Subscribe to โครงการสื่อเพื่อสังคม รายการพึ่งพาอาศัย
Technorati
del.icio.us

หน้า 1 ถึง 3123

พระครูวุฒิธรรมาทร

วัดโบสถ์วรดิตถ์  

วัดโบสถ์วรดิตถ์

วัดโบสถ์วรดิตถ์  
ของเล่นของเด็กชิ้นนี้คือนาฬิกาพังๆเรือนหนึ่ง

วัดโบสถ์วรดิตถ์

วัดโบสถ์วรดิตถ์

วัดโบสถ์วรดิตถ์

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบจากมหา’ลัยชีวิต

           “ของเหลือจากคนเมืองอันมีจะกิน เป็นสิ่งมีค่าเหลือหลายสำหรับเด็กที่ไม่เคยได้ใช้ “เงิน” แม้แต่บาทเดียว . . .”  คำพูดนี้กลั่นออกมาจากปากของ “พระครูวุฒิธรรมาทร” เจ้าอาวาสวัดโบสถ์วรดิตถ์ วัดแห่งหนึ่งใน อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง …

           ในขณะที่ทุกคนเข้าวัดเพื่อทำบุญหรือหาที่พึ่งทางใจ แต่ ณ วัดป่าโมก วัดเล็กๆ ที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก กลับเป็นสถานที่ชุบเลี้ยงเด็กอีกหลายร้อยชีวิต พวกเขาคิดว่า “วัด” คือบ้านที่ให้ชีวิตพวกเขา ให้แหล่งพักพิงอันยิ่งใหญ่ที่สุดที่คนไร้ญาติ ขาดคนเหลียวแล และคนจนเช่นพวกเขาจะได้รับ            หลวงพ่อพระครูวุฒิธรรมาทร เจ้าอาวาสวัดโบสถ์วรดิตถ์ เล่าถึงความเป็นมาของวัดว่า เมื่อประมาณ  30  ปี ที่แล้ว พวกทหารพรานนำเด็กกว่า 30 คนมาฝากให้ท่านเจ้าอาวาสรูปก่อนดูแล ส่งเงินให้เดือนละ 500 บาท เด็กๆ ที่นำมาฝากส่วนใหญ่เป็นเด็กกำพร้า เพราะพ่อแม่เป็นพวกคอมมิวนิวส์ หลังพ่อแม่ถูกฆ่า ถูกกวาดล้างก็มาขอพึ่งพาอาศัยใบบุญวัดเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด          ต่อมาชาวเขาทางภาคเหนือที่มีฐานะยากจนรู้เรื่องก็ส่งลูกๆ มาให้ทางวัดดูแลอีก เขาบอกว่าอย่างน้อยก็ยังดีกว่าอดตายอยู่บนเขา และก็มีมาอีกเรื่อยๆ เกือบทุกจังหวัด จนถึงปัจจุบันก็กลายเป็นกว่า 400 คนแล้ว ก็ต้องดูแลกันไป จำชื่อได้บ้างไม่ได้บ้าง ดื้อบ้างซนบ้าง แต่อาตมาก็ดูแล ไม่ให้ทะเลาะกัน ถ้าทะเลาะกันจะไม่ถามเลยว่าใครผิดใครถูก จะตีทั้งคู่ เด็กๆ เขาก็ซนตามประสาเด็กๆ” หลวงพ่อกล่าว พร้อมด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ที่แฝงไว้ซึ่งความเมตตาต่อเด็กๆ

           พร้อมกันนี้ท่านยังบอกอีกว่า ทางวัดก็มีโรงเรียนให้เด็กๆ ได้เรียนหนังสือ เป็นโรงเรียนประจำแต่ก็เป็นไปตามอัตภาพที่จะทำได้ มีตั้งแต่ชั้นระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 แต่เด็กเป็นร้อยคนดูแลเด็กก็ต้องไปบิณฑบาตรข้าวของเครื่องเรียนต่างๆ เพื่อนำมาให้เด็กๆ เขาใช้ ส่วนครูที่สอนหนังสืออยู่ที่นี่ก็เป็นระบบกึ่งข้าราชการ มีเงินเดือนมีสวัสดิการให้จากภาครัฐ แต่เงินเดือนจะไม่ขึ้น ที่เขาเสียสละมาอยู่กับเด็กๆ ก็เพราะรัก

           “ทุกวันนี้หลวงพ่อไม่เคยมีปัญหาอะไร มีแต่ทุกข์ ขนาดเป็นพระก็ยังมีทุกข์ ทุกข์ที่ว่ากลัวจะมีไม่พอเลี้ยงเขา จะอยู่กันไปตลอดได้อย่างไร บางคนเรียนจบก็กลับมาช่วย บางคนก็ไม่กล้ามา เขาคงละอายใจตัวเองที่ยังช่วยวัดไม่ได้ เพราะในแต่ละเดือนภาระค่าใช้จ่ายของทางวัด เฉพาะค่าไฟก็ไม่น้อยไปกว่า 3 หมื่นบาท รายได้ก็มาจากการบริจาค ส่วนใหญ่ก็ต้องไปขอบิณฑบาตรเอาปัจจัยบ้าง และของที่บริจาคจะเป็นจำพวกข้าวสารอาหารแห้ง แต่บางทีข้าวสารไม่พอ วัดก็ไปขอหยิบยืมมาจากโรงสี พอมีผ้าป่ากฐินมาวัดก็เอาเงินไปใช้เขา ถ้าไม่มีหรือไม่พอเขาก็ไม่ทวงทางวัด ก็ถือว่าเป็นการทำบุญไป” หลวงพ่อ กล่าว

           … ในขณะที่หลายคนเกิดมาบนกองเงินกองทอง เรียนบ้างเล่นบ้างตามประสา ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยตามสมัยนิยม แต่ในวัดเล็กๆ แห่งนี้ยังมีเด็กอีกหลายร้อยชีวิตที่ไม่เคยได้สัมผัส “เงิน” ที่กลายเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิต หรือไม่มีเสื้อผ้าใหม่ๆ ดีๆ สวมใส่

           “ของเก่ามันเก่าที่บ้าน แต่กับเด็กๆ ที่เขาไร้โอกาสมันก็เป็นของใหม่สำหรับเขา แต่ส่วนใหญ่เด็กๆ เค้าก็ดีใจ เราเคยบอกกับเด็กๆ ว่าถ้าไม่มีคนช่วยก็ต้องต่างคนต่างไป เพราะญาติโยมที่มาก็ไม่เยอะมาก แต่แค่เงินทำบุญหาได้เดือนชนเดือนก็พอใจแล้ว ไม่ได้หวังอะไรมาก ส่วนใหญ่คนที่มาบริจาคเค้ามาเอง มาแบบปากต่อปาก วัดไม่เคยออกไปโฆษณาทางไหน ของบริจาคอยากจะบริจาคเสื้อผ้า ของเล่น อะไรก็เอามาบริจาคได้ อาหารแห้ง ถ้าเหลือใช้ไม่รู้จะทิ้งที่ไหน ก็เอามาได้” 

           เรียกได้ว่า ทุกคำพูด ทุกลมหายใจเข้าออกของหลวงพ่อพระครูวุฒิธรรมาทร จะคิดคำนึงถึงปากท้องของชีวิตน้อยๆ ที่ต้องเลี้ยงดูอยู่เสมอ

           “การกินเป็นสิ่งสำคัญต้องมาก่อนอย่างอื่น เด็กๆ ต้องกินแล้วค่อยร่ำเรียน ยังไงก็ต้องให้เค้ามีกิน ถึงจะไม่ดีตาม แต่ก็ต้องได้กิน ทุกวันนี้กลัวอย่างเดียวคือวันข้างหน้าจะมีไม่พอให้เค้ากินเค้าใช้” หลวงพ่อ กล่าวความทุกข์ที่เป็นกังวลใจ พร้อมๆ กับฝากถึงคนที่มีโอกาสว่า “กว่าพ่อแม่จะเลี้ยงมาได้ กว่าจะเติบโตมาเป็นคนได้ มันสุดแสนจะยากลำบาก ยังมีชีวิตก็ยังมีโอกาส อย่าไปคิดสั้นชีวิตมันยังต้องต่อสู้กันต่อไป”           บางสิ่งบางอย่างคนที่มีเพียบพร้อมอาจจะมองเป็นเพียงแค่เศษขยะ เป็นของเหลือกินเหลือใช้ แต่ในทางตรงกันข้าม สิ่งของเหล่านั้นอาจจะช่วยประทังชีวิตเล็กๆ ให้อยู่ต่อข้ามพ้นไปในอีกวัน … สำหรับท่านที่อยากบริจาคช่วยเหลือวัดโบสถ์วรดิตถ์ สามารถโอนเงินเข้าบัญชีชื่อวัดโบสถ์วรดิตถ์โดยพระครูวุฒิธรรมาทร ธนาคารกสิกรไทย สาขาป่าโมก บัญชีออมทรัพย์ 182-2-11-364-4 หรือต้องการบริจาคสิ่งของก็สามารถบริจาคได้ที่วัดโบสถ์วรดิตถ์ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง โดยตรงค่ะ

ดูเรื่องเต็มได้ที่ http://hilight.kapook.com/view/25206

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

Jun-2-08

spot: พึ่งพาอาศัย

posted by SiNCeRe
YouTube Preview Image
Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

YouTube Preview Image
Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

May-29-08

ความสงสาร

posted by Sitt

โลกคือที่พึ่งพาอาศัยและสืบทอดเผ่าพันธุ์สำหรับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ย้อนไปในอดีตโลกเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ คือ ความสมบูรณ์ตามวัฏจักร แต่แล้วกาลเวลาก็ได้อาศัยวิวัฒนาการของสิ่งต่างๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นบนโลกใบนี้  “มนุษย์”(เป็นสัตว์ประเสริฐ)  สัตว์ประเสริฐนี้เป็นผู้สรรค์สร้าง ประดิษฐ์คิดค้นสิ่งต่างๆ อันหลากหลาย บางอย่างมีประโยชน์สุดที่จะพรรณา แต่บางอย่างก็มีอันตรายมหาศาล สมารถที่จะทำลายโลกให้แหลกเป็นจุนลงได้ ความก้าวหน้าด้านวิวัฒนาการของมนุษย์นี้เองได้ทำลายหลายสิ่งหลายอย่างบนโลกใบนี้ จนเกินที่จะแก้ไขได้

ปัจจุบันนี้โลกประสบกับปัญหาต่างๆ อย่างมากมาย ทั่วทุกมุมโลก ทุกๆ ประเทศต่างเดือดร้อน “ใครคือผู้เดือดร้อน” มีผู้เดือดร้อนอยู่มากมาย ซึ่งก็รวมถึงสิ่งมีชีวิตทั้งหมด และความเดือดร้อนนี้เองมีหลายสิ่งเหลือเกิน อาทิ ความทุกข์ ความเจ็บ ความหิวโหย ความกลัว ฯลฯ มนุษย์ผู้เป็นสัตว์ประเสริฐบนโลก เป็นผู้สร้างสิ่งต่างๆ และเป็นผู้ทำลายสิ่งต่างๆ กำลังเห็นถึงการกระทำของเผ่าพันธุ์ตนเองต่อโลกใบนี้ ขอจงได้โปรดยุติการทำลายสิ่งต่างๆ ขอจงก่อเกิด “ความสงสาร” สงสารโลกใบนี้, สงสารสิ่งมีชีวิต อาทิ สัตว์ พืช ฯลฯ, และสงสารเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

May-16-08

3rd

posted by Bubble B

เมื่อวันก่อนได้ไปเล่นแบตมินตันที่คอร์ทใกล้บ้าน  เป็นคอร์ทสร้างใหม่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน  แต่ติดตรงที่ยังมีคนรู้จักสถานที่น้อยเกินไป  คนที่เข้ามาใช้บริการจึงถือว่าน้อยอยู่มาก  เดาว่าคงจะไม่มีการประชาสัมพันธ์คอร์ทสักเท่าใดนัก  เหตุการณ์นี้ดูไปก็คล้ายกับมูลนิธิทั้งหลายในประเทศไทย  ที่ก่อตั้งขึ้นมาด้วยจุดมุ่งหมายที่ต้องการช่วยเหลือสรรพชีวิตบนโลกใบนี้แต่ไม่ได้รับการประชาสัมพันธ์  ทำให้คนทั่วไปไม่สามารถรู้ข้อมูลของมูลนิธิ และจุดประสงค์ดีๆ ที่มูลนิธิมีให้แก่สังคม  โดยแต่ละมูลนิธิอาจแตกต่างกันในแนวทางการให้ความช่วยเหลือ  แต่ก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือต้องการสร้างสรรค์สิ่งดีให้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้  และจุดมุ่งหมายคงไม่สามารถสำเร็จได้ถ้าขาดแรงสนับสนุนจากทุกฝ่าย  ปัญหาที่ตามมาคือมูลนิธิเหล่านี้จะได้รับความช่วยเหลือได้อย่างไรหากขาดคนรู้จัก  เพราะเมื่อไม่มีคนรู้จักก็ทำให้ขาดแรงสนับสนุน  เมื่อขาดแคลนความสนับสนุนแล้ว  ความช่วยเหลือจะเกิดได้อย่างไร  จุดมุ่งหมายที่วางไว้คงไม่มีทางสำเร็จไปได้  ดังนั้นโครงการสื่อเพื่อสังคมจึงมีหน้าที่ในการเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์  และกระจายข่าวสารของแต่ละมูลนิธิ  จุดมุ่งหมายของมูลนิธิทั้งหลายประสบผลสำเร็จตามเจตนารมณ์ที่มุ่งหวัง  เพื่อนๆ สามารถแจ้งข้อมูลข่าวสารดีๆ  หรือบอกเล่ากิจกรรมต่างๆ ในสังคมได้นะคะ  โครงการสื่อเพื่อสังคมของเรายินดีให้ความช่วยเหลือในด้านการประชาสัมพันธ์คะ ………………………………. อย่าลืมนะคะทุกชีวิตอยู่ได้ด้วยการพึ่งพาอาศัย และเกื้อกูลกัน และกัน 

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts



หน้า 1 ถึง 3123