กำหนดการการเสวนา เรื่อง
“ทำอย่างไรหญิงไทยจะไม่ตกเป็นเหยื่อ : บริษัทบุหรี่”
วันจันทร์ที่ 17 พฤษภาคม 2553 ระหว่างเวลา 09.00 – 12.30 น.
ณ ห้องกมลทิพย์ 3 ชั้น 2 โรงแรมสยามซิตี้ ถนนศรีอยุธยา กรุงเทพฯ
จัดโดย มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
คิดเป็นร้อยละ 32 ของคนที่อยู่ รพ.
ผู้สูบบุหรี่และผู้ที่เลิกสูบบุหรี่ได้ไม่เกิน 5 ปี มีจำนวนวันที่ต้องเข้าอยู่โรงพยาบาลมากกว่าผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่เลยถึงกว่าสองเท่าตัว
ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดเผยงานวิจัยที่พบว่าผู้สูบบุหรี่และผู้ที่เลิกสูบบุหรี่ได้ไม่เกิน 5 ปี มีจำนวนวันที่ต้องเข้าอยู่โรงพยาบาลมากกว่าผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่เลยถึงกว่าสองเท่าตัว โดยแคทริน วิลกิ้นส์ และคณะทำการสำรวจสภาวะสุขภาพชาวแคนาดา 28,255 คน เผยถึงความสัมพันธ์ของประวัติการสูบบุหรี่กับจำนวนวันที่ต้องเข้าอยู่โรงพยาบาลตั้งแต่ พ.ศ.2543 รวมเป็นเวลาสี่ปี พบว่าจำนวนวันรวมที่ผู้สูบบุหรี่ต้องเข้าอยู่โรงพยาบาลมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่กว่าสองเท่าตัว
เมื่อวิเคราะห์เฉพาะกลุ่มผู้สูบบุหรี่ที่อายุระหว่าง 45 ถึง 74 ปี จำนวนวันที่อยู่โรงพยาบาลเพิ่มขึ้นกว่ากลุ่มที่ไม่สูบบุหรี่ในวัยเดียวกันรวม 7.1 ล้านวัน และจำนวนวันที่ผู้สูบบุหรี่ในกลุ่มนี้ต้องอยู่โรงพยาบาลคิดเป็นร้อยละ 32 ของจำนวนวันทั้งหมดที่คนกลุ่มอายุนี้ต้องอยู่โรงพยาบาล ทั้งนี้รายงานขององค์การอนามัยโลกพบว่าในจำนวนโรคเรื้อรังแปดอันดับแรกของประชากรในโลกนี้ มีถึงหกโรคที่มีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ ทั้งที่เป็นสาเหตุหลักอาทิ โรคมะเร็ง โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคถุงลมปอดพอง โรคเส้นเลือดสมองและสาเหตุรอง เช่น การติดเชื้อทางเดินหายใจ และวัณโรค
ทั้งนี้การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่ป้องกันได้ที่สำคัญที่สุดในประเทศส่วนใหญ่ในโลกรวมทั้งประเทศไทยที่มีผู้เสียชีวิตจากโรคต่าง ๆ ที่เกิดจากการสูบบุหรี่ปีละกว่าสี่หมื่นคน
ที่มา วิชาการ.คอม
Related posts
ในโอกาสวันสตรีสากล 8 มีนาคม ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เรียกร้องให้ชายไทยที่สูบบุหรี่ช่วยกันลดจำนวนหญิงไทย 10 ล้านคนจากการได้รับควันบุหรี่มือสองโดยการไม่สูบบุหรี่ในที่ทำงาน ในบ้าน และในที่สาธารณะ
ทั้งนี้จากการสำรวจการสูบบุหรี่ในผู้ใหญ่ระดับโลกเมื่อปี พ.ศ.2552 พบว่าหนึ่งในห้าของหญิงไทยคิดเป็นจำนวน 1 ล้าน 8 หมื่นคนได้รับควันบุหรี่มือสองในที่ทำงาน และหนึ่งในสี่ของหญิงไทย คิดเป็นจำนวน 8.8 ล้านคน ได้รับควันบุหรี่มือสองในบ้าน ตัวเลขนี้ไม่รวมหญิงไทยที่ได้รับควันบุหรี่มือสองในที่สาธารณะอื่น ๆ เช่น ร้อยละ 52 ในตลาด ร้อยละ 7.5 ในยวดยานสาธารณะ ร้อยละ 7.2 ในภัตตาคาร ร้อยละ 3.1 ในสถานที่ราชการ และร้อยละ 2.1 ในโรงพยาบาล รวมจำนวนหญิงไทยที่ไม่สูบบุหรี่แต่ต้องได้รับควันบุหรี่ทุกวันกว่า 10 ล้านคน
ทั้งนี้ควันบุหรี่มือสองนอกจากจะก่อความรำคาญจากกลิ่นเหม็นในอากาศและที่ติดตามเสื้อผ้าและเส้นผมของผู้ที่ได้รับควันบุหรี่แล้ว ยังทำให้เกิดการระคายเคืองของทางเดินหายใจ ดวงตาในระยะสั้น และในระยะยาวนำไปสู่โรคต่าง ๆ ทั้งมะเร็งปอด มะเร็งเต้านม โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ โรคถุงลมปอดพอง โรคหืด ซึ่งแม้จะมีรายงานการวิจัยในปี พ.ศ.2547 ว่ามีหญิงไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ 5,793 คน ในขณะที่ชายไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ 35,390 คนในปีเดียวกัน แต่ยังไม่มีงานวิจัยถึงจำนวนหญิงไทยที่เสียชีวิตจากการได้รับควันบุหรี่มือสอง ซึ่งรายงานการวิจัยจากจีนในปี พ.ศ.2545 พบว่า จำนวนหญิงจีนที่เสียชีวิตจากการได้รับควันบุหรี่มือสอง 48,400 คน มีจำนวนมากกว่าหญิงจีนที่เสียชีวิตจากที่ตัวเองสูบบุหรี่ 47,300 คน
ซึ่งหากชายไทยที่สูบบุหรี่ไม่สูบในบ้าน ในที่ทำงาน และในสถานที่สาธารณะที่กฎหมายห้ามสูบ นอกจากจะทำให้หญิงไทยไม่ต้องได้รับควันบุหรี่มือสองแล้ว ยังทำให้เลิกสูบบุหรี่ได้ง่ายขึ้นและโดยเฉพาะการไม่สูบบุหรี่ในบ้านยังลดโอกาสที่ลูก ๆ จะติดบุหรี่ด้วย ทั้งนี้อัตราการสูบบุหรี่ของชายไทยยังอยู่ที่ร้อยละ 39.2 หญิงไทยร้อยละ 2.4 และจำนวนผู้สูบบุหรี่รวมยังอยู่ที่ 10.69 ล้านคน
ที่มา สสส.
Related posts
มูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ เปิดเผยงานวิจัยที่พบว่า การกินอาหารมากบ่อย ๆ เป็นสาเหตุที่ทำให้น้ำหนักขึ้นหลังเลิกสูบบุหรี่
โดยงานวิจัยดังกล่าวตีพิมพ์ในวารสารนานาชาติเกี่ยวกับความผิดปกติของการกินอาหารฉบับเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทำการวิเคราะห์ข้อมูลในอาสาสมัคร 103 คนที่เลิกบุหรี่ได้ ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานเมื่อครบหนึ่งปีของการเลิกสูบบุหรี่ พบว่า สามารถแบ่งผู้เลิกสูบบุหรี่ตามพฤติกรรมการกินอาหารได้เป็น 2 กลุ่มคือ กลุ่มที่มีพฤติกรรมการทานอาหารเป็นไปตามปกติ 56 คน มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 5 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับก่อนเลิกสูบ ในขณะที่กลุ่มสองที่มีการกินอาหารมากบ่อย ๆ มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 11.2 กิโลกรัม
ผู้วิจัยเสนอว่า เนื่องจากการที่มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นภายหลังการเลิกบุหรี่ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนกลับไปสูบบุหรี่ใหม่ การหลีกเลี่ยงการกินอาหารมากบ่อย ๆ เช่น การกินเลี้ยง การมีปาร์ตี้ จะป้องกันไม่ให้น้ำหนักตัวเพิ่มมากเกินไป อันจะช่วยให้สามารถเลิกบุหรี่ได้อย่างถาวร
ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ กล่าวถึงสาเหตุที่ผู้เลิกสูบบุหรี่มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากสารพิษและนิโคตินในบุหรี่ออกฤทธิ์ที่สมอง ทำให้ผู้สูบบุหรี่มีความอยากอาหารน้อยกว่าปกติ รวมทั้งหลังจากเลิกสูบบุหรี่ ประสาทที่รับรู้รสชาติอาหารจะกลับมาทำงานได้ตามปกติ ทานอาหารอร่อย ทำให้ทานได้มากขึ้น
ดังนั้นคนที่เพิ่งเลิกสูบบุหรี่จึงต้องระวังที่จะไม่กินอาหารมากเกินไป ไม่กินจุกจิก เลือกกินอาหารที่มีแคลอรี่น้อย เช่น ผัก ปลา และผลไม้ที่มีรสไม่หวานจัด ร่วมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น เดินเร็ว ๆ ออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที จะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นน้อยหรืออาจจะไม่เพิ่มขึ้นเลยก็ได้ ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการเลิกบุหรี่ได้สำเร็จ
สำหรับผู้ที่มีปัญหาการควบคุมน้ำหนักระหว่างเลิกสูบบุหรี่ โทร.ปรึกษาได้ที่หมายเลข 1600
ที่มา สสส.
Related posts
เป็นที่ทราบกันมากขึ้นแล้วว่าธุรกิจยาสูบข้ามชาติจะมาจัดงานเอ็กซ์โปผลิตภัณฑ์ยาสูบที่อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 11-13 พฤศจิกายนนี้
เขาให้เหตุผลในการเชิญชวนผู้ที่เกี่ยวข้องในแวดวงธุรกิจยาสูบทั่วโลกว่า เขาเลือกจัดที่กรุงเทพฯ เพราะเอเชียเป็นตลาดใหญ่ที่สุดและโตเร็วที่สุดในโลก
เมื่อได้ดูหัวข้อการประชุมที่จะมีการนำเสนอกันแล้ว บอกได้อย่างเดียวว่า บริษัทบุหรี่ข้ามชาติเหล่านี้กำลังใช้ประเทศไทยปฏิบัติการท้าทายโลกทั้งโลก เพราะขณะนี้ 165 ประเทศทั่วโลกกำลังระดมสมองกันอย่างขะมักเขม้น เพื่อร่วมมือกันในการที่จะปฏิบัติตามอนุสัญญาควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก ที่มีเป้าหมายเพื่อให้ประชากรโลกเลิกสูบบุหรี่ เพื่อลดจำนวนคนที่ตายจากการสูบบุหรี่ ที่ขณะนี้สูงถึงปีละ 5.4 ล้านคน แต่หัวข้อการประชุมในงานเอ็กซ์โปยาสูบเขาพูดถึง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ สารปรุงแต่งกลิ่นรสใหม่ (รสผลไม้) รูปแบบซองบุหรี่ใหม่ๆ วิธีการใหม่ๆ ที่ทำให้ผู้สูบได้รับนิโคติน การทำตลาดในประเทศที่ห้ามโฆษณา
เราได้รับข้อมูลจากเพื่อนที่มาเลเซียที่มีโอกาสเข้าร่วมประชุมการจัดงานเอ็กซ์โปยาสูบที่กัวลาลัมเปอร์เมื่อสี่ปีก่อน นวัตกรรมทางการตลาดใหม่ๆ ที่แสดงในงานครั้งนั้นได้ถูกนำมาใช้ในมาเลเซีย หลังจากนั้นไม่นาน ที่มาเลเซีย กลุ่มต่อต้านพยายามเคลื่อนไหว เพื่อที่จะล้มการประชุมครั้งนั้น แต่ไม่สำเร็จ ผู้เขียนได้รับอีเมล์จากนายเอียน เทรซี่ ผู้จัดการประชุม “โจมตี” ท่าทีของผู้เขียนต่อการจัดงานแสดงสินค้ายาสูบครั้งนี้ เขาคาดหวังว่าผู้เขียนจะสนับสนุนงานนี้ อ้างว่าที่ประชุมจะมีการพูดถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบที่มีอันตรายลดลง แต่ความจริงหัวข้อนี้เขาจัดให้มีขึ้นเพื่อส่งสัญญาณให้ผู้สูบบุหรี่ว่า “อย่าเพิ่งเลิกสูบนะ เรากำลังพัฒนายาสูบที่ปลอดภัยขึ้นสำหรับคุณ” มีคอลัมนิสต์รายหนึ่งเขียนทำนองว่าเราไม่ควรจะไปต่อต้านการประชุมมากเกินไป เราเป็นเจ้าบ้าน ประเทศชาติต้องมาก่อน ผู้เขียนตอบไปว่าก็เพราะเห็นว่า ประเทศชาติต้องมาก่อนถึงได้ออกมาบอกข่าวให้คนไทยรู้ บุหรี่เป็นสินค้าเสพติดที่ทำให้ผู้เสพเสียชีวิตจำนวนมากมายในแต่ละปี พ่อค้าบุหรี่มาวางแผนเพื่อที่จะขายสินค้าแห่งความตายให้ได้มากที่สุด บนผืนแผ่นดินไทย ผู้เขียนและทีมงานรู้แผนโฉดของพ่อค้าเหล่านี้ เราจึงต้องบอกให้สังคมไทย และสังคมโลก ที่หนีไม่พ้นที่จะเป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากการจัดงานครั้งนี้รับรู้ และถือโอกาสนี้ประชาสัมพันธ์ให้ทุกฝ่ายรู้ถึงข้อกำหนดของมาตรา 5.3 อนุสัญญาควบคุมการบริโภคยาสูบ องค์การอนามัยโลก ที่ห้ามข้าราชการและหน่วยงานรัฐบาลเข้าร่วมกิจกรรมใดๆ ที่จัดโดยธุรกิจยาสูบ
เพราะธุรกิจนี้ต้องการใช้ข้าราชการหรือคนมีชื่อเสียงในสังคมไทยช่วยล้างภาพพจน์ที่ตกต่ำสุดๆ ของพวกเขา เพื่อลดทอนกระแสและมาตรการควบคุมยาสูบ
มอริเชียสเป็นประเทศแรกที่ออกกฎหมายห้ามธุรกิจยาสูบบริจาคเงินหรือสิ่งของแก่หน่วยงานต่างๆ เพราะถือว่าเป้าหมายที่แท้จริงของการบริจาคคือเป็นการโฆษณาทางอ้อมวิธีหนึ่ง
ภาคีทุกฝ่ายจึงต้องร่วมกันเปิดโปงกลยุทธ์ รู้ทันและไม่ตกเป็นเครื่องมือของธุรกิจนี้
ที่มา สสส.







