Subscribe to โครงการสื่อเพื่อสังคม รายการพึ่งพาอาศัย
Technorati
del.icio.us

หน้า 1 ถึง 3123

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ขอเชิญร่วมทำบุญบูรณะซ่อมแซมเสื่อเงิน ในพระมณฑปณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จังหวัดสระบุรี   จังหวัดสระบุรี เนื่องในมหามงคลสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ 81 พรรษา

 

นายปิยพันธุ์ นิมมานเหมินท์ ประธานกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยว่า เนื่องในมหามงคลสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ 81 พรรษา ในปี พ.ศ. 2551 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระเมตตาต่อพสกนิกรชาวไทยตลอดมา ธนาคารจึงถือวาระสำคัญนี้ร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักภักดีถวายเป็นการสักการะแด่พระองค์โดยการจัดการโครงการบูรณะซ่อมแซมเสื่อเงิน

 

“อีกทั้งในปี 2551 เป็นปีที่ธนาคารได้ดำเนินกิจกรรมมาครบรอบปีที่ 55 ธนาคารจึงได้จัดโครงการบูรณะซ่อมแซมเสื่อเงินในพระมณฑป ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จังหวัดสระบุรี เพื่อเป็นการอนุรักษ์มรดกทางศิลปะอันล้ำค่าของประเทศ ให้คงอยู่ในบวรพุทธศาสนา ตลอดจนส่งเสริมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาตามประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่สืบต่อไป ทั้งนี้โดยมีงบประมาณในการบูรณะซ่อมแซมเสื่อเงินทั้งสิ้น 3,870,720 บาท เริ่มบูรณะตั้งแต่เดือนกันยายน 2551 กำหนดแล้วเสร็จประมาณเดือนกรกฎาคม 2552

 

“ธนาคารได้มีการจัดพิธีบวงสรวงเทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนที่จะเข้าไปดำเนินการซ่อมแซม เพื่อความเป็นสิริมงคลและให้ถูกต้องตามราชประเพณี ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จังหวัดสระบุรี พร้อมกันนี้ขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมทำบุญในการบูรณะซ่อมแซมเสื่อเงิน ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 4 ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จังหวัดสระบุรี เพื่อให้เสื่อเงินเป็นมรดกด้านศิลปะอันล้ำค่าของประเทศ และให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้นั่งกราบไหว้สักการะรอยพระพุทธบาทในพระมณฑป โดยสามารถโอนเงินเข้าบัญชีชื่อ “วัดพระพุทธบาท เพื่อบูรณะเสื่อเงิน” บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขาสระบุรี เลขที่ 084-11-005168-4 ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร 0-2202-1985 และ 0-2202-1879″

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

“หนึ่งใจ..เดียวกัน” หลอมหัวใจทุกดวงสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกับมูลนิธิ MOL

 

“หนึ่งใจ..เดียวกัน” (Where The Miracle Happens) ภาพยนตร์แนวดราม่า สร้างสรรค์สังคม จากบทพระนิพนธ์ เรื่องสั้นที่…ฉันคิด ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่ทรงตระหนักถึงปัญหาการด้อยโอกาสทางการศึกษาของเด็กไทย พระองค์ท่านทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะประทานความช่วยเหลือและบรรเทาปัญหานี้ให้เบาบางลง จึงทรงพระกรุณาประทานกำเนิดโครงการ Miracle of Life (MOL) ขึ้น เพื่อหยิบยื่นความช่วยเหลือมอบให้แก่เด็กด้อยโอกาสทางการศึกษา ได้สานต่อความฝันของเด็กๆ เหล่านั้นให้เป็นจริง

แนวความคิดของโครงการ Miracle of Life นี้ได้สะท้อนอยู่ในบทพระนิพนธ์ เรื่องสั้นที่…ฉันคิด สู่ภาพยนตร์ “หนึ่งใจ..เดียวกัน” ที่มุ่งสื่อถึงปัญหาการศึกษาไทย ผ่านการเล่าเรื่องของ “พิมพ์ดาว” นักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จ ที่เข้าใจว่าเงินทองสามารถซื้อหาความสุขให้กับตัวเองได้ จนเมื่อเธอสูญเสียทุกอย่างไป เธอจึงออกเดินทางเพื่อค้นหาความสุขในชีวิต แล้วเธอก็ได้เจอกับเด็กยากไร้และด้อยโอกาสทางการศึกษากลุ่มหนึ่ง ที่สอนให้เธอรู้ว่าความสุขไม่ได้เกิดจากสิ่งนอกกาย เพราะแท้จริงแล้วความสุขเกิดขึ้นที่หัวใจ และความสุขของเธอก็เกิดขึ้นได้ เมื่อเธอมอบโอกาสให้กับเด็กเหล่านั้น

จากภาพยนตร์ยิ่งใหญ่แห่งปี ที่พูดถึงเรื่องราวของการให้ ซึ่งเป็นหัวใจหลักนำมาสู่กิจกรรมภาพยนตร์ “หนึ่งใจ..เดียวกัน กับ Miracle of Life” กิจกรรมที่ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และสร้างโอกาสให้กับเยาวชนไทย เพื่อสืบสานพระปณิธานที่พระองค์ท่านทรงมีต่อเด็กไทย โดยแบ่งออกเป็น 2 กิจกรรมดังนี้
 
- กิจกรรม “หนึ่งใจให้ ร้อยใจรับ”
หัวใจคืออวัยวะสำคัญของร่างกาย ทุกจังหวะการเต้นของหัวใจแสดงให้เห็นว่าเรายังมีชีวิต ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบัน ทำให้ผู้ป่วยหลายคนสามารถต่อลมหายใจได้ด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจหรือเปลี่ยนอวัยวะส่วนอื่นๆ  มูลนิธิ MOL จึงร่วมกับ ภาพยนตร์หนึ่งใจ..เดียวกัน และ  โรงภาพยนตร์ทุกเครือฯ นำรายได้ส่วนหนึ่งจากบัตรชมภาพยนตร์หนึ่งใจ..เดียวกัน ร่วมสมทบทุนศูนย์รับบริจาคอวัยวะแห่งสภากาชาดไทย   เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอรับอวัยวะให้ได้มีโอกาสได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเตรียมเปิดบัญชีรับบริจาคเงินเพื่อร่วมสมทบทุนให้กับกิจกรรมนี้   อีกด้วย

ชื่อบัญชี : โครงการมิราเคิลออฟไลฟ์เพื่อหนึ่งใจ..เดียวกัน
ธนาคารกรุงเทพ สาขาซอยอารี
บัญชีสะสมทรัพย์ เลขที่บัญชี : 127-4-78431-1

*** นอกจากนี้ หนึ่งใจ..เดียวกัน ยังร่วมกับ คลื่นวิทยุ 94 EFM เตรียมจัดกิจกรรมการรับบริจาคโลหิตและอวัยวะกับสภากาชาดไทย ในวันที่ 9 สิงหาคม 2551 เวลา 10.00 -15.00 น. ณ ลานหน้าเมเจอร์ รัชโยธิน
 
- กิจกรรม “หนึ่งใจสร้างโรงเรียนให้น้อง”
ทุกวันนี้ยังมีเด็กไทยในทุกๆภาคทั่วประเทศเป็นจำนวนมากที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา พวกเขาพยายามดิ้นรนแสวงหา แต่โอกาสก็ยังมาไม่ถึงพวกเขาเสียที ภาพยนตร์เรื่อง หนึ่งใจ..เดียวกัน และ โรงภาพยนตร์ทุกเครือฯ เล็งเห็นความสำคัญของการให้โอกาสทางการศึกษากับเด็กไทย จึงเตรียมนำรายได้ส่วนหนึ่งจากบัตรชมภาพยนตร์ หนึ่งใจ..เดียวกัน มอบให้มูลนิธิ MOL นำไปสร้างโรงเรียนให้กับเด็กต่างจังหวัดในทุกภาคทั่วประเทศ เพื่อให้เด็กไทยมีการศึกษาที่ก้าวไกลต่อไปในอนาคต

กิจกรรมทั้งหมดนี้ ภาพยนตร์ “หนึ่งใจ..เดียวกัน” สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อต่อชีวิต และ สร้างชีวิต ให้ผู้ด้อยโอกาส หยิบยื่นสิ่งดีๆสู่เยาวชนไทยเพื่อจะได้สานต่อความฝันของพวกเขาให้เป็นจริง

 

มูลนิธิ
MIRACLE OF LIFE
ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

บางที….บางสิ่ง….
เราจับต้องมันไม่ได้ แต่เราสัมผัสถึงมันได้….ที่หัวใจ
      นั่นต่างหากคือ…ความมหัศจรรย์

มูลนิธิ
MIRACLE OF LIFE
ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา  สิริวัฒนาพรรณวดี

ความสำคัญของปัญหา
ปัญหาของ “เด็กและเยาวชนไทย” นั้นนับวันจะมีความซับซ้อนมากขึ้นตามความผันผวนทางเศรษฐกิจ ความเสื่อมโทรมของศีลธรรม จริยธรรม และความก้าวหน้าที่ไม่หยุดยั้งของเทคโนโลยีการสื่อสาร   อันเป็นส่วนสำคัญที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรม การรับรู้และการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของสังคม

ฉะนั้น ถึงเวลาแล้วที่เราต้องปลูกฝังและส่งเสริม คุณค่าทางด้านสติปัญญา จิตใจ และอารมณ์ สังคมแก่เด็กและเยาวชนไทยให้พร้อม มีความเข้มแข็งพอที่จะดำรงอยู่ในสังคมที่มีปัญหาเติบโตขึ้นอย่างแข็งกล้าทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการค้ามนุษย์ ปัญหายาเสพติด ปัญหาครอบครัวและปัญหารุนแรงอื่นๆ  อีกทั้งยังสามารถเป็นตัวแทนในการช่วยเหลือและพัฒนาสังคมต่อไป

อย่างไรก็ดี การปลูกฝังและส่งเสริมคุณค่าของคนต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนที่เป็นพลังขนาดใหญ่ของกลุ่มคนต่างๆ อันมากมายหลากหลาย ได้แก่ ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และสื่อมวลชน  เป็นต้น  ซึ่งในปัจจุบันสังคมไทยยังต้องการกลุ่มคนที่เป็นผู้นำเพื่อทำการขับเคลื่อนและกระตุ้นให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนการประสานงานเชื่อมโยงกันทั้งภาครัฐและเอกชนให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เด็กและเยาวชนของประเทศ  อันควรประกอบด้วย การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัย  การส่งเสริมสนับสนุนให้มีส่วนร่วมในสังคม และการพัฒนาคุณภาพเด็กและเยาวชนไทยให้เป็นคนดีของสังคมตามวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย 

ดังนั้นมูลนิธิ “Miracle of life” จึงเป็นส่วนหนึ่งที่จะเป็นผู้นำในการสร้างเสริมให้เด็กและเยาวชนไทยได้มีโอกาสตระหนักถึงการพัฒนาศักยภาพของตน และ มีส่วนร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อตนเองและชุมชน รวมถึงการรู้จักใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพตามวิถีความเป็นอยู่และวัฒนธรรมท้องถิ่นอันดีงาม 

วิสัยทัศน์
• สนับสนุนให้เด็กและเยาวชนเล็งเห็นคุณค่าและความสามารถของตน และพร้อมที่จะนำศักยภาพเหล่านั้นออกมาใช้ทำประโยชน์กลับคืนสู่สังคม

ภารกิจ
• สร้างโอกาสให้แก่เด็กและเยาวชนได้มีความรู้ ความสามารถ ในการที่จะค้นหาศักยภาพของตน อีกทั้งยังส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
• สร้างความตื่นตัวแก่หน่วยงาน องค์กร สถาบัน ชมรม สมาคมต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการปลูกฝังและเสริมสร้างให้เด็กและเยาวชน

วัตถุประสงค์
• เป็นผู้เผยแพร่และประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนให้มีส่วนร่วมต่อการค้นหาศักยภาพของเด็กและเยาวชน
• เป็นผู้ประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการสรรค์สร้างกิจกรรมอันหลากหลายรูปแบบเพื่อกระตุ้นให้เด็กและเยาวชนได้ตระหนักถึงการค้นหาและพัฒนาศักยภาพของตน
• เป็นผู้ส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมที่มีคุณภาพแก่เด็กและเยาวชนเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเยาวชนที่ยังขาดความเข้าใจในการค้นหาและพัฒนาศักยภาพของตน
• เป็นผู้สร้างเครือข่ายทั้งในระดับภูมิภาค ระดับประเทศ และระดับนานาชาติในการเปิดเวทีการแสดงความรู้ความสามารถของเด็กและเยาวชนให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน ตลอดจนเป็นเวทีที่สร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนที่มีความรู้ความสามารถได้มีเครือข่ายเชื่อมโยงสู่การพัฒนาตนในขั้นสูงต่อไปได้ในอนาคต

จุดเด่นของโครงการ
• เพิ่มขีดความสามารถในการค้นหา พัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชน
• ใช้การประชาสัมพันธ์ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เข้าถึงอย่างรวดเร็ว และตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างค่านิยมให้คนทำดี
• สร้างโอกาสแก่เด็กและเยาวชนได้นำศักยภาพเหล่านั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคม

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
• เด็กและเยาวชนทั่วประเทศร่วมสมัครเป็นสมาชิก “ขอสมัครเป็นคนดี”
• สมาชิกมูลนิธิฯ พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการอุทิศตนสร้างประโยชน์แก่ชุมชนและสังคม
• สมาชิกมูลนิธิฯ มีความภาคภูมิใจในการทำความดีของตนจนเกิดเป็นค่านิยมอันดี
• สมาชิกมูลนิธิฯ เป็นที่ยอมรับ ชื่นชม และเชิดชูในชุมชนและสังคม
• สังคมไทยมีความตื่นตัวที่จะให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันมากขึ้น
• ประชาชนคนไทยมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

Aug-11-08

ประวัติวันแม่

posted by พ่อมดน้อย
ความเป็นมาของวันแม่

          ชาวอเมริกันเป็นผู้กำหนดให้มีวันแม่อย่างเป็นทางการขึ้น และผู้ที่พยายามเรียกร้องให้มีวันแม่ในอเมริกา คือ แอนนา เอ็ม. จาร์วิส คุณครูแห่งรัฐฟิลาเดลเฟีย แต่กว่าเธอจะประสบความสำเร็จก็ครบ 2 ปีพอดีในปี ค.ศ.1914 (พ.ศ.2457) โดยประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน ได้มีคำสั่งให้ถือวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และดอกไม้สำหรับวันแม่ของชาวอเมริกันก็คือดอกคาร์เนชั่น ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือถ้าแม่ยังมีชีวิตอยู่ให้ประดับตกแต่งบ้าน หรือประตูด้วยดอกคาร์เนชั่นสีชมพู แต่ถ้าแม่ถึงแก่กรรมไปแล้วให้ประดับด้วยดอกคาร์เนชั่นสีขาว

          สำหรับในประเทศไทยนั้นมีการจัดงานวันแม่ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2486 ณ.สวนอัมพร โดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้จัดงาน แต่เนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไปโดยปริยาย หลังจากผ่านพ้นวิกฤติสงครามไปแล้ว หลายหน่วยงานได้พยายามรื้อฟื้นให้มีวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง แต่กำหนดวันแม่ที่ประชาชนนิยม และเป็นที่รับรองของรัฐบาล คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2493 กำหนดงานวันแม่ในวันนี้ยังดำเนินต่อมาอีกหลายปี ก็ต้องมาหยุดชะงักลงอีก ด้วยเหตุผลที่ว่าสภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุน ซึ่งก็คือกระทรวงวัฒนธรรมที่ถูกยุบไปนั่นเอง

          ต่อมาสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทย เห็นว่าควรมีการจัดงานวันแม่ต่อไป จึงได้รื้อฟื้นงานวันแม่ขึ้นมาอีก และได้กำหนดให้จัดงานวันแม่ คือวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวก็เลิกไป จนกระทั่งในปี พ.ศ.2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เห็นว่าควรกำหนดวันแม่ให้แน่นอนเสียที จึงได้กำหนดวันแม่ใหม ่โดยให้ถือว่าวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ และ กำหนดให้ดอกมะลิเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ตั้งแต่นั้นมา

          เหตุผลที่ให้ดอกมะลิ เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ ก็เนื่องจาก ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไปไกลและหอมได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย…

          นักภาษาศาสตร์ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า คำว่า “แม่” ของทุก ๆ ภาษา มาจากการออกเสียงของเด็ก โดยคำขึ้นต้นด้วยพยัญชนะริมฝีปากคู่ (Bilabial) ได้แก่ ม , พ , ป ,บ หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นพยัญชนะชุดแรกที่เด็กสามารถทำเสียงได้ โดยการใช้ริมฝีปากบนและล่าง ดังเช่น

ภาษาไทย แม่

ภาษาจีน ม๊ะ หรือ ม่า

ภาษาฝรั่งเศส la mere (ลา แมร์)

ภาษาอังกฤษ mom , mam

ภาษาโซ่ ม๋เปะ

ภาษามุสลิม มะ

ภาษาไทใต้คง เม

เป็นต้น

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

Jul-16-08

ตักบาตรพระราม

posted by SiNCeRe

มูลนิธิศึกษาธรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมมือกับองค์กรทั้งภาครัฐ และภาคประชาชน ส่งเสริมทำความดีในจังหวัดต่างๆด้วยการจัดงานตักบาตรพระ 500,000 รูปทั่วประเทศ เพื่อรวมพลังช่วยเหลือคณะสงฆ์ 266 วัด  4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยในวันเสาร์ที่ 12 กรกฏาคม นี้ จะจัดงานตักบาตรพระ 1,000  รูปเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชย์สมบัติครบ 61 ปี ในวันเสาร์ที่ 12 กรกฏาคม  2551 เวลา 06.00 น.ณ  บริเวณถนนท่าน้ำบางโพ เขตบางซื่อ กทม.

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts



หน้า 1 ถึง 3123