โรงเรียนในต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นระดับประถม หรือมัธยม มีหลายวิชา ที่เวลาคุณครูสอนในห้องเรียนแล้วมักจะเป็นยาขมกับเด็กๆ เสมอ “วิทยาศาสตร์” คือวิชาที่อยู่ในอันดับต้นๆวิชาหนึ่ง เด็กๆจำนวนมากขยาดกลัววิชานี้ด้วยความคิด ความเชื่อ ที่ฝังหัวมาแต่เดิมว่า วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่ซับซ้อน ยากที่จะทำความเข้าใจ ทั้งๆที่บางคนแทบไม่ได้เรียนรู้อย่างจริงๆจังๆ

การสร้างทัศนคติที่ดีในการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ให้เด็กรู้สึกสนุก สอดคล้องกับชีวิตประจำวัน เป็นภาระที่ครูสอนวิชาต้องเร่งพัฒนา ดังนั้นเมื่อสถาบันเกอเธ่ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สถานทูตฝรั่งเศส และหน่วยงานร่วมจัดต่างๆ ผนึกกำลังกันจัดเทศกาลภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ ครั้งที่ 5 ( Science Film Festival ) โดย สสวท.รับหน้าที่หลักในการจัดฉายภาพยนตร์ให้เยาวชนในต่างจังหวัดได้เรียนรู้ คู่ความบันเทิงโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเข้ามาชมในกรุงเทพฯ งานนี้สสวท.จึงได้ร่วมกับโรงเรียนและมหาวิทยาลัยบางแห่งในภูมิภาค เป็นศูนย์ภาพยนตร์วิทยาศาสตร์สัญจร รวม 29 แห่งในภูมิภาค ซึ่งโรงเรียนห้วยยอด อ.ห้วยยอด จ.ตรัง จึงเข้าร่วมเป็นหนึ่งใน 29 ศูนย์ภาพยนตร์สัญจร เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และร่วมขจัดทัศนคติเก่าๆ ที่ว่า… “วิทยาศาสตร์เป็นยาขมหม้อใหญ่”

อาจารย์สมพร ทองศักดิ์ เล่าว่า หลังจากฉายมา 3 วัน ปรากฎว่าได้รับผลตอบรับจากโรงเรียนต่างๆที่เข้ามาชมเป็นอย่างดี รวมทั้งนักเรียนของโรงเรียนห้วยยอดด้วย
“เด็กๆ มาดูเต็มห้องทุกครั้งที่คุณครูแต่ละโรงเรียนจองที่นั่งเข้ามา ส่วนโรงเรียนเด็กห้วยยอดเอง ซึ่งจัดให้ดูเป็นรอบๆ พร้อมกับฉายผ่านระบบเคเบิ้ลไปยังห้องโสตอีก 3 ห้อง เพื่อให้นักเรียนสามารถดูกันได้ทั่วถึง แต่ละรอบก็มีนักเรียนดูกันแน่นประมาณ 400 คน” อาจารย์สมพร เล่าด้วยความภาคภูมิใจ

“สำหรับเรื่องที่เลือกมาฉายนั้นแม้เนื้อหาภาพยนตร์จะไม่ตรงกับเนื้อหาสาระในวิชาวิทยาศาสตร์ ที่สอนอยู่ในโรงเรียนเสียทีเดียว แต่คุณครูวิทยาศาสตร์ก็เข้าใจดีว่า นี่คือภาพยนตร์ ไม่ใช่แบบเรียน เพราะฉะนั้น แค่นวัตกรรมการเรียนรู้ตัวนี้ก็สามารถดึงดูดความสนใจ กระตุ้นให้เด็กเกิดจินตนาการ เกิดความกระหายใคร่รู้ ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว ซึ่งจุดนี้ เมื่อใช้วิธีการประเมินจากกิจกรรมหลังภาพยนตร์แต่ละเรื่องจบ พบว่าหนังที่ฉายสร้างความตื่นตัวในการเรียนรู้ให้เด็กๆ ได้มาก จะมีหนังอยู่ส่วนน้อยเท่านั้นที่ไม่ดึงดูดเด็กๆนัก ซึ่งสามารถแก้ได้โดยนำเด็กหรือผู้ที่มีช่วงวัยไล่เลี่ยกันเข้ามามีส่วนร่วมในการคัดเลือกหนังด้วย”
ไม่เพียงแนวโน้มความสนใจชมของนักเรียนในภูมิภาคจะเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ที่คัดเลือกมาฉายในเทศกาลนี้ยังสร้างความสนุกสนานในการเรียนรู้ในเยาวชนด้วย จึงอยากให้สสวท.เพิ่มศูนย์ฉายในปีหน้า ภาพยนตร์เป็นสื่อที่ประกอบด้วยภาพเคลื่อนไหวและเสียงซึ่งมีอิทธิพลต่อเด็กๆมาก ถ้านักเรียนมีโอกาสเข้าถึง สื่อเหล่านี้ก็จะสร้างจินตนาการ และกระตุ้นให้เด็กคิดเชิงบวกต่อกาเรียนรู้วิทยาศาสตร์ยิ่งขึ้น












