Subscribe to โครงการสื่อเพื่อสังคม รายการพึ่งพาอาศัย
Technorati
del.icio.us

หน้า 1 ถึง 21212345...Last »

Archive for the ‘ทั่วไป’ Category

Aug-23-10

สารทาป้องกันยุง

posted by Bubble B

           ทาบนผิวหนังบางๆให้ทั่ว พึงระลึกไว้เสมอว่ายุงจะกัดบริเวณที่ไม่ทาสาร 
           ไม่ควรทาสารป้องกันยุงบริเวณผิวหนังในร่มผ้า แต่ควรสเปรย์บนเสื้อผ้า 
           ไม่ควรทาบนบริเวณที่เป็นแผล รวมทั้งผิวที่แพ้แดด 
           หลีกเลี่ยงไม่ทาบริเวณรอบดวงตา และรอบปาก 
           เมื่อกลับเข้าบ้านควรล้างสารทาป้องกันยุงออกด้วยสบู่และน้ำ

ความปลอดภัย
           สารทาป้องกันยุงที่ได้รับการรับรองจาก อย. มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้ 
           การใช้อย่างถูกต้องสามารถ ป้องกันยุงกัดได้และไม่เป็นอันตราย 
           เด็กเล็กต่ำกว่า 4 ขวบ ไม่ควรใช้สารทาป้องกันยุงความเข้มข้นสูงกว่า 15% และไม่ควรทาสารป้องกันยุงให้เด็กทารกอายุต่ำกว่า 2 ปี 
           ผู้ที่ใช้สารทาป้องกันยุงแล้วรู้สึกร้อนที่ผิวหนัง ให้ล้างออกด้วยสบู่และน้ำ และควรเปลี่ยนไปใช้ยาจุดกันยุงแทน

เหตุใดจึงต้องใช้สารทาป้องกันยุง
           สารทาป้องกันยุงช่วยไม่ให้ยุงกัด ขณะที่ทำกิจกรรมนอกบ้านจะได้ไม่เป็นโรคที่นำโดยยุง เช่น ไข้เลือดออก มาลาเรีย ไข้สมองอักเสบและเท้าช้าง 
           เมื่อสารทาป้องกันยุงหมดฤทธิ์ สามารถทาซ้ำที่เดิมได้ 
           ไม่จำเป็นต้องทาสารป้องกันยุง เมื่ออยู่ในบ้านที่มีมุ้งลวด

สารอะไรที่อยู่ในผลิตภัณฑ์สารทาป้องกันยุง
           deet 
           picaridin 
           IR-3535 
           Volatile oils

ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพของสารทาป้องกันยุง
           เหงื่อ ชะล้างสารทา ทำให้หมดฤทธิ์เร็ว นอกจากนี้สารในเหงื่อยังสามารถดึงดูดยุง
           อุณหภูมิ & ความชื้น อุณหภูมิสูงสารระเหยเร็วยุงมีอัตราการกัดสูง ความชื้นสูงการระเหยจะช้ากว่าความชื้นต่ำ 
           กระแสลม ลมแรงสารระเหยเร็ว หมดฤทธิ์เร็ว 
           ชนิดของยุงประสิทธิภาพของสารทาป้องกันยุงต่อยุงต่างชนิดกันจะไม่เท่ากัน
           ผู้ใช้ผิวหนังแต่ละคนจะดูดซึมสารทาป้องกันยุงได้ไม่เหมือนกัน คนที่ผิวหยาบสารทาหมดฤทธิ์เร็วกว่าคนที่ผิวละเอียด คนที่มีคาร์บอนไดออกไซด์ที่ผิวมากจะถูกยุงกัดได้เร็วกว่าคนอื่นที่ทาสารป้องกันยุงชนิดเดียวกัน

ที่มา  วิชาการ.คอม

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

Aug-23-10

เยาวชนคนเก่ง

posted by Bubble B

วิน – แนท เยาวชนคนเก่ง ชนะเลิศประกวดผลงานสร้างสรรค์ของคนมีความสามารถทางคณิตศาสตร์ ระดับภูมิภาค

เมื่อเดือนสิงหาคม 2553 ที่ผ่านมา สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)  ร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และศูนย์พัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ โดยใช้โปรแกรม The Geometer’s Sketchpad  (GSP)  จัดการประกวดผลงานสร้างสรรค์ของคนมีความสามารถทางคณิตศาสตร์ โดยใช้โปรแกรม  The Geometer’s Sketchpad  ระดับภูมิภาค  จำนวน 20 ศูนย์  ทั้งระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย
                                    
          โดยเยาวชนคนเก่งที่ได้รางวัลชนะเลิศ เหรียญทอง อันดับ 1 ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ณ ศูนย์ประกวดโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย จังหวัดลพบุรี ก็คือ ทีมจากโรงเรียนอุทัยวิทยาคม  จังหวัดอุทัยธานี  ได้แก่ เด็กชายกวิน  บุญนิล (วิน)  ชั้น ม. 1  และ เด็กหญิงบัณฑิตา  ขยันการนาวี (แนท)  ชั้น ม. 3 โดยทั้งสองบอกว่า ตอนไหนที่ใครคิดอะไรได้ก็เล่าให้กันฟัง  ช่วยกันทำความเข้าใจ  ร่วมกันออกแบบผลงานทั้ง 2 คน และมีส่วนร่วมด้วยกันทุกขั้นตอน
                                              
          เด็กชายกวิน  บุญนิล (วิน)  เล่าว่า ชอบเรียนภาษาอังกฤษ กับคณิตศาสตร์  รู้จักและเริ่มใช้งานโปรแกรม GSP ตั้งแต่เรียนชั้น ป. 6 ที่โรงเรียนอนุบาลอุทัยธานี  พอมาเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษา อาจารย์ได้มาสอบถามว่าจะมีการประกวด GSP  สนใจไหม  จึงขอสมัครเข้าร่วมการประกวด แล้วก็ใช้วันหยุดในการเตรียมตัว

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

          สำหรับคนที่อยู่ดีไม่ว่าดีชอบหาเรื่องแผลงๆ มาทดลองและไม่เห็นค่าของความ “อโรคยา” ก็มีวิธีง่ายๆ มาสนองเจตนารมณ์ วิธีเหล่านี้ง่ายมากสามารถทำได้โดยใช้คอมพิวเตอร์ธรรมดานี่แหละเป็นอุปกรณ์ แล้วก็ไม่เสียเวลามากด้วย เพราะเราสามารถบั่นทอนสุขภาพของตัวเองไปพร้อมๆ กับที่นั่งทำงานได้เลย เห็นไหมว่าสะดวกแค่ไหน ค่อยๆ ทำตามกันไปทีละข้อ

          วิธีที่ 1 ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ จอ เพราะระยะห่างที่ปลอดภัยระหว่างดวงตา ของเรากับจอคอมพิวเตอร์อยู่ที่ 20-24 นิ้ว ดังนั้นถ้าเรายื่นหน้าเข้าไปให้ใกล้กว่านั้น ดวงตาเราก็จะได้รับทั้งรังสีปริมาณมาก และได้เพ่งจอใกล้ๆ ด้วย ผลที่จะได้ระยะสั้นคือปวดหัว ปวดตา ส่วนระยะยาวคืออาจจะเป็นต้อหินและตาบอดได้ในที่สุด
          วิธีที่ 2 ตั้งจอให้แสงสะท้อนเข้าตา พยายามหันหน้าจอให้มีแสงจ้าๆ สะท้อนเข้าตาเรา เช่น วางจอไว้ใกล้หน้าต่างตอนกลางวัน หรือตั้งโคมไฟไว้ใกล้ๆ หน้าจอ เพราะแสงที่สะท้อนออกมาจากจอคอมพิวเตอร์สามารถทำให้ดวงตาของเราเมื่อยล้าได้ ง่ายๆ สมใจ
          วิธีที่ 3 จ้องจอนานๆ พยายามจ้องจอคอมพิวเตอร์ให้มากกว่าครั้งละ 30 นาที ถ้าเริ่มรู้สึกปวดตาเมื่อไหร่แสดงว่าใช้ได้แล้ว เพราะนั่นหมายถึงดวงตาเริ่มล้าแล้ว ทำบ่อยๆ คุณภาพตาจะแย่ลงเรื่อยๆ ถ้าไม่กระพริบตาเลยจะยิ่งดี เพราะจะทำให้ตาแห้ง แล้วก็แสบตาในที่สุด ส่วนแผนกระจกกรองแสงถ้ามีก็ถอดออกเสีย เพราะจะเป็นการกรองรังสีจากจอ ดวงตาจะปลอดภัยเกินไป
          วิธีที่ 4 นั่งให้ผิดท่า ชุดเก้าอี้และโต๊ะที่ใช้ถ้าหาแบบที่ต่างระดับกันได้มากๆ จะทำให้ท่านั่งผิดสุขลักษณะ ซึ่งจะส่งผลเสียโดยตรงต่อกล้ามเนื้อกับกระดูกที่แขน ไหล่ หลัง และคอ และเราสามารถเพิ่มระดับความอักเสบของกล้ามเนื้อให้มากขึ้นด้วยการนั่งที่ผิด ท่า นั่นก็คือเวลาใช้คอมพิวเตอร์อย่านั่งหลังตรง ให้นั่งค้อมไปข้างหน้าบ้าง แอ่นไปข้างหลังบ้าง
          วิธีที่ 5 วางคีย์บอร์ดให้ผิดทาง เวลาพิมพ์งานลองหามุมวางคีย์บอร์ดแล้วทำให้ต้องวางมือยากๆ ควรวางข้อมือบนโต๊ะหน้าคีย์บอร์ดถ้าหากจำเป็น การพิมพ์ก็ให้กดแป้นพิมพ์ควรกดแป้นพิมพ์แรงๆ เพราะเมื่อทำต่อเนื่องไปนานๆ จะเมื่อยและเจ็บนิ้วและยังของแถมคือคีย์บอร์ดจะเจ๊งเร็วขึ้น เก้าอี้ที่ใช้ให้เลือกใช้แบบที่ไม่มีที่ให้วางแขน เพื่อที่แขนจะได้เกร็ง เมื่อเกร็งมากๆ ก็จะเมื่อยแขน ปวดไหล่ ปวดนิ้ว ลามไปถึงคอและหลังได้ด้วย

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

 

- ญี่ปุ่นเฉลี่ย 39 ลิตร/คน/ปี
- มาเลเซียเฉลี่ย 50 ลิตร/คน/ปี
- อเมริกันเฉลี่ย 92 ลิตร/คน/ปี
- ออสเตรเลียเฉลี่ย 102 ลิตร/คน/ปี
- ไทยเฉลี่ย 13.69 ลิตร/คน/ปี

ส่วน       – การบริโภคน้ำอัดลมของคนไทยเฉลี่ย 50 ลิตร/คน/ปี
              – ดื่มชาเขียว 20 ลิตร/คน/ปี

ที่มา  สสส.

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

 

             แต่ก่อนนี้ถ้าใครเป็นโรคกระเพาะถือว่าโชคร้ายเพราะ เป็นแล้วรักษาหายยาก แต่เมื่อรู้สาเหตุที่แท้จริงแล้วโรคกระเพาะรักษาไม่ยาก และปัจจุบันโรคกระเพาะสามารถรักษาให้หายได้ภายในเวลา 2-4 สัปดาห์ด้วยยาปฎิชีวนะและยาลดกรดเป็นหลัก

สาเหตุของโรคกระเพาะ
             ก่อนนี้ความเครียดกินอาหารผิดเวลาอยู่เป็นนิจและอาหารรสเผ็ดจัดจะถูกจัดเป็นสาเหตุสำคัญของโรคกระเพาะ แต่ปัจจุบันวงการแพทย์ปะจักษ์กันดีกว่าตัวสาเหตุที่แท้จริงคือเชื้อแบคทีเรีย ที่มีลักษณะเหมือนเกลียวจุกคอร์ก ชื่อว่าเฮลิโคแบคเตอร์ไพโลไร เรียกย่อๆว่าเอช.ไพโลไร (H.pylori)เป็นตัวที่ทำให้กระเพาะเป็นแผลอักเสบ

             นอกจากเชื้อแบคทีเรียที่ว่ายังมีสาเหตุรองอื่นๆของโรคกระเพาะ คือการใช้ยาแก้ปวดประเภทแอสไพริน หรือยาประเภทสเตียรอยด์ซึ่งใช้รักษาโรคข้ออักเสบหรือยาประเภทต้านการอักเสบ เรียกย่อๆว่าเอ็นเสดส์” (NSAIDS) = Nonsteroidal anti-imflamatory) การใช้ยานี้เสมอๆอาจเพิ่มความเสี่ยงโรคกระเพาะในคนที่ติดเชื้อเอช.ไพโลไรได้ นอกจากนี้ผู้ที่สูบบุหรี่จัดก็จะเพิ่มความเสี่ยงโรคกระเพาะ เพราะสารนิโคตินในบุหรี่เพิ่มปริมาณกรดและความเข้มข้นของกรดในกระเพาะ และในคนที่เป็นโรคอยู่แล้ว แต่ไม่ยอมเลิกบุหรี่ก็จะทำให้การรักษาได้ผลน้อย

โภชนบำบัดสำหรับโรคกระเพาะ
             สมัยก่อนเมื่อยังไม่ทราบสาเหตุของโรคกระเพาะอาหารที่ใช้รักษาโรคกระเพาะคือ ซิปปี้ไดเอ็ท (Sippy diet) ซึ่งใช้นมและอาหารประเภทครีมเป็นหลัก ซึ่งแพทย์สมัยนั้นเชื่อว่าจะช่วยเคลือบแผลในกระเพาะหรือลำไส้ แต่ปัจจุบันพบว่าอาหารดังกล่าวกลับทำให้อาการโรคกระเพาะแย่ลง เนื่องจากแคลเซียมในนมกระตุ้นการหลั่งของกรดทำให้แผลในกระเพาะหายช้าเข้าไปอีก

             ปัจจุบันอาหารไม่ใช่ปัจจัยหลักที่จะช่วยรักษาโรคกระเพาะ แต่จะใช้ยาเป็นหลักอาหารจะเป็นปัจจัยเสริมที่ใช้รักษาร่วมกับยาเพื่อลดอาการ

Read the rest of this entry »

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts



หน้า 1 ถึง 21212345...Last »