่นอน เพราะโทรศัพท์เวลาใช้งานจะอยู่ต่ำกว่าตัวคน</span> ที่สำคัญพลังงานของสัญญาณโทรศัพท์มือถือไม่สามารถทำให้อากาศแตกตัวเป็นตัวนำได้ พร้อมกันนี้ยังมีรายงานว่า การใช้โทรศัพท์อยู่ใกล้บริเวณที่เกิดฟ้าผ่า อาจจะมีผลเหนี่ยวนำทำให้แบตเตอรี่ เกิดการลัดวงจร และเกิดการระเบิดจนเป็นสาเหตุของการบาดเจ็บได้ โดยที่โทรศัพท์มือถือ ไม่ใช่สื่อล่อฟ้าผ่า แต่กระนั้นการใช้โทรศัพท์มือถือ ในสภาวะที่เกิดฝนฟ้าคะนอง ก็นับเป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง เพราะหากน้ำเข้าโทรศัพท์ก็มีโอกาส ทำให้แบตเตอรี่เกิดการลัดวงจรได้เช่นเดียวกัน</p>
<p> <br />
เช่นเดียวกับ <strong><span style="color: #000080;">นายสรรเสริญ ทรงเผ่า</span></strong> <span style="color: #000080;">วิศวกรฝ่ายวิจัยและพัฒนา บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)</span> ผู้ที่พัฒนา “ระบบป้องกันฟ้าผ่า” ซึ่งได้รับรางวัลชมเชยผลงานประดิษฐ์คิดค้น ประจำปี 2548 จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ที่เชื่อว่า สื่อโลหะและมือถือ ไม่ใช่สื่อล่อฟ้าผ่า แต่โลหะและมือถืออาจก่อให้เกิดผลกระทบ ทำให้ผู้ที่ถูกฟ้าผ่า ได้รับการบาดเจ็บมากขึ้น ภายหลังที่เกิดฟ้าผ่าแล้ว</p>
<p> </p>
<p><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/152/152952.jpg" border="0" alt="" width="189" height="242" align="undefined" /></p>
<p>โครงสร้างของโลหะและโทรศัพท์มือถือ ไม่สามารถเป็นสื่อล่อฟ้าได้โดยตรง เพราะไม่มีส่วนที่สร้างสตรีมเมอร์ หรือประจุไฟฟ้าบวกจากวัตถุที่ต่อกับพื้นดินที่วิ่งขึ้นไปล่อประจุลบจากก้อนเมฆให้มาเจอกันได้ แต่ภายหลังจากฟ้าผ่าลงมาที่ตัวคนแล้ว อาจจะมีสนามไฟฟ้าเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าให้เข้ามาในอุปกรณ์มือถือ ทำให้เกิดความเสียหายและระเบิดออกมา เช่นเดียวกับสร้อยที่ไม่ใช่สื่อล่อฟ้าผ่า แต่เมื่อฟ้าผ่ามาที่คน กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านร่างกายจะถูกเหนี่ยวนำให้มาที่สร้อยปริมาณมาก เนื่องจากมีค่าความต้านทานต่ำกว่าตัวคน ทำให้เกิดความร้อนและละลาย เป็นเหตุให้ผู้ถูกฟ้าผ่าได้รับการบาดเจ็บมากขึ้น</p>
<p> </p>
<p>สิ่งที่น่าสนใจและควรพึงระวังในขณะนี้ คือ <span style="color: #008000;">ประชาชนมีการติดตั้งจานดาวเทียมจำนวนมาก โดยไม่มีการต่อสายดิน</span> เมื่อเกิดฟ้าผ่าลงเสาไฟฟ้าบริเวณใกล้เคียง จะทำให้เกิดสนามไฟฟ้าออกมาด้วย จานดาวเทียมหรือเสาอากาศทีวีที่อยู่ใกล้จะเหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าเข้ามา และจะวิ่งเข้าสู่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ต่อกับปลั๊กไฟที่อาจจะมีการต่อลงสายดินที่ไม่ดีนัก ซึ่งไม่เพียงตัวแปลงสัญญาณดาวเทียมเกิดความเสียหายแล้ว ยังจะส่งผลต่อไปถึงอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอย่างอื่นด้วย ฉะนั้น ทางที่ดีควรมีการต่อสายจากจานดาวเทียมที่เป็นโครงสร้างคล้ายโลหะต่อลงหลักดิน เพื่อให้เวลาที่เกิดสนามไฟฟ้าเหนี่ยวนำเข้ามาที่ตัวจานดาวเทียม กระแสไฟฟ้าจะไหลลงสู่ดิน ไม่วิ่งเข้ามาที่อุปกรณ์ตัวอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนับเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ให้บริการติดตั้งจานดาวเทียมน่าจะคำนึงถึงในส่วนนี้ด้วย สำหรับการสร้างบ้านแนะนำว่าควรต่อโครงสร้างที่เป็นโลหะทั้งหมดลงไปที่ตอม่อ และต่อลงพื้นดิน ก็จะสามารถครอบคลุมฟ้าผ่าได้ในระดับหนึ่ง</p>
<p> </p>
<p>ขณะที่<span style="color: #000080;"><strong> ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ</strong></span> <span style="color: #000080;">นักวิชาการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ และที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการ ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)</span> ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า นอกจากฟ้าผ่าจากก้อนเมฆลงสู่พื้น จะเป็นอันตรายต่อคนมากที่สุดแล้ว ฟ้าผ่าจากยอดเมฆลงสู่พื้น ยังถือเป็นภัยจากฟ้าผ่าอีกรูปแบบหนึ่งที่มีอันตรายต่อคนได้ ขณะที่ประชาชนกลับยังไม่ค่อยรู้จักนัก</p>
<p> </p>
<p><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/152/152953.jpg" border="0" alt="" width="185" height="232" align="undefined" /></p>
<p>ฟ้าผ่าจากก้อนเมฆลงสู่พื้น จะผ่าลงบริเวณ “ใต้เงา” ของเมฆฝนฟ้าคะนองเป็นหลัก เพราะพื้นที่ดังกล่าวถูกเหนี่ยวนำให้มีสภาพเป็นประจุบวก ส่วนฟ้าผ่าจาก<span style="color: #008000;">ยอดเมฆลงสู่พื้นนั้น เป็นการปลดปล่อยประจุบวกออกจากก้อนเมฆ (ฟ้าผ่าแบบบวก)</span> <span style="color: #008000;">สามารถผ่าได้ไกลออกไปจากก้อนเมฆ ถึง 30 กิโลเมตร</span> นั่นคือ แม้ท้องฟ้าเหนือศีรษะจะดูปลอดโปร่ง แต่ก็อาจจะถูกฟ้าผ่า (แบบบวก) ได้ หากมีเมฆฝนฟ้าคะนองอยู่ห่างไกลออกไปราว 30 กิโลเมตร ทั้งนี้เคยมีข้อมูลบันทึกไว้ว่า เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม ค.ศ.1984 ได้เกิดฟ้าผ่านักกอล์ฟในเมืองทูซอน มลรัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองห่างออกไปราว 5 กิโลเมตร และฟ้าผ่าแบบบวกนี้เองที่เป็นที่มาของวลี “a bolt from the blue” “a bolt out of the blue” หรือบางครั้งก็พูดย่อๆ ว่า  “out of the blue”ซึ่งบ่งถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิดมาก่อน เปรียบเทียบเสมือน “ฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ”</p>
<p> </p>
<p><span style="color: #008000;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/152/152960.jpg" border="0" alt="" align="undefined" /></p>
<p>ฟ้าผ่าแบบบวกมักจะเกิดในช่วงท้ายของพายุฝนฟ้าคะนอง</span> คือ หลังจากฝนที่กระหน่ำเริ่มซาลงแล้ว และแม้ว่าฟ้าผ่าแบบบวกจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก (น้อยกว่า 5% ของฟ้าผ่าทั้งหมด) แต่ก็ทรงพลังมากกว่าฟ้าผ่าแบบลบถึง 10 เท่า กล่าวคือ กระแสไฟฟ้าอาจสูงถึง 300,000 แอมแปร์ และความต่างศักย์ 1 พันล้านโวลต์เลยทีเดียว อีกทั้งฟ้าผ่าแบบบวกยังอาจทำให้เกิดไฟป่าได้อีกด้วย หากในบริเวณที่โดนฟ้าผ่าเกิดไฟลุกไหมลาม และไม่มีฝนตกลงมาดับไฟ</p>
<p> </p>
<p>สำหรับคำแนะนำถึงวิธีการสังเกตเรื่องฟ้าผ่า มีกฎจำง่ายๆ ที่เรียกว่า <span style="color: #008000;">กฎ 30/30</span> เป็นข้อปฏิบัติที่ทหารใช้กัน โดยเลข 30 ตัวแรกมีหน่วยเป็นวินาที หมายถึงว่า หากเห็นฟ้าแลบ แล้วได้ยินเสียงฟ้าร้องตามมา ภายในเวลาไม่เกิน 30 วินาที แสดงว่าเมฆฝนฟ้าคะนองอยู่ใกล้มากเพียงพอ ที่ฟ้าผ่าจะทำอันตรายคุณได้ ให้หาที่หลบ ที่ปลอดภัยทันที (ตัวเลขนี้มาจากการที่เสียงเดินทางด้วยอัตราเร็วประมาณ 346 เมตร/วินาที ที่อุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส) ส่วนเลข 30 ตัวหลัง มีหน่วยเป็นนาที  หมายถึงว่า หลังจากที่พายุฝนฟ้าคะนองหยุดลงแล้ว (นั่นคือ ฝนหยุด และไม่มีเสียงฟ้าร้อง) <span style="color: #008000;"><strong>คุณควรจะรออยู่ในที่หลบอีกอย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้มั่นใจว่า เมฆฝนฟ้าคะนองได้ผ่านไป หรือ สลายตัวไปแล้ว แต่อย่าลืมว่าฟ้าผ่าแบบบวกมักจะเกิดในช่วงท้ายของพายุฝนฟ้าคะนอง</strong></span></p>
<p> </p>
<p>ด้าน <span style="color: #000080;"><strong>นายกิตติ เพ็ชรสันทัด</strong> หัวหน้ากองเทคโนโลยีสายส่งและการบิน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)</span> กล่าวว่า สภาพฟ้าผ่าที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาตินั้น เป็นวิกฤติที่สร้างความสูญเสียต่อระบบการส่งไฟฟ้าอย่างมาก ดังนั้นการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) จึงติดตั้งระบบการตรวจวัดค่าการเกิดฟ้าผ่าและพายุฝนฟ้าคะนอง เพื่อรับรู้สภาพการเกิดฟ้าผ่า และความถี่ที่เกิดฟ้าผ่า รวมถึงความรุนแรงที่เกิดฟ้าผ่าในประเทศไทย ซึ่งมีระบบตรวจวัดทั้งหมด 11 สถานี ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งจากการเก็บข้อมูลในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มีข้อมูลบ่งชี้ว่าสภาพการเกิดฟ้าผ่าคอนข้างมีความถี่สูงขึ้นและรุนแรงมากขึ้น โดย<span style="color: #008000;"><strong>สิ่งที่เครื่องเซ็นเซอร์ของ กฟผ.ตรวจจับจำนวนที่ฟ้าผ่าลงมาในประเทศไทยนั้นมีมากถึง 100,000 ครั้งต่อเดือน</strong></span> ซึ่งอาจเป็นผลมาจากสภาพอากาศแปรปรวน คือ ช่วงกลางวันที่อุณหภูมิความร้อนสูง บวกกับช่วงกลางคืนที่ฝนตกหนักฟ้าคะนอง จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้กระแสฟ้าผ่ามีค่าความรุนแรงค่อนข้างสูงขึ้น และจะสูงขึ้นมากในช่วงมรสุม โดยเฉพาะช่วงการเปลี่ยนถ่ายฤดูฝนที่มีลมมรสุมพัดผ่าน เป็นมรสุมในพื้นทวีปแลบะพาดผ่านประเทศไทย</p>
<p> </p>
<p><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/152/152954.jpg" border="0" alt="" width="197" height="238" align="undefined" /></p>
<p>ช่วงการเปลี่ยนแปลงฤดู ประมาณเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน และ เดือนกันยายน – ตุลาคม สภาพอากาศจะมีความแปรปรวน ซึ่งช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีฟ้าผ่าค่อนข้างเยอะและรุนแรง อย่างไรก็ตาม จะต้องดูช่วงฤดูมรสุมด้วยว่าอาจจะมาเร็วหรือช้าผิดปกติ ซึ่งจะมีความไม่แน่นอนในแต่ละปี และพื้นที่ที่เกิดฟ้าผ่าส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นตามแนวพาดผ่านของมรสุม</p>
<p> </p>
<p>นายกิตติกล่าวด้วยว่า นอกจากพื้นที่ที่เป็นแนวพาดผ่านของลมมรสุมแล้ว ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ฟ้าผ่ามีผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต หรือทรัพย์สิน อาคาร บ้านเรือน มี 2 เรื่อง ได้แก่<br />
<span style="color: #008000;">1. การกระจายเข้าไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยงฟ้าผ่ามีมากขึ้น</span> เช่น พื้นที่สูงตามป่าเขา ซึ่งในอดีตไม่ค่อยมีคนเข้าไปอยู่มาก โอกาสเกิดฟ้าผ่าให้คนเสียชีวิตนั้น จึงมีน้อย แต่ปัจจุบัน มีประชากรย้ายเข้าไปอยู่อาศัยในพื้นที่ที่เสียงต่อการถูกฟ้าผ่า เสียชีวิตมากขึ้น<br />
<span style="color: #008000;">2. สภาพภูมิประเทศ</span> ซึ่งหากเปรียบเทียบระหว่างพื้นที่ที่มีภูเขา เนินเขาสูงมากๆ นั้น ก็มีโอกาสที่จะเสี่ยงถูกฟ้าผ่าลงมาได้มากกว่าพื้นที่ราบ ฉะนั้นหากดูจากภูมิประเทศแล้ว พื้นที่ภาคกลาง โอกาสที่จะเสี่ยงถูกฟ้าผ่าลงมามีน้อยกว่า เมื่อเทียบกับพื้นที่ภาคตะวันตก ภาคตะวันออก ภาคเหนือ และภาคใต้ ที่มีภูเขาหรือไหล่เขามากมาย</p>
<p> </p>
<p>ดังนั้นเมื่อพิจารณาถึงสภาพภูมิประเทศที่เอื้อต่อฟ้าผ่า และบริเวณที่มีร่องมรสุม พาดผ่าน บ่งชี้ได้ว่าพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดฟ้าผ่าและมีความถี่สูง อาทิ พื้นที่ภาคใต้ของไทย ตั้งแต่ จังหวัดภูเก็ต กระบี่ ระนอง และ พังงา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ฝนตกชุกและอยู่ระหว่าง 2 ฝั่ง มหาสมุทร ที่มีความชื้นของน้ำทะเลเป็นตัวนำให้เกิดฟ้าผ่าร่วมอยู่ด้วย นอกจากนั้นแล้ว พื้นที่ภาคตะวันออก ได้แก่ จ.จันทบุรี จ.ตราด ก็ถือเป็นพื้นที่เสี่ยงด้วย เนื่องจากมีเขาสูง และมีการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศบ่อย จะเห็นว่าบริเวณที่เอื้อต่อการเกิดฟ้าผ่าได้ง่าย คือ ภูมิประเทศที่มีเทือกเขาสูง มีทะเลทำให้อากาศชื้น และเป็นพื้นที่ที่มีมรสุมพาดผ่าน ส่วนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ก็ยังถือเป็นพื้นที่ที่เกิดฟ้าผ่า แต่ส่วนใหญ่ฟ้าจะผ่าลงไปในบริเวณที่มีต้นไม้สูง อาคารสูง และหอคอยสูง ซึ่งจุดเหล่านี้ถูกป้องกันโดยระบบล่อฟ้าไว้เรียบร้อยแล้ว</p>
<p> </p>
<p>อย่างไรก็ดีปัจจุบันข้อมูลฟ้าผ่าในประเทศไทยอาจจะยังไม่มีการตรวจวัดที่เป็นกระบวนการชัดเจน ส่วนใหญ่จะใช้ฐานข้อมูลจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นการใช้ดาวเทียมตรวจสภาพอากาศ แต่ในปีนี้ ทาง กฟผ.ได้จัดซื้อซอฟต์แวร์มาจากต่างประเทศ เพื่อนำมาใช้เป็นฐานข้อมูลในการวิเคราะห์ สถิติฟ้าผ่าในช่วงเป็น 5 ปี 10 ปี เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เป็นข้อมูลในการออกแบบการก่อสร้างอาคาร การพยากรณ์สภาพพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดฟ้าผ่าบ่อย เป็นต้น</p>
<p> </p>
<p><img style="float: left;" src="http://www.vcharkarn.com/uploads/152/152955.jpg" border="0" alt="" width="176" height="227" align="undefined" />ปิดท้ายที่<span style="color: #003366;"> </span><span style="color: #000080;"><strong>นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา</strong> ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม</span> กล่าวว่า จากนำเสนอข่าวในหนังสือพิมพ์ต่างๆ พบว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม 2550 ถึงเดือนมิถุนายน 2552 ได้เกิดเหตุการณ์ฟ้าผ่าจนทำให้คนไทยเสียชีวิต 39 คน และบาดเจ็บ 16 คน และหลายกรณี ได้รับการระบุว่ามีสาเหตุมาจากการพกพา หรือใช้โทรศัพท์มือถือขณะที่ฝนตก รวมทั้งในต่างประเทศมีหลายกรณี ที่โทรศัพท์มือถือ ได้รับการระบุว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดฟ้าผ่าเช่นกัน แต่กระนั้น <span style="color: #008000;">ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลทางวิชาการใดที่สามารถยืนยันได้ว่าโทรศัพท์มือถือเป็นสื่อล่อฟ้าได้</span> <span style="color: #008000;">แต่เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น ประชาชนควรปิดมือถือ เมื่ออยู่ภายใต้สภาวะฝนตกฟ้าคะนอง</span> นอกจากนี้ ยังควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในจุดเสี่ยง เช่น ที่โล่งแจ้ง สระน้ำ และอื่นๆ และเมื่อหลบเข้าภายในตัวอาคารแล้ว ควรงดการใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งทีวี อินเตอร์เน็ต คอมพิวเตอร์ หรือแม้กระทั่งโทรศัพท์แบบมีสาย เพราะหากเกิดฟ้าผ่าลงมาที่อุปกรณ์นอกอาคาร อาจจะได้รับอันตรายจากกระแสไฟฟ้าวิ่งมาตามสายไฟฟ้าหรือสายโทรศัพท์ได้ ส่วนกรณีที่อยู่ในรถ ควรปิดประตู และกระจกหน้าต่างให้สนิท อย่าสัมผัสส่วนที่เป็นโลหะ และไม่ควรใช้โทรศัพท์มือถือ กรณีที่หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โลงแจ้งไม่ทัน ให้นั่งยองๆ เท้าชิดกัน และเขย่งปลายเท้า พร้อมทั้งเอามือปิดหู เพื่อป้องกันเสียง โดยพยายามให้ร่างกายสัมผัสกับพื้นให้น้อยที่สุด เพื่อลดความเสี่ยงกรณีกระแสไฟฟ้าไหลมาตามพื้น</p>
<p><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/152/152961.jpg" border="0" alt="" align="undefined" /></p>
<table border="0">
<tbody>
<tr>
<td><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/152/152972.jpg" border="0" alt="" align="undefined" /></td>
<td> </td>
</tr>
<tr>
<td style="text-align: center;">การสาธิตปฏิบัติการจำลองฟ้าผ่า พิสูจน์สื่อล่อโลหะ<br />
โทรศัพท์มือถือ และสัญญาณโทรศัพท์มือถือ<br />
ณ ห้องจำลองฟ้าผ่า คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</td>
<td> </td>
</tr>
</tbody>
</table>
<table border="0">
<tbody>
<tr>
<td><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/152/152973.jpg" border="0" alt="" align="undefined" /></td>
</tr>
<tr>
<td style="text-align: center;">ผลปรากฎว่า โทรศัพท์มือถือ ไม่เสียหาย ภายหลังการทดลองฟ้าผ่า (จำลอง)</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<table border="0">
<tbody>
<tr>
<td><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/152/152974.jpg" border="0" alt="" align="undefined" /></td>
</tr>
<tr>
<td style="text-align: center;">สาธิตฟ้าผ่า (จำลอง) ตุ๊กตาคือเปรียบเสมือนตัวคน<br />
และลูกโป่งคือส่วนศีรษะ (หลังการทดลองลูกโป่งแตก!)</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<table border="0">
<tbody>
<tr>
<td><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/152/152975.jpg" border="0" alt="" align="undefined" /></td>
</tr>
<tr>
<td style="text-align: center;">รอยฟ้าผ่า (จำลอง) จากการสาธิต</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>การเสวนาในครั้งนี้ ทำให้ได้รับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฟ้าผ่ามากมาย และการปฏิบัติตัวให้ถูกต้องเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงในการได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการเกิดฟ้าผ่าได้</p>
<p>ที่มา  วิชาการ.คอม</p>
<p><map name='google_ad_map_1286_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/1286?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_1286_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=1286&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b2-%25e0%25b8%259f%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%259c%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2-%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2597%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2589.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%81" title="ข้อเท็จจริงที่ควรรู้เกี่ยวกับฟ้าผ่า" rel="tag">ข้อเท็จจริงที่ควรรู้เกี่ยวกับฟ้าผ่า</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b2" title="งานเสวนา" rel="tag">งานเสวนา</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/gerneral" title="ทั่วไป" rel="tag">ทั่วไป</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c" title="ประชาสัมพันธ์" rel="tag">ประชาสัมพันธ์</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%8a" title="สวทช" rel="tag">สวทช</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%87%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เหตุใด “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ 2009 เอช1 เอ็น 1” แพร่ได้จากคนสู่คน</title>
		<link>http://www.livetogether.org/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%83%e0%b8%94-%e2%80%9c%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad-2009-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a1-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%99-1%e2%80%9d-%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%99.html</link>
		<comments>http://www.livetogether.org/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%83%e0%b8%94-%e2%80%9c%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad-2009-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a1-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%99-1%e2%80%9d-%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%99.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 13 May 2009 04:04:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Bubble B</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาสัมพันธ์]]></category>
		<category><![CDATA[ระบาด]]></category>
		<category><![CDATA[สถานการณ์]]></category>
		<category><![CDATA[สวทช]]></category>
		<category><![CDATA[ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.livetogether.org/?p=516</guid>
		<description><![CDATA[สถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ  2009  เอช 1 เอ็น1 ล่าสุดองค์การอนามัยโลก  (WHO)  เตือนระดับการแพร่ระบาดเป็นระดับ 5 คือมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสติดจากคนสู่คนในกลุ่มกว้างมากขึ้น  ขณะที่หลายคนยังสงสัยว่า  “ทำไมไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่  ชนิดเอ 2009 เอช1 เอ็น 1” จึงแพร่จากคนสู่คนได้เร็วยิ่งนัก  แต่ไข้หวัดนกกลับยังไม่พบการแพร่จากคนสู่คน ?
          ดร.นำชัย  ชีววิวรรธน์  นักวิชาการ  ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ  (ไบโอเทค)  และที่ปรึกษาด้านวิชาการศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย  สวทช.  อธิบายว่า  เหตุผลที่ไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ 2009 แพร่จากคนสู่คนได้ดี   เนื่องจากชิ้นส่วนพันธุกรรม   ทั้ง 8 ท่อน ของไวรัสสายพันธุ์นี้   มีความคล้ายกับไขัหวัดใหญ่ของคน หมู และสัตว์ปีก   โดยจุดสำคัญคือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นี้ มีส่วนของโปรตีนฮีมแอกลูตินิน (Hemagglutinin) หรือ HA ที่อยู่บนผิวไวรัส เป็นชนิด H1 ของไวรัสจึงเข้าจับกับโปรตีนที่อยู่บริเวณผิวขิงเซลล์มนุษย์ได้อย่างดีและส่งผลให้เชื้อไวรัสเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็ว   ฉะนั้นการไอหรือจาม   ที่แม้จะมีเชื้อไวรัสเพียงเล็กน้อย   แต่เชื้อไวรัสก็สามารถแพร่เข้าสู่ร่างกายผู้ที่อยู่ใกล้ชิดและเพิ่มจำนวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 

 
          ขณะที่ไข้หวัดนกยังไม่พบการแพร่จากคนสู่คน   เนื่องจากชนิดของโปรตีนฮีมแอกลูตินินของไวรัสไข้หวัดนก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ชนิดเอ  2009  เอช 1 เอ็น1 ล่าสุดองค์การอนามัยโลก  (WHO)  เตือนระดับการแพร่ระบาดเป็นระดับ 5 คือมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสติดจากคนสู่คนในกลุ่มกว้างมากขึ้น  ขณะที่หลายคนยังสงสัยว่า <em><strong> “ทำไมไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่  ชนิดเอ 2009 เอช1 เอ็น 1” จึงแพร่จากคนสู่คนได้เร็วยิ่งนัก  แต่ไข้หวัดนกกลับยังไม่พบการแพร่จากคนสู่คน ?</strong></em></p>
<p><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;"><strong>ดร.นำชัย  ชีววิวรรธน์  นักวิชาการ  ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ  (ไบโอเทค)  และที่ปรึกษาด้านวิชาการศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย  <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%8a"  class="st_tag internal_tag" rel="tag" title="Posts tagged with สวทช">สวทช</a>.  อธิบายว่า</strong>  เหตุผลที่ไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ 2009 แพร่จากคนสู่คนได้ดี   เนื่องจากชิ้นส่วนพันธุกรรม   ทั้ง 8 ท่อน ของไวรัสสายพันธุ์นี้   มีความคล้ายกับไขัหวัดใหญ่ของคน หมู และสัตว์ปีก   โดยจุดสำคัญคือไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 นี้ มีส่วนของโปรตีนฮีมแอกลูตินิน (Hemagglutinin) หรือ HA ที่อยู่บนผิวไวรัส เป็นชนิด H1 ของไวรัสจึงเข้าจับกับโปรตีนที่อยู่บริเวณผิวขิงเซลล์มนุษย์ได้อย่างดีและส่งผลให้เชื้อไวรัสเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็ว   ฉะนั้นการไอหรือจาม   ที่แม้จะมีเชื้อไวรัสเพียงเล็กน้อย   แต่เชื้อไวรัสก็สามารถแพร่เข้าสู่ร่างกายผู้ที่อยู่ใกล้ชิดและเพิ่มจำนวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ</span></p>
<p> </p>
<p style="text-align: center;"><img src="http://www.vcharkarn.com/uploads/144/144971.jpg" border="0" alt="" align="undefined" /></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">ขณะที่ไข้หวัดนกยังไม่พบการแพร่จากคนสู่คน   เนื่องจากชนิดของโปรตีนฮีมแอกลูตินินของไวรัสไข้หวัดนก เอช 5 เอ็น 1 (H5N1) ไม่สามารถจับกับโปรตีนบริเวณผิวเซลล์มนุษย์ได้   ด้วยลักษณะบางประการที่แตกต่างระหว่างโปรตีนบนผิวเซลล์ของสัตว์ปีกและมนุษย์   เชื้อจึงทำได้เพียงแค่ก่อโรคในคน   ส่วนการแพร่จากคนสู่คนนั้นยังคงเป็นไปได้ยาก<br />
</span><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">ดร.นำชัย   กล่าวว่า   สำหรับแนวทางการรับมือที่ทุกฝ่ายต่างเร่งดำเนินการขณะนี้ คือ 1. การพัฒนาชุดตรวจเชื้อไวรัสไขหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหญ่ 2009 ที่สามารถให้ผลตรวจอย่างรวดเร็วและมีความแม่นยำ 2. การผลิตวัคซีนที่มีความจำเพาะต่อเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 อย่างรวดเร็ว   ซึ่งปกติจะต้องใช้เวลาการผลิตประมาณ 6 เดิอน และ 3 การพัฒนายาต้านไวรัส   ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า โอเวลทามิเวีย (Oseltamivir) หรือ เร่งดำเนินการผลิตยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียให้มาให้เพียงพอ   เพื่อเตรียมรับมือกับการระบาดที่อาจเกิดขึ้นให้มากที่สุด</span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">          </span><span style="font-size: small;">อย่างไรก็ดีแม้วิทยาศาสตร์และประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุขจะมีความก้าวหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง   แต่ช่วงเวลาการเริ่มต้นศตวรรษใหม่เพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา   มนุษย์กลับต้องเผชิญกับโรคร้ายแรงที่เกิดจาก<strong>การกลายพันธ์ของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่มาแล้วถึง 3 สายพันธุ์ คือ ไข้หวัดนก-ซาร์ส-ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009</strong> โรคอุบัติใหม่ร้ายแรงที่คร่าชีวิตผู้คนทั่วโลกในชั่วพริบตา   ด้วยเหตุนี้ <strong>“ไวรัสกลายพันธุ์”</strong> จึงยังคงเป็นเชื้อมรณะที่ต้องเฝ้าระวังและจับตามองทุกขณะ</span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;"><strong><span style="color: #0000ff;">ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สวทช. </span><br />
</strong></span></p>
<p> </p>
<p><span style="font-size: small;">โทรศัพท์ 0-2564-7000 ต่อ 1461-1462 <a href="mailto:thaismc@nstda.or.th">thaismc@nstda.or.th</a></span></p>
<p><span style="font-size: small;">ที่มา วิชาการ.คอม</span></p>
<p><map name='google_ad_map_516_a2dfc42446abf3d2'>
<area shape='rect' href='http://imageads.googleadservices.com/pagead/imgclick/516?pos=0' coords='1,2,367,28' />
<area shape='rect' href='http://services.google.com/feedback/abg' coords='384,10,453,23'/></map>
<img usemap='#google_ad_map_516_a2dfc42446abf3d2' border='0' src='http://imageads.googleadservices.com/pagead/ads?format=468x30_aff_img&amp;client=&amp;channel=&amp;output=png&amp;cuid=516&amp;url= http%3A%2F%2Fwww.livetogether.org%2F%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b8%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%2594-%25e2%2580%259c%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%258d%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2598%25e0%25b8%25b8%25e0%25b9%258c%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588-%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25ad-2009-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%258a1-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25ad%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2599-1%25e2%2580%259d-%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2588%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%2599.html' /></p>
	Tags: <a href="http://www.livetogether.org/category/gerneral" title="ทั่วไป" rel="tag">ทั่วไป</a>, <a href="http://www.livetogether.org/category/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c" title="ประชาสัมพันธ์" rel="tag">ประชาสัมพันธ์</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%94" title="ระบาด" rel="tag">ระบาด</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c" title="สถานการณ์" rel="tag">สถานการณ์</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%8a" title="สวทช" rel="tag">สวทช</a>, <a href="http://www.livetogether.org/content/%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88" title="ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่" rel="tag">ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่</a><br />
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.livetogether.org/%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b9%83%e0%b8%94-%e2%80%9c%e0%b9%84%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%8d%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ad-2009-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%8a1-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b9%87%e0%b8%99-1%e2%80%9d-%e0%b9%81%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%88%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%99.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
<!-- This Quick Cache file was built for (  www.livetogether.org/content/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%97%e0%b8%8a/feed ) in 2.57136 seconds, on Feb 8th, 2012 at 4:33 pm UTC. -->
<!-- This Quick Cache file will automatically expire ( and be re-built automatically ) on Feb 8th, 2012 at 5:33 pm UTC -->
