โครงการประกวดการ์ตูนวัยมัน
รู้ทันบริษัทบุหรี่
No Smoking Cartoon Against Tobacco Industry Contest
ความสำคัญ
จากคำกล่าวของนักรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ที่ว่า “ถ้าต้องการขจัดมาเลเรีย ให้ศึกษายุงให้ละเอียด แต่ถ้าต้องการขจัดมะเร็งปอด ให้ศึกษาหรือรู้ให้ทันบริษัทบุหรี่” เพราะ บุหรี่ คือ สินค้าถูกกฎหมายเพียงอย่างเดียวที่ทำร้ายผู้บริโภคจากการใช้งานตามปกติ
แสดงให้เห็นว่า หากจะแก้ปัญหาการสูบบุหรี่ให้ประสบความสำเร็จ จำเป็นจะต้องรู้เท่าทันการตลาดของบริษัทบุหรี่ โดยเฉพาะการตลาดที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเยาวชน เพราะ
- บริษัทบุหรี่ไม่เคยยอมรับว่า การสูบบุหรี่เป็นสิ่งไม่ดี แต่บอกเสมอว่าการสูบบุหรี่เป็นเรื่องของการตัดสินใจของแต่ละบุคคล
- บริษัทบุหรี่ไม่เคยยอมรับว่า บุหรี่เป็นสิ่งเสพติด ทั้งๆที่มีรายงานทางการแพทย์ระบุชัดเจนว่า นิโคตินในบุหรี่ คือ สารเสพติดมากว่า 20 ปี และมีฤทธิ์เสพติดมากกว่าโคเคนหรือเฮโรอิน ถึง 6 เท่า
- มีหลักฐานชัดเจนว่าบริษัทบุหรี่จ่ายเงินให้ผู้สร้างภาพยนตร์ฮอลีวู้ดหลายเรื่อง เพื่อทำให้ตัวเอกของเรื่องสูบบุหรี่ หรือให้เห็นซองบุหรี่ ทำให้ผู้ชมโดยเฉพาะเยาวชนเข้าใจว่าการสูบบุหรี่เป็นพฤติกรรมปกติในสังคม ซึ่งนำไปสู่การเลียนแบบได้
- มีหลักฐานชัดเจนว่าบริษัทบุหรี่ มีนโยบายทางการตลาดพุ่งเป้าไปที่เยาวชน ดังเช่นคำพูดของบริษัทบุหรี่ที่ปรากฏในเอกสารลับของบริษัท เช่น
- “ฐานการทำธุรกิจของเรา อยู่ที่เด็กมัธยมปลาย”
- “การจะให้บริษัทเราอยู่รอดและก้าวหน้าต่อไป เราจะต้องช่วงชิงส่วนแบ่งตลาดที่เป็นเยาวชนมาเป็นของเราในระยะยาว ….”
- “ถ้าหากบริษัทบุหรี่ต้องหยุดทำการตลาดที่พุ่งเป้าไปที่เด็กๆ บริษัทบุหรี่ก็จะ ล้มละลายภายใน 25 ถึง 30 ปี เพราะจะไม่มีลูกค้าเพียงพอที่ธุรกิจจะอยู่ได้”
- มีหลักฐานชัดเจนว่าบริษัทบุหรี่ สนับสนุนกิจกรรมด้านกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรมและดนตรี เพียงเพื่อให้เข้าถึงเยาวชน และเพื่อสร้างภาพพจน์
- “ธุรกิจของเราคือขายบุหรี่ ไม่ใช่ธุรกิจด้านกีฬา เราใช้ช่องทางด้านกีฬาเป็นช่องทางโฆษณาสินค้าของเรา…”
- มีหลักฐานชัดเจนว่า บริษัทบุหรี่ใช้โครงการเพื่อสังคม (CSR) เป็นเครื่องมือในการสร้างภาพพจน์ของบริษัทบุหรี่
- “การอุปถัมภ์ (การบริจาค) ก็คือส่วนสำคัญของการตลาดเพื่อเพิ่มยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของท่าน ไม่มีใครหรอกที่จะหยิบยื่นยื่นเช็คใบใหญ่เพียงเพื่อให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นเท่านั้น”
- นายวอร์เรน บัพเฟต มหาเศรษฐีพันล้านอดีตผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทบุหรี่ อาร์ เจ เรย์โนลด์ กล่าวว่า
- “ผมจะบอกให้ว่าทำไม ผมจึงชอบที่จะทำธุรกิจบุหรี่ เพราะมันลงทุนเพียงไม่กี่เพนนี แต่…สามารถขายได้หลายดอลลาร์”
- ตัวแทนของบริษัทบุหรี่รอทแมนส์ตอบคำถามที่ว่า
- “การขยายบุหรี่เข้าสู่ประเทศกำลังพัฒนานั้นชอบด้วยศีลธรรมหรือไม่” ว่า “คงไม่ฉลาดที่จะละเลยตลาดที่กำลังขยายตัว ผมตอบคำถามยุ่งยากในเชิงศีลธรรมไม่ได้หรอก เราทำธุรกิจเพื่อสร้างความพอใจให้กับผู้ถือหุ้นบริษัทเรา”






