Subscribe to โครงการสื่อเพื่อสังคม รายการพึ่งพาอาศัย
Technorati
del.icio.us

หน้า 1 ถึง 212

“รมว.แรงงาน”บุกนิคมชลบุรี สางวิกฤติ เลิกจ้างพบแรงงานเตะฝุ่นแล้ว 2 พันคน ปีหน้า ส่อเค้าอีก 39 แห่ง คาดลูกจ้างถูกลอยแพ 1.5 หมื่นคน ชี้เดินหน้ามาตรการ 3 ลด 3 เพิ่ม โดยหาตำแหน่งงานว่างที่ใกล้เคียงงานเดิม พร้อมสนับสนุนคนงานเข้าสู่ระบบเกษตร ดันเงินประกันสังคมให้กู้เสริมสภาพคล่อง ด้าน สธ. เดินหน้า จ่ายค่าตอบแทน อสม. เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ เดือน ละ 600 บาท คาดเริ่มได้ภายใน 3 เดือน
 
เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ที่นิคมอุตสาหกรรม อมตะนคร จ.ชลบุรี นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว. แรงงาน เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมสถานประกอบการ ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี โดยมี นายสุรพล พงษ์ทัดศิริกุล ผวจ.ชลบุรี ผู้บริหารนิคมอุตสาหกรรมอมตะนครและตัวแทนฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง ให้การต้อนรับและร่วมประชุมหารือรับฟังปัญหาของสถานประกอบการ นายสุรพล กล่าวว่า จ.ชลบุรี มีสถานประกอบการ 14,591 แห่ง มีลูกจ้าง 533,488 คน มีจำนวนนิคมอุตสาห กรรม 7 แห่ง มีโรงงานตั้งอยู่ 893 โรงงาน โดยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-22 ธ.ค. 51 มีการเลิกจ้างลูกจ้างแล้ว 19 แห่ง 2,123 คน สำหรับแนวโน้มการเลิกจ้างภายในปี 52 มี 39 แห่ง ลูกจ้างส่อเค้าจะถูกเลิกจ้าง 15,825 คน 

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ขอเชิญร่วมทำบุญบูรณะซ่อมแซมเสื่อเงิน ในพระมณฑปณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จังหวัดสระบุรี   จังหวัดสระบุรี เนื่องในมหามงคลสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ 81 พรรษา

 

นายปิยพันธุ์ นิมมานเหมินท์ ประธานกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยว่า เนื่องในมหามงคลสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ 81 พรรษา ในปี พ.ศ. 2551 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีพระเมตตาต่อพสกนิกรชาวไทยตลอดมา ธนาคารจึงถือวาระสำคัญนี้ร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความจงรักภักดีถวายเป็นการสักการะแด่พระองค์โดยการจัดการโครงการบูรณะซ่อมแซมเสื่อเงิน

 

“อีกทั้งในปี 2551 เป็นปีที่ธนาคารได้ดำเนินกิจกรรมมาครบรอบปีที่ 55 ธนาคารจึงได้จัดโครงการบูรณะซ่อมแซมเสื่อเงินในพระมณฑป ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จังหวัดสระบุรี เพื่อเป็นการอนุรักษ์มรดกทางศิลปะอันล้ำค่าของประเทศ ให้คงอยู่ในบวรพุทธศาสนา ตลอดจนส่งเสริมทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาตามประเพณีอันดีงามของไทยให้คงอยู่สืบต่อไป ทั้งนี้โดยมีงบประมาณในการบูรณะซ่อมแซมเสื่อเงินทั้งสิ้น 3,870,720 บาท เริ่มบูรณะตั้งแต่เดือนกันยายน 2551 กำหนดแล้วเสร็จประมาณเดือนกรกฎาคม 2552

 

“ธนาคารได้มีการจัดพิธีบวงสรวงเทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก่อนที่จะเข้าไปดำเนินการซ่อมแซม เพื่อความเป็นสิริมงคลและให้ถูกต้องตามราชประเพณี ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จังหวัดสระบุรี พร้อมกันนี้ขอเชิญชวนลูกค้าและประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมทำบุญในการบูรณะซ่อมแซมเสื่อเงิน ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 4 ณ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จังหวัดสระบุรี เพื่อให้เสื่อเงินเป็นมรดกด้านศิลปะอันล้ำค่าของประเทศ และให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้นั่งกราบไหว้สักการะรอยพระพุทธบาทในพระมณฑป โดยสามารถโอนเงินเข้าบัญชีชื่อ “วัดพระพุทธบาท เพื่อบูรณะเสื่อเงิน” บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สาขาสระบุรี เลขที่ 084-11-005168-4 ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร 0-2202-1985 และ 0-2202-1879″

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

“หนึ่งใจ..เดียวกัน” หลอมหัวใจทุกดวงสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกับมูลนิธิ MOL

 

“หนึ่งใจ..เดียวกัน” (Where The Miracle Happens) ภาพยนตร์แนวดราม่า สร้างสรรค์สังคม จากบทพระนิพนธ์ เรื่องสั้นที่…ฉันคิด ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่ทรงตระหนักถึงปัญหาการด้อยโอกาสทางการศึกษาของเด็กไทย พระองค์ท่านทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะประทานความช่วยเหลือและบรรเทาปัญหานี้ให้เบาบางลง จึงทรงพระกรุณาประทานกำเนิดโครงการ Miracle of Life (MOL) ขึ้น เพื่อหยิบยื่นความช่วยเหลือมอบให้แก่เด็กด้อยโอกาสทางการศึกษา ได้สานต่อความฝันของเด็กๆ เหล่านั้นให้เป็นจริง

แนวความคิดของโครงการ Miracle of Life นี้ได้สะท้อนอยู่ในบทพระนิพนธ์ เรื่องสั้นที่…ฉันคิด สู่ภาพยนตร์ “หนึ่งใจ..เดียวกัน” ที่มุ่งสื่อถึงปัญหาการศึกษาไทย ผ่านการเล่าเรื่องของ “พิมพ์ดาว” นักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จ ที่เข้าใจว่าเงินทองสามารถซื้อหาความสุขให้กับตัวเองได้ จนเมื่อเธอสูญเสียทุกอย่างไป เธอจึงออกเดินทางเพื่อค้นหาความสุขในชีวิต แล้วเธอก็ได้เจอกับเด็กยากไร้และด้อยโอกาสทางการศึกษากลุ่มหนึ่ง ที่สอนให้เธอรู้ว่าความสุขไม่ได้เกิดจากสิ่งนอกกาย เพราะแท้จริงแล้วความสุขเกิดขึ้นที่หัวใจ และความสุขของเธอก็เกิดขึ้นได้ เมื่อเธอมอบโอกาสให้กับเด็กเหล่านั้น

จากภาพยนตร์ยิ่งใหญ่แห่งปี ที่พูดถึงเรื่องราวของการให้ ซึ่งเป็นหัวใจหลักนำมาสู่กิจกรรมภาพยนตร์ “หนึ่งใจ..เดียวกัน กับ Miracle of Life” กิจกรรมที่ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส และสร้างโอกาสให้กับเยาวชนไทย เพื่อสืบสานพระปณิธานที่พระองค์ท่านทรงมีต่อเด็กไทย โดยแบ่งออกเป็น 2 กิจกรรมดังนี้
 
- กิจกรรม “หนึ่งใจให้ ร้อยใจรับ”
หัวใจคืออวัยวะสำคัญของร่างกาย ทุกจังหวะการเต้นของหัวใจแสดงให้เห็นว่าเรายังมีชีวิต ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบัน ทำให้ผู้ป่วยหลายคนสามารถต่อลมหายใจได้ด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจหรือเปลี่ยนอวัยวะส่วนอื่นๆ  มูลนิธิ MOL จึงร่วมกับ ภาพยนตร์หนึ่งใจ..เดียวกัน และ  โรงภาพยนตร์ทุกเครือฯ นำรายได้ส่วนหนึ่งจากบัตรชมภาพยนตร์หนึ่งใจ..เดียวกัน ร่วมสมทบทุนศูนย์รับบริจาคอวัยวะแห่งสภากาชาดไทย   เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่รอรับอวัยวะให้ได้มีโอกาสได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเตรียมเปิดบัญชีรับบริจาคเงินเพื่อร่วมสมทบทุนให้กับกิจกรรมนี้   อีกด้วย

ชื่อบัญชี : โครงการมิราเคิลออฟไลฟ์เพื่อหนึ่งใจ..เดียวกัน
ธนาคารกรุงเทพ สาขาซอยอารี
บัญชีสะสมทรัพย์ เลขที่บัญชี : 127-4-78431-1

*** นอกจากนี้ หนึ่งใจ..เดียวกัน ยังร่วมกับ คลื่นวิทยุ 94 EFM เตรียมจัดกิจกรรมการรับบริจาคโลหิตและอวัยวะกับสภากาชาดไทย ในวันที่ 9 สิงหาคม 2551 เวลา 10.00 -15.00 น. ณ ลานหน้าเมเจอร์ รัชโยธิน
 
- กิจกรรม “หนึ่งใจสร้างโรงเรียนให้น้อง”
ทุกวันนี้ยังมีเด็กไทยในทุกๆภาคทั่วประเทศเป็นจำนวนมากที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา พวกเขาพยายามดิ้นรนแสวงหา แต่โอกาสก็ยังมาไม่ถึงพวกเขาเสียที ภาพยนตร์เรื่อง หนึ่งใจ..เดียวกัน และ โรงภาพยนตร์ทุกเครือฯ เล็งเห็นความสำคัญของการให้โอกาสทางการศึกษากับเด็กไทย จึงเตรียมนำรายได้ส่วนหนึ่งจากบัตรชมภาพยนตร์ หนึ่งใจ..เดียวกัน มอบให้มูลนิธิ MOL นำไปสร้างโรงเรียนให้กับเด็กต่างจังหวัดในทุกภาคทั่วประเทศ เพื่อให้เด็กไทยมีการศึกษาที่ก้าวไกลต่อไปในอนาคต

กิจกรรมทั้งหมดนี้ ภาพยนตร์ “หนึ่งใจ..เดียวกัน” สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อต่อชีวิต และ สร้างชีวิต ให้ผู้ด้อยโอกาส หยิบยื่นสิ่งดีๆสู่เยาวชนไทยเพื่อจะได้สานต่อความฝันของพวกเขาให้เป็นจริง

 

มูลนิธิ
MIRACLE OF LIFE
ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

บางที….บางสิ่ง….
เราจับต้องมันไม่ได้ แต่เราสัมผัสถึงมันได้….ที่หัวใจ
      นั่นต่างหากคือ…ความมหัศจรรย์

มูลนิธิ
MIRACLE OF LIFE
ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา  สิริวัฒนาพรรณวดี

ความสำคัญของปัญหา
ปัญหาของ “เด็กและเยาวชนไทย” นั้นนับวันจะมีความซับซ้อนมากขึ้นตามความผันผวนทางเศรษฐกิจ ความเสื่อมโทรมของศีลธรรม จริยธรรม และความก้าวหน้าที่ไม่หยุดยั้งของเทคโนโลยีการสื่อสาร   อันเป็นส่วนสำคัญที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรม การรับรู้และการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของสังคม

ฉะนั้น ถึงเวลาแล้วที่เราต้องปลูกฝังและส่งเสริม คุณค่าทางด้านสติปัญญา จิตใจ และอารมณ์ สังคมแก่เด็กและเยาวชนไทยให้พร้อม มีความเข้มแข็งพอที่จะดำรงอยู่ในสังคมที่มีปัญหาเติบโตขึ้นอย่างแข็งกล้าทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการค้ามนุษย์ ปัญหายาเสพติด ปัญหาครอบครัวและปัญหารุนแรงอื่นๆ  อีกทั้งยังสามารถเป็นตัวแทนในการช่วยเหลือและพัฒนาสังคมต่อไป

อย่างไรก็ดี การปลูกฝังและส่งเสริมคุณค่าของคนต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนที่เป็นพลังขนาดใหญ่ของกลุ่มคนต่างๆ อันมากมายหลากหลาย ได้แก่ ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และสื่อมวลชน  เป็นต้น  ซึ่งในปัจจุบันสังคมไทยยังต้องการกลุ่มคนที่เป็นผู้นำเพื่อทำการขับเคลื่อนและกระตุ้นให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ตลอดจนการประสานงานเชื่อมโยงกันทั้งภาครัฐและเอกชนให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เด็กและเยาวชนของประเทศ  อันควรประกอบด้วย การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับวัย  การส่งเสริมสนับสนุนให้มีส่วนร่วมในสังคม และการพัฒนาคุณภาพเด็กและเยาวชนไทยให้เป็นคนดีของสังคมตามวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย 

ดังนั้นมูลนิธิ “Miracle of life” จึงเป็นส่วนหนึ่งที่จะเป็นผู้นำในการสร้างเสริมให้เด็กและเยาวชนไทยได้มีโอกาสตระหนักถึงการพัฒนาศักยภาพของตน และ มีส่วนร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อตนเองและชุมชน รวมถึงการรู้จักใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพตามวิถีความเป็นอยู่และวัฒนธรรมท้องถิ่นอันดีงาม 

วิสัยทัศน์
• สนับสนุนให้เด็กและเยาวชนเล็งเห็นคุณค่าและความสามารถของตน และพร้อมที่จะนำศักยภาพเหล่านั้นออกมาใช้ทำประโยชน์กลับคืนสู่สังคม

ภารกิจ
• สร้างโอกาสให้แก่เด็กและเยาวชนได้มีความรู้ ความสามารถ ในการที่จะค้นหาศักยภาพของตน อีกทั้งยังส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
• สร้างความตื่นตัวแก่หน่วยงาน องค์กร สถาบัน ชมรม สมาคมต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการปลูกฝังและเสริมสร้างให้เด็กและเยาวชน

วัตถุประสงค์
• เป็นผู้เผยแพร่และประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนให้มีส่วนร่วมต่อการค้นหาศักยภาพของเด็กและเยาวชน
• เป็นผู้ประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการสรรค์สร้างกิจกรรมอันหลากหลายรูปแบบเพื่อกระตุ้นให้เด็กและเยาวชนได้ตระหนักถึงการค้นหาและพัฒนาศักยภาพของตน
• เป็นผู้ส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมที่มีคุณภาพแก่เด็กและเยาวชนเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเยาวชนที่ยังขาดความเข้าใจในการค้นหาและพัฒนาศักยภาพของตน
• เป็นผู้สร้างเครือข่ายทั้งในระดับภูมิภาค ระดับประเทศ และระดับนานาชาติในการเปิดเวทีการแสดงความรู้ความสามารถของเด็กและเยาวชนให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน ตลอดจนเป็นเวทีที่สร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนที่มีความรู้ความสามารถได้มีเครือข่ายเชื่อมโยงสู่การพัฒนาตนในขั้นสูงต่อไปได้ในอนาคต

จุดเด่นของโครงการ
• เพิ่มขีดความสามารถในการค้นหา พัฒนาศักยภาพของเด็กและเยาวชน
• ใช้การประชาสัมพันธ์ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เข้าถึงอย่างรวดเร็ว และตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสร้างค่านิยมให้คนทำดี
• สร้างโอกาสแก่เด็กและเยาวชนได้นำศักยภาพเหล่านั้นไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคม

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
• เด็กและเยาวชนทั่วประเทศร่วมสมัครเป็นสมาชิก “ขอสมัครเป็นคนดี”
• สมาชิกมูลนิธิฯ พร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการอุทิศตนสร้างประโยชน์แก่ชุมชนและสังคม
• สมาชิกมูลนิธิฯ มีความภาคภูมิใจในการทำความดีของตนจนเกิดเป็นค่านิยมอันดี
• สมาชิกมูลนิธิฯ เป็นที่ยอมรับ ชื่นชม และเชิดชูในชุมชนและสังคม
• สังคมไทยมีความตื่นตัวที่จะให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกันมากขึ้น
• ประชาชนคนไทยมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

Jul-7-08

มูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ

posted by พ่อมดน้อย
มูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ

  จากสถิติทางการแพทย์ที่ผ่านมาพบว่า อัตราการเกิดโรคหัวใจพิการในเด็ก ไม่ว่าจะเป็นมาแต่กำเนิดหรือเกิดขึ้นภายหลัง มีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ก็เพราะสาเหตุส่วนใหญ่ของโรคเรายังไม่ทราบ จึงทำให้เป็นการยากในการป้องกัน


    โรคหัวใจพิการในเด็กจำนวนไม่น้อยมีความรุนแรง แต่รักษาให้ดีขึ้นและหายขาดได้ อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ก็อาจเสียชีวิตหรือพิการไปตลอดชีวิต นอกจากนั้น ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ก็นับวันจะสูงขึ้นเรื่อยๆ  สังคมไทยเราในปัจจุบันนี้ ท่ามกลางความเจริญเติบโตของระบบเศรษฐกิจแบบอุตสาหกรรม กอปรกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพความเป็นอยู่ ยังมีเด็กด้อยโอกาสอีกเป็นจำนวนมากที่ได้รับความทุกข์ยากเพียงเพราะเขาเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนหรืออยู่ในชนบทห่างไกลแพทย์ ยิ่งถ้าเขาเหล่านั้นมีหัวใจที่พิการ โอกาสที่จะได้รับการรักษาพยาบาลและดูแลสุขภาพอย่างถูกต้องแทบจะไม่มีเลย ชีวิตน้อยๆที่บริสุทธิ์อาจหมดโอกาสที่จะเติบใหญ่อย่างสมประกอบและมีคุณค่าเป็นพลเมืองดีของชาติ ตลอดชีวิตที่เกิดมาต้องดิ้นรนต่อสู้กับโรคร้ายแบบสิ้นหวัง  ด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือเด็กไทยผู้เคราะห์ร้ายเหล่านี้ ให้มีสภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นบ้าง เพื่อให้เขาสามารถพึ่งตนเองได้โดยไม่ต้องเป็นภาระต่อสังคม เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมและประเทศชาติในอนาคต มูลนิธิเด็กโรคหัวใจจึงเกิดขึ้นในปีพุทธศักราช 2524 โดยกลุ่มของผู้มีจิตศรัทธาในสาธารณประโยชน์ร่วมกับคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโรคหัวใจเด็ก และด้วยพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่ทรงรับมูลนิธิฯไว้ในพระอุปถัมภ์เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2527 มูลนิธิฯจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ตั้งแต่นั้นมา

  คณะกรรมการอำนวยการของมูลนิธิ ประกอบด้วยผู้มีจิตศรัทธาอาสาสมัครและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางโรคหัวใจเด็ก จากโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ

วัตถุประสงค์
1.ส่งเสริมและให้ความคุ้มครองหัวใจของเด็กให้อยู่เป็นปกติ พ้นจากโรคภัยป้องกัน และรักษาโรคที่อาจจะนำอันตรายมาสู่หัวใจเด็ก2.ส่งเสริมการเผยแพร่ อบรม เพิ่มเติมความรู้ความสามารถ แก่แพทย์พยาบาล และผู้ปฎิบัติเกี่ยวกับโรคหัวใจ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ข้อ 13.ส่งเสริมการปฏิบัติการวิจัยเกี่ยวกับหัวใจ โรคหัวใจ และการป้องกันโรคหัวใจในเด็ก ให้ทุนอุดหนุนการวิจัย ในด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด

4.ช่วยเหลือเด็กไทยที่ฐานะยากจน และป่วยเป็นโรคหัวใจ และหลอดเลือด หรือโรคที่ทำให้หัวใจพิการ รวมทั้ง เด็กที่อยู่ตามชนบท ที่ห่างไกลความเจริญ ให้ได้รับการรักษาตามความเหมาะสม

พิมพ์ อีเมล์
 

บริจาคให้… เด็กยากไร้หัวใจพิการ

 

มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ

ในพระอุปถัมภ์ของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

ชั้น 4 อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี 2 ซอยศูนย์วิจัย
ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ บางกะปิ ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320
โทร. 0-2716-6070, 0-2716-6071, Fax 0-2716-6109

โอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์  ในนามมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ

ธนาคาร สาขา เลขบัญชี
ธนาคารกรุงเทพ ศรีย่าน 110-0-62027-5
ธนาคารยูโอบี สุขุมวิท 101/1 074-2-22371-2
ธนาคารไทยพาณิชย์ ชิดลม 001-5-47225-0

 โปรดส่งใบนำฝาก หรือ โทรศัพท์แจ้งมายังมูลนิธิ เพื่ออกใบเสร็จได้ถูกต้องและรวดเร็ว (ใบเสร็จรับเงินสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้)

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

พระครูวุฒิธรรมาทร

วัดโบสถ์วรดิตถ์  

วัดโบสถ์วรดิตถ์

วัดโบสถ์วรดิตถ์  
ของเล่นของเด็กชิ้นนี้คือนาฬิกาพังๆเรือนหนึ่ง

วัดโบสถ์วรดิตถ์

วัดโบสถ์วรดิตถ์

วัดโบสถ์วรดิตถ์

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบจากมหา’ลัยชีวิต

           “ของเหลือจากคนเมืองอันมีจะกิน เป็นสิ่งมีค่าเหลือหลายสำหรับเด็กที่ไม่เคยได้ใช้ “เงิน” แม้แต่บาทเดียว . . .”  คำพูดนี้กลั่นออกมาจากปากของ “พระครูวุฒิธรรมาทร” เจ้าอาวาสวัดโบสถ์วรดิตถ์ วัดแห่งหนึ่งใน อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง …

           ในขณะที่ทุกคนเข้าวัดเพื่อทำบุญหรือหาที่พึ่งทางใจ แต่ ณ วัดป่าโมก วัดเล็กๆ ที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก กลับเป็นสถานที่ชุบเลี้ยงเด็กอีกหลายร้อยชีวิต พวกเขาคิดว่า “วัด” คือบ้านที่ให้ชีวิตพวกเขา ให้แหล่งพักพิงอันยิ่งใหญ่ที่สุดที่คนไร้ญาติ ขาดคนเหลียวแล และคนจนเช่นพวกเขาจะได้รับ            หลวงพ่อพระครูวุฒิธรรมาทร เจ้าอาวาสวัดโบสถ์วรดิตถ์ เล่าถึงความเป็นมาของวัดว่า เมื่อประมาณ  30  ปี ที่แล้ว พวกทหารพรานนำเด็กกว่า 30 คนมาฝากให้ท่านเจ้าอาวาสรูปก่อนดูแล ส่งเงินให้เดือนละ 500 บาท เด็กๆ ที่นำมาฝากส่วนใหญ่เป็นเด็กกำพร้า เพราะพ่อแม่เป็นพวกคอมมิวนิวส์ หลังพ่อแม่ถูกฆ่า ถูกกวาดล้างก็มาขอพึ่งพาอาศัยใบบุญวัดเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอด          ต่อมาชาวเขาทางภาคเหนือที่มีฐานะยากจนรู้เรื่องก็ส่งลูกๆ มาให้ทางวัดดูแลอีก เขาบอกว่าอย่างน้อยก็ยังดีกว่าอดตายอยู่บนเขา และก็มีมาอีกเรื่อยๆ เกือบทุกจังหวัด จนถึงปัจจุบันก็กลายเป็นกว่า 400 คนแล้ว ก็ต้องดูแลกันไป จำชื่อได้บ้างไม่ได้บ้าง ดื้อบ้างซนบ้าง แต่อาตมาก็ดูแล ไม่ให้ทะเลาะกัน ถ้าทะเลาะกันจะไม่ถามเลยว่าใครผิดใครถูก จะตีทั้งคู่ เด็กๆ เขาก็ซนตามประสาเด็กๆ” หลวงพ่อกล่าว พร้อมด้วยรอยยิ้มเล็กๆ ที่แฝงไว้ซึ่งความเมตตาต่อเด็กๆ

           พร้อมกันนี้ท่านยังบอกอีกว่า ทางวัดก็มีโรงเรียนให้เด็กๆ ได้เรียนหนังสือ เป็นโรงเรียนประจำแต่ก็เป็นไปตามอัตภาพที่จะทำได้ มีตั้งแต่ชั้นระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 แต่เด็กเป็นร้อยคนดูแลเด็กก็ต้องไปบิณฑบาตรข้าวของเครื่องเรียนต่างๆ เพื่อนำมาให้เด็กๆ เขาใช้ ส่วนครูที่สอนหนังสืออยู่ที่นี่ก็เป็นระบบกึ่งข้าราชการ มีเงินเดือนมีสวัสดิการให้จากภาครัฐ แต่เงินเดือนจะไม่ขึ้น ที่เขาเสียสละมาอยู่กับเด็กๆ ก็เพราะรัก

           “ทุกวันนี้หลวงพ่อไม่เคยมีปัญหาอะไร มีแต่ทุกข์ ขนาดเป็นพระก็ยังมีทุกข์ ทุกข์ที่ว่ากลัวจะมีไม่พอเลี้ยงเขา จะอยู่กันไปตลอดได้อย่างไร บางคนเรียนจบก็กลับมาช่วย บางคนก็ไม่กล้ามา เขาคงละอายใจตัวเองที่ยังช่วยวัดไม่ได้ เพราะในแต่ละเดือนภาระค่าใช้จ่ายของทางวัด เฉพาะค่าไฟก็ไม่น้อยไปกว่า 3 หมื่นบาท รายได้ก็มาจากการบริจาค ส่วนใหญ่ก็ต้องไปขอบิณฑบาตรเอาปัจจัยบ้าง และของที่บริจาคจะเป็นจำพวกข้าวสารอาหารแห้ง แต่บางทีข้าวสารไม่พอ วัดก็ไปขอหยิบยืมมาจากโรงสี พอมีผ้าป่ากฐินมาวัดก็เอาเงินไปใช้เขา ถ้าไม่มีหรือไม่พอเขาก็ไม่ทวงทางวัด ก็ถือว่าเป็นการทำบุญไป” หลวงพ่อ กล่าว

           … ในขณะที่หลายคนเกิดมาบนกองเงินกองทอง เรียนบ้างเล่นบ้างตามประสา ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยตามสมัยนิยม แต่ในวัดเล็กๆ แห่งนี้ยังมีเด็กอีกหลายร้อยชีวิตที่ไม่เคยได้สัมผัส “เงิน” ที่กลายเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิต หรือไม่มีเสื้อผ้าใหม่ๆ ดีๆ สวมใส่

           “ของเก่ามันเก่าที่บ้าน แต่กับเด็กๆ ที่เขาไร้โอกาสมันก็เป็นของใหม่สำหรับเขา แต่ส่วนใหญ่เด็กๆ เค้าก็ดีใจ เราเคยบอกกับเด็กๆ ว่าถ้าไม่มีคนช่วยก็ต้องต่างคนต่างไป เพราะญาติโยมที่มาก็ไม่เยอะมาก แต่แค่เงินทำบุญหาได้เดือนชนเดือนก็พอใจแล้ว ไม่ได้หวังอะไรมาก ส่วนใหญ่คนที่มาบริจาคเค้ามาเอง มาแบบปากต่อปาก วัดไม่เคยออกไปโฆษณาทางไหน ของบริจาคอยากจะบริจาคเสื้อผ้า ของเล่น อะไรก็เอามาบริจาคได้ อาหารแห้ง ถ้าเหลือใช้ไม่รู้จะทิ้งที่ไหน ก็เอามาได้” 

           เรียกได้ว่า ทุกคำพูด ทุกลมหายใจเข้าออกของหลวงพ่อพระครูวุฒิธรรมาทร จะคิดคำนึงถึงปากท้องของชีวิตน้อยๆ ที่ต้องเลี้ยงดูอยู่เสมอ

           “การกินเป็นสิ่งสำคัญต้องมาก่อนอย่างอื่น เด็กๆ ต้องกินแล้วค่อยร่ำเรียน ยังไงก็ต้องให้เค้ามีกิน ถึงจะไม่ดีตาม แต่ก็ต้องได้กิน ทุกวันนี้กลัวอย่างเดียวคือวันข้างหน้าจะมีไม่พอให้เค้ากินเค้าใช้” หลวงพ่อ กล่าวความทุกข์ที่เป็นกังวลใจ พร้อมๆ กับฝากถึงคนที่มีโอกาสว่า “กว่าพ่อแม่จะเลี้ยงมาได้ กว่าจะเติบโตมาเป็นคนได้ มันสุดแสนจะยากลำบาก ยังมีชีวิตก็ยังมีโอกาส อย่าไปคิดสั้นชีวิตมันยังต้องต่อสู้กันต่อไป”           บางสิ่งบางอย่างคนที่มีเพียบพร้อมอาจจะมองเป็นเพียงแค่เศษขยะ เป็นของเหลือกินเหลือใช้ แต่ในทางตรงกันข้าม สิ่งของเหล่านั้นอาจจะช่วยประทังชีวิตเล็กๆ ให้อยู่ต่อข้ามพ้นไปในอีกวัน … สำหรับท่านที่อยากบริจาคช่วยเหลือวัดโบสถ์วรดิตถ์ สามารถโอนเงินเข้าบัญชีชื่อวัดโบสถ์วรดิตถ์โดยพระครูวุฒิธรรมาทร ธนาคารกสิกรไทย สาขาป่าโมก บัญชีออมทรัพย์ 182-2-11-364-4 หรือต้องการบริจาคสิ่งของก็สามารถบริจาคได้ที่วัดโบสถ์วรดิตถ์ อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง โดยตรงค่ะ

ดูเรื่องเต็มได้ที่ http://hilight.kapook.com/view/25206

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts



หน้า 1 ถึง 212