Subscribe to โครงการสื่อเพื่อสังคม รายการพึ่งพาอาศัย
Technorati
del.icio.us

หน้า 1 ถึง 512345

Archive for the ‘Diary by POR’ Category

น้องสอง บุตรี เผือดผ่อง กับเส้นทางสายเทควันโด

น้องสอง-บุตรี เผือดผ่อง

น้องสอง-บุตรี เผือดผ่อง

น้องสอง-บุตรี เผือดผ่อง

 

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์คมชัดลึก  arunsawat.com และ martialarts.in.th

           บุตรีสู้ๆ บุตรีสู้ๆ … เชื่อว่าเสียงเชียร์แบบนี้คงดังกระหึ่มไปทั่วทั้งประเทศไทย ขณะที่ “น้องสอง-บุตรี เผือดผ่อง” กำลังฟาดแข้งแข่งขันเทควันโดรองชิงชนะเลิศรุ่นน้ำหนัก  49 กิโลกรัม กับ วู จิง หยู นักกีฬาของเจ้าภาพสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 29 ณ ปักกิ่งเกมส์ ซึ่งผลปรากฎว่า “น้องสอง-บุตรี” ต้านความแข็งแกร่งของเจ้าภาพไม่ไหว แพ้ไปด้วยคะแนน ติดลบ 1-1 คะแนน แต่ก็ยังสามารถคว้าเหรียญเงินมาครองได้ ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการเทควันโดไทย เพราะฉะนั้น วันนี้กระปุกดอทคอมจะพาไปทำความรู้จักกับเธอกันค่ะ…

           น้องสอง มีชื่อจริงว่า บุตรี เผือดผ่อง เป็นบุตรของ นายชวลิต เผือดผ่อง และนางสุวรรณา เผือดผ่อง ภูมิลำเนาจังหวัดสมุทรปราการ มีพี่น้อง 2 คน เกิดเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2533 ปัจจุบันอายุ 17 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.6 โรงเรียนสตรีมหาพฤฒาราม นิสัยส่วนตัวเธอเป็นเด็กขี้อาย พูดน้อย 

           สำหรับเส้นทางการเข้ามาเป็นนักกีฬาเทควันโดของน้องสองนั้น เริ่มมาจากตอนเด็กๆ น้องสองป่วยบ่อย อ่อนแอ แถมยังเป็นโรคหอบหืด แพทย์จึงแนะนำให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พ่อแม่จึงพาไปเข้าคอร์สเรียนว่ายน้ำ จนโรคประจำตัวหายสนิท จากนั้นเมื่ออายุได้ 11 ขวบ น้องสองหันมาสนใจที่จะเล่นเทควันโด เพราะเห็นพี่สาว (ภัสสร เผือดผ่อง) เล่นอยู่ ก่อนจะตัดสินใจมาบอกพ่อแม่ว่าไม่อยากเรียนว่ายน้ำแล้ว เพราะอยากไปเรียนเทควันโดเหมือนพี่สาวแทน โดยตอนแรกพ่อแม่ไม่ยินยอม เพราะกลัวลูกจะเจ็บ แต่ก็ทนลูกอ้อนไม่ไหว พ่อแม่จึงอนุญาต 

           ซึ่งเมื่อได้มาเรียนเทควันโด แม้ว่าจะเจ็บเท่าไหร่น้องสองก็ไม่เคยปริปากบ่น และยังตั้งใจฝึกฝนฝึกซ้อมเสมอๆ โดยมีอาจารย์พงษ์เกษียร บัวสุวรรณ เป็นผู้ฝึกสอนคนแรก และหลังจากฝึกซ้อมได้ไม่นาน น้องสองก็เริ่มฉายแวว เมื่อลงแข่งขันในรายการเยาวชนชิงชนะเลิศภาคตะวันออกครั้งแรก และสามารถคว้าเหรียญทองแรกในชีวิตมาครองได้สำเร็จ 

           จากนั้นสาวน้อยรายนี้ก็เริ่มตระเวนแข่งและคว้าเหรียญทองมาครองได้แทบจะทุกรายการ เช่น เหรียญทองกีฬาเยาวชนแห่งชาติ 3 สมัยซ้อน ในปี 2548, 2549 และ 2550, เหรียญทองกีฬาเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทยในปี 2549 และ 2550 เหรียญทองกีฬาเยาวชนชิงชนะเลิศแห่งเอเชียปี 2550 และเหรียญทองเหรียญทองเยาวชนชิงแชมป์โลกในปี 2549 ซึ่งเป็นเหรียญที่น้องสองภาคภูมิใจที่สุดเพราะเป็นการลงแข่งขันในระดับนานาชาติเป็นครั้งแรก 

           ต่อมาเมื่อน้องสองก็ขยับมาเล่นในรุ่นประชาชน และคว้าแชมป์ประเทศไทยได้ ก่อนที่จะมาสร้างชื่อกระหึ่มในรายการเบสต์ ออฟ เดอะ เบสต์ เมื่อสามารถเตะเอาชนะนักกีฬาทีมชาติรุ่นพี่อย่าง น้องวิว-เยาวภา บุรพลชัย และ น้ำ – แม่น้ำ เชิดเกียรติศักดิ์ พร้อมกับคว้าเหรียญทองไปคล้องคอได้อีกหนึ่งรายการ จน โค้ชเช (เช ยอง ซุก) ยอดโค้ชชาวเกาหลีใต้ ได้เรียกตัวน้องสองเข้าแคมป์ทีมชาติแทน น้ำ-แม่น้ำ เชิดเกียรติศักดิ์ (ที่จะปั้นแทนน้องวิว) ซึ่งน้องสองก็ไม่ทำให้ใครต้องผิดหวัง เมื่อโชว์ลูกเตะอันเหนือชั้นซิวเหรียญทองในการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 24 ที่จังหวัดนครราชสีมา ทั้งยังมาคว้าเหรียญทองได้อีกในรายการยูเอส โอเพ่น เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้อีก พร้อมๆ กับสถิติที่ไม่เคยแพ้คู่แข่งรายใดเลยนับตั้งแต่ติดทีมชาติ 

           อย่างไรก็ตาม ในการเดินทางไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 29 น้องสองก็ไม่ทำให้ผิดหวังอีกเช่นเคย เพราะสามารถสร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญเงินมาครองคอฝากคนไทยได้สำเร็จ โดยหลังการแข่งขัน  ”น้องสอง” กล่าวว่า หนูได้พยายามทำดีที่สุดแล้ว ขอขอบคุณผู้ใหญ่ทุกท่านที่สนับสนุนตนมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นสมาคมหรือจะเป็นอาจารย์พงษ์เกษียร บัวสุวรรณ อาจารย์คนแรกที่สอนตนมาตั้งแต่เด็ก พ่อแม่ และพี่น้องคนไทยทั่วประเทศ อยากบอกว่ารักพ่อกับแม่มาก จริงๆ แล้วก็ไม่ค่อยได้พูดในเรื่องนี้ ส่วนพ่ออยากได้บ้านใหม่ กลับไปก็จะซื้อให้ ตั้งแต่เด็กมีความฝันมาตลอดว่าอยากไปแข่งโอลิมปิก ได้มาก็เป็นฝันที่ทำสำเร็จแล้วและยังมาได้เหรียญเงินอีก ทำให้ดีใจที่สุด ส่วนอนาคตในการเล่นทีมชาติ โดยเฉพาะโอลิมปิก 2012 ยังไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่ยังไงก็จะทำเต็มที่เหมือนเดิม

บุตรี เผือดผ่อง

 

บุตรี เผือดผ่อง


บุตรี เผือดผ่อง

 

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

Aug-11-08

ประวัติวันแม่

posted by พ่อมดน้อย
ความเป็นมาของวันแม่

          ชาวอเมริกันเป็นผู้กำหนดให้มีวันแม่อย่างเป็นทางการขึ้น และผู้ที่พยายามเรียกร้องให้มีวันแม่ในอเมริกา คือ แอนนา เอ็ม. จาร์วิส คุณครูแห่งรัฐฟิลาเดลเฟีย แต่กว่าเธอจะประสบความสำเร็จก็ครบ 2 ปีพอดีในปี ค.ศ.1914 (พ.ศ.2457) โดยประธานาธิบดี วูดโรว์ วิลสัน ได้มีคำสั่งให้ถือวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมเป็นวันแม่แห่งชาติ และดอกไม้สำหรับวันแม่ของชาวอเมริกันก็คือดอกคาร์เนชั่น ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือถ้าแม่ยังมีชีวิตอยู่ให้ประดับตกแต่งบ้าน หรือประตูด้วยดอกคาร์เนชั่นสีชมพู แต่ถ้าแม่ถึงแก่กรรมไปแล้วให้ประดับด้วยดอกคาร์เนชั่นสีขาว

          สำหรับในประเทศไทยนั้นมีการจัดงานวันแม่ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2486 ณ.สวนอัมพร โดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้จัดงาน แต่เนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไปโดยปริยาย หลังจากผ่านพ้นวิกฤติสงครามไปแล้ว หลายหน่วยงานได้พยายามรื้อฟื้นให้มีวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง แต่กำหนดวันแม่ที่ประชาชนนิยม และเป็นที่รับรองของรัฐบาล คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2493 กำหนดงานวันแม่ในวันนี้ยังดำเนินต่อมาอีกหลายปี ก็ต้องมาหยุดชะงักลงอีก ด้วยเหตุผลที่ว่าสภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุน ซึ่งก็คือกระทรวงวัฒนธรรมที่ถูกยุบไปนั่นเอง

          ต่อมาสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทย เห็นว่าควรมีการจัดงานวันแม่ต่อไป จึงได้รื้อฟื้นงานวันแม่ขึ้นมาอีก และได้กำหนดให้จัดงานวันแม่ คือวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวก็เลิกไป จนกระทั่งในปี พ.ศ.2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เห็นว่าควรกำหนดวันแม่ให้แน่นอนเสียที จึงได้กำหนดวันแม่ใหม ่โดยให้ถือว่าวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ และ กำหนดให้ดอกมะลิเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ตั้งแต่นั้นมา

          เหตุผลที่ให้ดอกมะลิ เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ ก็เนื่องจาก ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไปไกลและหอมได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย…

          นักภาษาศาสตร์ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า คำว่า “แม่” ของทุก ๆ ภาษา มาจากการออกเสียงของเด็ก โดยคำขึ้นต้นด้วยพยัญชนะริมฝีปากคู่ (Bilabial) ได้แก่ ม , พ , ป ,บ หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นพยัญชนะชุดแรกที่เด็กสามารถทำเสียงได้ โดยการใช้ริมฝีปากบนและล่าง ดังเช่น

ภาษาไทย แม่

ภาษาจีน ม๊ะ หรือ ม่า

ภาษาฝรั่งเศส la mere (ลา แมร์)

ภาษาอังกฤษ mom , mam

ภาษาโซ่ ม๋เปะ

ภาษามุสลิม มะ

ภาษาไทใต้คง เม

เป็นต้น

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

เปิดประวัติ น้องเก๋ ประภาวดี ฮีโร่โอลิมปิกคนใหม่

น้องเก๋ ประภาวดี

        

ประเทศไทยมี “ฮีโร่โอลิมปิก” คนใหม่ ชื่อ ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล จอมพลังสาวนักยกน้ำหนักทีมชาติไทย หลังจากสาวจากเมืองปากน้ำโพคว้าเหรียญทองยกน้ำหนัก ในกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 29 มาครองได้สำเร็จ แต่เส้นทางสู่ความสำเร็จไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากปราศจาก ความมุมานะ บากบั่น ด้วยจิตใจที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กที่เธอยกเสียอีก
 

 

น้องเก๋ ประภาวดี

         “น้องเก๋” ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล ชื่อเดิม จันทร์พิมพ์ กันทะเตียน เป็นบุตรสาวของ นายจันทร์แก้ว กันทะเตียน และ นางราศรี ทัดทอง เกิดเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2527 ที่นครสวรรค์ ปัจจุบันอายุ 24 ปี สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนนวมินทราชูทิศ พายัพ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง จากวิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ก่อนมาเป็นบัณฑิตสาวจากสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ ขณะนี้กำลังศึกษาระดับปริญญาโท ที่สถาบันแห่งเดียวกัน

         เด็กสาวที่ชื่อ จันทร์พิมพ์ เล่นยกน้ำหนักครั้งแรก ในปี 2537 มี อ.สมชาติ แสงน้อย และ อ.ประทีป แสงน้อย เป็นโค้ชคนแรก ก่อนเข้าสังกัด สโมสรถาวรฟาร์ม ของ จ.นครสวรรค์
         กีฬายกน้ำหนักเป็นกีฬาที่ไม่สนุก และต้องใช้ความอดทน มุมานะอย่างสูง เรื่องของความสวยงามที่สตรีเพศทุกคนใฝ่หานั้นไม่ต้องพูดถึง และกว่าที่จันทร์พิมพ์ จะสามารถก้าวขึ้นถึงทีมชาติ ต้องรอคอยกระทั่งถึงปี 2544

 

 

น้องเก๋ ประภาวดี

         ในเว็บไซต์ของ ม.นอร์ท-เชียงใหม่  กล่าวยกย่อง จันทร์พิมพ์ ในฐานะนักศึกษาทุน 100% ประเภทนักกีฬา ว่า “น้องเก๋” ไม่เคยท้อต่ออุปสรรค ด้วยเพราะต้องเป็นเสาหลักของครอบครัว และเงินที่ได้รับจากการแข่งขันทุกครั้งได้นำมาดูแลครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างยากจน จนปัจจุบันความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้นมาก แต่จันทร์พิมพ์ยังมุ่งมั่นและทุ่มเทให้กีฬายกน้ำหนักอยู่เสมอ

         ความผิดหวังครั้งสำคัญของ จันทร์พิมพ์ เกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน ในการคัดเลือกเป็นตัวแทนทีมชาติเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2004 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ในรุ่น 53 กิโลกรัมหญิง โดยสมาคมยกน้ำหนักแห่งประเทศไทย ตัดสินใจส่ง “น้องอร” อุดมพร พลศักดิ์ เป็นผู้ที่ได้ตั๋ว “เอเธนส์เกมส์” ส่วน “น้องเก๋” ซึ่งประสบอาการบาดเจ็บต้องตกเครื่องในเที่ยวสุดท้าย ซึ่งในเวลาต่อมา “น้องอร” กลายเป็นฮีโร่นักกีฬาหญิงคนแรกของประเทศไทย ที่คว้าเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์มาครอง พร้อมกับวลี “สู้โว้ย” ที่ดังไปทั่วประเทศ

         ความเศร้าเสียใจเปรียบเสมือนฝันร้ายในครั้งนั้น “น้องเก๋” เกือบจะอำลาทีมชาติ ด้วยฉายา “จอมพลังขี้แย” หลังจากโศกเศร้าชั่วขณะ น้ำตาได้ถะถั่งความเสียใจจนหมดสิ้น “น้องเก๋” เปลี่ยนชื่อและนามสกุลใหม่จาก “จันทร์พิมพ์ กันทะเตียน” มาเป็น “ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล” เช่นเดียวกับครอบครัวก็เปลี่ยนนามสกุลมาใช้ “เจริญรัตนธารากูล” เช่นเดียวกัน

         “จันทร์พิมพ์” คนเดิม ทิ้งไว้เบื้องหลัง “ประภาวดี” กำลังจะก้าวต่อไป

น้องเก๋ ประภาวดี

         “ตอนนั้นเหมือนโลกมืดไปหมด เก๋แทบเสียคน ทุกอย่างเสียศูนย์ไปหมด ถึงขั้นตัดสินใจเลยว่าจะเลิกเล่น แต่เก๋นึกถึงพ่อแม่ ทำให้รู้ว่าเรามีหน้าที่ที่ต้องทำ” จอมพลังสาว กล่าว

         เพียงแต่เมฆหมอกแห่งความโชคร้ายยังไม่หมดแค่นั้น ในศึกยกน้ำหนักชิงแชมป์โลก ที่ จ.เชียงใหม่ เดือนกันยายน เมื่อปี 2550 ประภาวดี โชคร้ายอีกครั้ง ในการแข่งขันรุ่น 53 กิโลกรัมที่เธอมีโอกาสได้เหรียญทอง แต่กลับประสบอุบัติเหตุ “ข้อศอกขวาหลุด” ในการยกท่าสแนทช์ เธอทิ้งเหล็กลงอย่างเจ็บปวด ชวดทุกเหรียญยังไม่พอ “น้องเก๋” ต้องรักษาตัว 3 เดือน พลาดติดทีมชาติลงแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 24 ที่ จ.นครราชสีมา ในปลายปีเดียวกัน 

น้องเก๋ ประภาวดี

         “น้องเก๋” เล่าให้ฟังว่า ตอนไปแข่งยกเหล็กที่ปักกิ่งเมื่อหลายปีก่อนหน้านั้น มีตุ๊กตามาสคอต 5 สี ของโอลิมปิกวางขายแล้ว อยากจะซื้อกลับบ้าน แต่เพื่อนในทีมท้วงว่า อย่าเพิ่งซื้อเพื่อเอาเคล็ด จะได้กลับมาแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2008 เลยไม่ซื้อ แต่พอในศึกชิงแชมป์โลกที่เชียงใหม่ มีตุ๊กตา “แคน” แมวนำโชค ซีเกมส์วางขายใกล้ๆ สนาม ตนเองกลับซื้อมาเป็นที่ระลึก โดยไม่มีใครทักท้วง กระทั่งข้อศอกหลุด ชวดแข่งซีเกมส์ ที่โคราช จนได้ 

         หลายคนคิดว่า การบาดเจ็บครั้งนั้น อาจส่งผลกระทบถึง “ปักกิ่งเกมส์” ในปี 2551 แต่จิตใจของ ประภาวดี แกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้า เธอกลับมาอีกครั้งในการคว้า 3 เหรียญทอง ศึกชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2551 เมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ จ.ขอนแก่น รายการระดับในประเทศที่คนกีฬาสนใจน้อยนัก แต่เธอกลับทุบสถิติโลกลงอย่างราบคาบ ท่าสแนทช์ 97 กิโลกรัม คลีนแอนด์เจิร์ก 130 กิโลกรัม น้ำหนักรวม 227 กิโลกรัม ซึ่งดีกว่าสถิติโลก 102-129-226 กิโลกรัม

         เธอพร้อมแล้วสำหรับ “ปักกิ่งเกมส์” มหกรรมกีฬาแห่งความฝัน มหกรรมกีฬาที่เธอรอคอยมาทั้งชีวิต

         ชื่อของ ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล กลายเป็นเบอร์ 1 ของโลก นักกีฬายกน้ำหนักหญิง รุ่น 53 กิโลกรัม ขนาดที่จีน ยังไม่กล้าส่งนักกีฬาเข้าประกบ และในที่สุดวันเวลาที่รอคอยก็มาถึง เมื่อเธอคว้าเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2008 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการทำลายสถิติโอลิมปิกเกมส์ได้สำเร็จ

 

 

น้องเก๋ ประภาวดี คว้าเหรียญทองโอลิมปิก

         จาก จันทร์พิมพ์ กันทะเตียน ผู้เจ็บช้ำวันนั้น ด้วยความมุมานะ บากบั่นไม่ย่อท้อ ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล จึงมีวันนี้

ผลงานของน้องเก๋ ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล

         – 1 เหรียญทองแดง ยกน้ำหนักชิงแชมป์โลก (ชายครั้งที่ 73 หญิงครั้งที่ 16) ที่ ประเทศแคนาดา ปี 2546

         – 1 เหรียญทอง กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 22 ที่ประเทศเวียดนาม ปี 2546

         – 3 เหรียญทอง  ยกน้ำหนักเยาวชนชิงแชมป์เอเชีย (ชายครั้งที่ 17 หญิงครั้งที่ 9 ) ที่ จ.เชียงใหม่  ปี 2547

         – 3 เหรียญทอง ยกน้ำหนักชิงชนะเลิศแห่งเอเชีย ที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ปี 2548

         – 1 เหรียญทอง ยกน้ำหนักชิงแชมป์โลกที่กาตาร์ ปี 2549

         – 3 เหรียญทอง ยกน้ำหนักชิงชนะเลิศมหาวิทยาลัยโลก ที่เมืองอิซเมียร์ ประเทศตุรกี ปี 2549

         – 1 เหรียญเงิน กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 15 ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ปี 2549

         – 1 เหรียญทอง ยกน้ำหนักชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศจีน ปี 2550

         – นักกีฬาเยาวชนสมัครเล่นหญิงดีเด่น ในวันกีฬาแห่งชาติ ประจำปี 2546 จากการกีฬาแห่งประเทศไทย

         คติประจำใจ – ไม่มีใครสมบูรณ์แบบไปทุกอย่าง

         สีที่ชอบ – สีชมพู

         นักกีฬาที่ชื่นชอบ – สายพิณ เดชแสง, ราฟาเอล นาดาล

         เพื่อนซี้ – เพ็ญศิริ เหล่าศิริกุล, วันดี คำเอี่ยม

         งานอดิเรก – เล่นเกม, อ่านหนังสือ, เล่นคอมพิวเตอร์

         อนาคต – เปิดกิจการส่วนตัว, ท่องเที่ยว

 

ไลฟ์สไตล์ ของ น้องเก๋ ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล

 

เธอกลายเป็นนักกีฬาคนที่ 18 ของประวัติศาสตร์วงการกีฬาไทย ที่ได้เหรียญโอลิมปิกเกมส์ ชื่อเสียง เงินทอง ความสำเร็จ กำลังหลั่งไหลเข้ามาไม่จบสิ้น ชีวิตของเธอจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล
Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts

มูลนิธิศึกษาธรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมมือกับองค์กรทั้งภาครัฐ และภาคประชาชน ส่งเสริมทำความดีในจังหวัดต่างๆด้วยการจัดงานตักบาตรพระ 500,000 รูปทั่วประเทศ เพื่อรวมพลังช่วยเหลือคณะสงฆ์ 266 วัด  4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยในวันเสาร์ที่ 12 กรกฏาคม นี้ จะจัดงานตักบาตรพระ 1,000  รูปเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชย์สมบัติครบ 61 ปี ในวันเสาร์ที่ 12 กรกฏาคม  2551 เวลา 06.00 น.ณ  บริเวณถนนท่าน้ำบางโพ เขตบางซื่อ กทม.

Share and Enjoy:
  • Print
  • Digg
  • Sphinn
  • del.icio.us
  • Facebook
  • Mixx
  • Google Bookmarks
  • Blogplay
  • Live
  • MySpace
  • PDF
  • Reddit
  • RSS
  • Technorati
  • Twitter

Related posts



หน้า 1 ถึง 512345