Subscribe to โครงการสื่อเพื่อสังคม รายการพึ่งพาอาศัย
Technorati
del.icio.us

หลายปีมาแล้ว ผู้เขียนมีโอกาสไปร่วมประชุมที่อาศรมวงศ์สนิท ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ริมคลองรังสิต การประชุมจัดขึ้นง่ายๆ ในห้องโล่งใต้ถุนอาคารที่ยกพื้นสูงเช่นเดียวกับบ้านทรงไทยในชนบท เนื่องจากไม่มีฝากั้นจึงคล้ายการประชุมในสวน เพราะโดยรอบตัวอาคารมีต้นไม้ชนิดต่างๆปลูกไว้มากมาย

           ยังจำได้ ว่าระหว่างการประชุมซึ่งมีลมจากภายนอกพัดเข้ามาจากทิศต่างๆ เป็นครั้งคราวนั้น มีกลิ่นหอมของดอกไม้บางชนิดลอยตามลมมาด้วย ยิ่งในตอนเย็นเมื่อถึงเวลาเลิกประชุม ก็ยิ่งได้กลิ่นหอมแรงยิ่งขึ้น เป็นกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ผู้เขียนยังไม่รู้จัก เมื่อเลิกประชุมแล้วจึงสำรวจถึงที่มาของกลิ่นหอมนั้น จึงพบว่าเป็นต้นไม้พุ่มขนาดย่อมชนิดหนึ่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ของอาศรมวงศ์สนิทบอกว่า ชื่อต้นราชาวดี
           นั่นเป็นครั้ง แรกที่ผู้เขียนรู้จักกับต้นราชาวดี เป็นความประทับใจที่คงไม่มีวันลืม เพราะเป็นความทรงจำเพียงอย่างเดียวที่เหลืออยู่จากการประชุมครั้งนั้น หลังจากที่ผ่านมานับสิบปี

 

 

: ดอกไม้ที่มีขึ้นสำหรับพระราชา
           ราชาวดี เป็นไม้ยืนต้นขนาดย่อม ลักษณะกิ่งไม้เลื้อย ชนิดกิ่งแข็ง ที่ทอดกิ่งออกไป ไม่พันรอบเหมือนเล็บมือนาง แต่คล้ายมะลิลาหรือพุทธชาติ

           ราชาวดีมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าBuddleja paniculata Wall. อยู่ในวงศ์ Buddlejaceae เป็นไม้กิ่งเถาที่แตกกิ่งก้านสาขามาก ลำต้นเป็นเหลี่ยมเล็กน้อย เปลือกหุ้มลำต้นมี สีน้ำตาลอมเทา ใบดก เป็นใบเดี่ยว ออกเป็นคู่ตรงข้ามกิ่ง สีเขียว กว้าง 3 ถึง 5 เซนติเมตร ยาว 4 ถึง 7 เซนติเมตร หน้าใบสากคายคล้ายกระดาษทรายละเอียด ท้องใบเรียบกว่า ขอบใบจักเป็นซี่เล็กๆโดยตลอด ใบทรงรูปไข่ปลายค่อนข้างแหลม

Read the rest of this entry »

Sep-30-09

หน่อกะลา

posted by Bubble B

 

         ไปทำงานที่เกาะเกร็ดจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดที่สนองพระราชดำริในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอัน เนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) มี บริเวณท่าเทียบเรือตรงวัดปรมัยยิกาวาส เดินตรงไปอีกนิดเดียวก็เห็นร้าน ” ” อยู่ตรงหัวมุมกับกระทะใบใหญ่ กำลังขายทอดมัน ถูกปั้นโยนลงกระทะทอดอยู่ตลอดเวลา

 

         ฟังดูจากชื่อน่าสนใจ และเป็นรายการอาหารที่น่าสงสัยว่าหน่อกะลาคืออะไร หรือมีลักษณะอย่างไร ฟังเผินๆ อาจเดาไม่ถูกว่าลักษณะของต้นไม้ชนิดนี้เป็นวงศ์เดียวกับต้นมะพร้าวหรือเปล่า

Read the rest of this entry »

Aug-17-09

ใช้สบู่อะไรดี

posted by Bubble B

สบู่นั้นจัดเป็นเครื่องสำอางสำหรับทำความสะอาดร่างกายที่ใช้กันมากในชีวิต ประจำวัน และเป็นสิ่งที่มีการแข่งขันกันในส่วนการตลาดสูง สบู่แต่ละยี่ห้อต่างก็โฆษณาสรรพคุณของตนอย่างพิเศษพิสดาร บ้างก็ว่าเป็นสูตรลับ แต่โบราณ บ้างก็ว่าเป็นวิทยาการ แผนใหม่ สำหรับสบู่ที่ใช้ทั่วไปในชีวิต ประจำวัน มีดังนี้

          ๑. สบู่ทั่วไป (basic toilet soaps) เป็นสบู่ที่ผลิตจากเกลือของไขมันสัตว์หรือพืช เพื่อใช้ทำ ความสะอาดร่างกาย บางครั้งมีการ ใส่น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันปาล์ม เพื่อทำให้สบู่มีฟองมาก แลดูน่าใช้ ขึ้น เป็นสบู่ที่ใช้กันทั่วไปตามห้องน้ำ มักมีฤทธิ์เป็นด่างเล็กน้อย ยามใด ที่อาบน้ำล้างหน้าด้วยสบู่นี้ ก็ย่อม ขจัดสิ่งที่อยู่บนผิวหนังซึ่งประกอบ ด้วยฝุ่นละออง เครื่องสำอาง น้ำมัน แบคทีเรีย เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ได้แก่ ขี้ไคลและเหงื่อออกไปได้ สบู่ชนิดนี้ปกติได้ผลดีกับผิว หนังของคนทั่วไป ทำความสะอาด ได้หมดจด และมีราคาย่อมเยา แต่ ถ้ามีผิวหนังอ่อนบาง ระคายเคือง ง่าย หรือเป็นโรคผิวหนังอยู่แล้ว แบบนี้อาจทำให้ผิวหนังแห้ง และเกิดความระคายเคืองมากเกินไปจึงอาจจำเป็นต้องเลือกสบู่ชนิดอื่น แทน

 

         ๒. สบู่ใส (transparent soaps) นั้นมีลักษณะคล้ายสบู่ที่มีไขมันสูง คือมีไขมันผสมอยู่มาก มักมีส่วน ผสมของน้ำมันละหุ่งสูง สบู่ชนิดนี้ เหมาะสำหรับผิวที่แห้งและไวต่อการแพ้ มีการเติมกลีเซอรีน แอล-กอฮอล์ และน้ำตาลลงไปในเนื้อสบู่ เพื่อทำให้เนื้อสบู่ใสและอ่อนนุ่ม
         ข้อเสียของ สบู่ชนิดนี้คือ มักไม่ค่อยเป็นฟอง และมักละลายง่าย ในจานรองสบู่ ดังนั้นจึงไม่ควรใส่สบู่แบบนี้ในจานรองสบู่ แต่ควรปล่อยให้แห้ง ในแง่การใช้ไม่พบว่า สบู่ใสดีหรือมีคุณสมบัติเหนือกว่าสบู่ที่มีไขมันสูงในแง่ใด แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของแต่ ละคนด้วย สบู่ชนิดนี้มักมีราคาสูง

 

         ๓. สบู่ไร้ฟอง (soapless soaps) มีส่วนประกอบเป็นสารสังเคราะห์ดีเทอร์เจนซึ่งเตรียมจากน้ำมันปิโตรเลียม นักเคมีทาง ด้านเครื่องสำอางได้พยายามปรับปรุงคุณสมบัติของสบู่สังเคราะห์แบบนี้ให้มี ความเป็นด่างน้อย และ ระคายเคืองต่อผิวหนังน้อยลง แม้ สบู่ตัวนี้จะไม่ค่อยมีฟอง แต่ก็ทำ ความสะอาดได้ดีมาก สบู่เหลวไร้ฟองสามารถใช้กับคนที่มีผิวไวต่อ การแพ้ได้ ดังนั้นเวลาล้างหน้าจึงไม่ควรถูหน้าฟอกหน้าแรงๆ เพราะ จะยิ่งทำให้ผิวหน้าแห้งมากขึ้น ใน กรณีที่มีผิวแห้งอยู่แล้ว ถ้าใช้ครีม ให้ความชุ่มชื้นสำหรับผิวหน้าทาหลังล้างหน้าก็จะช่วยได้มาก

Read the rest of this entry »

จากสองมอืสู่ความสำเร็จที่มีคุณค่าของ “

พื้นที่สีเขียวกลางเมืองระยะขนาด 50 ไร่ คือ “ป่าชุมชนบ้านบ่อหิน” ของชาวบ้านบ่อหิน ต.ตะพอง อ.เมือง จ.ระยอง โดยเป็นส่วนหนึ่งของเขายายดาที่กว้างใหญ่ ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่ากะเฉด-เพ-แกลง เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้ต่างๆ รวมถึงเป็นห้องเรียนธรรมชาติและเป็นสถานที่พักผ่อนของผู้คนทั่วแถบเมือง ระยอง

 

          แต่กว่าที่เขายายดาจะเป็นดั่งทุกวันนี้ ได้ผ่านการถูกทำลายมาอย่างมากมาย ทั้งถูกถางพื้นที่เพื่อทำไร่มันสำประหลัง มีการจุดไฟเผาในพื้นที่และล่าสัตว์ จนกระทั่งไฟไหม้ลามจนแทบไม่เหลือไม้ใหญ่เมื่อปี 2533 ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้เอง ทำให้นายสนิท กาหลง ที่ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านบ้านบ่อหินในขณะนั้น และชาวบ้านหมู่ 3 บ้านบ่อหิน ได้ลงความเห็นร่วมกันเรื่องการฟื้นฟูเขายายดา   โดยเห็นพ้องต้องกันว่าเริ่มจากการสร้างพื้นที่สีเขียว ซึ่งเริ่มจากการขอกล้าไม้จากศูนย์เพาะพันธุ์กล้าไม้ หนองสนม ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง เช่น ประดู่ สัก ตะเคียน กระถิน ไผ่ เป็นต้น และร่วมกับโรงเรียนวัดเขายายดา จัดกิจกรรมพานักเรียนมาปลูกป่าร่วมกัน

Read the rest of this entry »

ประวัติการค้นพบ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่สมัย ศตวรรษที่ 18 มีการสังเกตว่าพวกทหารเรือที่มีการรอนแรมออกเดินเรือไปในทะเลเป็นเวลานานๆ ซึ่งมักจะขาดแคลนพวกผักสดผลไม้สด

          จะป่วยเป็นโรคลักปิดลักเปิด และสุขภาพไม่ค่อยดี มีอาการอ่อนเพลีย อยู่บ่อยๆ แต่ก็มีคนสังเกตเห็นว่าจะไม่พบอาการดังกล่าวในทหารเรือที่รับประทานมะนาว เป็นประจำ และเมื่อต่อมาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ก้าวหน้ามากขึ้น ในปี 1982 ก็สามารถหาสารอาหารสำคัญที่เป็นต้นเหตุของโรคดังกล่าวได้ว่าสารที่พวกทหาร เรือขาดไปคือ “กรดแอสคอร์บิค (Ascorbic acid)” ซึ่งมันมีฤทธิ์สามารถช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิดได้ ในปัจจุบัน กรดแอสคอร์บิค ก็ถูกรู้จักกันโดยทั่วไปในชื่อของ “วิตามินซี” และมีนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่งซึ่งเคยได้รับรางวัลโนเบลถึง 2ครั้ง และมีอายุยืนยาวมากกว่า 90 ปีแม้จะป่วยเป็นโรค มะเร็ง มายาวนานถึง 20 ปีก็ตามคือ Dr.Linus Pauling ชาวเมืองพอรต์แลนด์ ได้เคยพูดไว้ว่า เหตุที่เขาสามารถมีสุขภาพดีและสามารถชะลอการลุกลามของโรค มะเร็ง ในตัวได้นานกว่า 20 ปี ก็เนื่องจาก วิตามิน และ เกลือแร่ ที่เขารับประทานเข้าไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิตามินซี ซึ่งหลังจากที่เขารับประทานขนาดสูงทุกวัน เขาก็ไม่เคยเป็นหวัดอีกเลย Dr.Linus Pauling เริ่มรับประทาน วิตามินซี ชนิดเม็ดตั้งแต่อายุ 40 ปี และเพิ่มขนาดสูงถึง 18,000 มิลลิกรัม เมื่อรู้ว่าตนเองเป็น มะเร็ง ตั้งแต่อายุได้ 64 ปี เขายืนยันว่ามันช่วยให้ มะเร็ง ในร่างกายสงบลง

ประโยชน์ของ วิตามินซี
          เราทราบกันโดยทั่วไปแล้วว่า วิตามินซี มีประโยชน์มากมากหลายอย่าง ไม่ว่าจะช่วยปกป้องเซล เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สุขภาพและความแข็งแรงของเนื้อเยื่อในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับ เส้นเอ็น และคอลลาเจน ก็มีผลมาจากปริมาณ วิตามินซี ในร่างกาย และ วิตามินซี ยังมีฤทธิ์ในการเป็นสารแอนตี้อ๊อกซิแดนท์ที่ดี จึงสามารถป้องกันการทำลายเซลจากอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี และมันช่วยให้ร่างกายสามารถรีไซเคิลสารต้านอนุมูลอิสระตัวอื่นๆ ดังนั้นเพื่อประโยชน์สูงสุดจึงควรที่จะรับประทาน วิตามินซี ร่วมกับสารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นๆ เช่น วิตามินอี แคโรทีน ฟลาโวนอย เป็นต้น

นอกจากนี้ วิตามินซี ยังมีประโยชน์ด้านอื่นๆ อีก คือ
         ► วิตามินซี ช่วยบรรเทาความรุนแรงและระยะเวลาของการเป็นโรคหวัด หากเริ่มรับประทาน วิตามินซี ตั้งแต่เริ่มแรกที่เห็นอาการของโรคหวัด จะช่วยให้อาการป่วยลดความรุนแรงและหายได้เร็วขึ้น มีการศึกษาเมื่อปี 1995 พบว่าหากรับประทาน วิตามินซี 1,000 ถึง 6,000 มิลลิกรัมต่อวันตั้งแต่เริ่มมีอาการของโรคหวัด จะช่วยให้หายได้เร็วขึ้น 21% แต่ก็ยังไม่มีรายงานว่า วิตามินซี สามารถช่วยป้องกันโรคหวัดได้

         ► วิตามินซี ช่วยให้แผลหายได้เร็วขึ้น เนื่องจาก วิตามินซี ช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมและรักษาตัวเองโดยการไปเสริมสร้างผนังเซล ทำให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง และต่อต้านอาการอักเสบ จึงทำให้แผลหายได้เร็วขึ้น ในทางกลับกันการขาด วิตามินซี ก็สงผลให้แผลให้ได้ช้าลงเช่นกัน

        
หากรับประทาน วิตามินซี เป็นประจำทุกวัน มันจะช่วยให้เหงือกมีสุขภาพแข็งแรง โดย วิตามินซี จะไปช่วยรักษาเซลที่ถูกทำลายและช่วยให้แผลที่เหงือกหายเร็ว

         ► เพิ่มความต้านทานต่อ โรคหัวใจ โดยการไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมระดับ คลอเรสเตอรอล ในร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานร่วมกับ วิตามินอี โดยมันจะไปลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด

         ► เนื่องจาก วิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี มันจึงอาจจะช่วยในการป้องกันและต่อสู้กับโรค มะเร็ง ได้ มีการศึกษาอย่างมากในเรื่องนี้แต่ก็ยังไม่ข้อสรุปที่ชัดเจน โดยยังมีการถกเถียงกันอย่างมากเกี่ยว วิตามินซี กับการป้องกันและต่อสู้กับโรค มะเร็ง

         ► ช่วยในการป้องกันโรคต้อกระจก เนื่องจาก วิตามินซี สามารถช่วยปกป้องเลนส์ตาจากอันตรายต่างๆ เช่น ควันบุหรี่ แสงอุลตร้าไวโอเลต ที่เป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดโรคต้อกระจก มีการศึกษาอันหนึ่งพบว่าผู้หญิงที่รับประทานวิตามินซีมาอย่างน้อย 10 ปี พบว่ามีความเสี่ยงที่จะมีอาการเลนส์ตาขุ่นมัวซึ่งเป็นอาการเริ่มแรกของโรค ต้อกระจก ลดลงถึง 77%

         ► บรรเทาอาการแพ้ หอบหืด ไซนัส ทั้งนี้เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้ว วิตามินซี มีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านภูมิแพ้ต่างๆ เช่น ฝุ่นละออง เกษรดอกไม้ ซึ่งอาการแพ้เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุส่วนหนึ่งของโรคไซนัส นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่า วิตามินซี ช่วยป้องกันและทำให้อาการหอบหืดดีขึ้น

Read the rest of this entry »



รับติดตั้ง INTERNET-Wifi | Longchamp | Best Price Promotion | Games Online | ประกาศขายของฟรี | เคเบิล | วัยรุ่นไทย | longchamp handbags | InterMartShop | Lovecarcare | วาไรตี้ | Cable Thailand | Bestevery Shop | CheapEveryTime | Shopping24 Hr. | BuyLite Shop | Special Price | ม้วน,พับ,ตัด เหล็ก | ลองแชม | Internet Apartment | Best Cheap | Special Product | Real Cheap | Special Rare Shopping | Article Fashion Thai | รับวางระบบอินเตอร์เน็ต | รับวางระบบอินเตอร์เน็ต หอพัก,โรงแรม,อพาร์ทเม้น,คอนโด | Special Shopping Feed | Shopping Feed | Feed Best Product | Equipment Cart Fixtures | Toy Story Games | Save-A-Lot Shopping | Jewelry Watches | Accessories Clothing | Helmets Bike | LCD HDTV | SiamLC.com | Diamond Pearl | Shock Price Today | Golf Accessories | Furniture Bedroom | Qualitymart Jewelry | Shoppingmania | Buy You Self | DoubleSaveToday.com | Quality Shopping | Double Save Money | Super Save | Free automatic backlinks | Buy-Excellent | DoubleSaveMoney | Deal Shop Center | Small ShowRoom |