Subscribe to โครงการสื่อเพื่อสังคม รายการพึ่งพาอาศัย
Technorati
del.icio.us

หน้า 1 ถึง 212

9 เคล็ดลับการเตรียมตัวสอบ Admission 2553

1. มีความตั้งใจแน่วแน่ 
     มีความเชื่อมั่นในตัวเอง สร้างกำลังใจในการอ่านหนังสือ เอาชนะความเกียจคร้าน

 

2. วิเคราะห์ตัวเอง
     วิเคราะห์ว่าเรามีความชอบและมีความถนัดในสาขาวิชาไหน แล้วลองเลือกมาเก็บไว้ 3 อันดับ โดยเลือกตามความถนัดของตัวเอง ไม่เลือกตามเพื่อน ตามใจพ่อแม่ผู้ปกครอง หรือตามกระแสนิยม

 

3. วิเคราะห์สาขาวิชาที่จะสอบ
     วิเคราะห์สาขาวิชาที่ชอบนั้นว่าเรามีพื้นฐานความรู้ในสาขานั้นๆมากพอที่จะสอบติดหรือไม่ มีเวลาอ่านหนังสือพอหรือเปล่า แล้วสาขาวิชากนั้นมีการแข่งขันสูงแค่ไหน แล้วประเมินตัวเองตามความเหมาะสม ถ้าอันดับ 1 ที่เลือกไว้นั้นเป็นไปไม่ได้ ก็มุ่งไปที่อันดับ 2 หรือ 3

 

4. การเตรียมความพร้อม
     เตรียมตัวอ่านหนังสือ หาหนังสือมาให้ครบทุกเนื้อหาที่จะต้องสอบ หาอาจารย์หรือเพื่อนที่คนเก่งๆ มาติว เตรียมห้อง และอุปกรณ์สำหรับการอ่านหนังสือ

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

หลายปีมาแล้ว ผู้เขียนมีโอกาสไปร่วมประชุมที่อาศรมวงศ์สนิท ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ริมคลองรังสิต การประชุมจัดขึ้นง่ายๆ ในห้องโล่งใต้ถุนอาคารที่ยกพื้นสูงเช่นเดียวกับบ้านทรงไทยในชนบท เนื่องจากไม่มีฝากั้นจึงคล้ายการประชุมในสวน เพราะโดยรอบตัวอาคารมีต้นไม้ชนิดต่างๆปลูกไว้มากมาย

           ยังจำได้ ว่าระหว่างการประชุมซึ่งมีลมจากภายนอกพัดเข้ามาจากทิศต่างๆ เป็นครั้งคราวนั้น มีกลิ่นหอมของดอกไม้บางชนิดลอยตามลมมาด้วย ยิ่งในตอนเย็นเมื่อถึงเวลาเลิกประชุม ก็ยิ่งได้กลิ่นหอมแรงยิ่งขึ้น เป็นกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ผู้เขียนยังไม่รู้จัก เมื่อเลิกประชุมแล้วจึงสำรวจถึงที่มาของกลิ่นหอมนั้น จึงพบว่าเป็นต้นไม้พุ่มขนาดย่อมชนิดหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ของอาศรมวงศ์สนิทบอกว่า ชื่อต้นราชาวดี
           นั่นเป็นครั้ง แรกที่ผู้เขียนรู้จักกับต้นราชาวดี เป็นความประทับใจที่คงไม่มีวันลืม เพราะเป็นความทรงจำเพียงอย่างเดียวที่เหลืออยู่จากการประชุมครั้งนั้น หลังจากที่ผ่านมานับสิบปี

 

 

ราชาวดี : ดอกไม้ที่มีขึ้นสำหรับพระราชา
           ราชาวดี เป็นไม้ยืนต้นขนาดย่อม ลักษณะกิ่งไม้เลื้อย ชนิดกิ่งแข็ง ที่ทอดกิ่งออกไป ไม่พันรอบเหมือนเล็บมือนาง แต่คล้ายมะลิลาหรือพุทธชาติ

           ราชาวดีมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าBuddleja paniculata Wall. อยู่ในวงศ์ Buddlejaceae เป็นไม้กิ่งเถาที่แตกกิ่งก้านสาขามาก ลำต้นเป็นเหลี่ยมเล็กน้อย เปลือกหุ้มลำต้นมี สีน้ำตาลอมเทา ใบดก เป็นใบเดี่ยว ออกเป็นคู่ตรงข้ามกิ่ง สีเขียว กว้าง 3 ถึง 5 เซนติเมตร ยาว 4 ถึง 7 เซนติเมตร หน้าใบสากคายคล้ายกระดาษทรายละเอียด ท้องใบเรียบกว่า ขอบใบจักเป็นซี่เล็กๆโดยตลอด ใบทรงรูปไข่ปลายค่อนข้างแหลม

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

Sep-30-09

หน่อกะลา

posted by Bubble B

 

         ไปทำงานที่เกาะเกร็ดจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดที่สนองพระราชดำริในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอัน เนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) มีทอดมันหน่อกะลา บริเวณท่าเทียบเรือตรงวัดปรมัยยิกาวาส เดินตรงไปอีกนิดเดียวก็เห็นร้าน ” ทอดมันหน่อกะลา ” อยู่ตรงหัวมุมกับกระทะใบใหญ่ กำลังขายทอดมัน ถูกปั้นโยนลงกระทะทอดอยู่ตลอดเวลา

 

         ฟังดูจากชื่อน่าสนใจ และเป็นรายการอาหารที่น่าสงสัยว่าหน่อกะลาคืออะไร หรือมีลักษณะอย่างไร ฟังเผินๆ อาจเดาไม่ถูกว่าลักษณะของต้นไม้ชนิดนี้เป็นวงศ์เดียวกับต้นมะพร้าวหรือเปล่า

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

Aug-17-09

ใช้สบู่อะไรดี

posted by Bubble B

สบู่นั้นจัดเป็นเครื่องสำอางสำหรับทำความสะอาดร่างกายที่ใช้กันมากในชีวิต ประจำวัน และเป็นสิ่งที่มีการแข่งขันกันในส่วนการตลาดสูง สบู่แต่ละยี่ห้อต่างก็โฆษณาสรรพคุณของตนอย่างพิเศษพิสดาร บ้างก็ว่าเป็นสูตรลับ แต่โบราณ บ้างก็ว่าเป็นวิทยาการ แผนใหม่ สำหรับสบู่ที่ใช้ทั่วไปในชีวิต ประจำวัน มีดังนี้

          ๑. สบู่ทั่วไป (basic toilet soaps) เป็นสบู่ที่ผลิตจากเกลือของไขมันสัตว์หรือพืช เพื่อใช้ทำ ความสะอาดร่างกาย บางครั้งมีการ ใส่น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันปาล์ม เพื่อทำให้สบู่มีฟองมาก แลดูน่าใช้ ขึ้น เป็นสบู่ที่ใช้กันทั่วไปตามห้องน้ำ มักมีฤทธิ์เป็นด่างเล็กน้อย ยามใด ที่อาบน้ำล้างหน้าด้วยสบู่นี้ ก็ย่อม ขจัดสิ่งที่อยู่บนผิวหนังซึ่งประกอบ ด้วยฝุ่นละออง เครื่องสำอาง น้ำมัน แบคทีเรีย เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ได้แก่ ขี้ไคลและเหงื่อออกไปได้ สบู่ชนิดนี้ปกติได้ผลดีกับผิว หนังของคนทั่วไป ทำความสะอาด ได้หมดจด และมีราคาย่อมเยา แต่ ถ้ามีผิวหนังอ่อนบาง ระคายเคือง ง่าย หรือเป็นโรคผิวหนังอยู่แล้ว สบู่ แบบนี้อาจทำให้ผิวหนังแห้ง และเกิดความระคายเคืองมากเกินไปจึงอาจจำเป็นต้องเลือกสบู่ชนิดอื่น แทน

 

         ๒. สบู่ใส (transparent soaps) นั้นมีลักษณะคล้ายสบู่ที่มีไขมันสูง คือมีไขมันผสมอยู่มาก มักมีส่วน ผสมของน้ำมันละหุ่งสูง สบู่ชนิดนี้ เหมาะสำหรับผิวที่แห้งและไวต่อการแพ้ มีการเติมกลีเซอรีน แอล-กอฮอล์ และน้ำตาลลงไปในเนื้อสบู่ เพื่อทำให้เนื้อสบู่ใสและอ่อนนุ่ม
         ข้อเสียของ สบู่ชนิดนี้คือ มักไม่ค่อยเป็นฟอง และมักละลายง่าย ในจานรองสบู่ ดังนั้นจึงไม่ควรใส่สบู่แบบนี้ในจานรองสบู่ แต่ควรปล่อยให้แห้ง ในแง่การใช้ไม่พบว่า สบู่ใสดีหรือมีคุณสมบัติเหนือกว่าสบู่ที่มีไขมันสูงในแง่ใด แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของแต่ ละคนด้วย สบู่ชนิดนี้มักมีราคาสูง

 

         ๓. สบู่ไร้ฟอง (soapless soaps) มีส่วนประกอบเป็นสารสังเคราะห์ดีเทอร์เจนซึ่งเตรียมจากน้ำมันปิโตรเลียม นักเคมีทาง ด้านเครื่องสำอางได้พยายามปรับปรุงคุณสมบัติของสบู่สังเคราะห์แบบนี้ให้มี ความเป็นด่างน้อย และ ระคายเคืองต่อผิวหนังน้อยลง แม้ สบู่ตัวนี้จะไม่ค่อยมีฟอง แต่ก็ทำ ความสะอาดได้ดีมาก สบู่เหลวไร้ฟองสามารถใช้กับคนที่มีผิวไวต่อ การแพ้ได้ ดังนั้นเวลาล้างหน้าจึงไม่ควรถูหน้าฟอกหน้าแรงๆ เพราะ จะยิ่งทำให้ผิวหน้าแห้งมากขึ้น ใน กรณีที่มีผิวแห้งอยู่แล้ว ถ้าใช้ครีม ให้ความชุ่มชื้นสำหรับผิวหน้าทาหลังล้างหน้าก็จะช่วยได้มาก

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

จากสองมอืสู่ความสำเร็จที่มีคุณค่าของ “ป่าชุมชนบ้านบ่อหิน”

พื้นที่สีเขียวกลางเมืองระยะขนาด 50 ไร่ คือ “ป่าชุมชนบ้านบ่อหิน” ของชาวบ้านบ่อหิน ต.ตะพอง อ.เมือง จ.ระยอง โดยเป็นส่วนหนึ่งของเขายายดาที่กว้างใหญ่ ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ากะเฉด-เพ-แกลง เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ต่างๆ รวมถึงเป็นห้องเรียนธรรมชาติและเป็นสถานที่พักผ่อนของผู้คนทั่วแถบเมือง ระยอง

 

          แต่กว่าที่เขายายดาจะเป็นดั่งทุกวันนี้ ได้ผ่านการถูกทำลายมาอย่างมากมาย ทั้งถูกถางพื้นที่เพื่อทำไร่มันสำประหลัง มีการจุดไฟเผาในพื้นที่และล่าสัตว์ จนกระทั่งไฟไหม้ลามจนแทบไม่เหลือไม้ใหญ่เมื่อปี 2533 ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เอง ทำให้นายสนิท กาหลง ที่ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านบ้านบ่อหินในขณะนั้น และชาวบ้านหมู่ 3 บ้านบ่อหิน ได้ลงความเห็นร่วมกันเรื่องการฟื้นฟูเขายายดา   โดยเห็นพ้องต้องกันว่าเริ่มจากการสร้างพื้นที่สีเขียว ซึ่งเริ่มจากการขอกล้าไม้จากศูนย์เพาะพันธุ์กล้าไม้ หนองสนม ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง เช่น ประดู่ สัก ตะเคียน กระถิน ไผ่ เป็นต้น และร่วมกับโรงเรียนวัดเขายายดา จัดกิจกรรมพานักเรียนมาปลูกป่าร่วมกัน

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts



หน้า 1 ถึง 212