Subscribe to โครงการสื่อเพื่อสังคม รายการพึ่งพาอาศัย
Technorati
del.icio.us

หน้า 1 ถึง 212

นักดาราศาสตร์ประมาณการโอกาสเห็นฝนดาวตกลีโอนิดส์ในไทยสูงสุดช่วงเวลาประมาณ 04.43 น.ของเช้าวันที่ 18 พ.ย.อัตราความชุกที่ 100-500 ดวงต่อชั่วโมง! เยาวชนและผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมกับหน่วยงานเครือข่ายด้านดาราศาสตร์ได้ฟรี! 

          ปรากฏการณ์ฝนดาวตกเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์อย่างหนึ่งที่ดูสวยงาม น่าสนใจ น่าตื่นเต้น และสามารถดูได้ง่ายด้วยตาเปล่า อีกทั้งยังเป็นการศึกษาเรียนรู้และเข้าใจเรื่องของธรรมชาติเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย 

          สาเหตุของการเกิดฝนดาวตก เกิดจากดาวหางซึ่งเป็นก้อนน้ำแข็งที่ประกอบด้วยฝุ่นหินเกาะกลุ่มกันจำนวนมาก เมื่อโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ก้อนน้ำแข็งจะเกิดการระเหิด ทิ้งแนวฝุ่นหินเป็นสายธารยาว เมื่อโลกโคจรเข้าไปตัดกับสายธารดังกล่าวนี้ เศษฝุ่นหินก็จะเคลื่อนตัววิ่งเข้ามาในบรรยากาศของโลกด้วยความเร็วสูง และเกิดการเสียดสีจนลุกไหม้ปรากฏเป็นขีดแสงสว่างให้เราเห็น ที่เราเรียกว่า “ฝนดาวตก” นั่นเอง

          กรณีของฝนดาวตกลีโอนิดส์หรือฝนดาวตกกลุ่มดาวสิงโตนี้ เกิดจากการที่โลกโคจรผ่านเข้าไปในซากสายธารฝุ่นหินของดาวหาง 55 พี เทมเพล-ทัดเทิล ที่ยังหลงเหลืออยู่ ซึ่งโดยปกติ คาบการโคจรของดาวหางดวงนี้คือ 33.2 ปี ซึ่งในปีที่ครบรอบคาบการโคจรของดาวหาง ก็จะเป็นการมาเติมเศษฝุ่นหินให้มากยิ่งขึ้น และเมื่อโลกโคจรผ่านเข้าไปในใจกลางสายธารของมัน ในปีนั้นโอกาสจะเกิดฝนดาวตกก็จะมีมากกว่าปีปกติ เราจึงเรียกว่าปรากฏการณ์ “พายุฝนดาวตก” ซึ่งจากบันทึกในอดีต ดังตัวอย่างในปี ค.ศ. 1966 ที่ฮาวาย ได้เกิดพายุฝนดาวตกที่มีอัตราการตกมากถึง 5-6 หมื่นดวงต่อชั่วโมง สำหรับชื่อของฝนดาวตกลีโอนิดส์ ก็มาจากการอ้างอิงกับแหล่งการเกิด คือ กลุ่มดาวสิงโต นั่นเอง คือแม้เราจะเห็นฝนดาวตกในทิศทางต่างๆ กัน แต่เมื่อเราลองลากเส้นย้อนกลับไปยังแหล่งการเกิดแล้ว ฝนดาวตกทุกดวงจะมาจากกลุ่มดาวสิงโต 

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

ในตอนเช้าๆ หลายๆ คนคงต้องการที่จะหาอะไรดื่มก่อนทำงาน  เพื่อให้ร่างกายมีพลังในการทำกิจกรรมต่างๆ เราเลยหาเครื่องดื่มที่เหมาะสมกับเช้าวันใหม่มาแนะนำกัน

 

          น้ำมะนาว  ลองหาน้ำมะนาวดื่มตอนเช้า เพราะในน้ำมะนาวจะมีกรดกรดซิตริกมีวิตามินซีที่นอกจากจะช่วยขับเสมหะ  แก้อาการเจ็บคอแล้วยังช่วยให้ร่างกายสดชื่น แถมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเปลือกที่โดนคั้นยังช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้ดีอีกด้วย

 

 

          น้ำขิง   สำหรับคนที่มีอาการเมาค้าง คลื่นไส้ อยากอาเจียน ก็ขอแนะนำน้ำขิงร้อนๆ สักแก้วเพราะในขิงมีสารเคมีชนิดที่เรียกว่า “จินเจอรอล” (Gigeyol) ที่เป็นสารเคมีประเภทน้ำมันหอมระเหยที่ให้รสและกลิ่นพิเศษไม่เหมือนใคร   จัดอยู่ในกลุ่มแอลกอฮอล์ที่ไม่ทำให้เรารู้สุกมึนเมา   แถมยังแก้อาการเมาได้ดี  การทำน้ำขิงให้อร่อยนั้น  ควรบุหัวขิงที่ไม่แก่จัดจนเกินไป   ต้มด้วยน้ำร้อนพอเดือดอย่าต้มนานเกินไป  เพราะขิงจะเสียรสและกลิ่นไปได้

 

 

          น้ำผักและผลไม้  เป็นเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยวิตามินหลายชนิด โดยเฉพาะวิตามินซี วิตามินเอ โฟลิคแอซิค และแร่ธาตุ เช่น โซเดียม โปแตสเซียม สังกะสี นอกจากนั้นในน้ำผักและผลไม้ยังมีส่วนผสมของน้ำตาลโดยธรรมชาติ  ซึ่งสามารถให้พลังงานแก่ร่ายกาย  ช่วยให้เราหายเหนื่อยหายเพลีย  ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับการแข่งขันโอลิมปิกวิชาการประจำปี 2552 ซึ่งในปีนี้ เยาวชนไทยของเราก็ยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมค่ะ โดยในทุกสาขาวิชาที่ส่งเข้าร่วมแข่งขัน และทุกคนสามารถทำคะแนนจนได้รับเหรียญรางวัลครบทุกคน จึงขอสรุปและบันทึกไว้เป็นเกียรติประวัติ ดังนี้ ค่ะ

คณิตศาสตร์โอลิมปิก

          แข่งขันระหว่างวันที่ 10-22 กรกฎาคม 2552 ณ เมืองเบรเมน ประเทศเยอรมนี ผู้แทนประเทศไทยทำได้ 1เหรียญทอง 5 เหรียญเงิน โดยทำคะแนนรวมได้เป็นอันดับที่ 7 ของโลกจากประเทศที่เข้าแข่งขันทั้งสิ้น 104 ประเทศ ดังนี้

นายสุธี เรืองวิเศษ       โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหรียญทอง
นายธนาตย์ คุรุธัช       โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหรียญเงิน
นายพงศ์ภัค ภูมิวัฒน์    โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหรียญเงิน
นายศุภณัฐ คำตื้อ        โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหรียญเงิน
นายภควุฒิ จิรดิลก       โรงเรียนอัสสัมชัญบางรัก เหรียญเงิน
ด.ช.นิปุณ ปิติมานะอารี โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย         ศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน เหรียญเงิน

          การแข่งขันครั้งนี้ประเทศที่ทำคะแนนรวมได้เป็นอันดับ 1 คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน อันดับ 2 ญี่ปุ่น และอันดับ 3 รัสเซีย

ฟิสิกส์โอลิมปิก

         แข่งขันระหว่างวันที่ 11–19 กรกฎาคม 2552 ณ เมืองเมอริดา ประเทศเม็กซิโก ผู้แทนประเทศไทยทำได้ 1เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน ดังนี้

 

          นายธนภัทร วรศรัณย์           โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม เหรียญทอง
          นายจิรวัฒน์ ตั้งปณิธานนท์     โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม เหรียญเงิน
          นายวีรภัทร พิทยครรชิต         โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เหรียญเงิน
          นายสรณภพ เทวปฏิคม          โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม เหรียญเงิน
          นายอิสระพงศ์ เอกสินชล        โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม เหรียญเงิน

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

สวทช. หนุนทุนนักวิจัยแกนนำ 2 ทุน รวม 40 ล้านบาท

สวทช. หนุนทุนนักวิจัยแกนนำเป็นปีที่สอง เฟ้นหานักวิจัยแกนนำสร้างสรรค์ผลงานตอบโจทย์ปัญหาสังคม และเป็นแกนหลักพัฒนากำลังคนสู่แวดวงวิชาการ

โครงการทุนนักวิจัยแกนนำ (Research Chair Grant) เป็นโครงการที่มุ่งเน้นส่งเสริมให้เกิดการสร้างสรรค์นักวิจัยแกนนำให้กับวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ โดย สวทช. สนับสนุนทุนวิจัยจำนวน 20 ล้านบาท จำนวน 2 ทุน เป็นทุนต่อเนื่อง 5 ปี ซึ่งงานวิจัยจะต้องมุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติ การลดปัจจัยที่ทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน หรือการปรับตัวเข้ากับสภาวะโลกร้อนและด้านพลังงานทดแทน รวมถึงการลดช่องว่างทางเศรษฐกิจและสังคม การเพิ่มความเข้มแข็งของชุมชน ชนบทและผู้ด้อยโอกาส โดยขอบเขตงานวิจัยอยู่ภายใต้ 4 สาขาเทคโนโลยี และ 8 คลัสเตอร์/โปรแกรมของ สวทช. ได้แก่
- อาหารและการเกษตร
- การแพทย์และสาธารณสุข
- ซอฟต์แวร์ ไมโครชิป อิเล็กทรอนิกส์
- ยานยนต์และการขนส่ง
- พลังงานและสิ่งแวดล้อม
- เซรามิกส์
- สิ่งทอและเคมีภัณฑ์
- การวิจัยพัฒนาเพื่อพัฒนาชุมชนชนบทและผู้ด้อยโอกาส

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

Aug-17-09

โครงการ ‘iTAP Big Impact’

posted by Bubble B

สวทช. เปิดตัวโครงการ ‘iTAP Big Impact’ ยกเครื่องเอสเอ็มอีไทย

*ช่วยอัพเกรดเทคโนโลยีแก่ SMEs โรงสีข้าว ฟาร์มเลี้ยงไก่ โรงอบยางพารา เพื่อเพิ่มกำไรขึ้นชัดเจนทันที
*เน้นสร้างผลกระทบกับภาคการผลิตเส้นเลือดใหญ่ระดับมหภาคของประเทศ ได้แก่ ข้าว ไก่ ยางพารา
*ประกาศผลสำเร็จของโครงการนำร่อง:
   1.เพิ่มกำลังการผลิตในโรงสีข้าวได้ 2 เท่า ลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ครึ่งหนึ่ง และเพิ่มผลกำไรในโรงสีได้ 20%
   2.ประหยัดต้นทุนพลังงานในการระบายอากาศในโรงเลี้ยงไก่ได้ 23% สำหรับเกษตรกร  ผู้เลี้ยงไก่
   3.ลดต้นทุนเชื้อเพลิงในการอบยางแผ่นรมควันได้ 40% สำหรับเกษตรกรชาวสวนยาง
*ประเทศได้ประโยชน์จากการประหยัดไฟฟ้ารวมมากกว่า 21,000 ล้านบาท

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ประกาศเปิดตัวโครงการ iTAP Big Impact ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ที่สร้างผลกระทบวงกว้างให้กับประเทศ เพื่อมุ่งเพิ่มกำไรให้กับเอสเอ็มอี พร้อมช่วยประหยัดต้นทุนในการใช้พลังงานที่เห็นได้ผลชัดเจนทันที จากการยกระดับเทคโนโลยีในภาคการผลิตหลักที่สำคัญระดับมหภาคของประเทศ ได้แก่ การสีข้าว การเลี้ยงไก่ และการอบยางแผ่นรมควัน

โครงการ ‘iTAP Big Impact’ (ไอแทป บิ๊ก อิมแพค) ดำเนินงานโดยโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเพิ่มรายได้แก่กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้อย่างเร่งด่วน เห็นผลลัพธ์ได้จริงและชัดเจน รวมทั้งคาดว่าจะเป็นประโยชน์แก่ประเทศจากการประหยัดการใช้พลังงานลงได้มากกว่า 21,000 ล้านบาท

“โครงการ iTAP Big Impact นี้ สามารถสร้างผลกระทบวงกว้างระดับประเทศ และสามารถที่จะวัดประโยชน์ที่ได้รับอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนได้จริงๆ ในทันทีซึ่งเห็นได้จากโครงการนำร่องที่ได้ดำเนินงานมาแล้ว” ดร. คุณหญิงกัลยา กล่าว “ในสภาพเศรษฐกิจที่บีบรัดเช่นนี้ เป็นช่วงเวลาที่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพื่อให้ฝ่าวิกฤตไปได้ ซึ่งโครงการ iTAP Big Impact จะสามารถช่วยเหลือเอสเอ็มอีได้โดยทันที”

ศ.ดร.ชัชนาถ เทพธรานนท์ ผู้ก่อตั้งโครงการ iTAP และรองผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า “ภายใต้โครงการ iTAP Big Impact เราได้พัฒนาเทคนิคที่ง่ายต่อการดำเนินงานในการปรับกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น และสามารถจะนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันทีกับโรงสีข้าวกว่า 43,000 แห่ง ฟาร์มไก่ 64,000 แห่ง และเตาอบยางแผ่นรมควันอีก 660 แห่งทั่วประเทศ”

ศ.ดร.ชัชนาถ กล่าวว่า “ด้วยเทคนิควิศวกรรมซึ่งไม่ซับซ้อน เราสามารถเพิ่มกำไร 20% ให้กับเอสเอ็มอีโรงสีข้าวได้ โดยการให้คำปรึกษา ฝึกอบรมทางเทคนิคง่ายๆ แก่ผู้ประกอบการโรงสีข้าว เช่น ให้สามารถปรับระยะห่างระหว่างลูกยางกระเทาะข้าวให้ถูกต้องเหมาะสม เนื่องจากเทคนิคที่สามารถทำได้ง่าย และไม่ต้องลงทุนเปลี่ยนเครื่องจักร หรือไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ มาก เราจึงได้เห็นผลสำเร็จในโครงการนำร่องแล้วว่า โรงสีสามารถลดการหักของเมล็ดข้าว เพิ่มคุณภาพผลผลิตได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว”

“นอกจากนี้ โครงการยังมีเทคนิคการปรับตั้งค่าเครื่องจักรให้การสีข้าวให้มีประสิทธิภาพในการสีข้าวเพียงรอบเดียว ไม่ต้องสีซ้ำหลายครั้ง ลดการสิ้นเปลือง ซึ่งจากเดิมจำเป็นต้องมีการสีข้าวซ้ำ เนื่องจากการสีในรอบแรกยังมีข้าวเปลือกเหลือปนอยู่จำนวนมาก ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือโรงสีสามารถเพิ่มปริมาณการสีข้าวในแต่ละวันได้ 2 เท่า คิดเป็นกำไรเพิ่มขึ้นประมาณ 6-12 ล้านบาทต่อปีต่อโรง สำหรับโรงสีข้าวที่มีกำลังผลิต 60-120 ตันต่อวัน”  

“ขั้นตอนทางเทคนิคง่ายๆ เช่นนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยผู้ประกอบการเพิ่มกำไรได้เท่านั้น แต่ยังช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในกระบวนการสีข้าวได้อย่างชัดเจนถึง 50% แต่ที่มากไปกว่านั้นคือ จะเกิดประโยชน์ยิ่งกว่าสำหรับประเทศไทยในภาพรวม อีกทั้งช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย” ศ.ดร.ชัชนาถ กล่าว

“หากเราได้นำวิธีการเดียวกันนี้ไปใช้กับโรงสีข้าวทั้ง 43,000 แห่งในประเทศไทย เราจะสามารถประหยัดการใช้ไฟฟ้าของประเทศได้ถึง 21,000 ล้านบาทเลยทีเดียว” ศ.ดร.ชัชนาถ กล่าว

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts



หน้า 1 ถึง 212